พบกับคีย์บอร์ดที่เร็วที่สุดในโลกตัวใหม่ล่าสุด – RAZER HUNTSMAN V2

มีให้เลือกทั้งแบบขนาดเต็มและแบบไม่มีปุ่ม 10 ปุ่ม พร้อมเวลาแฝงอินพุตเทียบเท่ากับศูนย์ เสียงกดแบบอะคูสติกที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับคีย์บอร์ดในระดับเดียวกัน และสัมผัสปุ่มที่ไม่มีใครเทียบได้ Huntsman V2 รุ่นใหม่มอบคีย์บอร์ดประสิทธิภาพสูงที่ตอบสนองรวดเร็วที่สุดของ Razer

Razer™ แบรนด์ไลฟ์สไตล์ชั้นนำระดับโลกสำหรับเกมเมอร์ ประกาศเปิดตัว Razer Huntsman V2 พร้อมชุดอัปเกรดและพัฒนาเพื่อสร้างคีย์บอร์ดเกมมิ่งออปติคัลที่เร็วและล้ำหน้าที่สุดในโลก คุณสมบัติใหม่ ได้แก่ สวิตช์ออปติคัลรุ่นที่ 2 ของ Razer, เทคโนโลยี Razer 8k HyperPolling และปุ่มกด Doubleshot PBT รวมถึงระบบเสียงที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ซึ่งตอบสนองต่อความคิดเห็นของเหล่าเกมเมอร์โดยแท้จริง

นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2018 คีย์บอร์ดในตระกูล Huntsman ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นคีย์บอร์ดเกมที่ขายดีที่สุดในสหรัฐอเมริกา¹ เรียกได้ว่าเป็นการกำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับคีย์บอร์ดเกมมิ่งระดับนวัตกรรมความเร็วสูง กลุ่มผลิตภัณฑ์ Huntsman V2 ใหม่ถูกกำหนดให้สานต่อตำนานนั้นด้วยการอัพเกรดและการปรับแต่งที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยเน้นที่พื้นฐานความต้องการของคีย์บอร์ดเกมที่มีประสิทธิภาพ ความรู้สึก และเสียงชั้นเยี่ยม

Alvin Cheung รองประธานอาวุโสของหน่วยธุรกิจอุปกรณ์ของ Razer กล่าวว่า “เราได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับ Huntsman รุ่นดั้งเดิม โดยนำ Optical Switches มาสู่เกมกระแสหลักเป็นครั้งแรก โดยการปรับปรุงและการปรับแต่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Huntsman V2 ใหม่นี้ ทำให้ผู้เล่นมีคีย์บอร์ดที่เน้นการเล่นเกมที่มีประสิทธิภาพสูง ให้ความรู้สึกนุ่มนวลยิ่งขึ้น ตอบสนองได้เร็วยิ่งขึ้น และเสียงเงียบกว่าเดิม”

Optical Switches รุ่นที่ 2

Huntsman V2 สามารถใช้ได้กับ Razer Linear Optical Switches รุ่นที่ 2 ซึ่งได้รับการพัฒนาและปรับปรุงตามความคิดเห็นของผู้เล่นและผู้ใช้ สิ่งสำคัญที่สุดในการปรับแต่งสิ่งเหล่านี้คือการเพิ่มแดมเปอร์เสียงซิลิกอน เพื่อลด ‘เสียงแตก’ ของปุ่มด้านล่างออกระหว่างการใช้งาน ซึ่งช่วยพัฒนาประสบการณ์การพิมพ์อย่างมาก สวิตช์ยังมีคุณสมบัติการหล่อลื่นที่มากขึ้นบนสวิตช์และตัวกันโคลง เพื่อการทำงานที่ราบรื่นยิ่งขึ้นและการลดสัญญาณรบกวนที่เพิ่มขึ้น

Razer Linear Optical Switches รุ่นที่ 2 Razer ใช้ลำแสงอินฟราเรดเพื่อเปิดใช้งานสัญญาณสวิตช์ ซึ่งขจัดความล่าช้าในการดีบักโดยสิ้นเชิง ซึ่งเป็นการดีเลย์ที่สร้างมาในแป้นพิมพ์สวิตช์แบบกลไกเพื่อให้มั่นใจว่าสัญญาณสัมผัสเป็นการกดปุ่มอย่างแท้จริง Razer Linear Optical Switches รุ่นที่ 2 นั้นไม่มีการหน่วงเวลาล่าช้า สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี Razer HyperPolling ซึ่งเหนือกว่าอัตราการสำรวจ 1000Hz ของคีย์บอร์ดมาตรฐาน และเพิ่มอัตราการโพลที่แท้จริงที่ 8000Hz เทคโนโลยีความเร็วและประสิทธิภาพที่สูงล้ำทั้งสองนี้รวมกันทำให้ Huntsman V2 มีเวลาแฝงเทียบเท่ากับศูนย์เ ถือเป็นคีย์บอร์ดเกมที่รวดเร็วและตอบสนองมากที่สุดในโลก

อัปเกรด อัปเกรด และอัปเกรด

เพื่อตอบสนองต่อข้อเสนอแนะจากชุมชนและนักกีฬาอีสปอร์ต Huntsman V2 ได้รับการอัพเกรดในด้านอื่นๆ ด้วย คีย์แคป Doubleshot PBT เพื่อความทนทานเป็นพิเศษและความทนทานต่อการสึกหรอ มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานใน Huntsman V2 กระบวนการขึ้นรูปแบบสองขั้นตอนที่ใช้ในการสร้างคีย์แคปส่งผลให้เกิดตำนานที่ไม่จางหาย แม้หลังจากใช้งานไปหลายร้อยชั่วโมง โดยมีพื้นผิวแบบมีพื้นผิวเพื่อการยึดเกาะด้วยปลายนิ้วที่ปลอดภัยและการพิมพ์ในเชิงบวก

เพื่อปรับปรุงเสียงของคีย์บอร์ด ได้มีการเพิ่มชุดคุณสมบัติลดเสียงผ่านตัวเครื่อง เพื่อดูดซับเสียงปิงและเสียงดังขณะที่ปุ่มอยู่ด้านล่างระหว่างการใช้งาน แผ่นอะลูมิเนียมเคลือบด้านที่ทนทานช่วยให้แป้นพิมพ์มีความแข็งและโค้งงอน้อยที่สุด แม้ภายใต้การกดแป้นที่หนักหน่วงที่สุด และที่พักข้อมือที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ที่แกะสลักไว้จะพอดีกับด้านหน้าของ Huntsman V2 ได้พอดี เพื่อการรองรับที่เพิ่มขึ้นและการบรรเทาแรงกดในระหว่างการใช้งานที่ยาวนาน

Huntsman V2 มาพร้อมกับ Multi-function DigitalDial และ 4 ปุ่มสื่อเฉพาะที่ปรับแต่งได้เพื่อการใช้งานที่ขยายออกไปนอกเกม โดยสามารถตั้งโปรแกรมได้อย่างสมบูรณ์ผ่าน Razer Synapse 3 Huntsman V2 มีเอฟเฟกต์แสง Razer Chroma ที่ตั้งไว้ล่วงหน้า 7 แบบพร้อมสีให้เลือกมากถึง 16.8 ล้านสีเพื่อการปรับแต่งในแบบของคุณอย่างสมบูรณ์ หน่วยความจำออนบอร์ดแบบไฮบริดสามารถใช้เพื่อบันทึกการตั้งค่า มาโคร และโครงร่างสีสำหรับการเข้าถึงทุกที่ทุกเวลา แม้จะไม่มีการเข้าถึงที่เก็บข้อมูลบนคลาวด์

The Huntsman V2 Tenkeyless

ประกาศในวันนี้ด้วยว่าคีย์บอร์ด Huntsman V2 Tenkeyless ซึ่งเป็นน้องชายคนเล็กที่เบากว่าและเบากว่าของ Huntsman V2 สะท้อนให้เห็นถึงคุณสมบัติมากมายของ Huntsman V2 ขนาดเต็ม Huntsman V2 Tenkeyless ข้ามการมีแป้นตัวเลข แป้นหมุน และปุ่มสื่ออื่นๆเพื่อความสะดวกในการพกพา แต่ยังคงคุณสมบัติใหม่และการอัพเกรดที่เห็นใน Huntsman V2 รวมถึง Razer Linear Optical ใหม่ สวิตช์ Gen-2, เทคโนโลยี Razer HyperPolling สำหรับการทำโพล 8000Hz ที่แท้จริง, คีย์แคป Doubleshot PBT, มาตรการลดเสียง และที่พักข้อมือตามหลักสรีรศาสตร์ Huntsman V2 Tenkeyless ยังมีสาย USB-C ที่ถอดออกได้เพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้ายผู้เล่นในขณะเดินทาง และเข้ากันได้กับ Razer Synapse 3 อย่างเต็มที่สำหรับการปรับแต่งสีได้มากถึง 16.8 ล้านสีและหน่วยความจำไฮบริดออนบอร์ดสำหรับการจัดเก็บมาโครและการตั้งค่า

¹ ที่มา: The NPD Group, Inc., U.S. Retail Tracking Service, Keyboards, Mechanical Keyboard, Gaming Designed, Based on dollar sales, มกราคม-มิถุนายน 2019

 

เกี่ยวกับ RAZER HUNTSMAN V2

  • สวิตช์ออปติคัล Razer™
  • อายุการใช้งานการกดแป้นพิมพ์ 100 ล้านครั้ง
  • เทคโนโลยี Razer™ HyperPolling ที่มีอัตราการโพลสูงถึง 8000 Hz จริง
  • หน้าปัดดิจิตอลอเนกประสงค์พร้อมปุ่มสื่อ 4 ปุ่ม
  • ไฟแบ็คไลท์ที่ปรับแต่งได้ Razer Chroma™ RGB พร้อมตัวเลือกสี 16.8 ล้านสี
  • ปุ่มกด Razer Doubleshot PBT
  • ที่พักข้อมือหนังเทียมหรูหรา
  • ที่เก็บข้อมูลออนบอร์ดแบบไฮบริด – มากถึง 5 โปรไฟล์การผูกปุ่ม
  • ปุ่มตั้งโปรแกรมได้อย่างเต็มที่พร้อมการบันทึกมาโครแบบ on-the-fly
  • N-key roll-over พร้อมระบบป้องกันภาพซ้อน
  • ตัวเลือกโหมดการเล่นเกม
  • สายไฟเบอร์แบบถัก
  • แผ่นอลูมิเนียมเคลือบด้าน

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Razer Huntsman V2 โปรดดู ที่นี่

เกี่ยวกับ RAZER HUNTSMAN V2 TKL

  • Razer™ Optical Switch อายุการใช้งานการกดแป้นพิมพ์ 100 ล้านครั้ง
  • เทคโนโลยี Razer™ HyperPolling ที่มีอัตราการโพลสูงถึง 8000 Hz จริง
  • ไฟแบ็คไลท์ที่ปรับแต่งได้ Razer Chroma™ RGB พร้อมตัวเลือกสี 16.8 ล้านสี
  • ปุ่มกด Razer Doubleshot PBT
  • ที่พักข้อมือหนังเทียมหรูหรา
  • ที่เก็บข้อมูลออนบอร์ดแบบไฮบริด – มากถึง 5 โปรไฟล์การผูกปุ่ม
  • ปุ่มตั้งโปรแกรมได้อย่างเต็มที่พร้อมการบันทึกมาโครแบบ on-the-fly
  • N-key roll-over พร้อมระบบป้องกันภาพซ้อน
  • ตัวเลือกโหมดการเล่นเกม
  • สายไฟเบอร์แบบถัก USB-C แบบถอดได้
  • แผ่นอลูมิเนียมเคลือบด้าน

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Razer Huntsman V2 Tenkeyless โปรดดู ที่นี่

ราคาและสถานที่จัดจำหน่าย

Razer Huntsman V2:

6,990 THB – Clicky Purple Switch & Linear Red Switch

Razer.com: 16 กันยายน 2021
ร้านค้าที่ได้รับอนุญาต: 16 กันยายน 2021

Razer Huntsman V2 Tenkeyless:

5,690 THB – Clicky Purple Switch & Linear Red Switch

Razer.com: 16 กันยายน 2021
ร้านค้าที่ได้รับอนุญาต: 16 กันยายน 2021

ข้อมูลสินค้า:

