CORSAIR เปิดตัวเมาส์เกมมิ่ง SABRE มาทีเดียว 2 รุ่น

CORSAIR® ผู้นำด้านอุปกรณ์เกมมิ่งระดับไฮเพอร์ฟอร์มานซ์ และอุปกรณ์สำหรับนักสร้างคอนเทนต์ วันนี้ได้เปิดตัวเมาส์เกมมิ่งเกรดแข่งขันรุ่นล่าสุดสองรุ่นในตระกูล CHAMPION SERIES ที่ถูกพัฒนาและทดสอบโดยนักกีฬา esports ระดับมืออาชีพ SABRE RGB PRO และ SABRE PRO เมาส์ CORSAIR รุ่นแรกที่ได้นำเอาเทคโนโลยีประมวลผล AXON Hyper-processing พร้อมความสามารถ Hyper Polling ที่ 8,000 Hz โดย SABRE RGB PRO และ SABRE PRO นั้นสามารถตอบสนองต่อการป้อนคำสั่งเมาส์ด้วยความเร็วเหนือใคร ตลอดจนมีรูปทรงรับกับอุ้งมือตามหลักสรีระศาสตร์ และน้ำหนักที่เบาเพื่อการควบคุมที่แม่นยำและหนักแน่น ทั้งหมดนี้ ทำให้เมาส์จากตระกูล CHAMPION SERIES มีคุณสมบัติที่พร้อมสรรพสำหรับคุณที่ต้องการที่จะเป็นที่หนึ่งในทุกการแข่งขันได้แล้ววันนี้

ด้วยความที่เป็นเมาส์จาก CORSAIR รุ่นแรกที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี CORSAIR AXON hyper-processing ทำให้ SABRE PRO และ SABRE RGB PRO นั้นสามารถประมวลผลคำสั่งคลิกของผู้ใช้ได้เร็วกว่าถึง 8 เท่าด้วยความเร็ว hyper-polling กว่า 8,000Hz ทำให้ในทุกท่วงท่าและจังหวะการตอบสนองในเกมนั้นรวดเร็วที่สุดเมื่ออยู่ระหว่างการแข่งขัน ตัวปุ่มกดยังเป็น CORSAIR QUICKSTRIKE buttons ที่ถูกปรับจูนค่าความตึงของแรงกดจากเปลือกของปุ่มที่จะถูกกระทุ้งลงไปยังสวิทช์เมาส์ OMRON ที่การันตีความทนทานที่เป็นที่รู้กันในวงการเมาส์เกมมิ่ง ทั้งหมดนี้เพื่อให้มั่นใจว่าทุกการคลิกซ้ายและขวา จะได้รับการตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและเฉียบคม และสามารถแยกความรู้สึกที่ปลายนิ้วระหว่างการคลิกซ้ายและขวาได้อย่างชัดเจน

 

 

นอกจากนี้ SABRE RGB PRO และ SABRE PRO นั้นยังถูกออกแบบและพัฒนาจากเสียงตอบรับจากการทดสอบโดยทีม esports ระดับแนวหน้าอย่าง Team Secret, Vitality และ Envy โดยเมาส์ทั้งสองรุ่นนี้ถือเป็นการนำเอาเมาส์เกมมิ่งกลับสู่งานออกแบบที่เน้นความเรียบง่ายและบริสุทธิ์ บวกกับความสามารถในการตอบสนองอันเฉียบคมที่ใส่เข้าไป ทำให้มั่นใจได้ในทุกคลิกที่กด ตัวเมาส์จะมีการตอบสนองที่เฉียบคมและรวดเร็วดังใจสั่ง ตัวเมาส์มีน้ำหนัก 74 และ 69 กรัมตามลำดับ ซึ่งทำให้ SABRE RGB PRO และ SABRE PRO นั้นจัดเป็นเมาส์ในกลุ่มเมาส์น้ำหนักเบา (lightweight performance) และมีสายเคเบิลที่ยืดหยุ่นและเหมาะสำหรับทั้งเกมเมอร์ ที่ถนัดการจับเมาส์ทั้งด้วยอุ้งมือ (Palm grip) และแบบกรงนิ้วมือครอบเมาส์ (Claw grip)

