รีวิว : ASUS ROG Zephyrus Duo 15 นวัตกรรมเกมมิ่งจัดเต็ม

Zephyrus Duo 15 เรือธงตัวใหม่ล่าสุดจาก ASUS ROG จัดเต็มสเปกและนวัตกรรม ชูโรงด้วย ScreenPad Plus หน้าจอที่ 2 หรือหน้าจอรอง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน

เสน่หอย่างหนึ่งของโน้ตบุ๊คเกมมิ่งก็คือ “จบในตัวเดียว” คือเป็นอุปกรณ์ที่พร้อมทั้งหน้าจอ คียบอร์ด และตัวเครื่อง ใช้งานได้ทันที อีกทั้งยังเคลื่อนย้ายง่ายและประหยัดพื้นที่ในการวาง แต่จุดอ่อนก็ใช่ว่าจะไม่มี เพราะแบบนี้เองโน้ตบุ๊คเกมมิ่งจึงต้องมีการพัฒนาตลอด โดยเฉพาะเรื่อง ‘จุดเด่นเฉพาะ’ ที่มักจะหาไม่ได้ใน Desktop PC

วันนี้มาพบโน้ตบุ๊คเกมมิ่งบางเบา (Ultra-slim Gaming) ที่มีจุดเด่นเฉพาะ ซึ่งเฉพาะยิ่งกว่ารุ่นไหน ๆ อย่าง ROG Zephyrus Duo 15 เรือธงลำใหม่จาก ASUS ROG ชูโรงด้วย ScreenPad Plus หน้าจอรองขนาด 14.1 นิ้ว สองหน้าจอในเครื่องเดียว อีกหนึ่งนวัตกรรมเกมมิ่งแห่งปี และ

สำหรับรุ่นนี้จะมี 2 สเปกให้เลือกระหว่าง i9-10980HK + RTX 2080 Super กับ i7-10875H + RTX 2070 Super  ในรุ่น Core i9 จะได้จอ 4K แบบ 60Hz ส่วนรุ่น Core i7 จะได้เป็น Full HD แต่ได้ 300Hz/3ms กับ 100% sRGB อยากได้จอหรือสเปกเลือกเลย ส่วนรีวิวนี้เราได้รุ่น Core i9 มารีวิวนะครับ

สเปก ASUS ROG Zephyrus Duo 15 (GX550LXS)

Display : หน้าจอ OLED ขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด 4K (3840×2160) แบบ 60Hz  มาพร้อม 100% Adobe RGB พร้อม
ScreenPad Plus  : จอรองขนาด 14.1 นิ้ว ความละเอียด 4K (3840 x 1100) ใช้งานแบบ Touchscreen ได้
CPU : Intel Core i9-10980HK
VGA : NVIDIA GeForce RTX 2080 Super 8GB GDDR6 VRAM (Boost Clock: 1330MHz, 90W)
RAM : 32GB DDR4-3200 (16GB DDR4 on board + 16GB DDR4-3200 SO-DIMM)
SSD : 1TB + 1TB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 Performance RAID0 SSD
Wireless : Wi-Fi 6
Bluetooth : 5.0
Port : Thunderbolt 3 x 1 , USB 3.2 Gen 1 Type A x 2 , USB 3.2 Gen 2 Type A x 1 , USB 3.2 Type A x 2 , HDMI 2.0b x 1 , Microphone-in/Headphone-out jack 3.5mm x 1 และ RJ45
Battery : 240W Power Adaptor รองรับ Type-C PD 3.0 up to 65W
Weight : 2.4 kg
Color : Gunmetal Gray
OS : Windows 10 Home

แกะกล่อง

แค่ Unbox ก็มันแล้ว กล่องดีไซน์ได้สวยและแหวกแนวไม่น้อย (สมราคา) ภายในก็มีตัวเครื่อง ASUS ROG Zephyrus Duo 15 (GX550LXS) ชุดชาร์จไฟ, ชุดคู่มือ และ