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Huntsman V2 จาก here

เกี่ยวกับ RAZER

เครื่องหมายการค้ารูปงูสามหัวของ Razer ถือเป็นหนึ่งในตราสัญลักษณ์ที่มีผู้คนรู้จักมากที่สุดในชุมชนเกมมิ่งและอี-สปอร์ตระดับโลก โดยบริษัทได้ออกแบบและพัฒนาเครือข่ายสำหรับผู้เล่นเกมโดยเฉพาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งผสานฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบริการต่างๆ เข้าด้วยกัน ภายใต้ฐานลูกค้าที่กระจายอยู่ทั่วทุกทวีป Razer มีฮาร์ดแวร์ที่ได้รับรางวัลมากมาย ทั้งอุปกรณ์ต่อพ่วงประสิทธิภาพสูงสำหรับเกมมิ่ง เกมมิ่งโน้ตบุ๊กตระกูล Blade รวมถึง Razer Phone ที่ได้เสียงตอบรับอย่างล้นหลาม ขณะเดียวกันแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์จาก Razer ที่รวมแล้วมีผู้ใช้งานมากกว่า 150 ล้านรายนั้น ประกอบด้วย Razer Synapse (แพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์) Razer Chroma RGB (ระบบเทคโนโลยีแสงไฟ RGB เอกสิทธิ์เฉพาะของบริษัท) และ Razer Cortex (ซอฟต์แวร์เพื่อปรับปรุงการเล่นเกมและศูนย์รวมบริการ) ส่วนทางด้านบริการต่างๆ ของ Razer ก็เช่น Razer Gold ที่ถือเป็นบริการเครดิตแบบเสมือนสำหรับเกมเมอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกรายหนึ่ง และ Razer Fintech หนึ่งในหน่วยงานด้านเทคโนโลยีทางการเงินภายใต้การบริหารงานของเรเซอร์ที่ใหญ่ที่สุดประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค Razer ก่อตั้งขึ้นในปี 2548 โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองเออร์ไวน์ (แคลิฟอร์เนีย) โดยมีสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคในเมืองฮัมบูร์ก เซี่ยงไฮ้ และสิงคโปร์ Razer มีสำนักงาน 18 แห่งทั่วโลก และเป็นที่รู้จักในฐานะแบรนด์ชั้นนำสำหรับเกมเมอร์ในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และจีน Razer จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง

ชาร์จพลังให้เหนือคู่ต่อสู้ด้วยสีสันแห่งการเล่นเกมกับเกมมิ่งคอมพิวเตอร์ใหม่ล่าสุด จากเลอโนโวที่มาพร้อมหน่วยประมวลผล AMD Ryzen™ 5000 Series Mobile และ Desktop

พร้อมแล้วหรือยังกับการเล่นเกมด้วยพลังความแรงใหม่ล่าสุด เลอโนโวเปิดตัวเกมมิ่งคอมพิวเตอร์  – เดสก์ท๊อปเกมมิ่งทาวเวอร์ Lenovo Legion Tower 5  และแล็ปท็อปเกมมิ่ง Lenovo IdeaPad Gaming 3 – ที่มาพร้อมหน่วยประมวลผล AMD Ryzen™ 5000 Series Desktop และ Mobile ให้พลังการเล่นเกมที่เร็วและแรงยิ่งขึ้นกว่าเดิม ดุดันด้วยการออกแบบภายนอกที่ดูเรียบเท่ห์ แต่ยังแฝงไว้ด้วยความโดดเด่นจากไฟ RGB บนแผงคีย์บอร์ดในรุ่น Lenovo IdeaPad Gaming 3 และไฟ ARGB ในตัวเครื่องรุ่น  Lenovo Legion Tower 5  สะท้อนทุกอารมณ์ให้เกมการแข่งขันเพื่อประสบการณ์การเกมมิ่งขั้นสุด

สนามประลองแห่งชัยชนะเพื่อการเกมมิ่งในอีกระดับกับ IdeaPad Gaming 3

เพราะคำว่า “พอได้” เป็นสิ่งที่ไม่เพียงพออีกต่อไปสำหรับเกมเมอร์ในสนามแข่งขัน Lenovo IdeaPad Gaming 3 จึงถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับการเล่นเกมบนเครื่อง IdeaPad ด้วยพลังของชิปประมวลผลรุ่นใหม่อย่าง AMD Ryzen™ 5000 H-Series Mobile Processors และครั้งแรกกับชิปกราฟฟิก NVIDIA® GeForce RTX™ 3060 ที่มี Ray Tracing Cores และ Tensor Cores เวอร์ชันใหม่ล่าสุด เพื่อพลังการสตรีมมิ่งอันลื่นไหลกับทุกเกม

จะเล่นเกมระดับ AAA ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องอาการภาพฉีก ภาพกระตุก เพราะหน้าจอขนาด 16.5 นิ้ว (1920×1080)  แบบ IPS ความละเอียดระดับ  FHD  ทั้งยังมีขอบจอที่บาง ของ Lenovo ldeaPad Gaming 3 ที่มีค่ารีเฟรชเรทสูงสุดถึง 165 Hz ให้เลือก ทั้งยังให้ค่าสีที่เที่ยงตรงแบบ 100% sRGB ความสว่างสูงสุดถึง 300 nits จึงให้คุณเล่นเกมโปรดยอดฮิตได้อย่างเต็มอรรถรส

เพราะการออกแบบที่ถูกหลักการยศาสตร์และได้รับการทดสอบแล้วว่ากดใช้งานได้อย่างคล่องมือของคีย์บอร์ดคือจุดต่างที่สำคัญระหว่างแพ้กับชนะในเกม Lenovo IdeaPad Gaming 3 จึงถูกออกแบบให้มาพร้อมคีย์บอร์ดแบบ full Size key travel หนา 1.5 มิลลิเมตร มีช่วงระยะปุ่มกดถึง ที่รองรับ 100% N-key rollover และไฟแบบ 4-zone RGB ให้การเล่นมีสีสัน ได้อรรถรสในทุกการสัมผัสยิ่งกว่าเดิม เครื่องยังมาพร้อมทัชแพดที่มีขนาดใหญ่ขึ้นถึง 30% ลำโพงคุณภาพสำหรับการเกมมิ่ง Nahimic Audio และ 7.1 channel surround sound ให้เสียงชัดเจนในทุกมิติ

Lenovo IdeaPad Gaming 3 ระบายความร้อนได้ดีกว่าผลิตภัณฑ์รุ่นเดิมถึง 41% ให้อากาศเย็นจากภายนอกเข้าสู่ตัวเครื่องได้มากกว่าเดิมถึงสองเท่าเพื่อรักษาระดับอุณหภูมิไม่ให้เครื่องร้อนเกิน

ผลิตภัณฑ์มาพร้อมระบบปฎิบัติการณ์ Windows 10 และแพ็คเกจการรับประกัน Unbeatable Protection ที่มีบริการ Premium Care ระยะเวลา 2 ปี เพื่อเป็นตัวช่วยในการบำรุงรักษาเครื่องให้กับคุณไม่ว่าจะเป็นบริการ onsite service, บริการให้คำปรึกษาจากช่างเทคนิคผู้ชำนาญ 7 วัน ตลอด 24 ชั่วโมง อุ่นใจกับยิ่งกว่ากับรับประกันอุบัติเหตุ 2 ปีเต็ม แบบไม่จำกัดจำนวนครั้ง

 

เกมมิ่งเดสก์ท๊อปที่ทำให้คุณเหนือกว่าในทุกการแข่งขันกับ Legion Tower 5

       

ออกแบบมาเพื่อรองรับการแข่งขันสุดหฤโหด ให้คุณชนะในทุกสนามประลอง ด้วยพลังความแรงใหม่ล่าสุดจากเกมมิ่งเดสก์ท๊อปแห่งยุค Lenovo™ Legion Tower 5 มาพร้อมหน่วยประมวลผล AMD Ryzen™ 5000 Series Desktop Processors และตัวเลือกกราฟฟิกโมเดลท๊อปสุดทั้งจาก NVIDIA® GeForce® และ AMD Radeon™ คุณจึงสามารถเกมมิ่งได้พร้อมความคมชัดระดับ 4K        ตัวทาวเวอร์มีขนาดกระทัดรัดแต่ให้พลังมหาศาล พร้อมตัวเลือกทำความเย็นระบบ liquid cooling หรือ Tower Extreme Cooling คุณจึงมั่นใจได้ว่าความร้อนเกินจะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป       แข็งแกร่ง สง่างามด้วยดีไซน์ไฟ LED สีฟ้าแบบฉบับ Lenovo Legion ที่เรืองแสงผ่านตัวเครื่องด้านหน้า และฝาครอบเครื่องแบบใสที่ให้คุณโชว์สีสันแห่งตัวตนได้อย่างอิสระ

 ออกแบบมาเพื่อการโอเว่อร์คล๊อก Legion Tower 5 มาพร้อมตัวเลือกหน่วยประมวลผลสูงสุดถึง AMD Ryzen™ 9 5950X Desktop Processors และการ์ดจอ NVIDIA® GeForce RTX™ 3060 หรือการ์ดจอ AMD Radeon™ RX 6800XT รองรับการแสดงผลในระดับ 4K

เทคโนโลยี Legion Coldfront Cooling system ช่วยให้เครื่องระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านพัดลมแบบ Dual fan ขนาด 120 มิลลิเมตร สูงสุดถึง 5 ตัว ให้กำลังขับการออกแบบความร้อน (TDP) สูงสุดถึง 150W แผงระบายความร้อนระดับไฮเอนด์ครอบคลุมทั้ง CPU VRM, PCH และ SSD ไดรฟ์ของเครื่อง

ผู้ใช้สามารถเลือกสีไฟ ARGB ของพัดลมและระบบไฟภายในให้เข้ากับมู้ดในทุกช่วงเวลาได้จากตัวเลือกเฉดสีกว่า 16 ล้านเฉด ให้สีสันที่โดดเด่นตัดกับความเรียบเท่ห์ของตัวเครื่องสีดำ Raven Black ขนาด 26 ลิตร

เครื่องมาพร้อมแอปพลิเคชัน Lenovo Vantage for Gaming ช่วยให้ผู้ใช้ปรับอุณหภูมิของเครื่องได้ด้วย Q-Control 3.0, ปรับการตั้งค่าไฟ ARGB, ตั้งค่าเน็ตเวิร์ค รวมถึงระบบเสียง Dolby Atmos อันสมจริงได้อย่างสะดวกสบาย

ตัวเครื่องรองรับการเชื่อมต่อ และการจัดเก็บข้อมูลหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น 802.11 ax WLAN, ตัวเลือก DIMM สูงสุด 4 สล็อต, PCIe 2 สล็อต, SATA bays 4 สล็อต, USB 7 พอร์ต, M.2 SSD 2 สล็อต รวมถึงมีตัวเลือกพาวเวอร์ซัพพลายสูงสุด 650W สำหรับเฟรมเรตที่ความละเอียดสูง

Lenovo Legion Tower 5 มาพร้อมระบบระบบปฏิบัติการ Windows 10 และแพ็คเกจการรับประกัน Unbeatable Protection ที่มีบริการ Premium Care ระยะเวลา 3 ปี เพื่อเป็นตัวช่วยในการบำรุงรักษาเครื่องให้กับคุณไม่ว่าจะเป็นบริการ onsite service, บริการให้คำปรึกษาจากช่างเทคนิคผู้ชำนาญ 7 วัน ตลอด 24 ชั่วโมง และอีกมากมาย

ราคาและการวางจำหน่าย

  • Lenovo IdeaPad Gaming 3 พร้อมชิปประมวลผล AMD Ryzen™ 5 5600H และการ์ดจอ NVIDIA® GeForce RTX™ 3060 วางจำหน่ายที่ราคา 39,990 บาท
  • Lenovo IdeaPad Gaming 3 พร้อมชิปประมวลผล AMD Ryzen™ 5 5600H และการ์ดจอ NVIDIA® GeForce RTX™ 3050 วางจำหน่ายที่ราคา 31,990 บาท
  • Lenovo Legion Tower 5 พร้อมชิปประมวลผล AMD Ryzen™ 7 5800 desktop processor และการ์ดจอ AMD Radeon™ RX 6800 XT วางจำหน่ายที่ราคา 74,990 บาท
  • Lenovo Legion Tower 5 พร้อมชิปประมวลผล AMD Ryzen™ 5 5600G desktop processor และการ์ดจอ NVIDIA® GeForce RTX™ 3060 วางจำหน่ายที่ราคา 46,990 บาท

