เปิด 5 เคล็ดลับเลือกพริ้นเตอร์สำหรับช่วง Work From Home ไม่ว่าจะพิมพ์ สแกน ถ่ายเอกสารเยอะแค่ไหนก็เอาอยู่

สำหรับหลายคนที่ทำงานและเรียนออนไลน์ที่บ้านมาหลายเดือนแล้วและคาดว่าอาจจะต้องใช้ชีวิตลักษณะนี้ไปอีกระยะหนึ่งคงเริ่มวางแผนมองหาเครื่องพิมพ์ดีดีคุณภาพสูง สักเครื่องมาติดบ้านไว้ ซึ่งเครื่องพิมพ์ก็เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญที่ตอบโจทย์ชีวิตการเรียนและการทำงานให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น โดยเครื่องพิมพ์ยอดฮิตที่ใช้กันในครัวเรือนแน่นอนว่าต้องเป็นเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทที่ใช้งานได้ง่าย แต่สำหรับใครที่ต้องการพิมพ์งานปริมาณมาก อยากสั่งพิมพ์แบบจุก ๆ เครื่องพิมพ์เลเซอร์ก็ทำได้ดีเลยทีเดียว หัวใจสำคัญของการเลือกเครื่องพิมพ์จึงจำเป็นต้องหาคำตอบให้แน่ชัดว่าต้องการงานพิมพ์รูปแบบไหน เพราะเครื่องพิมพ์แต่ละรุ่นก็จะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นการเลือกเครื่องพิมพ์จึงต้องเลือกให้เหมาะสมกับความต้องการใช้งานมากที่สุด โดยเคล็ดลับง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจซื้อเครื่องพิมพ์ได้อย่างตรงใจมีด้วยกัน 5 ข้อ ดังนี้

  1. เลือกรูปแบบการใช้งานและการเชื่อมต่อที่ต้องการ

โจทย์แรกก่อนเลือกเครื่องพิมพ์แน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องของรูปแบบการใช้งานที่แต่ละคนก็มีความต้องการแตกต่างกันไป บางคนเน้นพิมพ์ปริมาณมาก พิมพ์เอกสารที่ใช้หมึกสีดำเยอะ ในขณะที่อีกคนอาจจะเน้นการพิมพ์รูปก็ต้องการเครื่องพิมพ์ที่ให้หมึกคมชัด นอกจากนี้การเชื่อมต่อสำหรับสั่งการงานพิมพ์ก็ยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งในการเลือกใช้ ซึ่งมีทั้งแบบเสียบสาย USB เข้ากับอุปกรณ์เพื่อสั่งพิมพ์โดยตรง และการเชื่อมต่อแบบไร้สายโดยใช้งานผ่าน WIFI เพื่อให้ผู้ใช้สามารถสั่งงานจากระยะไกลได้สะดวกและยังสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เคลื่อนที่อย่างสมาร์ทโฟน แท็ปเล็ท ได้อีกด้วย

  1. มองหาผลงานเพื่อศิลปะชั้นเลิศหรือมองหางานเอกสาร

การตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องพิมพ์สักเครื่องก็ต้องมั่นใจได้ว่าผลลัพธ์ที่ออกมานั้นมีประสิทธิภาพมากที่สุด ดังนั้นปัจจัยเรื่องคุณภาพการพิมพ์จึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเครื่องพิมพ์ที่สามารถส่งมอบงานพิมพ์อันยอดเยี่ยมได้จะต้องมีหัวพิมพ์และหมึกที่ได้มาตรฐาน ตลอดจนกระดาษคุณภาพดี ซึ่งองค์ประกอบทั้งหมดเมื่อทำงานร่วมกันจะส่งผลให้ผลงานที่พิมพ์ออกมามีสีสันที่คมชัดและสีไม่เพี้ยน รวมถึงยังให้สีที่มีความทนทานสามารถเพิ่มอายุการใช้งานเอกสารและรูปภาพให้เก็บไว้ได้นานมากขึ้นโดยสีไม่ซีดจาง

  1. จะพิมพ์เยอะหรือพิมพ์น้อยก็ต้องเลือกให้เหมาะ

การพิมพ์งานของผู้ใช้แต่ละคนย่อมมีความต้องการปริมาณการพิมพ์ไม่เท่ากัน เครื่องพิมพ์ในตลาดแต่ละรุ่นจึงมีการออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานในปริมาณที่หลากหลายกันไป ก่อนเลือกซื้อเครื่องพิมพ์ผู้ใช้จึงต้องประเมินจำนวนงานพิมพ์และรูปแบบการพิมพ์ในแต่ละเดือนเพื่อเลือกรุ่นที่เหมาะสม ซึ่งปริมาณการพิมพ์อาจจะมีตั้งแต่ปริมาณน้อยขั้นต่ำเพียง 50 หน้า ไปจนถึงเครื่องที่สามารถพิมพ์ได้มากสูงสุดถึง 1,500 หน้า ทั้งนี้ไม่ว่าผู้ใช้จะต้องการพิมพ์งานมากหรือน้อยเครื่องพิมพ์จะต้องมีประสิทธิภาพในการประหยัดหมึกโดยที่ยังคงรักษาคุณภาพผลงานให้อยู่ในระดับมาตรฐานได้ทุกแผ่นและมอบความคุ้มค่าให้กับผู้ใช้ได้มากที่สุด

  1. ดูแลรักษาง่ายมีชัยไปกว่าครึ่ง

เมื่อใช้งานเครื่องพิมพ์ไปสักระยะการดูแลรักษาและหมั่นตรวจสอบการทำงานอย่างสม่ำเสมอก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่ควรละเลยเพราะอาจส่งผลต่ออายุการใช้งานของเครื่องพิมพ์ได้ สำหรับเครื่องพิมพ์ที่ดีและเหมาะสำหรับช่วง Work From Home นี้จะต้องพัฒนาให้ผู้ใช้สามารถบำรุงรักษาส่วนประกอบต่าง ๆ ได้ง่ายด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์ขวดหมึกให้เติมได้สะดวกโดยไม่ทำให้หมึกหกเลอะเทอะ หรือการใช้ตลับหมึกแบบ All-in-One ในเครื่องพิมพ์เลเซอร์ ที่ช่วยให้การเปลี่ยนโทนเนอร์ได้สะดวกรวดเร็ว ตลอดจนหัวพิมพ์และชุดฟองน้ำซับหมึกที่ซื้อมาเปลี่ยนได้เอง ซึ่งฟังก์ชันเหล่านี้นอกจากจะมอบความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งานแล้วยังช่วยลดระยะเวลาในการนำเครื่องพิมพ์เข้าศูนย์บริการและเลี่ยงการสัมผัสในช่วงสถานการณ์นี้อีกด้วย

  1. ประหยัดไฟ ประหยัดงบ ตั้งไว้ในใจช่วยจำกัดตัวเลือก

สำหรับสิ่งสุดท้ายที่เรียกได้ว่าแทบจะสำคัญไม่แพ้ปัจจัยอื่นเลยต้องยกให้เรื่องงบประมาณ เพราะการกำหนดงบที่สามารถใช้ซื้อได้ตั้งแต่ต้นจะช่วยให้คุณประหยัดเวลาในการเลือกเครื่องพิมพ์ได้มากขึ้น ซึ่งราคาของเครื่องพิมพ์ก็จะขึ้นอยู่กับฟังก์ชันการใช้งานที่มีความโดดเด่นแตกต่างกันออกไป นอกจากนี้หากเลือกเครื่องพิมพ์ที่ใช้พลังงานต่ำก็จะช่วยประหยัดค่าไฟในแต่ละเดือนได้