ROG Eye GC21 กล้อง Webcam คุณภาพสูง ที่มาพร้อมสเปก 1080p @ 60FPS อัดวิดีโอสตรีมมิ่ง Full HD แบบลื่น ๆ ได้เลย แถมมากับตัวเครื่อง ROG Zephyrus Duo 15 ที่ไม่มีกล้อง Webcam ในตัวนั้นเอง

ดีไซน์และการใช้งาน

ตัว ASUS ROG Zephyrus Duo 15 เรียกตัวเองว่า Ultra-slim Gaming บางเบาเกมมิ่ง ตามสเปกคือบาง 20.9 มิลลิเมตร หนัก 2.4 กิโลกรัม ถือว่าบางกำลังดี แต่ภายในกลับมี Intel Core i9-10980HK + RTX 2080 Super Max-Q Design และจอรองขนาด 14.1 นิ้วอีก นี้คือบางมากแล้ว

วัสดุตัวเครื่องเป็นโลหะทั้งตัว ที่มีความเบาเป็นพิเศษ เมื่อรวมกับสี Gunmetal Gray ของตัวเครื่อง เวลาเจอแสงส่องตรง ๆ สีจะออกมาสว่างสะดุดตาตามภาพเลย โดยรวมบอกเลยว่า “โคตรงาม” สวยจริง อะไรจริงครับ

ทันทีที่เปิดฝาเครื่อง ความสวยงาม เท่ พรีเมี่ยม (และราคา…) บวกไปอีก 3 เท่า วางโชว์ที่ไหนยังไงก็มีคนมอง จุดที่เรียกสายตาย่อมไม่พ้น ScreenPad Plus หรือ Second Scene จอรองของตัวเครื่อง ซึ่งมีขนาด 14.1 นิ้ว กินพื้นที่ไปครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งคือคียบอร์ด

จุดนี้เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงพิมพ์ไม่ถนัด เพราะตำแหน่งคีย์บอร์ดอยู่ล้างสุด โดยไม่มีพื้นที่สำหรับรองข้อมือเลย ยังดีที่ตัวเครื่องมีแถมแผ่นรองข้อมือคีย์บอร์ดให้ด้วย

ScreenPad Plus

ว่าด้วย ScreenPad Plus หน้าจอรองของตัวเครื่อง จุดนี้คงสงสัยกันว่า “มีไว้เพื่ออะไร ?” แต่เชื่อว่าคนที่ใช้จอ Monitor มากกว่า 2 ตัว คงถูกใจสิ่งนี้แน่นอน มันคือจอที่สองขนาด 14.1 นิ้ว (3840 x 1100) หรือจะเรียกว่าเป็นจอ Monitor อีกตัวก็ได้ โดยเราสามารถนำหน้าต่างโปรแกรมอื่น ๆ มาแสดงเพิ่มเติมตรงจอนี้ได้นั้นเอง เช่น จอบนท่องเว็บ จอล่างคุยแชต หรือดูหนังฟังเพลงไปพลาง ๆ พร้อมกัน ไม่ต้องคอยสลับจอไปมาเหมือนตอนใช้จอ Monitor จอเดียว

อย่างใน ROG Zephyrus Duo 15 ก็สามารถให้จอ ScreenPad Plus แสดงหน้าโปรแกรม Armoury Crate ปรับแต่งการ OC รอบพัดลม รูปแบบไฟ RGB หรือตั้งค่าต่าง ๆ แบบ Realtime ไปพร้อม ๆ ตอนเล่นเกมได้เลย อนึ่ง ScreenPad Plus เป็นจอสัมผัส ก็สามารถเอามือมาควบคุมได้ตามภาพ นับเป็นประสบการณ์ใช้งานที่แปลกใหม่พอควร

ทั้งนี้ตัวจอ ScreenPad Plus สามารถรวมกับจอหลัก จนกลายเป็นจอแสดงผลขนาดใหญ่แบบนี้ได้ น่าเสียดายที่จอหลักไม่ได้เป็นจอสัมผัสเหมือน ScreenPad Plus ไม่งั้นคงใช้งานได้สนุกกว่านี้ (ดีแล้วที่ไม่เป็นจอสัมผัส ไม่งั้นราคาคงพุ่งสูงกว่านี้แน่ เหอ เหอ)