พิเศษระหว่างวันที่ 24 – 30 กันยายนนี้ รับโค๊ดส่วนลดเมื่อซื้อผลิตภัณฑ์เลอโนโวที่มาพร้อมชิปเซ็ต AMD ในงาน AMD Brand Day ผ่านช่องทาง Lazada รายละเอียดดังนี้

  • รับโค๊ดส่วนลดมูลค่า 500 บาท เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ราคา 13,990 – 20,000 บาท
  • รับโค๊ดส่วนลดมูลค่า 1,000 บาท เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ราคา 20,000 – 30,000 บาท
  • รับโค๊ดส่วนลดมูลค่า 1,500 บาท เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ราคา 30,990 – 37,000 บาท
  • รับโค๊ดส่วนลดมูลค่า 2,000 บาท เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ราคา 37,000 – 50,000 บาท

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ Lenovo Legion และ IdeaPad Gaming เข้าไปที่ www.lenovo.com/th/en/legion/ หรือ

www.facebook.com/lenovolegionTH/

เกี่ยวกับเลอโนโว

About Lenovo

เลอโนโว (HKSE: 992) (ADR: LNVGY) มีมูลค่าธุรกิจ 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นหนึ่งในบริษัท Fortune 500 ที่มีพนักงานใน 180 แห่งทั่วโลก โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการสร้างอุปกรณ์อัจฉริยะเพื่อรองรับการเปลี่ยนถ่ายของเทคโนโลยียุคใหม่ (ผ่านอุปกรณ์และโครงสร้างอินฟราสตรัคเจอร์) และเสริมประสิทธิภาพให้ผู้ใช้ (ผ่านโซลูชั่น เซอร์วิส และซอฟต์แวร์) กว่าหลายล้านคนเพื่อสร้างสังคมดิจิทัลที่ครอบคลุม เท่าเทียม ยั่งยืนให้แก่ทุกคนทั่วโลก ร่วมติดตามเราบน https://www.lenovo.com หรือที่ StoryHub

 

ขอเชิญทุกท่านร่วมรับฟัง , พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในงานสัมนาออนไลน์

ขอเชิญทุกท่านร่วมรับฟัง , พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในงานสัมนาออนไลน์

เข้าร่วมอบรมในหัวข้อเรื่อง How to Improve  Home Wi-Fi Security จัดขึ้นโดย บริษัท ทีพี-ลิงค์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด ท่านจะได้ทราบถึงสาระความรู้ดีๆ แนวทาง ที่จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับระบบเครือข่ายของคุณ

ภายในงานมีกิจกรรมลุ้นรับรางวัลจาก TP-Link มากมาย

ลงทะเบียนที่นี่ : https://forms.gle/CAu9kBewaKqAWL177

 

โดยนำเสนอหัวข้อ

– HomeCare / HomeShield

– Features for Wi-Fi security.

– Product support Wi-Fi security.

 

วันที่อบรม (ท่านสามารถเลือกวันที่สะดวกได้)

รอบที่ 1 วันที่ 30 กันยายน 2564 เวลา 11.00-12.00 น.

รอบที่ 2 วันที่ 7 ตุลาคม 2564 เวลา 11.00-12.00 น.

 

หลังจากลงทะเบียนแล้วโปรดรอรับอีเมลยืนยันเพื่อใช้ในการเข้าดู Zoom อีกครั้ง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Add Line @tplink

เชื่อมต่อทุกสไตล์การทำงานและเพื่อความบันเทิงผ่านเทคโนโลยีอัจฉริยะกับ Lenovo Tab ไลน์อัพใหม่ล่าสุด

  • ยกระดับให้ทุกไลฟสไตล์กับแท็บเล็ต Lenovo™ Tab

การใช้ชีวิตอยู่บ้านมากขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมาทำให้      แท็บเล็ตกลายเป็นดีไวซ์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นเพื่อการดูหนัง เล่นเกม เรียน หรือเพื่อการใช้งานอินเตอร์เน็ตทั่วไป     และเมื่อการทำงานกับความบันเทิงส่วนตัวเริ่มเป็นเรื่องที่แยกออกจากกันได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อต้องทำงานหรือเรียนจากที่บ้าน เลอโนโวจึงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมอัจฉริยะเพื่อตอบโจทย์ไฮบริดไลฟ์สไตล์ซึ่งเป็นกระแสที่กำลังเกิดขึ้นในหมู่ผู้บริโภค

เลอโนโวผู้นำแห่งการพัฒนานวัตกรรมอัจฉริยะเปิดตัวเลอโนโวแท็บเล็ตรุ่นใหม่ล่าสุดเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายด้วย Lenovo Tab P11 Plus, Lenovo Tab P11 5G, Lenovo Tab M7 (3rd Gen), Lenovo Tab M8 (2rd Gen) และ Lenovo Tab M10 FHD (2nd Gen)

 เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภค และสานต่อความมุ่งมั่นของเลอโนโวด้านการบริการผ่านแนวคิด Smarter Technology for All และ Services-led transformation เลอโนโวได้ประกาศความร่วมมือกับ บริษัท คอมพิวเตอร์ ซิสเต็มส์ คอนเน็คชั่น อินเตอร์แนชชั่นแนล จำกัด หรือ CSC และ TG FONE เพื่อเป็นผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์แท็บเล็ตเลอโนโวอย่างเป็นทางการในประเทศเพื่อผู้บริโภคจะสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของเลอโนโวได้มากยิ่งขึ้น

อัพเกรดเพื่อการใช้งานแบบเฟิร์สคลาส ด้วย Lenovo Tab P11 Plus

สำหรับการใช้งานขั้นสูงภายใต้ดีไซน์เรียบหรูในเฉดสีทูโทน Lenovo Tab P11 Plus มาพร้อมหน้าจอขนาด 11 นิ้ว แบบ TDDI IPS (2000 x 1200) ขอบจอบางทั้ง 4 ด้าน รองรับความละเอียดสูงระดับ 2K  พร้อมยังให้ระดับความสว่างหน้าจอสูงถึง 400 nits จึงทำให้คุณได้ภาพที่คมชัดไม่ว่าคุณจะใช้งานที่ร่ม หรือท่ามกลางแสงแดด

กล้องความละเอียดสูงขนาด 8MP พร้อมเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนรอบข้าง และลำโพงสเตอริโอสี่ทิศทางจาก Dolby Atmos ช่วยให้ทุกการประชุมออนไลน์เป็นเรื่องง่ายในทุกสภาวะแวดล้อม

ชิปประมวลผลแบบ octa-core บนสถาปัตยกรรม ARM อย่าง MediaTek Helio G90T ให้เครื่องใช้งานได้อย่างลื่นไหลผ่านหน่วยความจำขนาด 6GB และพลังจากแบตเตอรี่ที่ช่วยให้การใช้งานต่อเนื่องทำได้ยาวนานถึง 12 ชั่วโมง3

เสริมการใช้งานให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นด้วยอุปกรณ์เสริมอย่าง คีย์บอร์ดที่มาพร้อมแทรคแพดและปุ่มลัด หรือจะใช้งานโปรแกรม Sketch, Paint หรือจดโน้ตก็ทำได้อย่างง่ายดายผ่านปากกา Lenovo Precision Pen 22 ที่รองรับแรงกดและความเอียงได้มากถึง 4,096 ระดับ ใช้งานได้นานต่อเนื่อง 200 ชั่วโมงต่อการชาร์จเพียง 1 ครั้ง

Lenovo Tab P11 Plus ยังมีแอปพลิเคชันสำหรับเด็กโดยเฉพาะอย่าง Google Kids Space7 ซึ่งรวบรวมแอป, เกม และหนังสือมากกว่า 10,000 รายการที่ได้รับการยอมรับทั้งจากครูและนักการศึกษาว่าเป็นประโยชน์ในการส่งเสริมทักษะให้กับเด็ก

 

เข้าถึง 5G4 ได้ทุกที่ ทุกเวลากับ Lenovo Tab P11 5G

เมอร์จากเลอโนโวที่มาพร้อมเทคโนโลยี 5G กับ Lenovo Tab P11 5G ซึ่งรองรับการทำงานบนเครือข่าย sub-6GHz 5G4

สวยงาม สะดวกต่อการพกพาด้วยหน้าจอที่ทำจากวัสดุคล้ายกระจก และตัวรับสัญญาณ บนจอภาพขนาด 11 นิ้วแบบ IPS ให้ความละเอียดของภาพสูงถึง 2K พร้อมเทคโนโลยี Dolby Vision อีกทั้งยังผ่านการรับรอง TÜV-certified ว่าช่วยถนอมสายตาจากแสงสีฟ้า ตัวเครื่องรองรับพอร์ตการเชื่อมต่อ  DisplayPort และรองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมอย่าง คีย์บอร์ดและ Lenovo Precision Pen 22

ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบไฮบริดทั้งเพื่อการทำงานและการเรียนด้วยการเชื่อมต่อ 5G ผ่านซิมการ์ดแบบนาโน  หรือจะปลดล๊อกเครื่องโดยไม่ต้องใช้มือด้วยเซ็นเซอร์สแกนใบหน้าที่อยู่บนกล้องหน้า   เครื่องยังมาพร้อมเทคโนโลยีเบลอภาพแบ็คกราวด์เพื่อความเป็นส่วนตัว   จะดาวน์โหลดไฟล์ขนาดใหญ่หรือสตรีมวีดีโอก็ไม่เป็นปัญหาด้วยชิป Snapdragon 750G 5G Mobile Platform และหน่วยความจำขนาด 8GB ความจุขนาด 256GB ของเครื่องที่เชื่อมต่อกับสัญญาณ 5G ซึ่งรวดเร็วกว่า 4G8  ถึง 10 เท่า ให้คุณภาพเสียงคมชัดด้วยลำโพง 4 ตัวจาก JBL และระบบเสียง Dolby Atmos

 

ขอแนะนำแท็บเล็ตเพื่อการใช้งานสำหรับทุกคนในครอบครัว Lenovo Tab M7 (3rd Gen)

 

Lenovo Tab M7 เจนเนอเรชั่น 3 คือแท็บเล็ตสำหรับครอบครัวที่มาพร้อมดีไซน์วัสดุแบบเมทัลให้ความบางและเบาแต่แฝงไปด้วยพลังการประมวลผลจากชิปแบบ quad-core 2GHz ให้ประสิทธิภาพที่แรงขึ้นกว่ารุ่นก่อน เครื่องยังมาพร้อมแบตเตอรี่ที่ให้การรับชมวีดีโอต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 10 ชั่วโมง3 ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

การดีไซน์ที่ออกแบบมาโดยคำนึงถึงการใช้งานของทุกคนในครอบครัวอย่างแท้จริงทำให้ Lenovo Tab M7 มีขนาดหน้าจอ 7 นิ้ว แบบ IPS เครื่องบางเพียง 8.3 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียง 236.9 กรัม เครื่องมาพร้อมกล้องหน้าความละเอียด 2MP แบบ fixed-focus และกล้องหลังความละเอียด 2MP แบบ auto-focus

สวยงาม มีสไตล์กับ Lenovo Tab M8 (2nd Gen) HD

สำหรับผู้ที่มองหาแท็บเล็ตที่สวยงาม มีสไตล์ ต้องไม่มองข้าม Lenovo Tab M8 เจนเนอเรชั่น 2 ที่มีขนาดบางเพียง 8.15 มิลลิเมตร ด้านหลังเครื่องทำจากวัสดุเนื้อเมทัล ขอบเครื่องโค้งมนให้สัมผัสที่เรียบหรู เหมาะมือ เครื่องมาพร้อมหน้าจอแบบ IPS HD ที่ให้มุมมองภาพสูงถึง 82% เมื่อเทียบสัดส่วนตัวเครื่องจึงให้ภาพที่เต็มตาทั้งยังผ่านการรองรับว่าถนอมสายตาจาก TÜV®-certified และระบบบเสียง Dolby Audio

