แนะนำเลือกซื้อ ซีพียูสำหรับเล่นเกม 2020 เลือกแบบไหน คุ้มค่าสุด

ในการจัดสเปคสำหรับการเล่นเกม นอกจากเรื่องของการ์ดจอแล้ว ตัว CPU ก็นับว่าเป็นชิ้นส่วนอันดับต้น ๆ ที่ต้องให้ความสำคัญไม่ต่างกัน คนที่จัดสเปคเก่ง ๆ เขาสามารถที่จะสร้างความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพและฟีเจอร์ด้วยงบประมาณที่จำกัดได้อย่างไม่น่าเชื่อ

เคล็ดลับและตัวเลือกด้านล่างที่ Commart กำลังจะแนะนำนี้ จะช่วยให้ผู้ซื้อเริ่มต้นค้นหา CPU ที่ดีที่สุดสำหรับการเล่นเกมได้ครับ ซึ่งเรามีแต่เคล็ดลับง่าย ๆ มาแนะนำกัน

ทิปเลือกซื้อแบบด่วน  

  • ไม่ต้องกังวลว่าจะเลือกใช้งาน Intel หรือ AMD เพราะปัจจุบันไม่ว่าจะเป็น CPU แบรนด์ใดก็สามารถให้ประสิทธิภาพในการเล่นเกมดีทั้งนั้น (ยกเว้นที่เป็นรุ่นล่าง ๆ ของทั้งสองแบรนด์นะ)
  • ในการเล่นเกม Clock speed นั้นสำคัญกว่าจำนวนคอร์ การที่จำนวนคอร์มาก ไม่ได้หมายความว่าจะเล่นเกมได้ดีเสมอไป เพราะคอร์ที่มาก แค่อาจช่วยให้ประมวลงานตรงหน้าได้เร็ว เช่น การเรนเดอร์วีดีจะทำได้ไวขึ้น และเกมระดับ AAA ในปัจจุบันก็เรียกใช้งาน CPU มากสุดไม่เกิน 4 คอร์
  • อย่าเอา CPU แรง ๆ ไปใช้กับ Ram , Harddisk หรือ VGA ระดับล่าง ๆ  พยายามจัดให้สมดุล เพราะอาจใช้งาน CPU ได้ไม่คุ้ม
  • อาจไมต้องเลือก CPU ที่เป็นรุ่น Overclock (เพราะการ Overclock ไม่เหมาะกับทุกคน )

อ่านทริคการเลือกซื้อด่วนไปแล้ว มาดูกันว่า CPU ตัวไหนที่ Commart เลือกมาเป็น Best Pick

 

1.Intel Core i7-9700K (9th Gen)

ให้ประสิทธิภาพโดยรวมดีที่สุด

สถาปัตยกรรม CPU : Coffee Lake  | Socket: 1151 | Cores/Threads: 8/8 | Base Clock Speed : 3.6GHz | Turbo  Boost 4.9GHz | อัตตราการกินไฟ : 65 วัตต์

ข้อดี

  • เล่นเกมลื่นปรื๊ด  ประสิทธิภาพสูง มีตัวช่วยประมวลผลถึง 8 คอร์
  • มีอัตรา Turbo Boos สูงถึง 4.9GHz หมดกังวลเรื่องการเล่นเกม
  • มีการปรับปรุงเรื่องการถ่ายเทความร้อนแล้ว

ข้อสังเกตุ

  • ไม่มีเทคโนโลยี Hyper Threading
  • ไม่ไม่มี CPU Cooler
  • ราคาค่อนข้างสูง

ราคา 13,500

 

2.AMD RYZEN7 3700X

CPU ประสิทธิภาพสูงในราคาคุ้มค่า

สถาปัตยกรรม CPU : Zen 2  | Socket: AM4 3000 Series | Cores/Threads: 8/16 | Base Clock Speed : 3.6GHz Turbo  Boost4.4GHz | อัตราการกินไฟ: 105W