ตัวอย่างการใช้งานจอ ScreenPad Plus ที่ “ดีย์” (-..-)

มาพูดถึงคียบอร์ดกันบ้าง เริ่มจากฝั่ง Touchpad หรือ Mousepad จุดนี้สามารถเปลี่ยนเป็น Numpad ได้ตลอดเวลา ทว่าสัมผัสการใช้งานอาจขาดฟิลในการ ‘กด’ ไปนิด….ใช้ไปนาน ๆ น่าจะชิน

ส่วนคียบอร์ดก็มาพร้อมไฟ RGB ในตัว Keycap เลย

ซึ่งสามารถปรับสีสันและรูปแบบได้มากมายด้วย Armoury Crate

 

ปิดท้ายด้วยกลไกหล่อ ๆ ซึ่งมีมากกว่าการ ‘ดันจอ’ ตรงนี้รู้สึกเหมือน ASUS พยายามพัฒนาจอ ScreenPad Plus ให้มีความบางเบาไปกับตัวเครื่องให้ได้ ซึ่งในรุ่น Zenbook Pro Duo จะเห็นเลยว่าตัวเครื่องหนาพอตัว เพราะมีจอตัวนี้เอง ในรุ่น ROG Zephyrus Duo 15 เลยแก้ปัญหาด้วยการทำกลไกด้วยดันจอและซ่อนจอไปพร้อม ๆ กันซะเลย

ซึ่งทันทีที่เปิดฝาเครื่อง จอ ScreenPad Plus จะถูกดันขึ้นมา 13 องศาโดยอัตโนมัติ เพื่อทำมุมเอียงให้ใช้งานได้สะดวก และจะเก็บซ่อนจอโดยอัตโนมัติยามปิดฝาเครื่อง อืม…น่าจะกันเรา “มือบอน” ด้วยนะ สารภาพว่าแอบพยายามโยกจอเองตอนรีวิว : b

หน้าจอ (หลัก)

อย่างที่เกริ่นไป ROG Zephyrus Duo 15 รุ่นที่นำมารีวิวนี้คือตัว Intel Core i9 ที่มาพร้อมจอระดับ 4K แต่แลกกับ Refresh Rate เพียง 60 Hz จุดนี้เข้าใจว่าจอ 4K แค่แสดงผลเป็น 60 Hz ก็คงสุดแล้ว ฉะนั้นใครที่ต้องการ  Refresh Rate สูง ๆ ก็ไปรุ่นที่ใช่ Intel Core i7 ที่มาพร้อม Refresh Rate สูงถึง 300 Hz กันได้

กลับมาที่จอ 4K ของรุ่นนี้อีกครั้ง ตามสเปกคือ มาพร้อม 100% Adobe RGB และ Pantone® Validated เป็นสเปกจอ Monitor ที่ดีสำหรับเหล่า Creator ง่าย ๆ คือ ตัว ROG Zephyrus Duo 15 รุ่น Intel Core i9 พร้อมจอ 4K คือรุ่นที่ใช้ได้ดีทั้งเกมมิ่งและ Workstation ซึ่งในรุ่น i9 4K นี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง จอมีความสวยงามอย่างที่สุด อีกทั้งยังสามารถปรับแต่งโปรไฟล์การแสดงผล ให้เหมาะกับการใช้งานในขณะนั้นได้มากมายด้วย

เพื่อให้ขอบจอบางถึงที่สุด เลยต้องตัดกล้อง Webcam ออกไป แต่ก็มีกล้อง Webcam สเปกดีอย่าง ROG Eye GC21 มาให้ใช้แทน และใช่งานได้ตามนี้ (ใช้สาย USB เชื่อมต่อนะ)