เมื่อความต้องการเริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้วก็ได้เวลามองหาเครื่องพิมพ์ที่ต้องตาต้องใจมากที่สุด โดยแคนนอนในฐานะผู้นำตลาดเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทในประเทศไทยและเป็นแบรนด์เลเซอร์พรินเตอร์อันดับ 1 ของภูมิภาคอาเซียน เข้าใจถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่หลายคนต้อง Work From Home และต้องการเครื่องพิมพ์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบ New Normal จึงนำเสนอเครื่องพิมพ์ 3 รุ่นที่เหมาะสำหรับการทำงานแต่ละรูปแบบมาเพื่อให้คนที่กำลังสนใจซื้อเครื่องพิมพ์มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น อาทิ

  • Canon PIXMA E4270

เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทหมึกรวมรุ่น PIXMA E4270 เป็นเครื่องพิมพ์ไร้สาย ALL-IN-ONE ขนาดกะทัดรัด ที่รองรับการเชื่อมต่อ WIFI ทำให้สามารถพิมพ์ผ่านมือถือและคลาวด์ได้สะดวก มาพร้อมฟังกชันการพิมพ์ สแกน ถ่ายสำเนาเอกสาร และแฟกซ์ การพิมพ์สองหน้าแบบอัตโนมัติสำหรับการพิมพ์แบบต้นทุนต่ำ พิมพ์ขาวดำได้ถึง 8.8 ภาพต่อนาที และพิมพ์ภาพสีได้ 4.4 ภาพต่อนาที โดยมีปริมาณการพิมพ์ที่แนะนำอยู่ที่ 50 – 200 หน้า นอกจากนี้ยังมีตลับหมึกราคาประหยัดที่สามารถบำรุงรักษาได้ง่าย เหมาะสำหรับนักเรียนและนักศึกษาที่ต้องการพิมพ์เอกสารสำหรับการเรียน

  • Canon PIXMA G3010

เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทหมึกแทงค์รุ่น PIXMA G3010 เครื่องพิมพ์ไร้สาย ALL-IN-ONE ที่สามารถเติมหมึกเองได้ มาพร้อมฟังก์ชันครบครันทั้งพิมพ์ สแกน และถ่ายสำเนาเอกสาร รองรับการเชื่อมต่อ WIFI สามารถพิมพ์รูปแบบไร้ขอบได้ถึงขนาด A4 เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการพิมพ์งานปริมาณมาก ซึ่งปริมาณการพิมพ์ที่แนะนำอยู่ที่ 150 – 1,500 หน้าต่อเดือน ด้วยแทงค์หมึกขนาดใหญ่และปริมาณน้ำหมึกที่มากจึงสามารถรองรับการพิมพ์ได้ถึง 7,000 หน้าต่อการเติมหมึกหนึ่งครั้ง อีกทั้งยังออกแบบขวดหมึกแบบใหม่ที่ช่วยให้เติมหมึกได้ง่ายขึ้นและไม่หกขณะเติม ตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ทำธุรกิจขนาดเล็ก และ ธุรกิจ SME ได้อย่างคุ้มค่า ซึ่งต้องพิมพ์ปริมาณมากทั้งที่อยู่จัดส่งของ การ์ดขอบคุณลูกค้า ไปจนถึงสติ้กเกอร์โลโก้ร้านค้า

  • Canon imageCLASS LBP6030w

เครื่องพิมพ์เลเซอร์ขาวดำ imageCLASS LBP6030w ถูกออกแบบมาให้มีขนาดกะทัดรัดเพื่อประหยัดพื้นที่ในการจัดวาง มาพร้อมการเชื่อมต่อ WIFI สามารถพิมพ์เอกสารหรือภาพจากอุปกรณ์มือถือทั้งระบบ IOS และ Android ได้ง่ายดาย ใช้เทคโนโลยี On-Demand Fixing ของแคนนอนที่ทำให้ใช้พลังงานน้อยแต่พิมพ์ได้รวดเร็ว และให้ปริมาณจุใจ โดยมีปริมาณการพิมพ์ที่แนะนำต่อเดือนที่ 200 – 800 หน้า รวมถึงมีการใช้ตลับหมึกแบบ All-in-One 325 ที่ทำให้การบำรุงรักษาเป็นเรื่องง่าย เหมาะสำหรับธุรกิจประเภท SME หรือธุรกิจแบบ Home office

หลังจากได้เคล็ดลับในการเลือกเครื่องพิมพ์ที่กล่าวมาข้างต้นเชื่อว่าหลายคนคงมีสเป็คเครื่องพิมพ์ในดวงใจเอาไว้เรียบร้อย สำหรับผู้ที่สนใจเครื่องพิมพ์แคนนอนสามารถสอบถามร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือช้อปสะดวกยิ่งขึ้น ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ เว็บไซต์ www.lazada.co.th/shop/canon-official-store  เว็บไซต์ https://shopee.co.th/canon_flagship_store  และร้านค้า Canon E-Store ที่เว็บไซต์ https://goto.canon.co.th/estore/ สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ Call Center โทรศัพท์ 0-2344-9988 หรือเว็บไซต์ https://th.canon  และ https://www.facebook.com/canon.thailand

เลอโนโวเปิดตัว โมบาย เวิร์คสเตชั่น ไลน์อัพใหม่ล่าสุด ตอบโจทย์การใช้เวิร์คสเตชั่นในงานที่หลากหลาย ให้ประสิทธิภาพจัดเต็ม

  • เติมเต็มการทำงานแบบ Work from Anywhere ด้วยโมบาย เวิร์คสเตชั่น และอุปกรณ์เสริม เพื่อการใช้งานสำหรับมืออาชีพ

เลอโนโวเปิดตัว ThinkPad™ P1, ThinkPad P15 และ ThinkPad P17 โมบาย เวิร์คสเตชั่น รุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมโมบาย โปรเซสเซอร์ 11th Gen Intel® Core™ และ Xeon™ รองรับกราฟฟิกการ์ดสูงสุดถึง NVIDIA RTX A5000 GPU และไดรฟ์ PCIe Gen 4 SSDs สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการโมบาย เวิร์คสเตชั่นสำหรับการใช้งานระดับสูง เครื่องผ่านการรองรับมาตรฐาน ISV Certified และผ่านการทดสอบ MIL-spec standards1

นอกจากนี้ เลอโนโวยังเปิดตัว ผลิตภัณฑ์เสริมสำหรับการใช้งานระดับมืออาชีพให้ครบครันยิ่งขึ้นด้วยผลิตภัณฑ์จอมอนิเตอร์  ThinkVision™ P34w-20 และ ThinkPad Thunderbolt™ 4 Workstation Dock

ThinkPad P1 Gen 4 ใหม่ล่าสุดทั้งหน้าจอและประสิทธิภาพ แต่ยังคงเอกลักษณ์ความเบาและบาง

ThinkPad P1 ถูกออกแบบมาเพื่อผู้ใช้งานโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสายงาน คอนเท็นต์ ครีเอเตอร์, นักออกแบบสถาปัตยกรรม, นักออกแบบผลิตภัณฑ์, นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล หรือผู้ที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ที่ทรงพลัง ภายใต้ดีไซน์เครื่องที่เรียบหรู กะทัดรัด สามารถพกพาไปใช้งานได้ทุกที่ ผลิตภัณฑ์รองรับการใช้งาน 5G แบตเตอร์รี่ขนาด 90WHr คีย์บอร์ดที่ถูกออกแบบให้ใช้งานได้ถนัดมือด้วยทัชแพดที่ใหญ่ขึ้น กล้องความละเอียดแบบ FHD และลำโพง Dolby Atmos® Speaker System ให้ภาพและเสียงที่คมชัดทุกการประชุม หน้าจอ UHD+ ขนาด 16 นิ้ว มาพร้อมขอบจอบางให้อัตราส่วน 16:10 เทคโนโลยี low blue light ช่วยลดแสงสีฟ้า และครั้งแรกกับจอกราฟฟิกการ์ดเพื่อการใช้งานขั้นสูงอย่าง  NVIDIA RTX™ A5000-level GPUs หรือตัวเลือก NVIDIA GeForce RTX 3080

