Skip to content

รีวิว : HyperX QuadCast S สตรีมชัดขั้นเทพ พร้อมไฟ RGB วิบวับ

รีวิวนี้มาพบกับ HyperX QuadCast S ภาคต่อของไมโครโฟน QuadCast จาก HyperX ที่เพิ่มเติมไฟ RGB วิบวับระหว่างใช้งาน และยังคงประสิทธิภาพการบันทึกเสียงระดับมืออาชีพ แต่ใช้งานง่าย แม้จะเป็นสตรีมเมอร์หรือแคสเตอร์มือใหม่ก็ตาม

ใครอยากเป็นสตรีมเมอร์หรือแคสเตอร์บ้างยกมือขึ้น !! นับตั้งแต่ที่วงการคนทำ Content วิดีโอออนไลน์ สามารถเป็นอาชีพและสร้างรายได้ได้จริง (โดยเฉพาะ Youtube ที่มีระบบหารายได้ชัดเจน) จนหลาย ๆ คนเริ่มอยากมุ่งสู่วงการนี้กันให้เพียบ งั้นลองมาดูอุปกรณ์ที่เป็นจุดเริ่มต้นของวงการนี้อย่าง ‘ไมโครโฟน’ รีวิวนี้มาพบกับ HyperX QuadCast S ภาคต่อของไมโครโฟน QuadCast จาก HyperX ที่เพิ่มเติมไฟ RGB วิบวับระหว่างใช้งาน และยังคงประสิทธิภาพการบันทึกเสียงระดับมืออาชีพ แต่ใช้งานง่าย แม้จะเป็นสตรีมเมอร์หรือแคสเตอร์มือใหม่ก็ตาม

รายละเอียดสเปก HyperX QuadCast S

  • อัตราสิ้นเปลืองพลังงาน : 5V 220mA (ไฟสีขาว)
  • การสุ่มตัวอย่าง/บิตเรต : 48kHz/16 บิต
  • ส่วนประกอบ : ไมโครโฟนอีเล็คเตรทคอนเดนเซอร์
  • ประเภทคอนเดนเซอร์ : คอนเดนเซอร์ 14 มม. สามตัว
  • รูปแบบการรับเสียง : แบบสเตอริโอ แบบรอบทิศทาง แบบรับเสียงด้านหน้า และแบบสองทิศทาง
  • ความถี่ : 20Hz–20kHz
  • ความไว : -36dB (1V/Pa ที่ 1kHz)
  • ความยาวสาย : 3 ม.
  • น้ำหนัก : ไมโครโฟน: 254 ก.
  • ตัวยึดและฐานตั้งกันกระแทก : 360 ก.
  • รวมพร้อมสาย USB : 710 ก.
  • ไฟส่องสว่าง : RGB (16,777,216 สี)
  • เอฟเฟกต์แสง : 2 โซน2
  • ประเภทการเชื่อมต่อ : USB-C ไป USB-A

สัญญาณขาออกเฮดโฟน

  • ความต้านทาน : 32 Ω
  • ความถี่ : 20Hz – 20kHz
  • กำลังขาออกสูงสุด : 7mW
  • THD : ≤ 0.05% (1kHz/0dBFS)
  • SNR : ≥ 90dB (1kHZ, RL=∞)

แกะกล่อง

กล่องใหญ่มาก และทันทีที่เปิดกล่อง ก็จะพบกับข้อความ “HyperX has you covered” ต้อนรับก่อน Unbox เลย

ในกล่องประกอบไปด้วยตัวไมค์ HyperX QuadCast S ที่มีฐานตั้งกันกระแทกติดให้พร้อม กับมีตัวยึด (สำหรับแขวนตัวไมค์) และสาย USB (Type-C) หนึ่งเส้น พร้อมชุดคู่มือ

งานออกแบบ

ที่ใดมี RGB ที่นั้นคือ Like a Boss 

ไม่ต้องพูดอะไรให้มากความ ใน QuadCast ตัวแรก ก็ว่าสวยแล้ว คือมาเป็นทรงไมโครโฟนแบบที่มักเห็นใช้กันใน Studio ซึ่งออกแบบได้ดูเป็นมืออาชีพมาก ๆ รอบนี้ยังคงดีไซน์เดิม แต่เติม “S” เป็น QuadCast S เพิ่มความสวยงามโดดเด่นให้กับตัวไมค์แบบ 300% กันด้วยไฟ RGB จากเดิมมีเฉพาะไฟ LED สีแดงเท่านั้น รอบนี้มี 16,777,216 สี เอาให้ไม่เบื่อกันไปข้างเลย อีกทั้งยังปรับแต่งเอฟเฟคแสงสีได้หลากหลายด้วย