ระบบปฏิบัติการณ์ Android™ 9 Pie™ หน่วยประมวลผลแบบ quad-core และแบตเตอรี่ที่รองรับการใช้งานทั่วไปได้สูงสุดถึง 18 ชั่วโมงทำให้แท็บเล็ต Lenovo Tab M8 เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับการใช้งานเพื่อความบันเทิงไม่ว่าจะเป็น ดูวีดีโอ เช็คโซเชียลมีเดีย ฟังเพลง และอื่น ๆ อย่างแท้จริง

ยกระดับการใช้แท็บเล็ตทุกที่ทุกเวลาด้วย Lenovo Tab M10 FHD Plus (2nd Gen)

 

Lenovo Tab M10 FHD Plus เจนเนอเรชั่น 2 มาพร้อมหน้าจอ FHD (1920 x 1080) IPS มุมมองภาพกว้าง 160 องศา ขนาด 10.3 นิ้ว ให้ภาพและสีสมจริง เห็นครบทุกรายละเอียดด้วย 70.3% NTSC color gamut และค่าความสว่าง 330 nits นอกจากนี้หน้าจอยังมีการรับรอง TÜV Rheinland eye protection ช่วยลดทอนแสงสีฟ้าเพื่อลดอาการเมื่อยล้าของดวงตาระหว่างการใช้งานเป็นเวลานาน รวมถึงเทคโนโลยีจดจำใบหน้าที่ทำงานรวดเร็วและปลอดภัย ช่วยให้ปลดล็อคเครื่องได้เพียงแค่ยิ้ม

เก็บภาพความทรงจำแบบละเอียดคมชัดด้วยกล้องหลังความละเอียด 8MP auto-focus และกล้องหน้าความละเอียด 5MP fixed focus พร้อมดื่มด่ำกับความบันเทิงแบบเต็มอรรถรส ไม่ว่าจะตอนฟังดนตรี เล่นเกม ดูวิดีโอ ฟังพอตแคสต์ หรือคุยกับเพื่อนผ่านวิดีโอคอล ด้วยลำโพงคู่สองข้างที่มี Dolby Atmos® และไมโครโฟน dual array พร้อม DSP

ภายใน ตัวเครื่องมาพร้อมหน่วยประมวลผล MediaTek® Helio P22T octa-core และระบบปฏิบัติการ Android 10™ มอบประสิทธิภาพการใช้งานอย่างเต็มสมรรถภาพได้ไร้ที่ติ ตัวเลือกหน่วยความจำมากสุด 4 GB LPDDR4 และตัวเลือกความจุมากสุด 128 GB eMMC แถมยังรองรับการ์ด microSD ทำให้เพิ่มความจุได้ถึง 256GB, WiFi 802.11 และ Bluetooth 5.0 ในกรณีที่ใช้ WiFi ไม่ได้ สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน mobile data แทนได้ เพียงใส่ SIM card เข้าไปในช่อง Nano-SIM card หมดห่วงเรื่องต้องชาร์จเครื่องบ่อย ด้วยแบตเตอรี่ 5000 mAh เพียงพอสำหรับการดูวิดีโอออนไลน์ต่อเนื่อง 8.5 ชั่วโมง3 และการเล่นอินเตอร์เน็ตต่อเนื่อง 9 ชั่วโมง3

เพื่อเสริมประสบการณ์การใช้งานแท็บเล็ตให้สมบูรณ์แบบยิ่งกว่าเดิม เลอโนโวได้มอบประกันแบบ Premium Care ให้กับผู้ซื้อ Lenovo Tab ทุกท่าน เพื่อสามารถรับบริการหลังการขายไม่ว่าจะเป็นผ่าน call center ช่องทาง chat หรือ e-mail เพื่อรับคำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาการใช้งานจากช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ เข้าไปที่ www.facebook.com/LenovoTH และ  www.lenovo.com/th/th

 

ราคาและการจัดจำหน่าย

Lenovo Tab P11 Plus ราคาจำหน่ายที่ 15,990 บาท

Lenovo Tab M10 FHD (2nd Gen) ราคาจำหน่ายที่ 8,490 บาท

Lenovo Tab M8 (2nd Gen) ราคาจำหน่ายที่ 4,990 บาท

Lenovo Tab M7 (3rd Gen ราคาจำหน่ายที่ 3,690 บาท

Lenovo Tab P11 5G ราคาจำหน่ายจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งภายหลัง

เลอโนโว (HKSE: 992) (ADR: LNVGY) มีมูลค่าธุรกิจ 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นหนึ่งในบริษัท Fortune 500 ที่มีพนักงานใน 180 แห่งทั่วโลก โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการสร้างอุปกรณ์อัจฉริยะเพื่อรองรับการเปลี่ยนถ่ายของเทคโนโลยียุคใหม่ (ผ่านอุปกรณ์และโครงสร้างอินฟราสตรัคเจอร์) และเสริมประสิทธิภาพให้ผู้ใช้ (ผ่านโซลูชั่น เซอร์วิส และซอฟต์แวร์) กว่าหลายล้านคนเพื่อสร้างสังคมดิจิทัลที่ครอบคลุม เท่าเทียม ยั่งยืนให้แก่ทุกคนทั่วโลก ร่วมติดตามเราบน https://www.lenovo.com หรือที่ StoryHub

 

1 ที่มา: แบบสำรวจเทรนด์ผู้บริโภคใน 18 ประเทศ เดือนกรกฎาคม 2020 ของ GLOBAL WEB INDEX

2 ปากกาเสริมจำหน่ายแยกต่างหากในบางตลาด

3 ทดสอบอายุการใช้งานแบตเตอรี่โดยใช้วิธีการทดสอบภายในของเลอโนโว อายุการใช้งานแบตเตอรี่ทั้งหมดเป็นค่าโดยประมาณ ประสิทธิภาพจริงของแบตเตอรี่จะแตกต่างกันไป และขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ซึ่งรวมถึงการตั้งค่า และการใช้งานผลิตภัณฑ์ ซอฟต์แวร์ สภาพการทำงาน ฟังก์ชันไร้สาย การตั้งค่าการจัดการพลังงาน ความสว่างหน้าจอ และปัจจัยอื่น ๆ ความจุสูงสุดของแบตเตอรี่จะลดลงไปตามเวลาและการใช้งาน

5 ต้องซื้อเราเตอร์ Wi-Fi แยกต่างหาก และแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตอาจแตกต่างกันไปตามสถานที่ เป็นไปตามข้อกำหนด เงื่อนไข และ/หรือค่าบริการเพิ่มเติม ความเร็ว Wi-Fi 6 มักจะสูงถึง 9.6 Gbps เมื่อเทียบกับ Wi-Fi 5 ที่สูงถึง 3.5 Gbps ความเร็วในการเชื่อมต่อจะแตกต่างกันไปตามสถานที่ สภาพแวดล้อม สภาพเครือข่าย และปัจจัยอื่น ๆ ความจุที่ใช้ได้จริงนั้นน้อยกว่า และแตกต่างกันไปตามปัจจัยหลายประการ ซึ่งรวมถึงการฟอร์แมต การแบ่งพาร์ติชั่น และระบบปฏิบัติการ ซึ่งใช้ประโยชน์จากความจุนี้ส่วนหนึ่ง ความจุที่ใช้ได้อาจเปลี่ยนแปลงได้ด้วยการอัปเดตซอฟต์แวร์

7 การใช้ Kids Space ต้องมีบัญชี Google สำหรับบุตรหลานของผู้ใช้ การควบคุมโดยผู้ปกครองต้องใช้แอป Family Link บนอุปกรณ์ที่รองรับระบบปฏิบัติการ Android, Chromebook หรือ iOS เนื้อหาหนังสือ และวิดีโอมีให้บริการไม่ครบทุกภูมิภาค เนื้อหาวิดีโอขึ้นอยู่กับความพร้อมให้บริการของแอป YouTube Kids เนื้อหาหนังสือต้องใช้แอป Play Books ความพร้อมใช้งานของแอป หนังสือ และเนื้อหาวิดีโออาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบ Google Assistant ไม่พร้อมใช้งานใน Google Kids Space

8 อิงจากการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G sub-6GHz ให้ความเร็วในการดาวน์โหลด 10 Mbps แก่ผู้ใช้ทั่วไป ใช้ได้กับแผนบริการ 5G และความครอบคลุมเครือข่าย 5G (มีให้บริการในบางตลาด) ความเร็วในการดาวน์โหลดแตกต่างกันไปตามภูมิภาคและผู้ให้บริการ ความแรงของเครือข่ายแตกต่างกันไปตามผู้ให้บริการ 5G ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ผู้ให้บริการ

เปิดนิยามใหม่แห่งประสบการณ์การใช้งาน edge และ 5G กับสมาร์ทโฟนโมโตโรล่ารุ่นใหม่ล่าสุด

  • เพิ่มขีดความสามารถให้การใช้งานสมาร์ทโฟนมีระสิทธิภาพยิ่งกว่าเดิมด้วย Motorola Edge 20 Series
  • แบนด์วิดท์มากขึ้น รับส่งข้อมูลเร็วขึ้น ตอบสนองทุกการกดได้ทันใจ ด้วยสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมสัญญาณ 5G รุ่นใหม่ moto g50 5G

การทำให้เทคโนโลยีล้ำสมัยเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ง่ายและการนำเสนอนวัตกรรมที่สร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อส่งเสริมให้ผู้คนใช้ชีวิตอย่างมีเป้าหมายร่วมกันขณะที่โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากนั้น สิ่งสำคัญคือการเชื่อมต่อกับผู้คนเพื่อนำเสนอสิ่งที่ผู้คนต้องการมากที่สุด วันนี้โมโตโรล่าเปิดตัวสมาร์ทโฟนโมโตโรล่ารุ่นล่าสุด ได้แก่ motorola edge 20 pro, motorola edge 20 fusion และ moto g50 5G ภายใต้จิตวิญญาณในการนำเทคโนโลยีเพื่อสร้างการเชื่อมต่อดังกล่าว สำหรับนักคิด นักนวัตกรรม และผู้ที่ต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงผ่านเทคโนโลยีทุกคน ๆ

นอกเหนือไปจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่แล้ว โมโตโรล่ายังได้ประกาศความร่วมมือกับ Truemove H, Banana, TG FONE และ JD Central ในฐานะตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์โมโตโรล่าที่ได้รับอนุญาต

ไม่หยุดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ไปกับ Motorola edge 20 pro

motoroladge 20 pro มาพร้อมกล้องหลักความละเอียดสูงถึง 108MP เพื่อส่งมอบการถ่ายภาพที่มีคุณภาพดีเยี่ยมด้วยรูปแบบแสง 1/1.5” โดยมาพร้อมกับเทคโนโลยี Ultra Pixel ที่ปรับปรุงความไวแสง 9 เท่าและเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับการถ่ายภาพในที่ที่มีแสงน้อย เลนส์มุมกว้างพิเศษที่มี Macro Vision ในตัวช่วยให้ผู้ใช้สามารถจับภาพได้กว้างมากกว่า 4 เท่าในหนึ่งเฟรม และซูมใกล้วัตถุได้มากกว่า 5 เท่าสำหรับการถ่ายภาพระยะใกล้ เช่น การถ่ายภาพอาหาร ศิลปะงานฝีมือ ธรรมชาติ และอื่นๆ

กล้องตัวที่สามคือเลนส์เทเลโฟโต้แบบซูมได้ไกลตัวแรกของโมโตโรล่า ซึ่งจะหักเหแสง 90 องศาสำหรับความคมชัดที่เหนือระดับจากระยะไกลได้ถึง 5 เท่า นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์การซูม 50x Super Zoom เพื่อจับภาพรายละเอียดจากระยะไกล ในส่วนของวิดีโอ motorola edge 20 pro มาพร้อมความสามารถในการบันทึกภาพด้วยความละเอียด 8K อย่างน่าทึ่งโดยถือเป็นครั้งแรกสำหรับสมาร์ทโฟนโมโตโรล่า

ฟีเจอร์ Audio Zoom ใน motorola edge 20 pro ใช้ไมโครโฟนขั้นสูงในการจับเสียงของวัตถุขณะเดียวกันก็ตัดเสียงรบกวนรอบข้างออก วิดีโอของคุณจึงมีแต่เสียงที่ต้องการเท่านั้น7 นอกจากนี้ เราขอแนะนำการถ่ายวิดีโอแบบ Super Slow Motion การบันทึกภาพด้วยความละเอียดสูงถึง 960 เฟรมต่อวินาทีนี้จะทำให้คุณมองเห็นรายละเอียดที่สายตาของเราไม่สามารถจับภาพได้ในความเร็วปกติ8