ThinkPad P15 และ ThinkPad P17 Gen 2 พลังเพื่อการสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัด

ThinkPad P15 และ ThinkPad P17 Gen 2 ถูกออกแบบมาเพื่อการสร้างสรรค์ชิ้นงานที่ต้องการประสิทธิภาพเครื่องที่ทรงพลัง อาทิ ในสายงานของวิศวกรและนักออกแบบที่ต้องใช้งานตั้งแต่การเรนเดอร์จนถึงการจำลองภาพเสมือน ซึ่งผลิตภัณฑ์ทั้งสองนี้มาพร้อมกับข้อเสนอที่สามารถปรับแต่งให้เหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละรูปแบบ ThinkPad P15 มีขนาดกะทัดรัด มาพร้อมหน้าจอขนาด 15.6 นิ้วแบบ UHD OLED และ ขณะที่ ThinkPad P17 มาพร้อมกับขนาด 17.3 นิ้ว ที่มีความสามารถในการคาลิเบรทสี ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถแยกสีได้อย่างชัดเจนแม้ในรายละเอียดขนาดเล็ก

ผลิตภัณฑ์ ThinkPad P Series โมบาย เวิร์คสเตชั่น ทั้งสามรุ่นที่เปิดตัวยังรองรับ  NVIDIA Studio validated

จอมอนิเตอร์  ThinkVision P34w-20

เสริมประสิทธิภาพให้มุมมองการทำงานด้วยหน้าจอมอนิเตอร์แบบ ultra-wide curved (3800R) ขนาด 34 นิ้วรุ่น ThinkVision P34w-20 ที่ให้ค่าสีระดับ 99% sRGB และ delta E<2 แบบ WQHD (3440 x 1440) สัดส่วนหน้าจอขนาด 21:9 ให้มุมมองที่ชัดเจน มาพร้อมฟีเจอร์ Picture-in-Picture และ Picture-by-Picture ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อการแสดงผลจาก 2 อุปกรณ์ได้พร้อมกัน และฟังก์ชั่นจดสิทธิบัตรอย่าง eKVM ที่ให้การสลับหน้าจอทำได้อย่างรวดเร็ว

ผลิตภัณฑ์มาพร้อมเทคโนโลยี eye-care และ Natural Low Blue Light ช่วยลดแสงสีฟ้าเพื่อถนอมสายตา ขาตั้งที่ปรับมุมมองและความสูงได้ช่วยให้เหมาะกับสรีระของผู้ใช้งาน เสริมการเชื่อมต่อให้มีประสิทธิภาพด้วยโซลูชั่น single-cable connection เพื่อเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์และด็อกกิ้ง ฮับ สายพาวเวอร์ โอนถ่ายข้อมูลวีดีโอ หรือจะเป็นสัญญาณ ethernet ก็เชื่อมต่อได้ผ่านพอร์ต USB Type-C ที่ให้พลังไฟถึง 100W ซอฟ์ตแวร์ Lenovo ThinkColour ช่วยให้การปรับ setting ของหน้าจอและพอร์ตการเชื่อมต่อต่าง ๆ ทำได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น

ด็อกกิ้ง ThinkPad Thunderbolt 4 Workstation Dock

ด็อกกิ้ง ThinkPad Thunderbolt 4 Workstation Dock รองรับกำลังไฟสูงถึง 300W จึงเพิ่มความสะดวกให้ผู้ใช้งานเมื่อต้องการเชื่อมต่อตัวโมบาย เวิร์คสเตชั่นและชาร์จแบตเตอร์รี่ในเวลาเดียวกัน เครื่องมาพร้อมฟังก์ชั่น Intel AMT เพื่อเสริมประสิทธิภาพให้การจัดการการเชื่อมต่อต่าง ๆ

การวางจำหน่ายและราคาของผลิตภัณฑ์โมบาย เวิร์คสเตชั่น ThinkPad P1, P15 และP17 และ การวางจำหน่ายและราคาของผลิตภัณฑ์ผลิตภัณฑ์จอมอนิเตอร์  ThinkVision™ P34w-20 และ ด็อกกิ้ง ThinkPad Thunderbolt™ 4 Workstation Dock จะแจ้งให้ทราบอีกครั้งเมื่อพร้อมวางจำหน่ายในไทย

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ https://www.facebook.com/LenovoTH หรือ http://www.lenovo.com/workstations

เลอโนโว (HKSE: 992) (ADR: LNVGY) มีมูลค่าธุรกิจ 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นหนึ่งในบริษัท Fortune 500 ที่มีพนักงานใน 180 แห่งทั่วโลก โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการสร้างอุปกรณ์อัจฉริยะเพื่อรองรับการเปลี่ยนถ่ายของเทคโนโลยียุคใหม่ (ผ่านอุปกรณ์และโครงสร้างอินฟราสตรัคเจอร์) และเสริมประสิทธิภาพให้ผู้ใช้ (ผ่านโซลูชั่น เซอร์วิส และซอฟต์แวร์) กว่าหลายล้านคนเพื่อสร้างสังคมดิจิทัลที่ครอบคลุม เท่าเทียม ยั่งยืนให้แก่ทุกคนทั่วโลก ร่วมติดตามเราบน https://www.lenovo.com หรือที่ StoryHub

COLORFUL แนะนำเมนบอร์ด B560 Mini-ITX และกราฟิกการ์ด RTX 3060 Mini

บริษัท Colorful Technology จำกัด ผู้นำด้านอุตสาหกรรมการผลิตเมนบอร์ด กราฟิกการ์ดและโซลูชั่นเก็บข้อมูลประสิทธิภาพสูง ขอแนะนำเมนบอร์ด CVN B560I Gaming Series mini-ITX และกราฟิกการ์ด iGame GeForce RTX 3060 Mini OC ผลิตภัณฑ์ดีไซน์ใหม่ล่าสุดที่เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบ PC ขนาดเล็ก

COLORFUL CVN B560I Gaming Series mini-ITX มาพร้อมกันถึง 2 โมเดล คือ CVN B560I Gaming Frozen ดีไซน์ในโทนสีขาว-เงิน และ CVN B560I Gaming Pro มาในโทนสีดำ-เงิน โดยทั้งสองรุ่นนี้จะทำให้คุณสามารถเลือกสีที่ตรงกับโทนสี PC ที่คุณต้องการได้ง่ายขึ้น และเพื่อเสริมเมนบอร์ด mini-ITX ใหม่นี้ COLORFUL ยังได้แนะนำกราฟิกการ์ด iGame GeForce RTX 3060 Mini OC ที่มีความยาวเพียง 182 มม. ซึ่งผู้ที่ชื่นชอบพีซีเกมมิ่งขนาดเล็กสามารถประกอบเครื่องได้ครบจบที่เดียว

 

COLORFUL CVN B560I GAMING Series

เมนบอร์ด CVN B560I Gaming Frozen และ CVN B560I Gaming Pro mini-ITX มาในโทนสีขาว-เงินและสีดำ-เงิน มีคุณสมบัติชิปเซ็ต Intel B560 รองรับการใช้งานโปรเซสเซอร์ 10th generation and 11th generation Intel Core เมนบอร์ดถูกออกแบบให้ใช้เฟสจ่ายพลังงาน 6+2 พร้อมกับโมดูล 60A DrMos ช่วยส่งพลังงานที่ให้เพียงพอไปยังโปรเซสเซอร์แบบมัลติคอร์ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับโซลูชั่น Intel Wi-Fi 6 รุ่นล่าสุดสำหรับการเชื่อมต่อเครือข่ายแบบไร้สาย และคุณสมบัติ PCIe 4.0 X16 สำหรับติดตั้งกราฟิกการ์ด AMD Radeon และ NVIDIA GeForce