 

 

SABRE RGB PRO นั้นมีระบบไฟตกแต่งแบคไลท์ที่ใช้ระบบไฟ RGB แบบ dynamic two-zone และสามารถปรับแต่งได้จาก iCUE Software ในขณะที่ SABRE PRO นั้นจะมีน้ำหนักเบากว่ารุ่น RGB ไป 5 กรัม เซนเซอร์ออพติคัลความละเอียด 18,000 DPI ที่ให้ความแม่นยำในการแทรคพื้นผิว และปุ่มปรับค่า DPI แยกต่างหากบนตัวเมาส์ที่ให้ผู้ใช้สามารถปรับตั้งค่า DPI ที่เลือกไว้ก่อนได้ถึง 5 presets และปรับแต่งได้ในระหว่างการใช้งานผ่านซอฟต์แวร์

ด้วยดีไซน์สุดพิเศษ ทั้งรูปลักษณ์และฟังก์ชั่นการใช้งาน ที่พิสูจน์มาแล้วโดยนักกีฬา eSports มืออาชีพ CORSAIR SABRE PRO CHAMPION SERIES นั้นเป็นเมาส์ที่คุณจะไม่มีไม่ได้ในการที่จะไต่เต้าสู่จุดสูงสุดของวงการ esports และเกมมิ่ง

 

RAZER NAGA PRO เมาส์ไร้สายสุดไฮเทค มาพร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วง

 

Razer นำเสนอเมาส์เกมมิ่งโมเดลใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วง 3 เพลต มอบอิสระให้เหล่าเกมเมอร์ได้ปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นเพื่อสอดรับกับสไตล์การเล่นเกมแต่ละประเภท

 

แบรนด์ไลฟ์สไตล์ชั้นนำระดับโลกสำหรับเกมเมอร์ เปิดตัว Razer Naga Pro เมาส์ไร้สายรุ่นใหม่สำหรับเกมเมอร์ตัวจริง พร้อมเพลตต่อพ่วงด้านข้าง 3 ชิ้น สามารถปรับแต่งเมาส์ให้เข้ากับสไตล์การเล่นเกมแต่ละประเภทได้อย่างง่ายดายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นเกมแบบ MMO ไปจนถึง MOBA ทั้ง Battle Royale, First-person shooter และอีกมากมาย

 

Razer Naga Pro ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดในกลุ่มเมาส์ไร้สายตระกูล Razer™ HyperSpeed ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดจากเมาส์รุ่นที่ประสบความสำเร็จมาแล้วอย่าง Naga Trinity นำเสนอเมาส์แบบ 3-in-1 เป็นครั้งแรก โดย Razer Naga Pro มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการเล่นเกม แต่ยังรักษาดีไซน์อันโดดเด่นที่แฟน ชื่นชอบ มอบทางเลือกในการปรับแต่งที่มากกว่าเพื่อให้เข้ากับสไตล์การเล่นเกมแต่ละประเภทได้อย่างครอบคลุมและตอบโจทย์สูงสุด

 

เราทุกคนล้วนเป็นเกมเมอร์ แต่เราก็มีสไตล์การเล่นที่แตกต่างกันอย่างมากอัลวิน เฉิง รองประธานกรรมการอาวุโส หน่วยงาน Peripherals Business Unit ของเรเซอร์ กล่าวการปรับแต่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของการใช้อุปกรณ์ได้อย่างครอบคลุมเพราะทำให้เกมเมอร์จำนวนมากสามารถเล่นเกมด้วยกันได้ ดังนั้น Razer Naga Pro จึงผสานแนวคิดนี้และมอบประสิทธิภาพการควบคุมที่เป็นเลิศ เพื่อให้ทุกคนสามารถเล่มเกมได้ในสไตล์ของตนเองและเป็นอิสระจากสายเมาส์ที่น่ารำคาญ

 

 