ผู้คนจำนวนมากใช้สมาร์ทโฟนเป็น “อันดับแรก” เพื่อรับชมรายการและภาพยนตร์ ดังนั้น edge 20 pro จึงมาพร้อมกับหน้าจอ Max Vision ขนาดใหญ่ถึง 6.7 นิ้ว รวมถึงเทคโนโลยี OLED สำหรับประสบการณ์การรับชมที่คมชัด ด้วยค่าความลึกของสีแบบ 10-bit ได้มาตราฐานสี DCI-P3 และ HDR10+ นอกจากนี้เครื่องยังมีอัตราการรีเฟรชสูงถึง 144 Hz ซึ่งเป็นครั้งแรกในสมาร์ทโฟนโมโตโรล่า

motorola edge 20 pro คือสมาร์ทโฟนที่จะทำให้ผู้คนเข้าถึง 5G และ Wi-Fi 61 ได้อย่างไร้ข้อจำกัดเรื่องความเร็ว ชิปเซ็ต Snapdragon® 870 5G Mobile Platform ช่วยให้เครื่องทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตามที่ต้องการ พื้นที่เก็บข้อมูลภายในขนาด 256 GB ให้พื้นที่ความจุมากมายสำหรับรูปภาพ ภาพยนตร์ เกม และเพลง2,3 และหน่วยความจำรุ่นล่าสุดขนาด 12 GB จะช่วยให้แอปและข้อมูลของคุณพร้อมใช้งานได้ในเบื้องหลัง คุณจะใช้งานต่างๆ ได้อย่างลื่นไหล3

และที่สุดยิ่งกว่าคือ พลังแบตเตอรี่ที่ให้คุณใช้งาน 5G ได้ยาวนานต่อเนื่อง 30 ชั่วโมงโดยไม่ต้องชาร์จ4 และเมื่อต้องชาร์จ ฟีเจอร์ TurboPower™ 30 ให้การชาร์จเพียง 10 นาที5 ใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 9 ชั่วโมง

ไม่หยุดการสำรวจสิ่งใหม่ๆ สำหรับ Motorola edge 20 fusion

motorola edge 20 fusion มีพร้อมจุดเด่นในการรองรับการใช้งาน 5G และระบบกล้องประสิทธิภาพขั้นสูง ในราคาเครื่องที่ย่อมเยา กล้องหลักของเครื่องมาพร้อมความละเอียดสูงถึง 108MP หรือจะสร้างสรรค์ผลงานด้วยเลนส์มุมกว้างพิเศษหรือแบบซูม Macro Vision   ยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงของคุณด้วยจอแสดงผล OLED ขนาด 6.7 นิ้วตามแบบฉบับสมาร์ทโฟนในซีรียส์ edge 20 นอกจากนี้ motorola edge 20 fusion ยังมีชิปเซ็ต MediaTek ที่ประหยัดพลังงานสำหรับการเล่นเกม ถ่ายภาพ และอื่นๆ อีกมากมาย

เปิดทุกแอปพร้อมรันแบ็คกราวน์อัพเดทได้แบบไม่ต้องกังวลว่าเครื่องจะค้างด้วยหน่วยความจำขนาดสูงสุด 8 GB3  ใช้งานต่อเนื่องถึง 2 วันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง4 ด้วยแบตเตอรี่ขนาด 5000 mAh ซึ่งเป็นแบตเตอรี่ที่ใหญ่ที่สุดสำหรับสมาร์ทโฟน 5G ในท้องตลาดปัจจุบัน ฟีเจอร์ TurboPower™ 30 ให้คุณใช้งานได้เต็ม ๆ วันด้วยการชาร์จเพียง 10 นาที คุณจึงสามารถชาร์จเพิ่มและกลับไปทำธุระที่สำคัญบนมือถือได้อย่างรวดเร็ว5

นิยามใหม่แห่งประสบการณ์การใช้ 5G จาก moto g50

moto g50 คือสมาร์ทโฟนทรงพลังที่มอบความเร็วของการใช้งานแห่งอนาคตอย่าง 5G ให้กับผู้ใช้ ในราคาที่เข้าถึงได้จริง

มอบประสบการณ์ความบันเทิงในอีกระดับด้วยอัตราการรีเฟรช 90Hz ที่จะช่วยลดความหน่วง คุณจะเล่นเกมโปรดได้อย่างราบรื่นสุดประทับใจผ่านอัตราส่วนภาพ 20:9 บนจอแสดงผล Max Vision HD+ ขนาด 6.5 นิ้ว เซ็นเซอร์ 48 MP ในกล้องช่วยให้คุณถ่ายภาพได้คมชัดสำหรับทุกสภาพแสงในทุกๆ มุม เทคโนโลยี Quad Pixel ช่วยให้มั่นใจได้ว่าทุกๆ ภาพถ่ายจะคมชัดและสว่างด้วยความไวแสงมากขึ้น 4 เท่า และหากอยู่ในที่ที่มีแสงสว่างน้อยแล้ว ฟีเจอร์ Night Vision จะให้คุณถ่ายภาพที่ชัดได้ในที่มืด

MediaTek Dimensity 700 5G Mobile Platform ช่วยให้คุณแชร์เนื้อหาได้ง่ายๆ และสนุกกับเกมด้วยกราฟิกที่แสดงผลได้รวดเร็วอย่างน่าทึ่ง และประการสุดท้ายที่สำคัญไม่แพ้กัน แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5000 mAh ช่วยให้คุณใช้งานได้นานกว่า 2 วัน4 คุณจึงทำกิจกรรมอื่นๆ ได้ตลอดสุดสัปดาห์ด้วยการชาร์จเพียงครั้งเดียว

นวัตกรรมซอฟต์แวร์ที่สร้างขึ้นโดยคำนึงถึงผู้ใช้เป็นหลัก

โมโตโรล่ามุ่งมั่นที่จะให้ Android 11™ OS11 เป็นเวอร์ชันที่มีความเป็นต้นฉบับมากที่สุด โดยไม่มีสกินที่เทอะทะ ไม่มีแอปที่ซ้ำกับต้นฉบับ Android 11 ™ เพื่อต่อยอดความสร้างสรรค์ที่ Google สร้างขึ้นสำหรับ Android™ เพื่อให้ประสบการณ์การใช้มือถือผ่าน My UX เป็นสิ่งที่น่าประทับใจยิ่งขึ้น

My UX อินเตอร์เฟซที่จะช่วยให้การใช้งานเครื่องและแอปสำหรับ moto โดยเฉพาะตรงตามความต้องการของผู้ใช้ด้วยการปรับแต่งการใช้งานตามที่ชอบ เช่นการขยับมือและท่าทางเพื่อเข้าสู่โหมดการใช้งานต่าง ๆ อาทิ Quick Capture (การจับภาพด่วน), Three Finger Screenshot (ถ่ายภาพหน้าจอด้วย 3 นิ้ว) และ Pick Up to Silence (ยกมือถือขึ้นเพื่อเข้าสู่โหมดเงียบ) คุณยังสามารถเลือกการปรับแต่งรูปร่างไอคอน รูปแบบสี และรูปแบบอักษรที่แสดงได้มากถึง 20,000 แบบเพื่อให้เข้ากับสไตล์ของคุณ

ฟีเจอร์ Ready For จะเพิ่มความสามารถของโทรศัพท์ของคุณ และด้วยการเชื่อมต่อไร้สายแบบใหม่ให้ใช้งานได้กับพีซีอย่างไร้ข้อจำกัด7 ความสามารถในการเชื่อมต่อไร้สายแบบใหม่นี้จะช่วยให้ย้ายเกมในโทรศัพท์ไปเล่นที่หน้าจอขนาดใหญ่ได้ง่ายขึ้น ทำให้โทรวิดีโอคอลในห้องได้อย่างเพลิดเพลิน และใช้แอปบนหน้าจอเดสก์ท็อป นอกจากนี้ ด้วยฟังก์ชัน Ready For PC ใหม่จะช่วยให้คุณเข้าแอปโทรศัพท์และไฟล์บน PC ได้จากหน้าจอเดียวกันโดยเพียงแค่เชื่อมต่อแบบไร้สายและเปิดใช้งาน Ready For

 

การวางจำหน่ายและราคา

  • motorola edge 20 PRO ราคาที่ 17,999 บาท และจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการวันที่ 1 ตุลาคม 2021
  • motorola edge 20 fusion ราคาที่ 10,999 บาท และจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการวันที่ 1 ตุลาคม 2021
  • moto g50 5G วางจำหน่ายแล้วตอนนี้ในราคาที่ 7,499 บาท

 

เกี่ยวกับเลอโนโวและโมโตโรล่า

เลอโนโว (HKSE: 992) (ADR: LNVGY) มีมูลค่าธุรกิจ 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นหนึ่งในบริษัท Fortune 500 ที่มีพนักงานใน 180 แห่งทั่วโลก โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการสร้างอุปกรณ์อัจฉริยะเพื่อรองรับการเปลี่ยนถ่ายของเทคโนโลยียุคใหม่ (ผ่านอุปกรณ์และโครงสร้างอินฟราสตรัคเจอร์) และเสริมประสิทธิภาพให้ผู้ใช้ (ผ่านโซลูชั่น เซอร์วิส และซอฟต์แวร์) กว่าหลายล้านคนเพื่อสร้างสังคมดิจิทัลที่ครอบคลุม เท่าเทียม ยั่งยืนให้แก่ทุกคนทั่วโลก

 

Motorola Mobility LLC ถูกซื้อกิจการโดย Lenovo Group Holdings ในปี 2014 Motorola Mobility เป็นบริษัทในเครือของ Lenovo ซึ่ง Lenovo เป็นเจ้าของทั้งหมด และรับผิดชอบด้านการออกแบบ รวมถึงการผลิตโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Moto และ Motorola ทั้งหมด ร่วมติดตามเราบน https://www.lenovo.com หรือที่ StoryHub และที่ Motorola Global Blog

 

1ต้องมีการซื้อบริการ 5G และความครอบคลุมของเครือข่าย 5G ปัจจุบันใช้ได้เฉพาะในบางพื้นที่ ติดต่อผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม

2พื้นที่จัดเก็บข้อมูลของผู้ใช้ที่มีอยู่จะลดลงเนื่องจากซอฟต์แวร์ที่โหลดไว้ล่วงหน้า และอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบเนื่องจากการอัปเดตซอฟต์แวร์

3อาจแตกต่างกันไปตามพื้นที่จำหน่าย

4การอ้างสิทธิ์อายุการใช้งานแบตเตอรี่ทั้งหมดเป็นค่าโดยประมาณ และขึ้นอยู่กับค่ามัธยฐานของผู้ใช้ที่ทดสอบในโปรไฟล์การใช้งานแบบผสม (ซึ่งรวมทั้งการใช้งานและเวลาสแตนด์บาย) ภายใต้สภาวะเครือข่ายที่เหมาะสม ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่จริงจะแตกต่างกันไปและขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการเช่นความแรงของสัญญาณการตั้งค่าเครือข่ายและอุปกรณ์อุณหภูมิสภาพแบตเตอรี่และรูปแบบการใช้งาน

7Audio Zoom จะใช้งานได้เมื่อการ ZOOM ในระยะ  2X ขั้นต่ำ

9การเชื่อมต่อ Ready For แบบไร้สายรองรับเฉพาะทีวีที่รองรับ Android smartphone screen mirroring หรือ Miracast เท่านั้น Ready For PC รองรับการเชื่อมต่อในผลิตภัณฑ์บางรุ่น และ Windows 10 และ 11

11ข้อมูลดังกล่าวนี้เป็นข้อมูลที่กล่าวเฉพาะการอัพเกรดสำหรับโมโตโรล่าผ่านระบบปฏิบัติการณ์ Android เท่านั้น ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้

 

OPPO ส่งโปรสุดพิเศษผ่านเทศกาลช้อปปิ้ง ‘New Normal Festival’ จัดเต็มทั้งลดทั้งแถมสุดคุ้ม ตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน – 17 ตุลาคมนี้เท่านั้น