สำหรับเมนบอร์ด CVN B560I Gaming Series mini-ITX รุ่นใหม่นี้ COLORFUL ได้อัพเกรดคอมโพเน้นคูลเลอร์ในหลายส่วน ประกอบด้วย PCH ฮีทซิงค์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น, แผ่นระบายความร้อนในส่วนของ VRMs และฮีทซิงค์บน M.2 มอบช่องทางการติดตั้ง NVMe SSDs โดยไม่จำเป็นต้องหาคูลเลอร์ให้ยาก และตัวเมนบอร์ดยังมาพร้อมกับแสงไฟ 5V ARGB ในด้านบน รองรับดีไวซ์ ARGB ที่สามารถควบคุมและปรับแต่งได้ผ่านซอฟต์แวร์ iGame Center

 

คุณสมบัติ

Model CVN B560I GAMING FROZEN/PRO
CPU Support Intel® 10th / 11th Generation Core™ Processor
Chipset Intel B560
Power Phase Design 6+2 Power Phase
Memory Support 2x DDR4 Dual channels

DDR4 3200/3000/2933/2800/2666/2400/2133 Memory

Memory OC Support

Extreme Memory Profile (XMP) Support

Expansion Slots 1x PCI Express 4.0/3.0 x16

1x M.2 SSD (Support PCIE GEN3 x4/SATA/OPTANE)

1x CNVI WiFi 6/BT

Storage 4x SATA III 6Gbps
1x M.2 Slot
Networking 1000M LAN
Front I/O Connectors 1x 24-pin Power Supply connector

1x 8-pin 12V Power connector

I/O & Front USB 4x USB 2.0

4x USB3.2 Gen 1 Type-A

2x USB3.2 Gen Type-C

1x HDMI

1x DisplayPort

1x Audio port

1x RJ45 port

Audio 6-Channel High-Definition audio CODEC
Motherboard Dimensions MINI-ITX (170mm x 170mm)

 

COLORFUL iGame GeForce RTX 3060 MINI OC 12G L

เพื่อเสริมการเปิดตัวเมนบอร์ด CVN B560I Gaming Series mini-ITX นี้ COLORFUL ยังได้นำเสนอกราฟิกการ์ดอีกตัวในรุ่น iGame GeForce RTX 3060 MINI OC 12G L เป็นกราฟิกการ์ดขนาดเล็กที่มีความยาวเพียง 182 มม. และใช้พื้นที่เพียง 2-slot PCI expansion เท่านั้น ด้วยคุณสมบัติดีไซน์ในโทนสีขาว-เงิน ทำให้กราฟิกการ์ดนี้เหมาะกับการใช้งานไปควบคู่กับเมนบอร์ด CVN B560I Gaming Frozen และในด้านหลังก็มาในโทนสีขาวพร้อมกับแท็กสีดง “MINI” นอกจากนี้ยังมีแถบไฟ RGB ในด้านข้าง เพื่อเสริมความสวยงามในการเล่นเกมอีกด้วย

iGame GeForce RTX 3060 MINI OC มาพร้อมกับปุ่ม One-Key OC เพื่อใช้เป็นสวิทช์สำหรับโอเวอร์คล็อกในแถบด้านหลัง I/O อย่างรวดเร็ว มีการใช้ฮีทซิงค์ขนาดใหญ่ พร้อมท่อความร้อน 4 ท่อ (ขนาด 6มม.) สำหรับการระบายความร้อนที่ดีเยี่ยม ในขณะที่ Auto Stop Technology จะช่วยให้การทำงานเงียบขึ้นในระหว่างการโหลดต่ำ ด้วยการปิดพัดลมอัตโนมัติ

 

คุณสมบัติ

Model iGame GeForce RTX 3060 MINI OC 12G L
GPU GeForce RTX 3060
CUDA cores 3584
Base Clock/Boost Clock 1320MHz / 1777MHz
(Turbo Model) Base/Boost Clock 1320MHz / 1792MHz
Memory 12GB
Memory Interface GDDR6X
Memory Interface Width 192-bit
Power connector 1x 8-Pin PCIe Power
Graphics Card Power 170W / 1700W
Graphics Card OC Power 170W / 187W
Cooling 1x90mm+ 4x6mm-diameter heat pipes
Dimension 182mm x 130mm x 42mm (Card)

 

ราคา

เมนบอร์ด COLORFUL CVN B560I GAMING PRO และ CVN B560I GAMING PRO FROZEN มีราคา MSRP ที่ USD185 และ USD195 ตามลำดับ

 

เข้าชมข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับผลิตภัณฑ์ในลิงก์ด้านล่างนี้:
iGame GeForce RTX 3060 OC:
https://en.colorful.cn/product_show.aspx?mid=102&id=1873
B560I GAMING PRO:
https://en.colorful.cn/product_show.aspx?mid=84&id=929
B560I GAMING FROZEN:
https://en.colorful.cn/product_show.aspx?mid=84&id=930

ติดตามเพจ Facebook COLORFUL ได้ที่ : https://www.facebook.com/ColorfulGlobal/
ติดตาม Instagram COLORFUL ได้ที่ :
https://www.instagram.com/colorfultechnology/

เกี่ยวกับ COLORFUL

Colorful Group (CFG) ผู้ผลิตอุตสาหกรรมเมนบอร์ด กราฟิกการ์ด พาวเวอร์ซัพพลาย เคสคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต เครื่องเสียงคุณภาพสูง พาวเวอร์แบ้ง มินิพีซี คอมพิวเตอร์และด้านบริการที่มีประสบการณ์กว่า 22 ปีในด้านการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับกลุ่มลูกค้า CFG เป็นแบรนด์ที่ได้สร้างชื่อเสียงในระดับสากลที่ได้รับการยอมรับและได้รางวัลหลายรายการ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม : https://en.colorful.cn/

ชนะทุกเกมอย่างมีสไตล์ด้วยเกมมิ่งสมาร์ทโฟน Lenovo Legion Duel Phone 2 ใหม่ล่าสุด สีขาว Titanium White

  • ใหม่ล่าสุดกับเฉดสีขาว Titanium White บนเกมมิ่งสมาร์ทโฟน Legion Phone Duel 2 ที่มาพร้อมชิปประมวลผล Snapdragon™ 888 5G mobile platform เทคโนโลยี 5NM พร้อมให้ เกมเมอร์ไทยได้เป็นเจ้าของแล้ววันนี้

เลอโนโวประกาศวางจำหน่าย  เกมมิ่งสมาร์ทโฟน Lenovo Legion Phone Duel 2 สีขาว Titanium White ที่มาพร้อมชิปเซ็ต Qualcomm® Snapdragon™ 888 5G mobile platform, ความจำ 12GB LPDDR5 และความจุ 128GB UFS 3.1 เต็มที่กับระบบระบายความร้อนผ่านพัดลมคู่แบบ twin-turbo เพื่อควบคุมอุณหภูมิเครื่อง แบตเตอรี่ที่มาพร้อมระบบชาร์จเร็วให้เกมเมอร์เล่นเกมได้ต่อเนื่องยาวนาน ปุ่มควบคุมสัมผัสเสมือนจริง Octa-Trigger และ Dual HaptiX ตอบสนองทุกการควบคุมเครื่องขณะเล่นเกมเหมือนใช้ปุ่มกดจริง กล้องความละเอียดสูงช่วยให้การไลฟ์สตรีมของเหล่าเกมเมอร์เป็นเรื่องง่าย

เสริมอรรถรสการเล่นเกมบนสมาร์ทโฟนให้สมบูรณ์แบบ

Legion Phone Duel 2 มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.92 นิ้ว ที่ให้รีเฟรชเรทสูงถึง 144 Hz และความเร็วในการตอบสนองต่อการกดของนิ้วมากถึง 720Hz ให้ความสนุกสมจริงในทุกการเคลื่อนไหวขณะเล่น หน้าจอมาพร้อมคุณภาพสีระดับ Delta E <0.5 และ HDR10+ ให้ค่าสีที่สมจริง  ลำโพงคู่หน้าคุณภาพมาตรฐาน Dolby Atmos® ให้คุณภาพเสียงที่คมชัด หรือแม้จะอยากเล่นภาพหูฟังแบบไร้สายก็ทำได้อย่างไม่ต้องกังวลเรื่องคุณภาพด้วยคุณภาพเสียงจาก Bluetooth® LE

