ใครชอบไร้สายต้องโดน Asus WiFi 6E แบบ PCI-E รองรับแบนด์วิดท์สูงสุด 2.4Gbps

ผมเชื่อว่ามีหลายคนที่ใช้งาน PC Desktop แต่ก็ยังใช้การ์ด Wifi แบบ PCI-E อาจจะเพราะเหตุผลด้านความสะดวกหรือไม่อยากมีสายให้มันดูรกจนเกินไปครับ
.
แต่อุปกรณ์ที่รอรับ Wifi ที่เป็นแบบ PCI-E นั้นต้องยอมรับว่ามีการพัฒนาช้ากว่าเทคโนโลยีไร้สายแบบอื่น แต่วันนี้ Asus ประกาศแล้วว่าเป็นเจ้าแรกที่เปิดตัว อุปกรณ์รับสัญญาณ Wifi 6E แบบ แบบ PCI-E ตัวแรกก่อนใครมีชื่อรุ่นว่า Asus PCE-AXE58BT สามารถรองรับเทคโนโลยี MU-MIMO และ Bluetooh 5.2 ในตัวด้วยครับ
.
PCE-AXE58BT รองรับแบนด์วิดท์สูงสุด 2.4Gbps และความปลอดภัยระดับ WPA3 network security ครับ ส่วนจะมีขายในไทยวันไหน ต้องรอดูอีกทีครับ
.
ที่มาข้อมูล