OPPO บริษัทสมาร์ทโฟนชั้นนำในไทย จัดเต็มความคุ้มค่ามอบให้ลูกค้า OPPO ผ่านเทศกาลช้อปปิ้ง ‘New Normal Festival’ สุดคุ้ม! ด้วยส่วนลดและของสมนาคุณมากมาย ครอบคลุมทั้งสมาร์ทโฟนยอดฮิตและอุปกรณ์ IoT ตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน – 17 ตุลาคมนี้ ที่ OPPO Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว OPPO รวมดีลกับ ‘New Normal Festival’ ด้วยส่วนลดสูงสุด 1,000 บาท พร้อมของสมนาคุณมูลค่าสูงสุดถึง 9,398 บาท[1]

เริ่มด้วยสมาร์ทโฟนแฟล็กชิพ OPPO Find X3 Pro 5G  ที่สุดแห่งพันล้านสี ที่มาพร้อมกล้องหลักคู่ 50MP เซ็นเซอร์ Sony IMX766 ถึงสองตัวครั้งแรกของโลก และเทคโนโลยี 10-bit Full-path Colour Engine ระบบการประมวลสีตั้งแต่การถ่ายภาพไปจนถึงการแสดงผลให้สามารถสัมผัสประสบการณ์สีที่นุ่มนวลและสมจริงได้มากถึงหนึ่งพันล้านสี

โดยเมื่อซื้อ OPPO Find X3 Pro 5G รับสิทธิ์ผ่อน 0% นานสูงสุด 24 เดือน ที่ OPPO Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ

นอกจากนี้ ห้ามพลาด! สมาร์ทโฟนยอดฮิตสำหรับการถ่ายพอร์ตเทรต OPPO Reno6 Z 5G ที่มาภายใต้สโลแกน “อารมณ์ไหน ก็พอร์ตเทรต” ให้เก็บทุกอารมณ์และความรู้สึกได้ด้วยวิดีโอและภาพพอร์ตเทรต อัดแน่นด้วยฟีเจอร์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Bokeh Flare Portrait ถ่ายภาพและวีดิโอพอร์ตเทรตได้สวยโดดเด่นทั้งกลางวันและกลางคืน ด้วยเทคนิคการเบลอพื้นหลังให้เป็นดวงไฟแบบโบเก้ที่ใช้ได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง และ Portrait Beautification Video ฟีเจอร์สำหรับถ่ายวิดีโอพอร์ตเทรตที่ช่วยปรับแต่งใบหน้าให้สวยงามอย่างเป็นธรรมชาติ โดยเมื่อซื้อ OPPO Reno6 Z 5G ในราคา 12,990 บาท รับทันที! E-VIP Card ประกันหน้าจอแตก 1 ปี และ Bluetooth Speaker รวมมูลค่าถึง 7,099 บาท

และเมื่อซื้อ OPPO Reno6 5G สมาร์ทโฟนสำหรับการถ่ายพอร์ตเทรต โดดเด่นด้วยดีไซน์กรอบแบนเรียบสไตล์ Retro ในราคา 17,990 บาท รับทันที! E-VIP Card ประกันหน้าจอแตก 1 ปี, Bluetooth Speaker และ เครื่องชั่งน้ำหนัก Smart Scale รวมมูลค่าถึง 9,398 บาท

พิเศษ! สามารถรับสิทธิ์ผ่อน 0% นานสูงสุด 15 เดือน เมื่อซื้อ OPPO Reno6 Z 5G และ OPPO Reno6 5G ที่ OPPO Brand Shop เท่านั้น

 และให้คุณเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นกับ OPPO Reno5 สมาร์ทโฟนที่โดดเด่นเรื่องการสร้างสรรค์วิดีโอ Portrait ด้วยความสามารถในการสร้างสรรค์วิดีโอที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร มาในราคาใหม่เพียง 9,999 บาทเท่านั้น โดยราคาใหม่มีผลตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน 2564 เป็นต้นไป

เท่านั้นยังไม่พอ! เมื่อซื้อ อุปกรณ์ IoT ที่ร่วมรายการ คู่กับ OPPO Find X3 Pro 5G สมาร์ทโฟนแฟล็กชิพที่สุดแห่งพันล้านสี หรือ OPPO Reno6 Series 5G ซีรีส์ใหม่ล่าสุดให้คุณเก็บทุกอารมณ์ได้ด้วยพอร์ตเทรต
รับส่วนลดทันที! 1,000 บาท ดังนี้

  • เมื่อซื้อคู่กับ OPPO Enco X หูฟังไร้สายที่สร้างสรรค์ร่วมกันกับ Dynaudio พิเศษ 3,999 บาท จากปกติ 4,999 บาท
  • เมื่อซื้อคู่กับ OPPO Watch 41mm สมาร์ทวอร์ซรุ่นแรกจาก OPPO พร้อมเชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์ที่เป็นคุณ พิเศษ 4,999 บาท จากปกติ 5,999 บาท
  • เมื่อซื้อคู่กับ OPPO Watch 46mm พิเศษ 6,999 บาท จากปกติ 7,999 บาท

นอกจากนี้ ยังมีสมาร์ทโฟนน้องเล็ก OPPO A16 รุ่น RAM 4GB + ROM 64GB ใหม่ล่าสุด โดดเด่นด้วยแบตเตอรี่ที่มีมากถึง 5,000 mAh, หน้าจอ HD+ คมชัดถนอมสายตา และ AI 3 กล้องหลัง เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสุดคุ้มที่เปิดตัวมาพร้อมกันในช่วงนี้ในราคาเพียง 5,699 บาท เท่านั้น

เรียกได้ว่างานนี้ OPPO จัดหนักจัดเต็มด้วยส่วนลดพิเศษและของสมนาคุณมากมายจริงๆ ใครที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ IoT ในราคาคุ้มสุดคุ้ม ห้ามพลาด! เทศกาลช้อปปิ้ง ‘New Normal Festival’ ตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน –  17 ตุลาคมนี้ ที่ OPPO Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ https://www.oppo.com/th/

[1] เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

‘เบ็นคิว’ ประเทศไทย สร้างสถิติใหม่! นำจอกระดานอัจฉริยะ (IFP) ขึ้นแท่นอันดับ 1 ในไตรมาสสองของปี 2021

บริษัท เบ็นคิว (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เปิดเผยกลุ่มผลิตภัณฑ์ Interactive Flat Panel (IFP) หรือ จอแสดงภาพแบบทัชสกรีน สร้างสถิติใหม่ด้วยการขึ้นครองแชมป์อันดับที่ 1 ในประเทศไทย ช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2021 เป็นครั้งแรก ด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่ 24.9% พร้อมเดินหน้าสานต่อกลยุทธ์ด้วยการนำโซลูชั่นเพื่อการเรียนรู้แบบผสมผสานตอบสนองชีวิตวิถีใหม่ ทั้งกลุ่มสถาบันการศึกษา และกลุ่มองค์กรเอกชน

นายวัชรพงษ์ วงษ์มา รองผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ กล่าวว่า “ ในฐานะผู้บริหารของ เบ็นคิว ประเทศไทย ขอบคุณ ลูกค้า และพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสถิติใหม่ให้กับ แบรนด์ BenQ กลุ่มสินค้าประเภทจอกระดานอัจฉริยะ หรือ Interactive Flat Panel (IFP) ได้ขึ้นเป็นอันดับที่ 1 ช่วงไตรมาสที่สองของประเทศไทยในปี 2021 นี้ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทาง เบ็นคิว ได้มีการปรับกลยุทธ์เชิงรุกโดยการเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานจริงมากขึ้น พร้อมนำเอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ล้ำสมัย ออกแบบการเชื่อมต่ออุปกรณ์มัลติมีเดียและระบบซอฟแวร์ต่างๆ เพื่อให้ผู้บริโภคได้ใช้งานง่ายขึ้น ตลอดจนอำนวยความสะดวกต่อการเรียนการสอนและการใช้งานในห้องประชุม ”

“จอกระดานอัจฉริยะ หรือ IFP ของ เบ็นคิว ได้เริ่มนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยเมื่อปี 2016 จนถึงปัจจุบัน และเริ่มเติบโตแบบก้าวกระโดดจากอันดับที่ 10 สู่อันดับที่ 4 ในปี 2020 ด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่ 9.43% จากการใช้กลยุทธ์เจาะลึกเฉพาะกลุ่มตลาดการศึกษาเอกชน พร้อมเพิ่มช่องทางการจำหน่ายกับพันธมิตรทางการค้าแบบเช่าซื้อและเช่าใช้ และส่งผลให้ในปี 2021 ช่วงไตรมาสแรก ขึ้นครองอันดับที่ 2 รับส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 18.30% และในส่วนของไตรมาสที่สอง ของปี 2021 นี้ จากการเปิดเผยข้อมูลของ Futuresource Consulting  ระบุว่า จอ Interactive Flat Panel Display (IFPD)  ของ เบ็นคิว ประเทศไทย มียอดจำหน่ายเป็นอันดับที่ 1 ซึ่งเรียกว่าเป็นการสร้างสถิติใหม่ให้กับแบรนด์ ด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่ 24.9% เติบโตเพิ่มขึ้น 140% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อนหน้านี้ ” นายวัชรพงษ์ กล่าว

สำหรับกลยุทธ์ที่จะช่วยสร้างโอกาสให้กับแบรนด์สินค้าได้เติบโตในระยะยาว นายวัชรพงษ์ กล่าวเสริมว่า “ ความสำเร็จในครั้งนี้นับเป็นการสร้างกำลังใจ และความเชื่อมั่นให้กับแบรนด์ พร้อมเป็นโอกาสให้ได้เติบโตต่อไป ซึ่งทาง เบ็นคิว เองพร้อมมุ่งมั่นพัฒนาในทุกด้าน เพื่อการตอกย้ำความเป็นเจ้าแรกในตลาดที่คิดค้นวิวัฒนาการใหม่ๆ ปัจจุบันจอ IFP ของ เบ็นคิว มีให้เลือกขนาดของหน้าจอมากที่สุด เริ่มตั้งแต่ 55 นิ้ว ไปจนถึง 98 นิ้ว โดยแต่ละซีรี่ย์จะมีออฟชั่นและจุดเด่นที่แตกต่างกัน เช่น เซ็นเซอร์ตรวจวัดปริมาณ ค่าฝุ่น PM 2.5, เซ็นเซอร์ตรวจจับปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์, ซาวด์บาร์ เป็นต้น แต่ในทุกรุ่นนั้นยังคงมีมาตรฐานเดียวกันในเรื่องของเทคโนโลยีในการป้องกันเชื้อแบคทีเรียที่เกิดจากนิ้วมือหรือลายนิ้วมือบนหน้าจอ และความคมชัดระดับ 4K ”

“ ขณะเดียวกัน ได้เตรียมพร้อมเดินหน้าสานต่อกลยุทธ์เพื่อรองรับการเรียนการสอนแบบใหม่ 2 แบบด้วยกัน นั่นคือ 1. นำเสนอรูปแบบการเรียนของนักเรียนที่บ้านแบบ 100% โดยให้คุณครูทำการสอนผ่านจอ IFP ที่โรงเรียน โดยจอ IFP นั้น สามารถทำการบันทึกภาพและเสียงตลอดการสอนได้ทั้งหมด และนำไปอัพโหลดไว้บนคลาวด์ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดภาระของคุณครูผู้สอน ทำให้คุณครูสามารถมีเวลาเตรียมเนื้อหาในบทต่อไป และนักเรียนในชั้นเรียนถัดไปสามารถเข้าชมการเรียนการสอนนี้ได้ทันที หรือจะกลับมาทบทวนอีกครั้งก็ได้เช่นกัน 2. รูปแบบการเรียนการสอนแบบ 50:50 ที่ให้นักเรียนสลับและแบ่งกันเรียนที่โรงเรียนและบ้าน ครั้งละครึ่งหนึ่งของห้องเรียน เพื่อลดความแออัดในห้องเรียน แต่นักเรียนยังสามารถเรียนได้พร้อมกัน และนอกจากนี้ได้ขยายการเปิดรับสมัครตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่ต่างจังหวัดในโซนภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคอีสาน มากขึ้นในรูปแบบของการเช่าซื้อและเช่าใช้ ” นายวัชรพงษ์ กล่าวเพิ่มเติม