ตัวเครื่องมาพร้อมกล้องป๊อปอัพความละเอียด 44MP และเลนส์ออโต้โฟกัสแบบกว้างพิเศษ ช่วยให้การสตรีมเกมระดับ 4K แม้ในที่ที่มีแสงน้อยทำได้อย่างไร้ที่ติ Legion Phone Duel 2 ยังมีกล้องหลังกว้างขนาด 64MP และ กว้างพิเศษขนาด 16MP ที่จับทุกรายละเอียดในภาพและสามารถบันทึกวิดีโอได้สูงสุด 8K หรือ HDR 10+ และฟีเจอร์ AI อัจฉริยะอย่างไมโครโฟนที่สามารถตัดเสียงรบกวน เสริมประสิทธิภาพให้การไลฟ์สตรีมของเหล่าเกมเมอร์

จัดเต็มประสิทธิภาพที่ทั้งเร็วและแรง

ให้ประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องที่สมบูรณ์แบบด้วยสถาปัตยกรรม ATA 2.0 (Advanced Technology Architecture) ช่วยระบายความร้อนอย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการเล่นเกมยาวนานต่อเนื่อง ชิปเช็ต Qualcomm® Snapdragon™ ที่ทรงพลัง บนแพลตฟอร์ม 888 5G สำหรับสมาร์ทโฟน พร้อมหน่วยความจำ LPDDR5 ขนาด 12GB และที่เก็บข้อมูล 128GB UFS3.1 สำหรับการเล่นเกมแบบฮาร์ดคอร์ เชื่อมต่อรวดเร็ว ลื่นไหลด้วยสัญญาณคุณภาพรองรับการเชื่อมต่อ 5G และ WiFi 6 จึงทำให้ Legion Phone Duel 2 เป็นอุปกรณ์การเล่นเกมบนมือถือที่มีประสิทธิภาพ

เล่นเกมได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยแบตเตอรี่แบบคู่ขนาด และรองรับที่ชาร์จขนาด 90W ที่สามารถชาร์จได้ผ่านพอร์ต USB-C ช่วยให้การชาร์จจาก 0-100% ทำได้ในระยะเวลาเพียง 30 นาที นอกจากนี้ระบบ Phalanx Battery Protection ยังคอยตรวจสอบให้ความเร็วในการชาร์จที่เหมาะสม มีโหมดบายพาสเพื่อป้องกันการชาร์จไฟเกิน ควบคุมอุณหภูมิ ช่วยให้อายุการใช้งานแบตเตอร์รี่ยาวนานยิ่งขึ้น แม้หลังจากชาร์จเต็ม 1,200 รอบแบตเตอรี่นี้ก็ยังสามารถให้ความจุสูงสุดได้ถึง 85%

ราคาและการวางจำหน่าย

Lenovo Legion Phone Duel 2 สีขาว Titanium White หน่วยความจำขนาด 12GB ความจุ 128GB วางจำหน่ายที่ราคา 22,990 บาท

ผู้สนใจสามารถทดลองเล่นและซื้อผลิตภัณฑ์ได้ที่ร้านตัวแทนจำหน่ายของเลอโนโว ได้แก่ A&T Computer, ADVICE, BaNANA, Blue Shop, Chi Chang Computer, Chiangrai Technocom, Chiangmai Siam T.V., Inter COM, IT CITY, JD CENTRAL, JIB, NOTEBOOKSHOP, Speed Computer, Taifahmotor, Top Marketing System, , TEE PHONE, V-Tech computer และ Wattana System.

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ได้ที่  www.facebook.com/lenovolegionTH or www.lenovo.com/th

เลอโนโว (HKSE: 992) (ADR: LNVGY) มีมูลค่าธุรกิจ 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นหนึ่งในบริษัท Fortune 500 ที่มีพนักงานใน 180 แห่งทั่วโลก โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการสร้างอุปกรณ์อัจฉริยะเพื่อรองรับการเปลี่ยนถ่ายของเทคโนโลยียุคใหม่ (ผ่านอุปกรณ์และโครงสร้างอินฟราสตรัคเจอร์) และเสริมประสิทธิภาพให้ผู้ใช้ (ผ่านโซลูชั่น เซอร์วิส และซอฟต์แวร์) กว่าหลายล้านคนเพื่อสร้างสังคมดิจิทัลที่ครอบคลุม เท่าเทียม ยั่งยืนให้แก่ทุกคนทั่วโลก ร่วมติดตามเราบน https://www.lenovo.com หรือที่ StoryHub

Infinix เปิดตัวเกมมิ่งสมาร์ตโฟน NOTE 10 Series ชิปเซ็ตทรงพลัง Helio G90T จอใหญ่เต็มตา 6.95 นิ้ว เริ่มขาย 5 สิงหาคมนี้

พร้อมร่วมสปอนเซอร์กิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับเกม RoV ปล่อยหนังโฆษณาเอาใจเกมเมอร์

อินฟินิกซ์ (Infinix) แบรนด์สมาร์ตโฟนระดับโลกที่ประสบความสำเร็จและได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทั้งในต่างประเทศและประเทศไทย เปิดตัวเกมมิ่งสมาร์ตโฟนที่ดีที่สุดในช่วงราคาไม่เกิน 6,000 บาท โดย Infinix NOTE 10 Series มาพร้อมกับสโลแกน “Game Changer – เปลี่ยนทุกกฎที่เคยมี” ซึ่งครั้งนี้อินฟินิกซ์ได้ร่วมเป็นสปอนเซอร์ให้กับเกม RoV ในกิจกรรมสุดพิเศษ RoV Show Match Event และ RoV Pro league ที่มีเหล่าเซเลบริตี้ ยูทูบเบอร์ และนักแข่ง E-Sport มากมายมาร่วมในกิจกรรม นอกจากนี้ยังได้เกมมิ่งอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังอย่างน้องบิวจากเฟซบุ๊กเพจ GamToh Ch และอดีตนักกีฬา  E-Sport อย่างวาน้อยจากเฟซบุ๊กเพจ Wanoiz มาร่วมสร้างสีสันในหนังโฆษณาและเป็นโปรดักส์แอมบาสเดอร์อีกด้วย สำหรับ Infinix NOTE 10 Pro ชูจุดขายเอาใจสายเกมเมอร์ด้วยชิปเซ็ต MediaTek Helio G90T ที่ให้แรมมาถึง 8GB ผสานกับหน้าจอขนาดใหญ่ 6.95 นิ้ว แบบ FHD+ และอัตรารีเฟรชเรท 90Hz เพื่อตอบโจทย์การเล่นเกมที่ลื่นไหลสำหรับนักเล่นเกมมือถือตัวยง และยังเพลิดเพลินไปกับความบันเทิงได้อย่างเหนือระดับ  ในราคาสุดคุ้ม 5,999 บาท กำหนดวางจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟบน Shopee เริ่มตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคมนี้    เป็นต้นไป และอีกรุ่นสำหรับ Infinix NOTE 10 มาในชิปเซ็ต MediaTek Helio G85 พร้อมกล้อง 48 ล้านพิกเซล ในขนาดหน้าจอที่เท่ากัน สามารถหาซื้อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