ข้อดี

  • จำนวนคอร์เยอะ ช่วยกันประมวล ทำให้เล่นเกมพร้อมกับทำอย่างอื่นควบค่กันไปด้วยได้
  • ราคาคุ้มค่าต่อจำนวนคอร์
  • อัตราการกินไฟลดลงเยอะ หากเทียบกับ AMD รุ่นก่อน เพราะเป็นขนาด 7 นาโนเมตร

ข้อสังเกตุ

  • ซิ้งระบายความร้อนมีขนาดใหญ่

ราคา 11,900 บาท

 

 

3.INTEL 1151 CORE I5-9500F (9th Gen)

ให้ประสิทธิภาพเล่นเกมที่ดี พร้อมใช้งานอื่น ๆ ที่หลากหลาย

สถาปัตยกรรม CPU : coffee Lake | Socket: 1151 | Cores/Threads: 6/6 | Base Clock Speed : 3.0GHz Turbo  Boost: 4.4GHz | อัตราการกินไฟ: 65W

ข้อดี

  • ราคาคุ้มค่า เข้าถึงง่าย
  • มี Turbo  Boost สูงถึง 4.4GHz
  • จำนวนคอร์ให้ประสิทธิในการเล่นเกมได้เป็นอย่างดี

ข้อสังเกตุ

  • อาจไม่สามารถเล่นเกมพร้อมทำงานร่วมกับโรแกรมหนัก ๆ
  • ไม่มีเทคโนโลยี Hyper Threading

ราคา 6,090 บาท

 

 

4.AMD RYZEN5 3400G

CPU ประสิทธิภาพคุ้ม ในงปจำกัด

สถาปัตยกรรม CPU : Zen 2 | Socket: AM4 3000 Series | Cores/Threads: 4/8 | Base Clock Speed : 3.7GHz Turbo  Boost4.2GHz | อัตราการกินไฟ: 105W

ข้อดี

  • ราคาคุ้มค่า
  • Clock Speed สูง

ข้อสังเกตุ

  • ต้องใช้ heatsink ขนาดใหญ่ หากต้องการ Oveclock
  • จำนวนคอร์ไม่มาก อาจทำให้ใช้งานหลายโปรแกรมพร้อมกันได้

ราคา 5,290

และทั้งหมดที่กล่าวมาคือ CPU ที่เราอยากแนะนำครับ และในความเป็นจริง หากใครจะเลือกใช้งาน CPU ที่ราคาต่ำกว่านี้ เราก็ไม่ห้ามนะครับ แต่อยากแนะนำให้มีจำนวนคอร์ 4 คอร์ขึ้น และ Clock Speed ที่ 2.5 ขึ้นไป ซึ่งจะพอเล่นเกมได้อย่างครอบคลุมจ้าา

 

4 โน้ตบุ๊กบางเบา มาแน่ Commart X Pro 2020

 

แนะนำ 4 โน้ตบุ๊ก บางเบา (แต่สเปกไม่เบา) แถมยังมาแรง ใครกำลังมองหาคอมใหม่ ห้ามพลาด มาพบกันที่งาน Commart X Pro 2020 5-8 มีนาคม 63 ที่ ไบเทค บางนา 

 

 

Lenovo Yoga C640

โน้ตบุ๊ก 360 องศา พรีเมี่ยมแต่จับต้องได้

อีกหนึ่งโน้ตบุ๊กบางเบาระดับพรี่เมี่ยม แต่ราคาไม่พรี่เมี่ยมตาม Lenovo Yoga C640 โน้ตบุ๊ก 2-in-1 ในร่าง 360 องศา มาพร้อมจอสัมผัสและปากกาขีดเขียน ใช้งานได้หลากหลาย

 

สเปก

จอ : 13.3 นิ้ว FHD มาพร้อม Narrow bezel ขอบบาง และความสว่างสูงสุดถึง 400 nits

ซีพียู : Intel Core i5-10210U/i7-10510U

การ์ดจอ : Intel UHD Graphics 620

แรม : 8 GB DDR4 2400MHz

ความจุ : SSD 512GB

ราคา : 32,990 บาท

 

 

ASUS ZenBook 14 (UX434)