https://www.asus.com/Networking-IoT-Servers/Adapters/All-series/PCE-AXE58BT/

เปิดตัวสุดปัง ? Apple เปิดตัวอะไรใหม่ บ้างในงาน Apple Event

เปิดตัวไปเรียบร้อย กับเทคโนโลยีล่าสุดจาก Apple ที่รวมมาอยู่ใน iPhone 13 , New iPad , iPad mini และ Apple Watch งานเปิดตัวรอบนี้ Apple กำลังบอกอะไร
ใครได้ดู California Streaming ของ Apple Event ล่าสุด คงพอจะเห็นความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยี ที่รอบนี้ Apple โชว์ความเจ๋งของชิป A15 ที่แทรกอยู่ในแต่ละไอเท็ม แม้หลายคนอาจมองว่าการเปิดตัวรอบนี้ดูจะไม่ฮือฮา เหมือนกับข่าวลือ ข่าวหลุด ข่าวปั่น ที่สร้างสระแสออกมาก่อนหน้านี้ แต่ก็พอเห็นอะไรบางอย่าง
เริ่มต้นจาก ชิป A15 Bionic ที่ให้ประสิทธิภาพดีขึ้นกว่าเดิม 2 เท่า เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า มี 6 Core ช่วยให้เสถียร และเร็วขึ้น 50% ส่วน GPU เป็นแบบ Qual Core GPU เมื่อเทียบกับรุ่นที่แล้ว ให้ประสิทธิภาพแรงขึ้น 30% รวมถึงรองรับ 5G ที่ดูเหมือนจะเป็นฟีเจอร์พื้นฐานของอุปกรณ์ทุกรุ่นที่ออกใหม่แล้ว
ถึงแม้ที่ผ่านมา Apple จะโดนกดดันจากกฎหมายระหว่างประเทศให้เปลี่ยน Port จาก Lightning เป็น USB-C มาตรฐานเดียวกันอุปกรณ์จากต่างค่าย แต่การเปิดตัวรอบนี้เห็นได้ชัดว่า Apple ยังไม่แยแสกับมาตรการหรือข้อบังคับที่จะตามมา เพราะยังคงใช้ Port Lightning กับสมาร์ทโฟนรุ่นขายดีอย่าง iPhone 13 แต่ไปเน้นพัฒนาคุณภาพของกล้องแทน
Apple จะพยายามลบคำสบประมาทของกล้อง บน iPhone อย่างต่อเนื่อง โดย iPhone 13 Pro Max รุ่นท็อป มาพร้อมกล้อง Telephoto ซูมได้ 3 เท่า กล้องเลนส์หลักจะมาพร้อมกับความละเอียด 12 ล้านพิกเซล F1.5 จะสามารถถ่ายภาพกลางคืนได้ดียิ่งขึ้น
ส่วนใครที่คาดหวังโฉมใหม่ของสมาร์ทวอชจากค่าย Apple คงแอบผิดหวังเล็กๆ เพราะล่าสุด Apple ยังเน้นพัฒนาฟีเจอร์ด้านสุขภาพ และประสบการณ์ในการใช้งาน ร่วมกับ Apple Fitness+ มากกว่า
รายละเอียดของใหม่
: iPad (2021)
– จอ True Tone ขนาด 10.2 นิ้ว สว่างสูงสุด 500 nits
– ชิป A13 Bionic จีพียูเร็วขึ้น 20%
– รองรับ Apple Pencil (Gen 1) เหมือนเคย
– กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล F/2.4 กล้องหน้า 12 ล้านพิกเซล F/2.4
– รองรับ Apple Pencil (Gen 1) เหมือนเคย
– iPad (2021) รุ่น 64GB ราคา 11,400 บาท
– iPad (2021) รุ่น 256GB ราคา 16,900 บาท
– มี 2 สีให้เลือก อาทิ เทาสเปซเกรย์ และ เงิน
: iPad Mini (2021)
– จอ Liquid Retina แบบ True Tone ใหญ่ขึ้น 8.3 นิ้ว สว่างสูงสุด 500 nits
– ชิป A15 Bionic ซีพียูเร็วขึ้น 40% จีพียูเร็วขึ้น 80%
– รองรับ 5G และ Wi-Fi 6
– พอร์ต USB-C
– มี Touch ID
– แบตฯ ใช้ได้สูงสุด 10 ชั่วโมง
– กล้องหลัง 12 ล้านพิกเซล F/1.8 กล้องหน้า 12 ล้านพิกเซล F/2.4
– ระบบเสียงสเตอริโอ
– iPad Mini (2021) รุ่น 64GB ราคา 17,900 บาท
– iPad Mini (2021) รุ่น 256GB ราคา 23,400 บาท
– มี 4 สีให้เลือก อาทิ เทาสเปซเกรย์ , ม่วง , ชมพู และ สตาร์ไลท์
⌚️ : Apple Watch Series 7
– จอ Retina ใหญ่กว่าเดิม
– ขนาดตัวเครื่องบางลง โดยลดขอบลงถึง 40% และทนทานขึ้น
– มีพื้นที่หน้าจอมากกว่า Series 6 เกือบ 20%
– มาตรฐานกันฝุ่น IP6X
– แบตใช้ได้นาน 18 ชั่วโมง
– Watch OS 8
Apple Watch Series 7 ราคาเริ่มต้นที่ 399 ดอลลาร์ หรือประมาณ 13,200 บาท (ยังไม่เผยราคาไทย)
มี 5 สีให้เลือก อาทิ เขียว , น้ำเงิน , แดง (PRODUCT)RED , สตาร์ไลท์ และ มิดไนท์
📱 : iPhone 13 และ iPhone 13 Mini
– จอ Apple-custom OLED ขนาด 6.1 และ 5.4 นิ้ว ความสว่างสูงสุด 1200 nits และ 800 nits
– ชิปประมวลผล Apple A15 Bionic พร้อมกราฟิกเร็วกว่าคู่แข่งชั้นนำถึง 30 เปอร์เซ็นต์ (ใครบ้างหนอ)
– กล้องหลัง 2 ตัว แบ่งเป็น เลนส์หลัก 12 ล้านพิกเซล F/1.6 ขนาดใหญ่ถึง 1.7 μm กับเลนส์ Ultrawide 12 ล้านพิกเซล F/2.4
– แบตฯ อยู่ได้นานกว่ารุ่นก่อน 2.5 ชั่วโมง ส่วนรุ่น Mini นาน 1.5 ชั่วโมง
– รองรับ 5G และ Wi-Fi 6
– ใช้ Lightning พอร์ตเช่นเคย
– iPhone 13 Mini เริ่มต้น 25,900 บาท (128GB)
– iPhone 13 เริ่มต้น 29,900 บาท (128GB)
– มี 5 สีให้เลือก อาทิ แดง (PRODUCT)RED , สตาร์ไลท์ , มิดไนท์ , น้ำเงิน และ ชมพู
– สั่งซื้อล่วงหน้า 1 ต.ค. เริ่มวางจำหน่าย 8 ต.ค.
📱 : iPhone 13 Pro และ 13 Pro Max
– จอ Super Retina XDR ProMotin แบบ OLED ขนาด 6.1 และ 6.7 นิ้ว รองรับ 120 Hz ความสว่าง 1000-1200 nits
– ชิปประมวลผล Apple A15 Bionic
– กล้องหลัง 3 ตัว แบ่งเป็น เลนส์หลัก 12 ล้านพิกเซล F/1.5 ขนาดใหญ่ถึง 1.9 μm กับเลนส์ Ultrawide 12 ล้านพิกเซล F/1.8 และเลนส์ Telophoto 12 ล้านพิกเซล ซูมออปติคัลได้ 3 เท่า (รวมทั้งระบบได้ 6 เท่า)
– ถ่ายมาโครได้แล้ว
– แบตฯ เทียบกับ iPhone 12 Pro Max อยู่ในนานขึ้น 2.5 ชั่วโมง
– รองรับ 5G และ Wi-Fi 6
– ใช้ Lightning พอร์ตเช่นเคย
– มีรุ่นความจุ 1TB ให้เลือกแล้ว !!
– iPhone 13 Pro เริ่มต้น 38,900 บาท (128GB)
– iPhone 13 Pro Max เริ่มต้น 42,900 บาท (128GB)
– iPhone 13 Pro Max รุ่น 1TB ราคา 62,900 บาท !!
– มี 4 สีให้เลือก อาทิ เซียร์ร่าบลู , เงิน , ทอง และ กราไฟต์
– สั่งซื้อล่วงหน้า 1 ต.ค. เริ่มวางจำหน่าย 8 ต.ค
#Apple #iPhone13 #AppleEvent