พอร์ตการเชื่อมต่อ

ตัวพอร์ตการเชื่อมต่อ โดยรวมก็ไม่ได้ให้มามากมายอะไร แต่ก็มีพอร์ตที่จำเป็นอยู่ครับ อาทิ Thunderbolt 3 x 1 , USB 3.2 Gen 1 Type A x 2 , USB 3.2 Gen 2 Type A x 1 , USB 3.2 Type A x 2 , HDMI 2.0b x 1 , Microphone-in/Headphone-out jack 3.5mm x 1 และ RJ45

การระบายความร้อน

อีกหนึ่งไฮไลท์เด็ดนอกจาก ScreenPad Plus คือ ROG Zephyrus Duo 15 มาพร้อมระบบระบายความร้อนด้วย liquid metal หรือโลหะเหลว ซึ่งได้จากทาง Thermal Grizzly มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนให้ดียิ่งกว่าโน้ตบุ๊กทั่ว ๆ ไปที่ใช้ซิลิโคนนำความร้อนแบบปกติ จุดนี้จะส่งผลให้เกิดการนำความร้อนไประบายได้ดีขึ้นมาก ซึ่งการระบายก็ใช้พัดลมคู่ ที่มีระบบระบายความร้อนอัจฉริยะอย่าง ROG Intelligent Cooling พร้อม Active Aerodynamic System Plus (AAS+) ใช้ประโยชน์จากการยกหน้าจอของ ScreenPad Plus ที่ถูกยกสูงขึ้นเพื่อช่วยเพิ่มพื้นที่ในการระบายความร้อนนั้นเอง

ประสิทธิภาพ

สเปกหลักของ ROG Zephyrus Duo 15 รุ่นจอ 4K คือ Intel i9-10980HK 2.40GHz กับแรม DDR4 ขนาด 32GB 3200 MHz และการ์ดจอ RTX 2080 Super Max-Q Design พร้อมเทคโนโลยี ROG Boost ทำการโอเวอร์คล็อกความเร็วให้สูงกว่าปกติ 7% มาจากโรงงานเรียบร้อย

รายละเอียดสเปก Intel i9-10980HK 2.40GHz กับ RTX 2080 Super Max-Q Design

ผลเทสจาก Cinebench R15  ได้ไป 1904 cb และ OpenGL ได้ไป 197.71 fps ส่วน Cinebench R20 วัดประสิทธิภาพ Intel Core i9 แบบเน้น ๆ ก็ได้ที่ 4292 pts

 

 

ผลเทสจาก 3D Mak ก็แรง ๆ กันเลย โดย Fire Strike Extreme ได้ 10317 คะแนน Fire Strike Ultra ได้ 5428 คะแนน ส่วน Time Spy ได้ 9043 คะแนน Time Spy Extreme ได้ 3974 คะแนน

ลองวัดประสิทธิภาพการใช้งานโดยรวมด้วย PC Mark 10 ผลเทสก็ได้คะแนนสูงถึง 6974 คะแนน สเปกแรงอะไรก็แรงจริง ๆ

วัดความเร็วอ่านเขียนของ SSD ขนาด 1TB ก็ได้ความเร็วอ่านทะลุ 3511.44 MB/s กับความเร็วเขียน 3406.20 MB/s ทะลุ 3000 MB/s ทั้งอ่านและเขียนกันเลย

ส่วนอายุการใช้งานแบตฯ ….. ก็ตามนี้ครับ อย่างเก่งอยู่ได้ 3 ชั่วโมง หากจะพกไปใช้ข้างนอก ก็ควรพกชุด Adapter ชาร์จไฟไปด้วย

ขนาดชุด Adapter ที่ขนาดกำลังดี

เกมมิ่ง

มาถึงส่วนเกมมิ่งกันแล้ว สำหรับส่วนนี้จะพิเศษหน่อยตรงที่ เทสทั่งความละเอียด Full HD และ 4K เนื่องจากตัวเครื่องมาพร้อมจอ 4K นั้นเอง ซึ่งหลัก ๆ จะใช้เกม Call of Duty Modern Warfare (2019) ในการเทส และใช้หน้าสถานะจาก Armoury Crate (ตอนติดกด Screenshot) ที่ปรับการใช้งานเป็น Turbo ดึงศักยภาพของตัวเครื่องแบบเต็มที่ โดยตัวเครื่องจะทำผลงานได้ขนาดไหนลองมาดูเลย