Infinix NOTE 10 Pro เป็นอีกรุ่นในซีรีส์ NOTE ที่ได้รับรางวัลระดับโลกจาก iF Design Award ประจำปี 2021 มาพร้อมกับดีไซน์รูปทรงเรขาคณิตสวยล้ำทันสมัยและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพกับชิปเซ็ตประมวลผลทรงพลัง Helio G90T ทำให้การใช้งานลื่นไหลเป็นพิเศษเหมาะกับการเล่นเกมโดยเฉพาะ หน้าจอใหญ่ขนาด 6.95 นิ้ว FHD+ และอัตราการรีเฟรชที่ 90Hz ทำให้การแสดงผลบนหน้าจอตอบสนองได้อย่างดีเยี่ยม ด้านแบตเตอรี่รุ่นนี้ให้มาถึง 5,000 mAh และชาร์จเร็ว 33 วัตต์ พร้อมด้วยเทคโนโลยี Power Marathon ที่ประหยัดพลังงาน ช่วยมอบประสบการณ์การใช้งานต่อเนื่องยาวนานโดยไม่ต้องกังวลว่าแบตฯ จะหมดระหว่างเล่นเกม รวมถึงกล้องหลังความละเอียดสูงสุด 64 ล้านพิกเซล กับสุดยอดฟีเจอร์ Night Camera ทำให้ผู้ใช้งานสนุกกับการถ่ายภาพ ได้ภาพคมชัดสวยงามแม้จะอยู่ในที่มืดหรือแสงน้อย โดยรุ่นนี้มีมาให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีดำ (95 Degree Black) สีม่วง (7 Degree Purple) และ สีรุ้ง (Nordic Secret)

                

เล่นเกมได้อย่างเหนือระดับ ด้วยชิปเซ็ต MediaTek Helio G90T

รุ่นนี้ใช้ชิปเซ็ตทรงพลังจาก MediaTek Helio G90T ถือเป็นชิปตัวแรกจาก MediaTek ที่เน้นตลาดเกมเป็นหลัก Octa-core ความเร็วสูงสุดถึง 2.05GHz มีหน่วยประมวลผลด้านประสิทธิภาพแบบ ARM Cortex-A76 และหน่วยประมวลผลด้านประหยัดพลังงานแบบ Cortex-A55 ผสานเข้ากับเทคโนโลยี HyperEngine Gaming ซึ่งผู้ใช้งานจะได้สัมผัสประสบการณ์การตอบสนองที่เร็วขึ้นถึง 50% ไม่ว่าจะเป็นการสตรีมวิดีโอ สนทนากับเพื่อน การถ่ายภาพหรือเล่นเกม อีกทั้งยังมีการเชื่อมต่อที่เสถียรยิ่งขึ้น รวมถึงสามารถลดความหน่วงลงโดยใช้ Wi-Fi สองแบนด์หรือสองเราเตอร์พร้อมกัน

Infinix NOTE 10 Pro ยังมาพร้อมเทคโนโลยี Dar-link Ultimate AI Game Booster เทคโนโลยี AI ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะ ซึ่ง AI จะปรับปรุงการแสดงผลกราฟิกและความไวของหน้าจอสัมผัสด้วยความสามารถอัลกอริธึมที่เรียนรู้และประเมินภาพกราฟิกของเกมล่วงหน้า เพื่อลดความล่าช้า (Lag) และจะปรับความเร็วในการทำงานของ CPU และ GPU อย่างชาญฉลาด เพื่อปรับปรุงภาพและการเคลื่อนไหวในสถานการณ์การเล่นเกมที่แตกต่างกัน เมื่อรวมกันแล้วจะสร้างประสบการณ์การสลับฉากที่เสถียรและรวดเร็วยิ่งขึ้นขณะเล่นเกม

สัมผัสประสบการณ์จอภาพน่าตื่นตา 6.95 นิ้ว FHD+ พร้อมอัตราการรีเฟรช 90Hz

สมาร์ตโฟน Infinix NOTE 10 Pro ให้ประสบการณ์การรับชมภาพที่สมบูรณ์แบบด้วยจอภาพความละเอียดสูงแบบเต็มจอ FHD+ ขนาดจอใหญ่ 6.95 นิ้ว ความสว่างสูงสุดถึง 500 นิต และอัตราส่วนความคมชัด 1500:1 เพื่อภาพที่คมชัดและสมจริง กราฟิกและภาพมีความลื่นไหลต่อเนื่องด้วยอัตราการรีเฟรชที่ 90Hz และอัตราการตอบสนองต่อการสัมผัสหน้าจอที่ 180Hz ซึ่งเหมาะต่อการรับชมภาพยนตร์และดูคอนเทต์ต่างๆ รวมถึงการเล่นเกมอย่างมาก

คุณภาพกล้อง 64 ล้านพิกเซล พร้อม Night Camera ภาพสวยได้แม้ในที่แสงน้อย

Infinix NOTE 10 Pro อัดแน่นด้วยเลนส์แบบ Four-in-one ที่ทำงานอัตโนมัติด้วยระบบ AI มาพร้อมกล้องหลังความละเอียดสูงสุดถึง 64 ล้านพิกเซล ผสานเข้ากับเลนส์อัลตราไวด์ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ซูเปอร์มาโครเลนส์ที่มีองศาในการรับภาพ 120 องศา (120°FOV) เลนส์ 5P และเลนส์สำหรับการถ่ายภาพ  ขาวดำและภาพบุคคล อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ใหม่ Night Camera ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานถ่ายภาพได้แบบมืออาชีพแม้ในที่มืดหรือมีแสงน้อย นอกจากนี้ยังมีกล้องหน้าแบบ AI Beautify Selfie ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ที่ช่วยเพิ่มความสนุกและทำให้คุณถ่ายภาพได้อย่างมั่นใจ ในขณะที่การบันทึกวิดีโอมีความลื่นไหลด้วยคุณสมบัติในการถ่ายภาพความละเอียดระดับ 4K ทั้งในกล้องหน้าและกล้องหลัง โดยใช้โซลูชันอัลกอริทึมเพิ่มประสิทธิภาพวิดีโอชั้นนำอย่าง Vidhance Video Stabilization และโซลูชันลดความพร่ามัวของวิดีโอขณะถ่ายโดยอัตโนมัติของ Imint ทำให้ผู้ใช้สามารถจับภาพในช่วงเวลาสุดพิเศษได้อย่างน่าประทับใจ

ใช้งานได้ทั้งวันด้วยแบตเตอรี่ 5000mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33 วัตต์

มอบประสบการณ์การเล่นเกมยาวนานด้วยแบตเตอรี่อึด ถึก ทน ขนาดความจุ 5000mAh ที่มาพร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็วปลอดภัยกำลังไฟ 33 วัตต์ รองรับการเล่นเกมต่อเนื่อง 11 ชั่วโมง และสามารถสแตนบายการใช้งานได้ยาวนานถึง 49 วัน และยังมีโหมดประหยัดพลังงาน Ultra-Power Mode ที่ช่วยยืดเวลาสำหรับการโทรได้นานถึง 58 ชั่วโมง เมื่อแบตเตอรี่ลดลงเหลือ 5% นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี Power Marathon ที่สามารถสำรองแบตเตอรี่ได้ 25% ทำให้ผู้ใช้งานหมดกังวลเรื่องเครื่องดับและสามารถใช้งานมือถือได้อย่างไร้ขีดจำกัด