ขึ้นแล้ว TSMC ขึ้นราคาชิป 20 เปอร์เซ็น โดนกันถ้วนหน้า ยกเว้น Apple

การ์ดจอก็แพง ชิปยังราคาขึ้นอีก..
.
ก่อนหน้านี้ TSMC มีประกาศว่าจะขึ้นราคาชิปที่บริษัทผลิตให้จำนวน 20 เปอร์เซ็นต์ แต่ตอนนั้นบริษัทยังไม่ได้ระบุว่าขึ้นราคากับใครบ้างครับ
.
ตอนนี้เหมือนมีประกาศออกมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Qualcomm , Nvidia, AMD, Intel, Mediatek เหมือนจะโดนขึ้นราคาการผลิตชิปเพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ ยกเว้น Apple ที่ขึ้นราคาเพียง 3 เปอร์เซ็นต์ เหตุผลน่าจะมาจากการเป็นลูกค้ารายใหญ่ของ TSMC ครับ เพราะก่อนนี้ มีรายงานว่าบริษัทในสหรัฐฯ ได้สั่งซื้อชิป A15 Bionic มากกว่า 100 ล้านชิปจากซัพพลายเออร์ ซึ่งคาดว่าจะนำไปใส่ใน iPhone 13
.
ดังนั้นหากอุปกรณ์ใดใช้ชิปที่มีรายชื่อข้างต้น เป็นไปได้ว่าราคาอุปกรณ์จะสูงขึ้นเพราะต้นทุนการผลิตที่เพิ่มมากขึ้นครับ
.
ข้อมูลจาก
https://www.techspot.com/news/91121-tsmc-increased-chip-prices-3-apple-while-others.html

ไม่รับเคลม เจอ SSD เก่า เอามาย้อมแมวขาย ราคาถูก เพราะเคยใช้ขุดเหรียญ

ตอนนี้มีข่าวว่า นักขุด Chia กำลังขายไดรฟ์ SSD ที่อาจเสื่อมโทรมจากการนำไปขุดเหมือง Chia และพยายามบอกว่าเป็นไดรฟ์ใหม่ครับ

Continue reading

เลอโนโวเปิดตัวไลน์ผลิตภัณฑ์เวิร์คสเตชั่นสำหรับผู้ใช้งานระดับเริ่มต้นกับ ThinkStation P350 Desktop

ThinkStation P350 Tower

เลอโนโวเปิดตัวผลิตภัณฑ์เดสก์ท็อป เวิร์คสเตชั่นระดับเริ่มต้นหรือ entry-level รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง ThinkStation P350 ที่มีให้เลือกใช้งานถึง 3 แบบตามความเหมาะสมได้แก่ ThinkStation P350 Tower, ThinkStation P350 Small Form Factor (SFF) และ ThinkStation P350 Tiny โดยผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 แบบรองรับ PCIe Gen 4 จึงให้การเข้าถึงข้อมูลทำได้อย่างรวดเร็วและได้กราฟฟิกที่ลื่นไหล ทำให้ผลิตภัณฑ์ ThinkStation P350 เป็นเวิร์คสเตชั่นระดับเริ่มต้นที่ทรงพลังที่สุดของเลอโนโว ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันไปของแต่ละอุตสาหกรรมไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในเชิงวิศวะกรรม งานสถาปนิก งานด้านข้อมูลการเงิน สายงานการศึกษาทั้งสาขา STEM หรือการศึกษาขั้นสูงอื่นๆ หรือการแพทย์ ตัวเครื่องมี ISV Certification ที่รองรับการใช้งานกับซอฟต์แวร์เฉพาะทางไม่ว่าคุณจะเลือกใช้เครื่องในรุ่นใดก็ตามที่เหมาะกับการทำงานมากที่สุด