เบาพกง่าย จอ ScreenPad 2.0 ใช้ง่ายขึ้น

ใครอยากได้โน้ตบุ๊กเล็ก ๆ แต่ขอจอใหญ่ อยากได้โน้ตบุ๊กบาง ๆ แต่ขอสเปกคุณภาพ และขอราคาไม่แรงด้วย ลองดู ASUS ZenBook 14 (UX434) นี้ได้ นับเป็น Ultrabook ระดับ Hi-End ในราคาจับต้องได้ มาพร้อม ScreenPad 2.0 หน้าจอที่ 2 ที่ช่วยให้ใช้งานได้สะดวกและสนุกขึ้น

 

สเปก

จอ : 13/14 นิ้ว FHD มาพร้อม 100% sRGB color gamut

ซีพียู : Intel Core i5-10210U/i7-10510U

การ์ดจอ : NVIDIA GeForce MX250

แรม : 8GB LPDDR3 2133MHz

ความจุ : SSD 512GB

ราคา : 26,990 – 35,990 บาท

 

 

ASUS ROG Zephyrus S GX502

เกมมิ่งสเปกโหดฉบับพกพา

โน้ตบุ๊กเกมมิ่งแรง ๆ ในร่างบางเบา ตามสไตล์ ROG Zephyrus จาก ASUS โดยมาพร้อมความบางเพียง 18.9 มิลลิเมตรเท่านั้น และน้ำหนักต่ำกว่า 2 กิโลกรัม แต่ภายในมีขุมพลัง Intel Core i7-9750H + การ์ดจอ RTX 2060 หรือ RTX 2070 ในตัว

 

สเปก

จอ : 15.6 นิ้ว FHD มาพร้อม 240 Hz และ 72% NTSC รองรับ G-SYNC

ซีพียู : Intel Core i7-9750H

การ์ดจอ : NVIDIA GeForce RTX 2060/RTX 2070

แรม : 16GB DDR4 2666MHz (อัพได้สูงสุด 32GB)

ความจุ : SSD 512GB

ราคา : 59,990 – 69,990 บาท

 

 

MSI Modern 15 (2020)

ขุมพลังสำหรับ Creator ในร่างบางเบา

แม้จะไม่ใช่สเปกระดับ Workstation แต่เพียงพอสำหรับ Creator ในยุคนี้แล้ว สำหรับใครที่อยากได้โน้ตบุ๊กบาง ๆ แต่ขอจอใหญ่ 15.6 นิ้ว กับความบางเบา MSI Modern 15 ก็มาพร้อมความบาง 15.9 มิลลิเมตร และหนักเพียง 1.6 กิโลกรัมเท่านั้น ทั้งยังมีราคาที่เข้าถึงง่ายมาก ๆ ด้วย

 

สเปก

จอ : 15.6 นิ้ว FHD มาพร้อม True Color ปรับสีสันของหน้าจอได้ตามการใช้งาน เช่น sRGB/ดีไซน์เนอร์/ออฟฟิศ/ดูหนัง/ตัดแสงฟ้า/เกมมิ่ง

ซีพียู : Intel Core i7-10510U

การ์ดจอ : NVIDIA GeForce MX250

แรม : 8 GB DDR4 2666MHz

ความจุ : SSD 512GB

ราคา : 31,900 บาท

 

สนใจรุ่นไหน มาทดลองเล่น และลุ้นโปรโมชั่นเด็ดในงาน Commart X Pro​ 2020 วันที่​ 5-8 มี.ค. 63 ​ไบเทค บางนา EH 98-99 งานนี้เข้าฟรี มีโปรแบบจัดเต็ม!

 

จัดอันดับเมาส์ 2020 ใช้งาน เล่นเกม ไร้สาย และออกแบบตามสรีรศาสตร์

เชื่อว่าเกมเมอร์หลายคนให้ความสำคัญกับการเลือกใข้งานเมาส์ ซึ่งอาจจะมีความสำคัญพอ ๆ กับการเลือกซื้อคีย์บอร์ดเกม แต่เมาส์นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด หาก DPI ไม่ละเอียด หรือมีต่า DPI ต่ำจนเกินไป ก็อาจทำให้การเล่นเกมนั้นแพ้ได้ หรือแม้กระทั่ง เมาส์แพงก็จริง แต่ดันใช้งานได้แปปเดียวแม่งก็พัง ดับเบิลคลิ๊กบ้าง คลิ๊กไม่ติดบ้าง Scroll พังบ้าง