“ การเติบโตได้ในช่วงยุคโควิด-19 ถือว่าประสบความสำเร็จในเป้าหมายที่เกินคาด ทาง เบ็นคิว ได้มองไว้ว่านวัตกรรมเหล่านี้จะเป็นส่วนช่วยในการเรียนการสอนของประเทศไทยได้กว้างขึ้น ที่ไม่ใช่เพียงแค่โรงเรียนเอกชนเท่านั้น หวังว่าโรงเรียนรัฐบาลก็จะสามารถใช้รูปแบบการเรียนการสอนนี้ได้เช่นกัน เพื่อให้มีความเท่าเทียมกันในมาตรฐานการศึกษา ” นายวัชรพงษ์ กล่าวปิดท้าย

หน่วยงานองค์กรหรือผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ Interactive Flat Panel (IFP) หรือ จอกระดานอัจฉริยะ ของ BenQ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.BenQ.com

เกมมิ่งมอนิเตอร์ของ GIGABYTE ได้รับการยอมรับด้วยประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม

GIGABYTE Complete Gaming Monitor Lineup Received High Praise for Stellar Performance (PRNewsfoto/GIGABYTE)

GIGABYTE ผู้ผลิตเมนบอร์ดและการ์ดจอชั้นนำ รุกเข้าสู่ตลาดจอมอนิเตอร์สำหรับเล่นเกมในปี 2019 และด้วยความเชี่ยวชาญด้านฮาร์ดแวร์เกมมิ่งที่สั่งสมมานานหลายสิบปี รวมถึงการควบคุมคุณภาพด้วยมาตรฐานระดับสูง ส่งผลให้ GIGABYTE ก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งรายสำคัญที่มียอดขายโดดเด่นทั่วโลกภายในเวลาเพียง ปี ขณะที่มอนิเตอร์บางรุ่น เช่น FV43U และ FO48U สร้างสถิติขายหมดเกลี้ยงในวันแรกที่วางจำหน่ายผ่าน Newegg ทั้งนี้ บริษัทใช้กลยุทธ์การสร้างสองแบรนด์ควบคู่กัน โดยแบรนด์ AORUS เน้นตลาดเกมพรีเมียมด้วยการนำเสนอมอนิเตอร์สเปคระดับอีสปอร์ตและเทคโนโลยีสำหรับเกมเมอร์โดยเฉพาะ เพื่อตอบสนองความต้องการของคอเกมตัวจริง ส่วนแบรนด์ GIGABYTE นำเสนอมอนิเตอร์ประสิทธิภาพสูงและแข็งแรงทนทานสำหรับผู้ที่รักการเล่นเกม

ความสำเร็จของเกมมิ่งมอนิเตอร์ GIGABYTE ดึงดูดความสนใจของวงการเกมและสื่อเทคโนโลยี โดย Rtings.com เว็บไซต์ทรงอิทธิพลที่โด่งดังจากการรีวิวสินค้าอย่างตรงไปตรงมา ได้ทำการรีวิวมอนิเตอร์ขายดีหลายรุ่นของ GIGABYTE ตามเสียงเรียกร้องของผู้บริโภค และกล่าวยกย่องประสิทธิภาพรอบด้าน โดยมอนิเตอร์รุ่น M28U ขนาด 28 นิ้ว ได้รับการยกย่องให้เป็นเกมมิ่งมอนิเตอร์ระดับ 4K ที่ดีที่สุดสำหรับเกมคอนโซลรุ่นใหม่ ด้วยสเปคที่หายากอย่าง HDMI 2.1 ที่รองรับการเล่นเกมระดับ 4K/120Hz ขณะเดียวกัน มอนิเตอร์รุ่น M32Q ได้รับการยกย่องให้เป็นมอนิเตอร์ USB-C ขนาด 32 นิ้วที่ดีที่สุดสำหรับการใช้งานในออฟฟิศ มาพร้อมตัวเลือกการเชื่อมต่อมากมายและ KVM Switch ที่ติดตั้งมาพร้อมในตัว และเป็นมอนิเตอร์มาพร้อมฟีเจอร์ครบครันที่ยังให้ภาพและสีคุณภาพเยี่ยมเหมาะสำหรับการทำงานและการเล่นเกม นอกจากนี้ มอนิเตอร์รุ่น M27Q ยังได้รับการยกย่องให้เป็นเกมมิ่งมอนิเตอร์ 1440p ราคาประหยัดที่ดีที่สุด ด้วยความเร็วในการตอบสนองอันยอดเยี่ยม รวมถึงค่า Input Lag ต่ำ และอัตรา Refresh Rate สูง

เมื่อไม่นานมานี้ GIGABYTE ได้เปิดตัวมอนิเตอร์เล่นเกมระดับ 4K ครบทุกรุ่น ขนาดตั้งแต่ 28-48 นิ้ว สำหรับเกมเมอร์ที่พร้อมเปิดประสบการณ์การเล่นเกมยุคใหม่ โดยทุกรุ่นวางจำหน่ายแล้วและสามารถดูข้อมูลผลิตภัณฑ์อย่างละเอียดได้ที่เว็บไซต์ https://www.gigabyte.com/Monitor

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับทุกชัยชนะ ด้วย QLED TV จากซัมซุง ทีวีที่เข้าใจเกมเมอร์มากกว่า ด้วยสเปคระดับท็อปแรงค์ ในราคาต่ำ 2 หมื่น

เป็นที่รู้กันว่าปี 2564 คือสมรภูมิที่แท้จริงของสงครามเกมคอนโซลครั้งที่เก้า จากการเปิดตัวของ PlayStation 5 และ Xbox Series X เมื่อปลายปีที่แล้ว และ Nintendo Switch โมเดลใหม่ที่จะเปิดตัวในเดือนตุลาคมปีนี้ มีแต่คุณเท่านั้นที่สามารถบอกได้ว่าใครจะเป็นผู้ชนะในสงครามครั้งนี้ แต่ก่อนที่คุณจะลองทดสอบความสามารถของผู้ท้าชิง คุณจะต้องมีหน้าจอที่สามารถเปิดประตูสู่ประสบการณ์เกมมิ่งอย่างเต็มรูปแบบก่อน และไม่ใช่ทีวีทั่วไปที่จะสามารถดึงศักยภาพของเครื่องเกมคอนโซลออกมาได้อย่างเต็มที่ แต่ต้องเป็นทีวีที่มีเทคโนโลยีที่แรงค์สูงไม่ต่างจากเกมคอนโซลรุ่นล่าสุด

ซัมซุงทีวี Q65A คือเกมมิ่งทีวีรุ่นเริ่มต้นสำหรับเกมเมอร์ทุกแนว ไม่ว่าจะเป็นสายแอคชั่นเอามันส์ สายเนื้อเรื่องเน้นภาพสวยคัตซีนเข้มข้น หรือสายตี้เล่นกันเป็นทีม ด้วยสเปคเครื่องที่เอาอยู่ทุกเกม เทคโนโลยีภาพคมชัด และฟีเจอร์ที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะ ทำให้คุณหลุดเข้าไปในโลกของเกมคอนโซลไปพร้อมกับทีวี QLED จากซัมซุง

เคลื่อนไหวได้ดั่งใจ แทบไม่มีอินพุตแลคและภาพเบลอ

ภาพกระตุกและอาการภาพเบลอเป็นอุปสรรคที่น่าหงุดหงิดซึ่งส่งผลต่อเพอร์ฟอร์แมนซ์และประสบการณ์การเล่นเกม เพราะคุณรู้ดีว่าที่คุณต้องแพ้หรือเสียแต้ม ไม่ได้เป็นเพราะคุณเล่นไม่ดีแต่เป็นเพราะอุปกรณ์ที่คุณใช้ไม่สามารถรับมือกับเกมของคุณได้ต่างหาก โดยเฉพาะในเกมแอคชั่นแบบ FPS (First-Person Shooter) การเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วและการมองเห็นเป้าหมายได้อย่างชัดเจนคือหัวใจสำคัญในการเอาชนะ หากไม่มีทั้งสองอย่างก็ไม่ต่างอะไรกับแพ้ตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มเล่นด้วยซ้ำ

ในขณะที่ปัจจุบันเครื่องเกมคอนโซลมีเฟรมเรท (frame rate) 60 fps เป็นมาตรฐาน ถ้าจอทีวีที่คุณใช้ไม่สามารถแสดงภาพด้วยเฟรมเรทที่สูงใกล้เคียงกันได้ คุณคงจะเลี่ยงอาการแลคได้ยาก ดังนั้นการลงทุนกับจอทีวีที่สามารถเข้ากับคอนโซลและความคาดหวังของคุณได้คือที่สุดของการเล่นเกม ซัมซุงทีวี Q65A มาพร้อมกับหน้าจอ 60 fps ให้คุณสัมผัสความลื่นไหลลื่นของการเคลื่อนไหว และโหมด Auto Low Latency ที่ช่วยให้คุณเล่นเกมได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ด้วยการปรับการทำงานของหน้าจอโดยอัตโนมัติตามเกมที่คุณกำลังเล่นเพื่อลดอาการแลค นอกจากนี้ยังมี Motion Xcelerator เทคโนโลยีที่ช่วยลดอาการเบลอของภาพให้คุณเล็งเป้าหมายได้อย่างแม่นยำทุกการยิง

 

 คมทุกฉากชัดทุกสกิน เห็นภาพได้สวยกว่าบนจอ 4K

ความสนุกอีกอย่างของการเล่นเกมคือได้อินไปกับภาพและแอนิเมชันที่เล่าเรื่องราวของตัวละครในเรื่อง
ซึ่งโปรดักชั่นของเกมในปัจจุบันพัฒนามาไกลในระดับที่เริ่มมีการนำเทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) มาช่วยทำให้แอนิเมชันดูสมจริงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะวิดีโอเกมจากค่ายเกมใหญ่ๆ ที่มาในความชัดระดับ 4K ยิ่งทำให้การเล่นเกมไม่ต่างจากการได้ดูหนังหรือซีรีส์ฟอร์มยักษ์ซักเรื่อง ด้านเครื่องเกมคอนโซลก็มีการยกระดับเทคโนโลยีให้รองรับภาพ 4K มาซักระยะแล้วเช่นกัน

ในเมื่อเกมที่คุณรอจะเล่นอย่าง FIFA 21, Marvel’s Spider-Man: Miles Morales, และ Assassin’s Creed Valhalla ก็ต่างเป็นเกมในระดับ 4K ทั้งนั้น ทีวีที่คุณเลือกใช้เพื่อเล่นเกมก็ควรเป็นทีวี 4K เช่นกัน ซัมซุงทีวี Q65A คือทีวี QLED ความคมชัดระดับ 4K ที่มาพร้อมกับนวัตกรรม Quantum HDR เผยให้เห็นถึงรายละเอียดและคอนทราสต์ได้อย่างชัดเจน ทำให้ภาพดูมีชีวิตชีวามากกว่าเดิม เสริมด้วยเทคโนโลยี Quantum Dot ที่สามารถถ่ายทอดสีสันได้อย่างสมจริงในทุกระดับความสว่าง ด้วยระดับสี 100 เปอร์เซ็นต์ และยังหมดห่วงได้เลยว่าแถบพลังหรือเมนูเกมจะทำให้หน้าจอมีรอย Burn-in เพราะทีวี QLED เป็นเทคโนโลยีที่สร้างความร้อนต่ำ ทำให้เกิดรอยไหม้ได้อยากกว่า และซัมซุงยังมี Burn-in Free Warranty รับประกันซ่อมฟรีทันทีหากเกิดปัญหาหน้าจอไหม้อีกด้วย