ThinkStation P350 Tiny

ThinkStation P350 มาพร้อมตัวเลือกหน่วยประมวลผลประสิทธิภาพสูงอย่าง 11th Gen Intel® Core™ หรือ Intel® Xeon® W โดย ThinkStation P350 Tower และ SFF นั้นเหมาะกับการทำงานที่ต้องการความเสถียรของเครื่อง ทั้งยังต้องให้พลังในการประมวลผลขั้นสูง เครื่องทั้ง 2 แบบมาพร้อมกราฟฟิกการ์ด NVIDIA RTX โดยตัว Tower นั้นรองรับกราฟฟิกการ์ด NVIDIA RTX A5000  และการจ่ายไฟสูงถึง 750W วัตต์เพื่อรองรับการใช้เครื่องในงานหนัก ๆ  สำหรับ ThinkStation P350 Tiny นั้นเป็นเวิร์คสเตชั่นที่เล็กที่สุดโดยตัวเครื่องมีขนาดเล็กกว่า  1L แต่ให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ไม่เป็นรองเดสก์ท็อปทั่วไปที่มีขนาดใหญ่กว่าถึง 96%  เครื่องมาพร้อมหน่วยประมวลผล 11th Gen Intel® Core™ และผ่านมาตรฐานเพื่อการใช้งานสำหรับ OEM solutions หรือ จะใช้เครื่องเพื่อเป็น host สำหรับการใช้งานเครื่องเวิร์คสเตชั่นจากระยะไกล

ThinkStation P350 SFF

 

ราคาและการวางจำหน่าย

Lenovo ThinkStation P350 Towe และ SFF วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ราคาเริ่มต้น 31,000 บาท

Lenovo ThinkStation P350 Tiny วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ราคาเริ่มต้น 29,000 บาท

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่      www.lenovo.com/thinkworkstations

ข้อมูลผลิตภัณฑ์:

เลอโนโว (HKSE: 992) (ADR: LNVGY) มีมูลค่าธุรกิจ 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นหนึ่งในบริษัท Fortune 500 ที่มีพนักงานใน 180 แห่งทั่วโลก โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการสร้างอุปกรณ์อัจฉริยะเพื่อรองรับการเปลี่ยนถ่ายของเทคโนโลยียุคใหม่ (ผ่านอุปกรณ์และโครงสร้างอินฟราสตรัคเจอร์) และเสริมประสิทธิภาพให้ผู้ใช้ (ผ่านโซลูชั่น เซอร์วิส และซอฟต์แวร์) กว่าหลายล้านคนเพื่อสร้างสังคมดิจิทัลที่ครอบคลุม เท่าเทียม ยั่งยืนให้แก่ทุกคนทั่วโลก ร่วมติดตามเราบน https://www.lenovo.com หรือที่ StoryHub

เอาใจเกมเมอร์ Samsung จอโค้งรุ่นใหม่ เปิดราคาเหยียบ 5 หมื่น

จอโค้งตัวล่าสุดที่สายแต่งโต๊ะคอมต้องมี

Samsung เปิดตัว “Odyssey Neo G9” เป็นจอมอนิเตอร์เกมมิ่งแบบ Quantum Mini LED รุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีตัวใหม่ล่าสุด

จอระดับพรีเมียม เก็บทุกรายละเอียดภาพ เหมาะกับการเล่นเกมในทุกรูปแบบ เพราะใช้เทคโนโลยี Mini LED แบบเดียวกันกับที่อยู่ในไลน์อัพทีวี ทำให้จอมอนิเตอร์รุ่นใหม่นี้มี
Quantum Mini LED และ Quantum Matrix ที่มีระดับความสว่างถึง 12–bit มอบการควบคุมที่ดียิ่งขึ้น ทำให้น่าจอของภาพสมจริงมากยิ่งขึ้น