ดีไซน์ที่ปรับแต่งได้สูงสุดเพื่อรองรับเกมทุกประเภท

ดีไซน์โมเดลอัปเดตใหม่มาพร้อมเพลตด้านข้างแบบแม่เหล็ก ซึ่งมีทั้งเพลตข้างแบบ 2, 6 และ 12 ปุ่ม สำหรับเพลตข้างแบบ 6 ปุ่มเป็นดีไซน์ใหม่ที่เปิดตัวครั้งแรกในรุ่น Razer Naga Pro เพลตแต่ละชนิดถูกออกแบบให้รองรับการเล่นเกมแต่ละประเภท โดยเพลต 12 ปุ่มเหมาะสำหรับเกมประเภท MMO/RTS เพลต 6 ปุ่มเหมาะสำหรับเกมประเภท Battle Royale/MOBA และเพลต 2 ปุ่มเหมาะสำหรับเกมประเภท FPS

  • เพลตข้างแบบ 12 ปุ่ม มีจำนวนปุ่มมากที่สุดเพื่อสนับสนุนฟีเจอร์การหมุนเวียนทักษะฮีโร่ (Rotation) หรือการป้อนชุดคำสั่งต่อเนื่อง (Macro) ด้วยดีไซน์ที่สอดคล้องกับสรีระเพื่อให้เข้าถึงฟีเจอร์ต่าง ได้อย่างฉับไว เหมาะกับสถานการณ์ในเกมเมื่อกำหนดเวลาและความแม่นยำคือหัวใจสำคัญของการคว้าชัยชนะ เช่นเกมประเภท MMO หรือ RTS
  • เพลตข้างแบบ 6 ปุ่ม มอบสมดุลแห่งการควบคุมและการเข้าถึงฟีเจอร์ต่าง ด้วยดีไซน์ที่สอดคล้องกับสรีระเพื่อการเล่นเกมประเภท Battle Royale or MOBA ได้ดีที่สุด โดยวางตำแหน่งปุ่มแบบ 2 แถวเพื่อให้สามารถเข้าถึงทักษะหรือไอเท็มต่าง ได้อย่างรวดเร็ว มาพร้อมส่วนจับยึดด้านข้างเพื่อการเลื่อนที่แม่นยำ
  • เพลตข้างแบบ 2 ปุ่ม เป็นมาตรฐานที่เหมาะสำหรับเกมประเภท FPS ซึ่งความแม่นยำเป็นสิ่งสำคัญสุงสุด ส่วนจับยึดหุ้มยางขนาดใหญ่มอบประสิทธิภาพการควบคุมดีเยี่ยมที่สุดในทุกการยิง โดยติดตั้งปุ่มหลักเพียง 2 ปุ่มสำหรับคำสั่งหลักเท่านั้น เช่นการหมอบหรือซุ่มโจมตี

 

เพลตทั้งหมดทำให้เกมเมอร์มีปุ่มสำหรับการตั้งโปรแกรมมากที่สุดในท้องตลาดถึง 20 ปุ่ม ด้วยฟีเจอร์ Razer Hypershift ที่สามารถสั่งใช้งานผ่านซอฟต์แวร์ Synapse ของ Razer ทำให้แต่ละปุ่มสามารถซ้อนเลเยอร์คำสั่งที่ 2 ได้ เพื่อการควบคุมและการปรับแต่งการทำงานได้สูงสุด Razer Naga Pro ยังสามารถบันทึกโปรไฟล์การตั้งค่าใช้งานแบบออนบอร์ดได้ถึง 5 รูปแบบโดยไม่ต้องใช้ซอฟต์แวร์ โดยผู้เล่นสามารถเข้าถึงโปรไฟล์แต่ละแบบได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย

 

 