วันนี้เราเลยอยากจัดอันดับเมาส์ที่ดี ทน จากประสบการณ์และ Insight จริง ๆ ของผู้เขียน มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

 

 

 

เมาส์สำหรับการเล่นเกมที่ดีที่สุด

Logitech G502 Hero or Razer Deathadder Elite

 

 

อันนี้ติดใจอยู่สองรุ่น เลยขอยกมาทั้งสองรุ่นเลยกัน ซึ่งขอเริ่มต้นกับ Razer Deathadder Elite ก่อน หลายคนคง งง ว่าทำไมผมถึงแนะนำแบรนด์ Razer (จริง ๆ ก็เคยมีประสบการณ์ไม่ค่อยดีกับแบรนด์นี้ ) แต่หากเป็น Deathadder Elite นับว่าเป็นรุ่นที่ได้รับการนิยมมาก ทั้งในไทยและรีวิวของต่างประเทศ มี DPI สูงถึง 16,000 มีแผ่นยางด้านข้างให้จับถนัดมือ ขึ้นชื่อเรื่องความทนทานมากเพราะใช้สวิตซ์ของ Omron และใช้ได้เกือบทุกพื้นผิว โดยมีราคาอยู่ที 1,390 บาท นับไม่ไม่แพงมากนักสำหรับเมาส์ดี ๆ สักตัว

ต่อมาที่ Logitech G502 แบรนด์เมาส์ในใจของใครหลาย ๆ คน ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน (มาก ๆ) โดย Logitech G502 มีสเปคพอ ๆ กับ Deathadder Elite โดยมี DPI อยู่ที่ 16,000 เท่ากัน แต่มีออปชั่นเสริมอื่น ๆ เช่น สายเป็นสายถักสายงามให้ความคงทนต่อการบิดงอ มีไฟ RGB มีปุ่ม Shortkey มากกว่า และเด็ดสุดคือการเพิ่มหรือลดน้ำหนักตัวเมาส์ได้ โดยสามารถถอดเหล็กที่อยู่ตรงเซนเซอร์ออก หากต้องการจะลดน้ำหนัก ปัจจุบันมีราคาอยู่ที่ 1,750 บาท

 

 

เมาส์ไร้สายที่ดีที่สุด (สำหรับการทำงาน)

Logitech MX Master 3

 

 

 

 

Logitech MX Master 3 เมาส์ตัวนี้ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงการใช้งานเป็นหลักตั้งแต่เริ่มต้นออกแบบเลยก็ว่าได้ ซึ่งแน่นอน การทำงานไม่ได้อยากให้มีสายให้วุ่นวาย มี DPI สูงสุดที่ 4,000 และมีความละเอียดสูงมาก สามารถใช้งานได้กับทุกพื้นผิว มีฟังก์ชั่นของปุ่มที่จำเป็นต่อการทำงาน

ด้านการออกแบบ ออกแบบตรงกับสรีระของมือ ลดอาการปวดเมื่อยหากจำเป็นต้องใช้งานนาน ๆ สามารถเชื่อมต่อด้วยคลื่น 2.4 Ghz หรือบลูทูธ ชาร์จ 10 นาที ใช้งานได้ 3 ชั่วโมง และ Logitech เคลมไว้ว่า สามารถใช้ได้ 70 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ราคาปัจจุบันอยู่ที่ 3,590 ซึ่งอาจจะค่อนข้างสูงสำหรับเมาส์ทำงาน แต่ผมคิดว่าคุ้มนะ ลองใช้งานแล้วมันตอบโจทย์หลายเรื่องเลย

 

 

เมาส์สำหรับเล่นเกม Moba

Razer Naga Trinity

 

 