ดีไซน์ตัวเครื่องมาพร้อมกับจอขนาดกว้างพิเศษถึง 49 นิ้ว อัตราส่วนภาพ 32:9 ความคมชัดระดับ Dual Quad High-Definition (5,120×1,440) และรีเฟรชเรทระดับ 240 Hz พร้อมความเร็วในการตอบสนองพียง 1 มิลลิวินาที

เปิดวางจำหน่ายแล้ว ราคาเริ่มต้นที่ 56,520 บาท
คอมมาร์ตเลยรวมลิงค์มาให้แล้ว บอกเลยว่าราคาถูกกว่าที่คิด
📌 ช้อปกันที่ JD (ราคา 44,590 บาท) >> https://u.jd.co.th/tit8Zm1
.
📌 ช้อปกันที่ Shopee (ราคา 44,890 บาท) >> https://shp.ee/6dd5ans
.
📌 ช้อปกันที่ Lazada (ราคา 56,520 บาท) >> https://bit.ly/37SQVCy

เช่าได้ อุปกรณ์ IT สำหรับคนงบน้อย ทางเลือกใหม่ในยุคโควิด

ทางเลือกใหม่ในยุคโควิด BaNANA ให้เช่าคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอทีแบบครบวงจร แถมรอรับของได้ภายใน 24 ชม. อีกด้วย เหมาะสำหรับบริษัทที่อยากจะประหยัดงบ ได้ของไปใช้ในราคาสุดคุ้ม

บริการนี้เค้ามีสินค้าคุณภาพดีพร้อมใช้งานจากแบรนด์ดังทั่วโลก เลือกได้หลากหลาย ทั้งโน้ตบุ๊ก คอมพิวเตอร์ออลอินวัน ปริ้นเตอร์ Wi-Fi Router แถมลงโปรแกรมพื้นฐานมาให้ด้วย เลือกระยะเวลาได้ในการเช่าได้ ทั้งรายวัน หรือ รายเดือน (ระยะเวลา 3, 6,12 เดือน) พร้อมเจ้าหน้าที่รีโมทมาช่วยเหลือทันทีเมื่อเกิดปัญหาการใช้งาน

ตอนนี้ทาง BaNANA เปิดให้เช่าแค่สำหรับบริษัทอยู่นะ หากเป็นบุคคลทั่วไปยังต้องรอไปก่อน

ใครที่สนใจแอดไลน์ BaNANA ได้เลย 👉 @bananarentit
หรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 👉 https://bit.ly/37WaDxa

#BaNANA #Commart

ขายแล้ว Beats Studio Buds หูฟังตัวล่าสุด จากค่าย Apple

ขายแล้วจ้า “Beats Studio Buds” หูฟังไร้สายตัดเสียงรบกวน ตัวใหม่จากค่าย Apple มีให้เลือกถึง 3 สี (ขาว ดำ แดง) ราคา 5,500 บาท ตอนนี้มีขายแค่เฉพาะออนไลน์เท่านั้น ใครอยากได้ต้องรีบเพราะแอบกระซิบว่าของมีน้อยมาก
.
📌 ทางไปช้อป Apple >> https://apple.co/3k5KqSH
.
📌 ทางไปช้อป Shopee >> https://shp.ee/szf4mrh
.
มาบอกรายละเอียดอีกที จะได้ตัดสินใจถูกว่าของมันต้องมีไหม
– ใช้งานต่อเนื่องถึง 8 ชั่วโมง
– ป้องกันน้ำตามมาตรฐาน IPX4
– คุณภาพเสียงเพลงจากสเตอริโอ
– การตัดเสียงรบกวนแบบแอ็คทีฟ
– ไม่สามารถหยุด/เล่นเพลงอัตโนมัติ
.
ส่วนร้านตัวแทนจำหน่ายสินค้า Apple อย่าง iStudio , Studio7 , BaNANA ยังต้องรอไปก่อนครับ

#Beats #Apple #Commart

สุดปัง เคสไก่ทอด KFC มาพร้อมอุปกรณ์เสริมจัดเต็ม

CASETiFY จับมือ KFC เปิดตัวอุปกรณ์เสริมเทคโนโลยี Finger Lickin’ Good เปิดตัวในวันที่ 26 สิงหาคมนี้

เคสโทรศัพท์ “ไก่ทอด” KFC x CASETiFY มาพร้อมอุปกรณ์เสริม ในราคาเริ่มตั้งแต่ 35-60 ดอลลาร์ การออกแบบในคอลเลคชั่นใช้สโลแกน และถังสีแดงที่เป็นสัญลักษณ์ ของ KFC