ฟีเจอร์ที่เข้าใจเกมเมอร์ตัวจริง เป็นตัวช่วยสำหรับทุกชัยชนะ

สิ่งที่เกมเมอร์ต้องมีคืออุปกรณ์ที่ทำให้คุณสามารถแสดงความโปรออกมาได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้เกมมิ่งเพื่อลดอาการล้าจากการเล่นเกมเป็นเวลานาน เกมคอนโทรลเลอร์ที่จับสบายมือและตอบสนองได้รวดเร็ว และตัวช่วยที่สามารถขยายประสาทสัมผัสของคุณขณะเล่นเกม ด้วยเหตุนี้ทีวีซึ่งเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดในการเล่นเกมคอนโซล จึงจำเป็นต้องมีฟีเจอร์ที่สามารถเสริมประสิทธิภาพการมองเห็นและการได้ยินของคุณ และควรจะเป็นตัวช่วยให้คุณคว้าชัยชนะในการเล่นเกมทุกสไตล์ ทั้งแบบโซโล่และเล่นเป็นทีม เพราะเหตุนี้ ซัมซุงทีวี Q65A จึงเป็นมาตรฐานทีวีสำหรับเกมมิ่ง ด้วยฟีเจอร์ที่ออกแบบมาได้รู้ใจเกมเมอร์ที่สุด เกมเมอร์สายแอคชั่นและแอดเวนเจอร์จะต้องถูกใจฟีเจอร์ Super Ultrawide GameView ที่ทำให้คุณสามารถปรับอัตราส่วนหน้าจอเป็น 21:9 และ 32:9 ได้ มองเห็นได้รอบด้านกว่าที่เคยบนหน้าจอทีวี มาพร้อมกับ Game Bar แผงควบคุมให้คุณปรับการแสดงผล เช็คความเร็วในการตอบสนอง และเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ โดยไม่ต้องออกจากเกม นอกจากนี้เทคโนโลยี Object Tracking Sound Lite (OTS Lite) ยังทำให้คุณสามารถรับรู้ทิศทางของเสียงได้อย่างชัดเจน ทั้งเสียงฝีเท้าหรือเสียงสกิลของศัตรู ให้คุณพร้อมตั้งรับอยู่เสมอ

และสายตี้ อย่างเกม Call Of Duty, NBA 2K21, และ Monster Hunter จะต้องชอบฟีเจอร์ Multi View ที่ทำให้คุณสามารถแสดงจอสมาร์ทโฟนที่คอลกับเพื่อนในทีมบนหน้าจอทีวีได้และเล่นเกมไปพร้อมกัน เหมือนได้นั่งเล่นในห้องเดียวกัน หรือเกมเมอร์สายสตราทีจีจะเอาไว้เปิดแมปหรือสูตรเกมไปด้วยก็มีประโยชน์ไม่แพ้กัน

มาอัพแรงค์ประสบการณ์เกมมิ่งของคุณไปอีกขั้นด้วย ซัมซุงทีวี Q65A ในราคาเริ่มต้นเพียง 18,990 บาท และรับสิทธิ์ลงทะเบียนรับประกันนานถึง 3 ปี เมื่อซื้อทีวี Q65A ขนาด 55 นิ้วขึ้นไป ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.samsung.com/th/tvs/qled-tv/q65a-43-inch-qled-4k-smart-tv-qa43q65aakxxt/

 

เกี่ยวกับ ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์

บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด จุดประกายแรงบันดาลใจและสร้างวิถีแห่งอนาคตด้วยความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยีที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น โดยบริษัทได้สร้างนิยามใหม่ให้กับโลกของโทรทัศน์ สมาร์ทโฟน อุปกรณ์อัจฉริยะสวมใส่ได้ แท็บเล็ต กล้องถ่ายภาพ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน อุปกรณ์การแพทย์ ระบบเครือข่าย สารกึ่งตัวนำและ LED โซลูชั่น สำหรับข่าวสารล่าสุด ท่านสามารถเยี่ยมชม Samsung Newsroom ได้ที่ news.samsung.com

ออปโป้ เผยโฉม “OPPO Reno6 5G” รุ่นล่าสุด ชูฟีเจอร์ล้ำถ่ายวิดีโอพอร์ตเทรต ให้พื้นหลังโบเก้แบบเรียลไทม์ โดดเด่นด้วยดีไซน์เรโทรสุดพรีเมี่ยม เปิดตัวพร้อมวางจำหน่าย ราคา 17,990 บาท

ออปโป้ ไทยแลนด์ เปิดตัว “OPPO Reno6 5G” รุ่นล่าสุด ที่พัฒนาสุดยอดเทคโนโลยีเพื่อการถ่ายวิดีโอพอร์ตเทรตและถ่ายภาพพอร์ตเทรต ในแนวคิด “อารมณ์ไหน ก็พอร์ตเทรต” ชูไฮไลต์ด้วยฟีเจอร์สุดล้ำ Bokeh Flare Portrait Video ให้ถ่ายวิดีโอพอร์ตเทรตเป็นโบเก้เบลอฉากหลังมอบความสวยโรแมนติกแบบเรียลไทม์ และยังคงถ่ายภาพพอร์ตเทรตได้สวยสะกดในทุกอารมณ์ รูปลักษณ์แปลกตาด้วยเรโทรดีไซน์สุดพรีเมี่ยม โดดเด่น บางเฉียบทุกมิติ กับ Ultra-slim Retro Design ที่มาพร้อมกับเทคนิค Reno Glow ที่ให้ความเปล่งประกายสวยสะดุดตาอันเป็นเอกลักษณ์ของออปโป้ เทคโนโลยีชาร์จเร็ว 65W SuperVOOC 2.0 และรองรับการเชื่อมต่อ 5G ให้ใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างเร็วแรง ในราคา 17,990 บาท พิเศษสำหรับผู้ที่ซื้อ OPPO Reno6 5G ในวันที่ 17 กันยายน จนถึง 17 ตุลาคมนี้ รับเซ็ตของพรีเมี่ยมสุดพิเศษมูลค่ารวม 9,398 บาท (จำนวนจำกัด)OPPO Brand Shop ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และอีกหนึ่งช่องทางพิเศษเมื่อจองผ่านผู้ให้บริการเครือข่าย รับส่วนลดสูงสุดถึง 8,500 บาท ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 30 กันยายนนี้เท่านั้น

 

ถ่ายทอดโมเมนต์อันโรแมนติกผ่านวิดีโอพอร์ตเทรตและภาพถ่ายพอร์ตเทรตให้ลึกซึ้งกว่าที่เคย ด้วย OPPO Reno6 5G
สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด
ที่มาพร้อมฟีเจอร์ที่พัฒนาเพื่อการถ่ายวิดีโอพอร์ตเทรตและถ่ายภาพพอร์ตเทรตโดยเฉพาะ พร้อมดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์และประณีต และประสิทธิภาพเพื่อการใช้งานในชีวิตประจำวันแบบจัดเต็มตามแบบฉบับของ OPPO Reno Series

Bokeh Flare Portrait Video ให้วิดีโอแทนสายตาของคนรัก เบลอแสงให้เป็นโบเก้ สวยโรแมนติก แบบเรียลไทม์

OPPO Reno6 5G มาพร้อมเทคโนโลยีกล้อง AI สุดล้ำเต็มไปด้วยฟีเจอร์ที่สามารถถ่ายวิดีโอระดับมืออาชีพได้โดยง่ายดาย ด้วย ฟีเจอร์ Bokeh Flare Portrait Video ที่ช่วยเบลอแสงไฟพื้นหลังแบบเรียลไทม์ให้เป็นดวงไฟโบเก้ระยิบระยับในความตื้นลึกที่แตกต่างกัน ช่วยให้ถ่ายทอดอารมณ์โรแมนติกได้อย่างสวยงาม สามารถถ่ายภาพนิ่งด้วยฟีเจอร์ Bokeh Flare Portrait ที่ยังคงมาตรฐานระดับมืออาชีพ มอบความสวยงามของแสงให้ตัวบุคคลโดดเด่นยิ่งขึ้น ท่ามกลางแสงพื้นหลังแบบโบเก้ระยิบระยับ ใช้งานได้ทั้งกลางวันกลางคืน ไม่ว่าจะถ่ายด้วยกล้องหน้าหรือกล้องหลัง นอกจากนี้ ใบหน้าบนวิดีโอจะสวยงามเป็นธรรมชาติมากขึ้นด้วยฟีเจอร์ Portrait Beautification Video จดจำจุดสำคัญบนใบหน้าได้ถึง 193 จุดทำให้ภาพคมชัด สวยงามเป็นธรรมชาติ ปรับโทนผิวของใบหน้าให้มีความเหมาะสมกับผิวคอและแขน อีกทั้งยังช่วยปรับความสดใสของดวงตาเพื่อให้ดวงตาดูพิเศษมากยิ่งขึ้นด้วย โดย OPPO Reno6 5G มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 64MP+8MP+2MP และกล้องหน้าความละเอียด 32MP

 พลิกดีไซน์สู่ความเป็นเรโทรพรีเมี่ยม บางพิเศษ เปล่งประกายระยิบระยับด้วยเอกลักษณ์แบบ Reno Glow

OPPO Reno6 5G ได้มีการพลิกดีไซน์สู่ความเป็นเรโทรที่เป็นดีไซน์ยอดนิยมในโลกสมาร์ทโฟนปัจจุบัน กับ Ultra-slim Retro Design แบบใหม่กับดีไซน์ขอบตัวเครื่องแบบเหลี่ยม ความบางพิเศษเพียง 7.59 มิลลิเมตร และน้ำหนักเบาที่ 182 กรัม ทำให้สามารถจับถือได้อย่างสบายและถนัดมือ นอกจากนี้ ยังคงความเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของดีไซน์ที่เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก ด้วยกระบวนการ Reno Glow เอกสิทธ์จากออปโป้ ที่ให้เอฟเฟ็กต์ฝาหลังแบบเปล่งประกายระยิบระยับแบบด้านและป้องกันรอยนิ้วมือ มาใน 2 สี ได้แก่ สี Aurora ที่ให้สีที่เปลี่ยนแปลงและแปลกตาเมื่อต้องกับแสงในมุมต่างๆ และสี Stellar Black สีดำที่เปล่งประกายที่สุด

โดย OPPO Reno6 5G มาพร้อมหน้าจอ AMOLED FHD+ ขนาด 6.4” ในอัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องถึง 91.7% และมีอัตราการ
รีเฟรช 90Hz ทำให้รับชมเนื้อหาคุณภาพสูงได้อย่างไหลลื่น คมชัด และสมจริง

ใช้งานได้ทั้งวันไม่มีสะดุดด้วยเทคโนโลยีชาร์จเร็ว พร้อมขุมพลังสุดแรงเชื่อมต่อโลก 5G

หมดกังวลเรื่องการใช้งานตลอดวัน ไม่ว่าจะเล่นเกมหรือเล่นโซเชียล เพราะ OPPO Reno6 5G มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 4300mAh และเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 65W SuperVOOC 2.0 ทำให้สามารถชาร์จแบตได้เต็ม 100% ภายใน 28 นาที และเพียงชาร์จแค่ 5 นาที ก็สามารถดูวิดีโอได้นานถึง 4 ชั่วโมง พร้อมให้ลุยทุกคอนเทนท์บนโลกออนไลน์ด้วยขุมพลังสุดแรง MediaTek Dimensity 900 Integrated 5G SoC ที่รองรับการเชื่อมต่อ 5G นอกจากนี้ด้วย RAM 8GM, ROM 128GB ที่มาพร้อมเทคโนโลยี RAM Expansion ช่วยแก้ปัญหาเมื่อโทรศัพท์กำลังขาด RAM ในการใช้งานเมื่อเปิดหลายแอปฯ พร้อมกัน โดยเลือกแปลงส่วนหนึ่งของ ROM ที่มีอยู่มาเป็นหน่วยความจำเสมือนแบบอัตโนมัติเพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหลที่สุด

OPPO Reno6 5G รุ่นล่าสุด ตอกย้ำความเป็นที่สุดของสมาร์ทโฟน 5G เพื่อการถ่ายวิดีโอพอร์ตเทรตและถ่ายภาพพอร์ตเทรตให้สวยงามทุกอารมณ์ ให้บันทึกวิดีโอพอร์ตเทรตแทนสายตาของคนรักด้วยสุดยอดฟีเจอร์แห่งยุค วางจำหน่ายในราคา 17,990 บาท มี 2 สี ได้แก่ สี Aurora และสีดำ Stellar Black วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 17 กันยายนนี้เป็นต้นไป และพิเศษสำหรับผู้ที่ซื้อ OPPO Reno6 5G ในวันที่ 17 กันยายน จนถึง 17 ตุลาคม รับเซ็ตของพรีเมี่ยมสุดพิเศษมูลค่ารวม 9,398 บาท (จำนวนจำกัด)OPPO Brand Shop ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และอีกหนึ่งช่องทางพิเศษสำหรับการเป็นเจ้าของ OPPO Reno6 5G ได้ง่ายยิ่งขึ้นเมื่อจองผ่านผู้ให้บริการเครือข่าย รับส่วนลดสูงสุดถึง 8,500 บาท ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 30 กันยายนนี้เท่านั้น

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/38LCnVU