Call of Duty Modern Warfare (2019) ปรับสุด Full HD ได้ความลื่นไหลระดับ 120 fps ขึ้นไปสบาย ๆ

ต่อไปลองปรับความละเอียดเป็น 4K ลองดูว่า Intel Core i9-10980HK กับ RTX 2080 Super ในตัว ROG Zephyrus Duo 15 จะเอาอยู่ไหม

ผลคือได้ราว ๆ 40 – 50 fps พอไหว แต่แนะนำเล่นแบบ Full HD จะมีความสุขกว่า

The Witcher 3 แบบ Full HD ได้ประมาณ 100 fps

FINAL FANTASY XV Benchmark ปรับ Full HD ก็ได้ไป 12063 คะแนน

ปิดท้ายด้วยประสิทธิภาพการระบายความร้อยของ ROG Zephyrus Duo 15 โดยขณะเล่นเกมพร้อมปรับสถานะการใช้งานแบบ Turbo โดยมีรอบพัดลมหมุนจนสุด และการ์ดจอทำงานแบบเต็มที่ ผลคือมีอุณหภูมิ (การ์ดจอ) สุงสุดที่ 86 องศา และอุณหภูมิเฉลี่ยที่ 80 องศา ถือว่าระบายความร้อนได้ดีเลยครับ

สรุป

ขอบอกราคาก่อน ASUS ROG Zephyrus Duo 15 รุ่นจอ 4K ที่รีวิวนี้ สนนราคาที่ 149,990 บาท ส่วนรุ่นจอ Full HD (i7-10875H + RTX 2070 Super) ก็อยู่ที่ 109,990 บาท โอเคครับ หลาย ๆ คนที่เห็นราคานี้คงคิดว่า “จัดสเปกน่าจะคุ้มกว่า” ลองมาดูที่สเปกของตัว ROG Zephyrus Duo 15 รุ่นจอ 4K นี้กันก่อน

Intel Core i9-10980HK กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 2080 Super พร้อมแรม 32GB และ SSD 1TB สเปกนี้ตีเป็นราคาก็คงอยู่ราว ๆ 60,000 – 70,000 บาท นอกนั้นคือ “เทคโนโลยี” ล้วน ๆ ที่มีทั้งจอ 2 ตัว กับส่วนประกอบอื่น ๆ รวมไปถึงวัสดุและดีไซน์ จึงคิดว่าเป็นราคาก็พอสมเหตุสมผลแล้ว แต่แน่นอนว่าหากจัดสเปกเอง ก็คงได้สเปกและราคาที่คุ้มค่ากว่า

ทว่าอย่างที่กล่าวไปตอนต้น ข้อดีของโน้ตบุ๊คเกมมิ่งคือ ‘จบในตัวเดียว’ และ ROG Zephyrus Duo 15 ก็เป็นโน้ตบุ๊คเกมมิ่งที่อัดฟีเจอร์เต็มที่ และยังมีความบางเบาอีกด้วย รวม ๆ คงพูดได้ว่า ROG Zephyrus Duo 15 สุดแทบทุกด้าน ทั้งดีไซน์ ฟีเจอร์ และประสิทธิภาพ จะมีจุดสังเกตุเดียวก็คือราคา ที่สูงจนเอื้อมถึงยากจริง ๆ ฉะนั้นใครที่อยากได้โน้ตบุ๊คเกมมิ่งแบบขั้นสุดไปเลย ASUS ROG Zephyrus Duo 15 พร้อมก็จะเป็นสุดยอดอาวุธด้านเกมมิ่ง ในขนาดย่อมเยาให้คุณครับ

 

เช็คราคา สั่งซื้อสินค้า คลิก