แฟน ๆ จะได้รับของขวัญสุดพิเศษจาก CASETiFY รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น ซึ่งรวมถึงเคสโทรศัพท์ผสมไก่ทอดที่ออกแบบมาอย่างน่ากินและสมจริงสุด ๆ!! เคสโทรศัพท์แบบพิเศษ “It’s Finger Lickin’ Good” สำหรับ iPhone 12 series และสติกเกอร์แนบมาด้วย

Impact Case ของ CASETiFY มีจุดเด่นเรื่องความทนทาน นอกจากนี้ iPhone 12 ทุกขนาดยังเคลือบด้วย DEFENSiFY ซึ่งเป็นสารเคลือบต้านแบคทีเรียของ CASETiFY เพื่อเพิ่มความปลอดภัย

เพื่อความสุขของคนรักไก่ทอดทุกคน คอลเลคชั่น KFC x CASETiFY จึงมาพร้อมดีไซน์ที่เข้าชุดกันกับสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น ขวดน้ำสแตนเลสพิมพ์ลาย เคสสำหรับ AirPods และ AirPods Pro รวมถึงเชือกคล้องโทรศัพท์ 3PC ใหม่ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากไก่ทอดโดยเฉพาะ ออกแบบด้วย charm ไก่ทอด แฟน ๆ ของ CASETiFY โดยเฉพาะ

คอลเลคชั่น KFC x CASETiFY เปิดตัวทั่วโลกบน www.casetify.com/kfc พร้อมจัดส่งผลิตภัณฑ์ไปกว่า 100 ประเทศ พร้อมให้ซื้อทางออนไลน์ในแอป CASETiFY Co-Lab

#KFC #CASETiFY #KFCxCASETiFY

พลิกโฉมสมาร์ทวอทช์ ซัมซุงเปิดตัว Galaxy Watch4 และ Galaxy Watch4 Classic

ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ พร้อมก้าวสู่ยุคใหม่แห่งนวัตกรรมสมาร์ทวอทช์ เปิดตัว Galaxy Watch4 และ Galaxy Watch4 Classic สมาร์ทวอชท์รุ่นแรกที่มาพร้อม Wear OS™ ที่ซัมซุงได้พัฒนาร่วมกับพันธมิตรชั้นนำอย่าง Google™ รวมถึง One UI Watch โฉมใหม่ที่มอบอินเทอร์เฟซการใช้งานที่ตอบสนองได้ดีที่สุดของซัมซุง โดย Galaxy Watch4 series ยังโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีด้านฮาร์ดแวร์อันทรงประสิทธิภาพ ยกระดับประสบการณ์ใช้งานและการเชื่อมต่อที่ลื่นไหลกว่าที่เคย เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาอุปกรณ์ในการช่วยดูแลสุขภาพของตนเองอย่างแท้จริง

ดรทีเอ็ม โรห์ ประธานฝ่าย โมบายล์ คอมมูนิเคชัน ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าวว่า เรามองเห็นการเติบโตที่สูงขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญของสมาร์ทวอทช์ตระกูล Galaxy Watch ซึ่งปัจจัยสำคัญมาจากการที่ผู้ใช้เล็งเห็นประโยชน์ด้านสุขภาพและความสะดวกสบายที่ได้รับจากอุปกรณ์ โดยเราเข้าใจถึงไลฟ์สไตล์ด้านสุขภาพที่แตกต่างกันของผู้บริโภค จึงได้พัฒนาชุดฟีเจอร์ประสิทธิภาพสูงที่ครอบคลุมการดูแลสุขภาพในทุกมิติ เพื่อให้ผู้ใช้ทุกคนสามารถเข้าใจร่างกายและสุขภาพโดยรวมของตัวเองได้ดียิ่งขึ้น

