วิธีการเลือกซื้อ Power Supply เลือกยังให้ใช้คุ้มค่าที่สุด

การเลือกซื้อ Power Supply   มันก็มีตั้งแต่ราคาถูก ๆ ที่เราเรามักจะเรียกวัตต์ละบาทไปจนถึง Hi – End  ซึ่งมันก็มีหลายรุ่น หลายราคา หลายมาตรฐานเหลือเกิน แล้วการเลือกซื้อขั้นแรก จะซื้อยังไง ผมอยากแนะนำให้มองหามาตรฐาน 80 + หรือ 80 Plus หน้ากล่องไว้ก่อน เพราะเราจะมั่นใจในได้ในระดับหนึ่งว่า ไอเจ้า PSU ตัวนี้ มันจะมีคุณภาพที่เราไว้ใจได้ 

 แต่มาตรฐาน 80+ คืออะไร ลองมาดูกันครับ 

ก่อนจะเข้าเนื้อหาหลัก ผมอยากสรุปข้อมูลไว้ในพารากราฟแรก ๆ เแล้วกัน สำหรับใครที่ไม่อยากอ่านเยอะ.. หรืออยากรู้เพียงแค่ ซื้อ 80 Plus ใช้แล้ว มันจะดีกว่าซื้อราคาถูกยังไง…

ความเชื่อที่ 1 : ซื้อ 80+ แล้วการจ่ายไฟจะเสถียรจริงไหม ? ต้องบอกว่ามันก็ถูกและมันก็ไม่ถูก ที่ไม่ถูกเพราะว่า การจ่ายไฟที่เสถียร ไม่ได้ขึ้นอยู่กับมารตรฐาน 80+ แต่ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ผู้ผลิต Build มาให้ และถ้าถามว่าทำไมถึงถูกด้วย นั่นก็เพราะ ในเมื่อจะทำให้ได้มาตรฐานแล้ว ผู้ผลิตบางรายก็ใช้วัสดุให้มันดีไปเลย แต่บางรายก็เอาแค่ให้ผ่านมาตรฐาน 80+ เท่านั้น และเลวร้ายสุดคือ แอบอ้าง 80+ แล้วขาย ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ไม่ผ่านก็มี

ความเชื่อที่ 2 : มาตรฐาน 80+ ช่วยให้ประหยัดค่าไฟมากขึ้นไหม ? ถูกต้องครับ มันช่วยให้ประหยัดมากขึ้น ส่วนจะประหยัดยังไง ไปอ่านต่อกัน

ก่อนอื่น คุณควรรู้ก่อนว่าไอเจ้า PSU หรือ Power Supply เนี่ย มันทำหน้าอะไร ถ้าให้เข้าใจง่าย ๆ มันคือตัวแปลงไฟจากไฟบ้านแล้วจ่ายไฟตามที่ ซีพียู,การ์ดจอ,แรม หรือ SSD ต้องการเท่านั้น (ไม่ส่งเกิน) เพราะหากเราเอาไฟบ้านเสียบตรง ๆ คงพังพินาศหมด

ทีนี้ ในการแปลงไฟจากหน่วยหนึ่งมาเป็นอีกหน่วยหนึ่ง เป็นปกติที่มันจะเกิดการสูญเสียพลังงาน เพราะพลังงานบางส่วนถูกเปลี่ยนเป็นความร้อนไป แล้ว Power Supply ที่ได้มาตรฐาน 80+ เนี่ย มันถูกออกแบบมาให้ลดการสูญเสียพลังงานในการแปลงหน่วยไฟ และเพื่อให้เห็นภาพ ยกตัวอย่างเช่น PSU บางตัว อาจมีอัตราการแปลงไฟอยู่ที่เพียง 50% เท่านั้น ซึ่งอีก 50% อาจสูญเสียไปกับการแปลง

งงไหม ? อย่าพึ่ง ใจเย็นๆ ยกตัวอีกครั้ง หากเรามีคอมเล่นเกมหนึ่งเครื่องที่ใช้ PSU ขนาด 500 วัตต์ ติต่างว่าเมื่อเราเล่น การประมวลผลต่าง ๆ ภายในเครื่องอาจกินไฟจาก PSU ประมาณ 250W แต่เราดันใช้ PSU แบบกากที่สุด ที่แปลงไฟได้เพียง 50% เท่านั้น ทำให้ไอเจ้า PSU เนี่ย มันต้องไปดึงไฟจากบ้านเราถึง 500 วัตต์ เพื่อที่จะแปลงไฟให้ได้ 250 วัตต์ตามที่คอมเราต้องการ และหากเราใช้งานคอมโครตหนักที่ทำให้ Power Supply ต้องจ่ายเต็มที่ 500 วัตต์ มันอาจไปดึงไฟจากบ้านเราถึง 1000 วัตต์ (ถ้า PSU มันไม่น๊อคไปซะก่อนนะ)

แต่ 80+ มันจะมีอัตราการแปลงไฟเริ่มต้นที่ 80% ซึ่งสูญเสียค่าไฟในการแปลงหน่วยเพียง 20% เท่านั้น ผมว่าทุกคนคงพอมองเห็นภาพแล้วว่า 80+ มันจะประหยัดมากขึ้นยังไง เมื่อลดการสูญเสียในการแปลงหน่วยไฟฟ้า ก็ทำให้มันกินไฟบ้านเราน้อยลงนั่นเอง

ทั้งนี้ มาตรฐานของ 80+ มันก็มีตั้งแต่ 80+ ธรรมดา 80+ Bronze , Silver , Gold , Platinum และ Titanium โดยในรุ่น Titanium จะมีค่า efficiency หรือประสิทธิภาพในการแปลงมากสุดถึง 94% โดยเมื่อเราเล่นเกมและใช้ไฟที่ 250 วัตต์ PSU อาจไปเรียกใช้ไฟบ้านอยู่ที่เพียง 260 – 270 วัตต์เท่านั้น (ตัวเลขอาจไม่แม่นนะ) ซึ่งเห็นชัดว่ามันช่วยประหยัดพลังงานมากขึ้นกว่าการใช้ PSU ถูก ๆ

ซึ่งจริง ๆ แล้ว PSU ทั่ว ๆ ไป ก็มีค่าการแปลงไฟอยู่ 65 – 70 % อยู่แล้ว แต่หากอยากลดค่าไฟมากขึ้น ก็ลองเลือก มารตฐาน 80+ แล้วกัน โดยจะเลือกระดับไหนก็ตามกำลังเงินในประเป๋า

ในเรื่องของการลดค่าไฟ ข้อมูลหลายที่บอกว่า หากตีเป็นรายเดือน ค่าไฟมันก็ไม่ต่างกันมากนะ แต่ถ้านับเป็นรายปี มันก็แพงเอาเรื่องอยู่ (ปกติ ซื้อ PSU ดี ๆ สักตัวมันก็อยู่ได้ 4 – 5 ปีนะ)

หากใคร อยากตรวจสอบว่า Power Supply ที่ตัวเองจะซื้อ มีมาตรฐาน 80+ จริงไหม ให้ไปดูที่ https://www.plugloadsolutions.com/80PlusPowerSupplies.aspx