นอกจากสเป็กที่คุ้มค่า ราคายังถูกใจ ในราคา 5,999 บาท

สาวก Infinix หรือผู้ที่กำลังมองหาสมาร์ตโฟนเล่นเกมราคาประหยัด พลาดไม่ได้กับ Infinix NOTE 10 Pro และอีกหนึ่งรุ่นทางเลือก Infinix NOTE 10 พร้อมเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้  โดยในรุ่น NOTE 10 สามารถหาซื้อได้แล้ววันนี้ที่ร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ พร้อมโปรโมชั่นฟรีทันทีของขวัญสุดพิเศษและรับประกันเครื่อง 13 เดือน และสำหรับรุ่น NOTE 10 Pro จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป แบบเอ็กซ์คลูซีฟบน Shopee เท่านั้น ในราคา 5,999 บาท มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีดำ (95 Degree Black) สีม่วง (7 Degree Purple) และ สีรุ้ง (Nordic Secret) โดยช่วง Flash sale ในเทศกาล Double date 8.8 ระหว่างวันที่ 5 – 8 สิงหาคม จากปกติราคา 5,999 บาท สามารถซื้อได้ในราคา 5,599 บาท และพิเศษไปกว่านั้น ยังมีคูปองส่วนลดให้เก็บอีก 100 บาท เก็บได้ตั้งแต่วันที่ 2 – 4 สิงหาคมนี้ เพื่อใช้เป็นส่วนลดในวันขายวันแรกเท่านั้น ในวันที่ 5 สิงหาคม ซึ่งราคาที่ดีที่สุดที่จะได้คือ 5,499 บาท ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://cutt.ly/WebNOTE10PR หรือ https://cutt.ly/Web2NOTE10PR และสั่งซื้อสินค้าที่ https://cutt.ly/SPNOTE10PR

คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว ซื้อ TP-Link Deco รุ่นใดก็ได้วันนี้ รับฟรี Tapo IoT Smart home

ลงทะเบียนได้ที่ Line @tplink หรือคลิกที่นี่ได้เลย https://lin.ee/tul2sJ8

ระยะเวลาโปรโมชั่น 1 ส.ค. – 31 ต.ค. 2564


รายละเอียดโปรโมชั่น
ซื้อ Deco series ตั้งแต่ 2,000 – 2,999 บาท รับฟรี หลอดไฟสีรุ่น Tapo L530E มูลค่า 399 บาท จำนวน 1 ชิ้น
ซื้อ Deco series ตั้งแต่ 3,000 – 4,999 บาท รับฟรี หลอดไฟสีรุ่น Tapo L530E มูลค่า798 บาท จำนวน 2 ชิ้น

ซื้อ Deco series ตั้งแต่ 5,000 – 9,999 บาท รับฟรี กล้องไวไฟรุ่น Tapo C200 และ หลอดไฟสีรุ่น Tapo L530E  มูลค่ารวม 1,597 บาท

ซื้อ Deco series ตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป รับฟรี กล้องไวไฟรุ่น Tapo C310 , Tapo C200 และหลอดไฟสีรุ่น Tapo L530E มูลค่ารวม 2,887.-

เงื่อนไขโปรโชั่น
1. ระยะเวลาโปรโมชั่นระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม – 31 ตุลาคม 2564

  1. โปรโมชั่นนี้ใช้ได้เฉพาะกลุ่มสินค้า Deco Series ที่ร่วมรายการเท่านั้น
  2. 1 ใบเสร็จสามารถลงทะเบียนได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น
  3. ลงทะเบียนรับสินค้า Tapo ฟรีผ่าน Line @tplink ภายในวันที่ 10 พ.ย. 2564 เท่านั้น

(เฉพาะสินค้าที่มีใบเสร็จสั่งซื้อในระยะเวลาโปรโมชั่นที่กำหนด)

  1. ขอสงวนสิทธิ์ให้กับลูกค้าที่ส่งข้อมูลครบถ้วนภายในวันที่ 10 พ.ย. 2564
  2. สินค้า Tapo จะจัดส่งให้ทางไปรษณีย์ภายใน 30 วันหลังจากที่โปรโมชั่นสิ้นสุด
  3. สินค้า Tapo ไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ทุกกรณี
  4. สงวนสิทธิ์เฉพาะร้านค้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายเท่านั้น (ไม่รวมลูกค้าโปรเจค)
  5. หากเกิดปัญหาหรือกรณีพิพาทใดๆเกิดขึ้นคำตัดสินของบริษัททีพี-ลิงค์ถือเป็นที่สิ้นสุด

Deco X90 รุ่นใหญ่จัดเต็ม อ่านรีวิวที่นี่ได้เลย >

https://www.commartthailand.com/review/review-tp-link-deco-x90/

ช้อปสินค้า TP-Link ออนไลน์วันนี้ รับฟรี บัตรกำนัลมูลค่าสูงสุดถึง 200 บาท! ผ่าน Line @tplink ระยะเวลาโปรโมชั่น 1 – 31 ส.ค. 2564

เพียงซื้อสินค้าทีพีลิงค์รุ่นที่กำหนด* บนช่องทางออนไลน์นำใบเสร็จมาแลกรับบัตรกำนัล

ลงทะเบียนได้ที่ Line @tplink หรือคลิกที่นี่ได้เลย https://lin.ee/tul2sJ8

เมื่อซื้อสินค้า TP-Link
มูลค่า 2,000 – 2,999 บาท รับฟรีบัตรกำนัลมูลค่า 100 บาท
มูลค่า 3,000 บาทขึ้นไป รับฟรีบัตรกำนัลมูลค่า 200 บาท
**เฉพาะช่องการสั่งซื้อทางออนไลน์เท่านั้น สินค้าโปรโจคและ Deco series ไม่เข้าร่วมโปรโมชั่นนี้

เงื่อนไขโปรโมชั่น

  1. ระยะเวลาโปรโมชั่นตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม – 31 สิงหาคม 2564
  2. สงวนสิทธิ์เฉพาะร้านค้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายเท่านั้น (ไม่รวมลูกค้าโปรเจค)
  3. สินค้า TP-Link ทุกรุ่นสามารถเข้าร่วมโปรโมชั่นนี้ยกเว้นสินค้าข้อ 3.1 และ 3.2

3.1 ) สินค้าโปรเจคไม่เข้าร่วมโปรโมชั่นนี้

3.2 ) สินค้ากลุ่ม Deco ที่เข้าร่วมโปรโมชั่น Deco Free Tapo จะไม่สามารถเข้าร่วมโปรโมชั่นนี้ได้

  1. เฉพาะการสั่งซื้อบนช่องทางออนไลน์เท่านั้นที่เข้าร่วมโปรโมชั่นนี้
  2. บัตรกำนัลจะจัดส่งให้ภายใน 30 วันหลังจากจบโปรโมชั่น
  3. สงวนสิทธิ์เฉพาะลูกค้าที่ลงทะเบียนครบถ้วนและส่งข้อมูลภายในวันที่ 10 กันยายนเท่านั้น

(เฉพาะสินค้าที่มีใบเสร็จสั่งซื้อในระยะเวลาโปรโมชั่น)

  1. ใบเสร็จ 1 ใบสามารถเข้าร่วมโปรโมชั่นได้เพียงหนึ่งโปรโมชั่นเท่านั้น
  2. หากเกิดปัญหาหรือกรณีพิพาทใดๆเกิดขึ้นคำตัดสินของบริษัททีพี-ลิงค์ถือเป็นที่สิ้นสุด

BenQ จัดแคมเปญ “เก่าแลกใหม่” มอบส่วนลดสูงสุด 80,000 บาท เมื่อซื้อจอ Interactive Flat Panel (IFP) รุ่น RP8602

บริษัท เบ็นคิว (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขอมีส่วนร่วมช่วยลดค่าใช้จ่ายในภาวะวิกฤติให้กับสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ด้วยการมอบสิทธิพิเศษให้กับผู้มีอุปการคุณทุกท่าน ภายใต้

 

แคมเปญ “ เก่าแลกใหม่…มอบส่วนลดพิเศษสูงสุด 80,000 บาท ”

เพียงนำอุปกรณ์ไอทีเก่าสภาพใช้งานได้ปกติ ได้แก่ Projector, TV, จอฉายโปรเจคเตอร์, Visualizer, จออัจฉริยะ IFP รุ่นและยี่ห้อใดก็ได้ มารับสิทธิ์ส่วนลดเพื่อแลกซื้อจอกระดานอัจฉริยะInteractive Flat Panel (IFP) รุ่น RP8602 ตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 กันยายน 2564 ที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือสอบถามการประเมินราคาเบื้องต้นได้ที่ Line ID: @BenQCare หรือ โทร 02-117-1420