ชุดฟีเจอร์เพื่อการดูแลสุขภาพที่ครบวงจรและล้ำสมัยที่สุดของซัมซุง

Galaxy Watch4 series มาพร้อมนวัตกรรมเซ็นเซอร์ BioActive ชั้นนำของซัมซุง ที่ผ่านการพัฒนาให้มี
ขนาดเล็กลงแต่ยังคงประสิทธิภาพการตรวจวัดที่แม่นยำ พร้อมความสามารถตรวจจับข้อมูลได้ถึง 2,400 จุด โดยใช้เวลาในการตรวจวัดเพียง 15 วินาที โดยทำงานร่วมกับชิปประมวลผลเพื่อประมวลค่าด้านสุขภาพได้อย่างละเอียดแบบ 3-in-1 ซึ่งได้แก่ การวัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบออปติคอล (Optical Heart Rate) คลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrical Heart) และการวิเคราะห์องค์ประกอบของร่างกายหรือ BIA (Bioelectrical Impedance Analysis) ทำให้ผู้ใช้สามารถติดตามระดับความดันโลหิต ตรวจจับภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (AFib) หรือเช็คระดับออกซิเจนในเลือด และครั้งแรกกับความสามารถในการวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกาย 
ได้โดยตรงจากสมาร์ทวอทช์บนข้อมือ ซึ่งฟังก์ชันใหม่ล่าสุดนี้จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพและความสมบูรณ์ของร่างกายตัวเองได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยประเมินจากค่ามวลกระดูกและกล้ามเนื้อ อัตราการเผาผลาญพลังงาน และเปอร์เซ็นต์น้ำและไขมันในร่างกาย เป็นต้น

สมาร์ทวอทช์รุ่นล่าสุดนี้ยังทำหน้าที่คอยติดตามกิจวัตรในแต่ละวันพร้อมเป็นแรงผลักดันให้ผู้ใช้หันมาใส่ใจสุขภาพและดูแลตัวเองมากยิ่งขึ้น โดยสามารถเลือกรูปแบบการออกกำลังกายตามไลฟ์สไตล์ของตัวเองจากตัวเลือกที่หลากหลาย หรือเพิ่มสีสันด้วยการสร้าง Group Challenge เพื่อกำหนดเป้าหมายการออกกำลังกายและร่วมพิชิตไปพร้อมกับเพื่อนและสมาชิกในครอบครัว หรือเปลี่ยนบ้านให้กลายเป็นยิมขนาดย่อมเพียงเชื่อมต่อ Galaxy Watch4 series เข้ากับซัมซุงสมาร์ททีวีที่รองรับ ซึ่งข้อมูลและค่าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแคลอรี่ที่ถูกเผาผลาญ หรืออัตราการเต้นของหัวใจ จะปรากฏขึ้นบนหน้าจอขนาดใหญ่เพื่อมอบประสบการณ์ที่สะดวกยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เมื่อถึงเวลาของการพักผ่อน Galaxy Watch4 series ยังมาพร้อมฟีเจอร์ติดตามรูปแบบการนอนหลับที่ครอบคลุมและสมบูรณ์ที่สุด โดยสามารถใช้สมาร์ทโฟนที่รองรับในการตรวจจับเสียงกรน ในขณะที่สมาร์ทวอทช์บนข้อมือยังสามารถวัดค่าออกซิเจนในเลือดขณะนอนหลับได้อีกด้วย รวมถึงฟีเจอร์ที่ช่วยประเมินและให้คะแนนคุณภาพการนอนหลับ (Sleep Scores) ให้ผู้ใช้สามารถเรียนรู้รูปแบบการนอนของตัวเองเพื่อนำไปปรับกิจวัตรการพักผ่อนให้เหมาะสมยิ่งขึ้นได้

สัมผัสที่สุดแห่งประสบการณ์การใช้งานบนสมาร์ทโฟน ผ่าน One UI Watch และ Wear OS จากซัมซุง

จุดเด่นของแพลตฟอร์มกาแลคซี่สมาร์ทวอทช์ คือ ความเรียบง่าย การใช้งานที่สะดวก และประสิทธิภาพอัน
ทรงพลัง ซึ่งด้วย One UI Watch ใหม่ จะทำให้สมาร์ทวอทช์ได้รับการติดตั้งแอปพลิเคชันเดียวกับที่ผู้ใช้งาน
ดาวน์โหลดลงบนสมาร์ทโฟนโดยอัตโนมัติ รวมถึงการตั้งค่าการใช้งานต่างๆ อาทิ ช่วงเวลาที่ห้ามรบกวน และเบอร์ที่ไม่ต้องการรับสาย ก็จะซิงค์กันโดยทันทีเช่นกัน รวมถึง Wear OS ที่ดำเนินงานโดยซัมซุง จะทำให้ผู้ใช้เข้าถึงหลากหลายอีโคซิสเต็มได้อย่างง่ายดายจากสมาร์ทวอทช์บนข้อมือ ไม่ว่าจะเป็น แอปพลิเคชันยอดนิยมจาก Google อย่าง Google Maps บริการต่างๆ จากซัมซุง กาแลคซี่ เช่น Samsung Pay, SmartThings หรือ Bixby รวมถึงแอปพลิเคชันชั้นนำอื่นๆ อย่าง adidas Running, Calm และ Spotify บน Google Play ทั้งนี้ ด้วยฟีเจอร์ Auto Switch ยังทำให้หูฟังสามารถทำหน้าที่สลับการใช้งานระหว่างสมาร์ทโฟนและสมาร์ทวอทช์ได้ตามต้องการ รวมถึงผู้ใช้ยังสามารถควบคุมการใช้งานผ่าน Bixby voice, บริเวณขอบหน้าจอ และการควบคุมด้วยท่าทาง (Gesture Control) ได้อย่างง่ายดายด้วยการยกปลายแขนขึ้นลงสองครั้งเพื่อรับสายเรียกเข้า หรือหมุนข้อมือสองครั้งเพื่อปฏิเสธสาย หรือปิดการแจ้งเตือน (notification) และนาฬิกาปลุก (alarm)