วัสดุที่ใช้โดยรวมเป็นอลูมิเนียมหนัก 254 กรัม (รวมตัวยึดและฐานตั้งกันกระแทกเป็น 360 กรัม) แข็งแรงทนทาน อีกทั้งยังขึงตาข่ายกันแรงสั่นสะเทือนรอบตัว พร้อมแผ่นกรองเสียงให้ในตัวด้วย ส่วนกลไกต่าง ๆ ก็มีตัวปรับการบันทึกเสียง อยากให้เสียงเข้าน้อยหรือมากก็ปรับตรงใต้ล่างของตัวไมค์ได้เลย และมีตัวปรับโปรไฟล์การบันทึกเสียง 4 แบบ และสุดท้ายเซ็นเซอร์แบบสัมผัส Tap-to-Mute แตะเพื่อเปิดปิดเสียงได้ทันใจ

พอร์ตเชื่อมต่อใช้ USB-C to USB-A ต่อกับ PC หรือ PS4 กับ Mac ได้ อีกทั้งยังมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 mm เพื่อฟังเสียงอัด Preview แบบ Realtime ได้ โดยรองรับค่าความต้านทาน 32 Ω กับความถี่ 20Hz – 20kHz และมีกำลังขาออกสูงสุด 7mW

การใช้งาน

สำหรับการใช้งานตัวไมค์ QuadCast S เพียงแค่เสียบสาย USB เข้าเครื่องก็ใช้งานได้แล้ว และยังสามารถทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มสตรีมชื่อดังอย่าง Streamlabs, OBS, OBS Studio และ XSplit ได้อีกด้วย แต่หากต้องการใช้งานให้สุด ก็ไปโหลดโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ HyperX NGENUITY เพื่อปรับแต่งไฟ RGB ได้ตามต้องการ หรือปรับแต่งเสียงหูฟังที่ต่อผ่านตัวไมค์ก็ได้ แต่การควบคุมหลัก ๆ ทั้ง 4 แบบ จะต้องหมุนปรับจากตัวไมค์เท่านั้น เลื่อนปรับในซอฟต์แวร์ไม่ได้

หน้าตาซอฟต์แวร์ HyperX NGENUITY

ประสิทธิภาพ

หากใครมีเวลาซัก 8 นาที และอยากรู้ประสิทธิภาพทั้งหมดของ HyperX QuadCast S จริง ๆ ก็ลองดูหัวข้อนี้ในรูปแบบคลิปได้เลย (ด้านบน) ซึ่งตลอดทั้งคลิปจะบันทึกเสียงจากตัวไมค์โดยตรง พร้อมเทสการใช้งานโหมดบันทึกเสียงทั้ง 4 แบบอย่างละเอียด

ประสิทธิภาพโดยรวมก็ต้องพูดเลยว่า สมแล้วที่ได้การรับรองจาก Discord และ TeamSpeak คือคุณภาพเสียงที่ออกมา ต่อให้เป็นคนเสียงเบา หรือไม่ได้พูดใกล้ไมค์ ตัว QuadCast S ก็สามารถดึงพลังเสียงของผู้ใช้ให้ออกมาดังกว่าเดิมได้สบาย ๆ และยังมีโหมดบันทึกเสียงทั้ง 4 แบบ ที่ใช้ประโยชน์ได้หลากหลายมาก และยังให้คุณภาพเสียงได้ต่างกันชัดเจน

สรุป

ในช่วงที่หลายคนต้อง Work from home ที่อาจมีประชุมออนไลน์ หรือบางคนกำลังเอาดีด้านสตรีมเมอร์ แคสเตอร์ และ พอดแคสต์ ไมโครโฟนจะเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ๆ ซึ่งหากใครไม่รู้ว่าจะใช้ไมโครโฟนแบบไหนดี ก็ข้อแนะนำ HyperX QuadCast S นี้เลย สวยงาม คุณภาพเยี่ยม ใช้งานง่าย และราคายังไม่เกินเอื้อมเหมือนไมโครโฟนมืออาชีพมาก แต่ก็ให้คุณภาพระดับมืออาชีพได้ดีไม่แพ้กัน จากใจต้องบอกเลยว่า เป็นไมโครโฟนที่เหมาะสำหรับมือใหม่มาก ๆ หรือจะใช้ยาว ๆ ตอนเป็นมือฉมังก็ยังได้ สุดท้ายนี้ราคาของ HyperX QuadCast S ก็อยู่ที่ 5,990 บาท ครับ