 

รายละเอียดการร่วมแคมเปญ

  • อุปกรณ์เก่าที่ร่วมรายการ ได้แก่ Projector, TV, จอฉายโปรเจคเตอร์, Visualizer, จอกระดานอัจฉริยะ IFP ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ
  • อุปกรณ์เก่าที่นำมาแลกต้องอยู่ในสภาพใช้งานได้ ไม่ชำรุด แตกร้าวหรือเสียหาย
  • ไม่จำกัดจำนวนชิ้นของอุปกรณ์เก่าที่นำมาแลกต่อการซื้อจอกระดานอัจฉริยะIFP รุ่น RP8602จำนวน 1 เครื่อง
  • สามารถแลกซื้อสินค้าจอกระดานอัจฉริยะ Interactive Flat Panel (IFP) เท่านั้น
  • แลกซื้อได้ที่ BenQ Thailand หรือตัวแทนจำหน่ายที่เข้าร่วมโครงการเท่านั้น
  • การให้ประเมินมูลค่าส่วนลดขึ้นอยู่กับสภาพอุปกรณ์ และการพิจารณาจากบริษัท เบ็นคิว (ประเทศไทย) จำกัด ถือเป็นที่สิ้นสุด ( ส่วนลดสูงสุด 80,000 บาท ต่อ จอ IFP 1 เครื่อง )
  • ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2564 ถึง 30 กันยายน 2564

Infinix เตรียมปล่อย NOTE 10 Pro พร้อมสนับสนุนกิจกรรมพิเศษเกม RoV กับชิปเซตแรง Helio G90T จอใหญ่ 6.95 นิ้ว เริ่มขาย 5 สิงหาคมนี้

อินฟินิกซ์ (Infinix) เอาใจสายเกมเมอร์ เตรียมเปิดตัวเกมมิ่ง  สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด Infinix NOTE 10 Pro กับสโลแกน “Game Changer – เปลี่ยนทุกกฎที่เคยมี”  มาพร้อมความพิเศษที่ทางอินฟินิกซ์ร่วมเป็นสปอนเซอร์ให้กับเกม RoV ในกิจกรรม RoV Show Match Event และ RoV Pro league รุ่นนี้โดดเด่นเน้นการเล่นเกมและความบันเทิงเต็มรูปแบบ ผสานกับการใช้งานที่ลื่นไหล    ด้วยชิปเซต MediaTek Helio G90T ที่ให้แรมมาถึง 8GB พร้อมหน้าจอใหญ่ขนาด 6.95 นิ้ว และรีเฟรชเรท 90Hz เพื่อตอบโจทย์การเล่นเกมโดยเฉพาะ ถือเป็นผลงานการออกแบบที่ยกระดับการใช้งานสมาร์ตโฟนและมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับทุกคนได้อย่างแท้จริง

Infinix NOTE 10 Pro มาพร้อมดีไซน์สวยล้ำทันสมัย โดดเด่นด้วยจอภาพลื่นไหลกับชิปเซตทรงพลังจาก MediaTek Helio G90T หน้าจอกว้าง 6.95 นิ้ว แบบ FHD และรีเฟรชเรท 90Hz ทำให้การแสดงผลบนหน้าจอตอบสนองได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงแบตเตอรี่ขนาด 5000mAh ที่มีการเพิ่มเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33 วัตต์ พร้อมด้วยเทคโนโลยี Power Marathon ที่ประหยัดพลังงาน ทำให้สายเกมหมดกังวลเรื่องเครื่องดับระหว่างเล่นเกม นอกจากนี้กล้องหลังมีความละเอียดสูงสุด 64MP ทำให้ถ่ายภาพได้คมชัดสวยงามแบบมืออาชีพ และยังมีสุดยอดฟีเจอร์ Night Camera ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานถ่ายภาพในที่มืดหรือแสงน้อยได้อย่างน่าประทับใจ

แฟนๆ อินฟินิกซ์และสายเกมตัวจริงห้ามพลาด! กับกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ทางอินฟินิกซ์ร่วมสนับสนุนให้กับเกม RoV ด้วยการยกทัพเหล่ายูทูบเบอร์ชื่อดัง อินฟลูเอนเซอร์และดาราศิลปินมากมายมาร่วมสร้างสีสันความสนุกในกิจกรรม RoV Show Match Event สามารถรับชมได้ทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ เริ่มเสาร์ที่ 31 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป รับชมได้ทางเฟซบุ๊กGarena RoV Thailand: www.facebook.com/ROVTH และช่องยูทูบ Garena RoV Thailand: www.youtube.com/GarenaRoVThailand

สำหรับ Infinix NOTE 10 Pro พร้อมเปิดตัวในประเทศไทยวันที่ 2 สิงหาคม 2564 ด้วยราคาสุดคุ้มไม่เกิน 6,000 บาท วางจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟบนช้อปปี้ในวันที่ 5 – 8 สิงหาคม 2564 ผู้สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://cutt.ly/rm4bKfU

รอลุ้น Infinix เตรียมเปิดตัวมือถือรุ่นใหม่ จัดเต็มเอาใจสายเกม

อินฟินิกซ์ (Infinix) เตรียมเปิดตัวมือถือรุ่นใหม่ โดยคาดว่าเป็นซีรีส์ NOTE 10 ที่เพิ่งเปิดตัวไปในต่างประเทศเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งตามรายงานที่ปล่อยออกมาในซีรีส์ NOTE 10 จะมีทั้งหมด 3 รุ่น ประกอบด้วย NOTE 10, NOTE 10 Pro และ NOTE 10 Pro NFC แฟนๆ คงต้องรอลุ้นว่าตัวไหนจะเข้าไทยบ้าง ส่วนสเป็กยังคงจัดหนักจัดเต็มเหมือนเดิม โดดเด่นด้วยชิปเซ็ตทรงพลังที่เอาใจสายเกมเมอร์โดยเฉพาะ มาพร้อมจอภาพที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมและกล้องระบบ AI ล้ำสมัย ด้านแบตเตอรี่นั้นให้ความจุมาถึง 5,000mAh ผสานกับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว ส่วนราคานั้นคาดการณ์ไม่เกิน 6,000 บาท แฟนๆ อินฟินิกซ์สามารถติดตามดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://cutt.ly/em3N4hq

 

เกี่ยวกับอินฟินิกซ์

อินฟินิกซ์ (Infinix) เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2013 โดยมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายหลักที่คนรุ่นใหม่ และถือเป็นแบรนด์สมาร์ตโฟนระดับพรีเมียมที่ขับเคลื่อนด้วยโลกออนไลน์ ด้วยแนวคิดที่เป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์อย่าง “THE FUTURE IS NOW” เป้าหมายหลักของอินฟินิกซ์จึงเป็นการทำให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างความโดดเด่นได้ในฝูงชนพร้อมกับแสดงตัวตนให้โลกได้เห็น อินฟินิกซ์มุ่งมั่นที่จะนำเสนอเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ตลอดจนรูปลักษณ์ที่เฉียบและมีสไตล์สำหรับผู้ใช้งานที่ไม่อยากตกเทรนด์ ปัจจุบัน สมาร์ตโฟน ภายใต้แบรนด์อินฟินิกซ์แบ่งออกเป็น 5 รุ่นหลัก ได้แก่ ZERO, NOTE, HOT, S และ SMART ซึ่งล้วนแล้วแต่ได้รับการออกแบบและพัฒนาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้แก่ผู้ใช้ ให้คุณได้เป็นเจ้าของเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมที่ล้ำสมัย และสัมผัสวิถีชีวิตกับไลฟ์สไตล์แบบอัจฉริยะ อินฟินิกซ์มีวางจำหน่ายในกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมทั้งทวีปแอฟริกา ละตินอเมริกา ตะวันออกกลาง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียใต้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเข้าไปที่ www.infinixmobility.com