Razer Naga Trinity (Razer อีกแล้วหรอ) จริง ๆ สำหรับการเล่น Moba มีเมาส์ในใจสองรุ่นคือ CORSAIR SCIMITAR RGB กับ Razer Naga Trinity แต่ที่เลือก Razer Naga Trinity เป็นเพราะเวลาใช้งานจริง ๆ Naga Trinity มีการออกแบบทางสรีรศาสตร์ได้ดีกว่า และสามารถเปลี่ยนรูปแบบปุ่มด้านข้างได้ ส่วนเรื่องอายุการใช้งาน สองแบรนด์นี้ก็นับใกล้เคียงกัน

ในเรื่องของสเปค Naga Trinity หลัก ๆ คือมี DPI ทีมีความละเอียด ทำตั้งค่า DPI ได้สูงถึง 16,000 DPI มีอออปชั่นปุ่มพิเศษด้านข้างมากถึง 12 ปุ่มซึ่งสามารถตั้งต่าสำหรับการเล่นเกม Moba ได้มากขึ้น และสิ่งที่เด็ดคือการเปลี่ยนรูปแบบปุ่มด้านข้าง ว่าจะเป็นแบบเรียงแถว หรือเป็นแบบเข็มนาฬิกาก็ได้ตามความสะดวกของผู้ใช้งาน โดย Razer Naga Trinity มีราคาที่ 3,590 บาท

 

สุดยอดเมาส์ด้านสรีรศาสตร์

Logitech MX Vertical

 

 

Logitech MX Vertical เมาส์ตัวนี้เปิดตัวเมื่อปี 2018 แต่ผมยังคงอยากขอยกว่าเป็นสุดยอดเมาส์ด้านสรีรศาสตร์ ด้วยการออกแบบมาในรูปทรงที่แปลกตาจากเมาส์ทั่วไป เพราะโดยปรกติแล้ว มือของเราไม่ได้ถนัดวางมือทับบนเมาส์ ถึงแม้จะเป็นเมาส์ดี ๆ ก็มีอาการปวดข้อมือได้

แต่ Logitech MX Vertical ออกแบบมาให้เราจับเมาส์ในแนวตั้ง ซึ่งช่วยลดอาการปวดข้อมือได้จริง ๆ นะ (จากการที่เคยได้มาทดลองใช้ครั้งหนึ่ง) มี DPI สูงสุดที่ 4,000 ใช้งานได้สามชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง โดยปัจจุบันมีราคาอยู่ที่ 3,000 – 4,000 บาท แต่อาจจะหาซื้อยากนิดนึงนะ

และนี่คือเมาส์ทั้งหมดใน Editor’s Pick และต้องขออภัยหากไม่ได้มีการจัดอันดับแบรนด์หรือรุ่นในใจของใครบางคนนะครับ ซึ่งผมได้พยายามจัดอันดับจากหลาย ๆ ตัวเลือกที่ได้เคยสัมผัส และใข้งานจริง ๆ ซึ่งก็ได้ออกมาเป็นสรุปตามข้อมูลด้านบน แต่หากใครอยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับเมาส์แบรนด์อื่นหรือรุ่นอื่น ๆ ก็สามารถติดต่อเข้ามาที่เพจ Facebook ทางทีม Commart จะให้ข้อมูลตามความเป็นจริงที่สุดครับ

 

 

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติมจาก

https://sea.pcmag.com/computer-mice-products/337/the-best-computer-mice

https://www.techradar.com/news/computing-components/peripherals/best-gaming-mouse-top-5-gaming-mice-reviewed-1270941

https://www.gamesradar.com/best-gaming-mouse/

https://www.pcgamer.com/the-best-gaming-mouse/

 

 

แนะนำ 7 โน้ตบุ๊กย่อมเยา เน้นใช้งานทั่วไป ในงบ 2 หมื่นบาท

หลังแนะนำโน้ตบุ๊กเกมมิ่งในงบ 3 หมื่นบาทไปแล้ว คราวนี้มาพบกับโน้ตบุ๊กราคาย่อมเยากันบ้าง โดยคัดรุ่นที่มีราคาอยู่ราว ๆ 2 หมื่นบาท โดยเน้นที่ความคุ้มค่าเป็นหลัก มีความเบาบางพอประมาณ ซึ่งจะมีรุ่นอะไรบ้าง มาดูกันเลย

Continue reading