รวมทุกประสิทธิภาพอันทรงพลังไว้ที่สมาร์ทวอทช์บนข้อมือ

Galaxy Watch4 series ถือเป็นสมาร์ทวอทช์รุ่นแรกที่ใช้ชิปเซ็ตแบบ 5nm ทำให้ CPU เร็วขึ้น 20% หน่วยความจำหลัก (RAM) เพิ่มขึ้น 50% และหน่วยประมวลกราฟฟิก (GPU) แรงขึ้น 10 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ทำให้สมาร์ทวอทช์รุ่นนี้สามารถเลื่อนหน้าจอได้อย่างลื่นไหล พร้อมทำงานหลายอย่างพร้อมกันได้แบบไม่มีสะดุด รวมถึงจอแสดงผลที่ซัมซุงได้เพิ่มค่าความละเอียดหน้าจอให้สูงสุดถึง 450 x 450 พิกเซล เพื่อมอบภาพที่คมชัด สีสันโดดเด่น และหน่วยความจำขนาด 16GB ที่ทำให้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับการดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน พร้อมจัดเก็บเพลงและภาพได้มากเท่าที่ต้องการ พร้อมเสริมความมั่นใจด้านความปลอดภัยของข้อมูลด้วยแพลตฟอร์ม Knox security ของซัมซุง

นอกจากนี้ จากความเป็นผู้นำเทคโนโลยี eSIM ของซัมซุง ผู้ใช้ยังสามารถเพลิดเพลินกับการใช้งานได้โดยไม่ต้องพกพาสมาร์ทโฟนตลอดเวลา ซึ่งด้วยความสามารถของแบตเตอรี่ใน Galaxy Watch4 series ที่ใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานถึง 40 ชั่วโมง พร้อมรองรับระบบการชาร์จเร็ว ที่เพียงแค่การชาร์จเป็นเวลา 30 นาที ก็ทำให้ใช้งานได้เพิ่มถึง 10 ชั่วโมง

โดย Galaxy Watch4 มาพร้อมกับดีไซน์อันทันสมัยแต่คงไว้ซึ่งความเรียบง่าย พร้อมตัวเลือกของขนาดหน้าปัดที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ได้อย่างลงตัว ได้แก่ หน้าปัดขนาด 40 มิลลิเมตร (BLT) ในสีดำและพิงค์โกลด์ วางจำหน่ายในราคา 7,990 บาท (BLT) และหน้าปัดขนาด 44 มิลลิเมตร มาในสีดำและ
สีเขียว ราคา 8,990 บาท (BLT) และ 10,900 บาท (LTE)

ในขณะที่ Galaxy Watch4 Classic ได้ออกแบบมาเพื่อผู้ที่แสวงหาความคลาสสิกเหนือกาลเวลา ด้วยรูปลักษณ์หน้าปัดแบบหมุนที่หลายคนชื่นชอบ ซึ่งวางจำหน่ายในรุ่น หน้าปัดขนาด 46 มิลลิเมตร กับตัวเลือกสีดำและ
สีเงินสุดหรู ในราคา 11,900 บาท (BLT) และ 13,900 บาท (LTE) ในตัวเลือกสีดำ

ทั้งนี้ สำหรับ Galaxy Watch4 Classic Thom Browne เคลือบโรเดียมรุ่นพิเศษจะวางจำหน่ายในปลายเดือนกันยายนที่จะมาถึงนี้