อัปเกรดประสิทธิภาพด้วยนวัตกรรมล่าสุด

Razer Naga Pro ขับเคลื่อนการทำงานด้วยเทคโนโลยีการเชื่อมต่อไร้สาย Razer™ HyperSpeed Wireless technology ซึ่งได้รับความเชื่อถือและพิสูจน์ประสิทธิภาพมาแล้วโดยเหล่านักกีฬาอีสปอร์ตชั้นนำว่ามีการเชื่อมต่อที่รวดเร็วกว่าเมาส์แบบมีสายทั่วไป อีกทั้งเทคโนโลยี Razer HyperSpeed Wireless ยังใช้พลังงานจากตัวเมาส์น้อยกว่าเมาส์เกมมิ่งทั่วไป จึงช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ของ Razer Naga Pro ได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 100 ชั่วโมงบนคลื่นความถี่ 2.4 กิกะเฮิร์ต และใช้ได้ยาวนานถึง 150 ชั่วโมงเมื่อใช้สัญญาณบลูทูธ เมื่อแบตเตอรี่เหลือน้อย Razer Naga Pro ยังสามารถชาร์จได้ในขณะเล่นเกมผ่านสายชาร์จ Razer SpeedFlex ที่แถมมาให้โดยยังมอบการเลื่อนเมาส์ได้อย่างยืดหยุ่นลื่นไหล นอกจากนี้ยังสามารถชาร์จไฟแบบไร้สายโดยใช้อุปกรณ์ Razer Mouse Dock Chroma (จำหน่ายแยก)

Razer Naga Pro ยังเป็นรุ่นแรกที่ใช้ Razer™ Focus+ 20K DPI Optical Sensor เพื่อมอบความแม่นยำระดับพิกเซล โดยเซ็นเซอร์แบบออพติคัลนี้ถือว่ามีประสิทธิภาพสูงสุดในตลาดเพราะมีฟังก์ชั่นอัจฉริยะอย่าง Motion Sync ที่สามารถตรวจจับการเคลื่อนที่ของเมาส์อย่างละเอียดและยังสามารถปรับตั้งมาตรฐานให้สอดคล้องตามความถนัดของแต่ละคนผ่านทาง Smart Tracking หรือ Asymmetric Cut-off

Razer Naga Pro ยังใช้เทคโนโลยี Razer™ Optical Mouse Switches ที่ใช้กลไกควบคุมด้วยความเร็วแสงแทนการสัมผัสแบบปุ่มกายภาพทั่วไป เพื่อการป้อนคำสั่งอย่างฉับไวและความทนทานในการใช้งานที่ยาวนานกว่า โดยรองรับการคลิกได้มากถึง 70 ล้านครั้ง เกมเมอร์จึงไม่ต้องกลัวการเผลอกดดับเบิลคลิกโดยไม่ตั้งใจซึ่งจะลดอายุการใช้งานของเมาส์แบบเดิม อีกต่อไป

ด้วยการติดตั้งเพลตทั้งสาม ผสานกับเทคโนโลยีเมาส์ใหม่ล่าสุดที่เปี่ยมประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้  Razer Naga Pro คือเมาส์ที่มีความสามารถรอบตัวและล้ำหน้าที่สุดเท่าที่ Razer เคยผลิตมา

รายละเอียดของ Razer Naga Pro

  • เพลตต่อพ่วงด้านข้าง 3 ชิ้น เพื่อการตั้งค่าปุ่มได้ตามความต้องการของผู้เล่น
  • เทคโนโลยี Razer™ HyperSpeed Wireless เพื่อการเชื่อมต่อที่รวดเร็วกว่าเมาส์แบบมีสาย
  • ปุ่มกดแบบตั้งโปรแกรมได้ 19+1 ปุ่ม เพื่อการควบคุมที่ครอบคลุมทุกรูปแบบ
  • เทคโนโลยี Razer™ Focus+ 20K DPI Optical Sensor เพื่อความแม่นยำขั้นเทพ
  • เทคโนโลยี Razer™ Optical Mouse Switch เพื่อการป้อนคำสั่งที่ฉับไวเท่าความเร็วแสง
  • โหมดการเชื่อมต่อ 3 รูปแบบ – HyperSpeed Wireless / Bluetooth / SpeedFlex Wired

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

ราคาและการจำหน่าย

Razer Naga Pro จำหน่ายราคาปลีก 149.99 ดอลลาร์ / 169.99 ยูโร

จำหน่ายทาง Razer.com และร้านค้าอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน 2563