CORSAIR เปิดตัวเมาส์เกมมิ่ง SABRE มาทีเดียว 2 รุ่น

CORSAIR® ผู้นำด้านอุปกรณ์เกมมิ่งระดับไฮเพอร์ฟอร์มานซ์ และอุปกรณ์สำหรับนักสร้างคอนเทนต์ วันนี้ได้เปิดตัวเมาส์เกมมิ่งเกรดแข่งขันรุ่นล่าสุดสองรุ่นในตระกูล CHAMPION SERIES ที่ถูกพัฒนาและทดสอบโดยนักกีฬา esports ระดับมืออาชีพ SABRE RGB PRO และ SABRE PRO เมาส์ CORSAIR รุ่นแรกที่ได้นำเอาเทคโนโลยีประมวลผล AXON Hyper-processing พร้อมความสามารถ Hyper Polling ที่ 8,000 Hz โดย SABRE RGB PRO และ SABRE PRO นั้นสามารถตอบสนองต่อการป้อนคำสั่งเมาส์ด้วยความเร็วเหนือใคร ตลอดจนมีรูปทรงรับกับอุ้งมือตามหลักสรีระศาสตร์ และน้ำหนักที่เบาเพื่อการควบคุมที่แม่นยำและหนักแน่น ทั้งหมดนี้ ทำให้เมาส์จากตระกูล CHAMPION SERIES มีคุณสมบัติที่พร้อมสรรพสำหรับคุณที่ต้องการที่จะเป็นที่หนึ่งในทุกการแข่งขันได้แล้ววันนี้

ด้วยความที่เป็นเมาส์จาก CORSAIR รุ่นแรกที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี CORSAIR AXON hyper-processing ทำให้ SABRE PRO และ SABRE RGB PRO นั้นสามารถประมวลผลคำสั่งคลิกของผู้ใช้ได้เร็วกว่าถึง 8 เท่าด้วยความเร็ว hyper-polling กว่า 8,000Hz ทำให้ในทุกท่วงท่าและจังหวะการตอบสนองในเกมนั้นรวดเร็วที่สุดเมื่ออยู่ระหว่างการแข่งขัน ตัวปุ่มกดยังเป็น CORSAIR QUICKSTRIKE buttons ที่ถูกปรับจูนค่าความตึงของแรงกดจากเปลือกของปุ่มที่จะถูกกระทุ้งลงไปยังสวิทช์เมาส์ OMRON ที่การันตีความทนทานที่เป็นที่รู้กันในวงการเมาส์เกมมิ่ง ทั้งหมดนี้เพื่อให้มั่นใจว่าทุกการคลิกซ้ายและขวา จะได้รับการตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและเฉียบคม และสามารถแยกความรู้สึกที่ปลายนิ้วระหว่างการคลิกซ้ายและขวาได้อย่างชัดเจน

 

 

นอกจากนี้ SABRE RGB PRO และ SABRE PRO นั้นยังถูกออกแบบและพัฒนาจากเสียงตอบรับจากการทดสอบโดยทีม esports ระดับแนวหน้าอย่าง Team Secret, Vitality และ Envy โดยเมาส์ทั้งสองรุ่นนี้ถือเป็นการนำเอาเมาส์เกมมิ่งกลับสู่งานออกแบบที่เน้นความเรียบง่ายและบริสุทธิ์ บวกกับความสามารถในการตอบสนองอันเฉียบคมที่ใส่เข้าไป ทำให้มั่นใจได้ในทุกคลิกที่กด ตัวเมาส์จะมีการตอบสนองที่เฉียบคมและรวดเร็วดังใจสั่ง ตัวเมาส์มีน้ำหนัก 74 และ 69 กรัมตามลำดับ ซึ่งทำให้ SABRE RGB PRO และ SABRE PRO นั้นจัดเป็นเมาส์ในกลุ่มเมาส์น้ำหนักเบา (lightweight performance) และมีสายเคเบิลที่ยืดหยุ่นและเหมาะสำหรับทั้งเกมเมอร์ ที่ถนัดการจับเมาส์ทั้งด้วยอุ้งมือ (Palm grip) และแบบกรงนิ้วมือครอบเมาส์ (Claw grip)

 

 

SABRE RGB PRO นั้นมีระบบไฟตกแต่งแบคไลท์ที่ใช้ระบบไฟ RGB แบบ dynamic two-zone และสามารถปรับแต่งได้จาก iCUE Software ในขณะที่ SABRE PRO นั้นจะมีน้ำหนักเบากว่ารุ่น RGB ไป 5 กรัม เซนเซอร์ออพติคัลความละเอียด 18,000 DPI ที่ให้ความแม่นยำในการแทรคพื้นผิว และปุ่มปรับค่า DPI แยกต่างหากบนตัวเมาส์ที่ให้ผู้ใช้สามารถปรับตั้งค่า DPI ที่เลือกไว้ก่อนได้ถึง 5 presets และปรับแต่งได้ในระหว่างการใช้งานผ่านซอฟต์แวร์

ด้วยดีไซน์สุดพิเศษ ทั้งรูปลักษณ์และฟังก์ชั่นการใช้งาน ที่พิสูจน์มาแล้วโดยนักกีฬา eSports มืออาชีพ CORSAIR SABRE PRO CHAMPION SERIES นั้นเป็นเมาส์ที่คุณจะไม่มีไม่ได้ในการที่จะไต่เต้าสู่จุดสูงสุดของวงการ esports และเกมมิ่ง

 

CORSAIR เปิดตัวหูฟังเกมมิ่งใหม่ CORSAIR HS60 HAPTIC Gaming Headset

 

CORSAIR เปิดตัวหูฟังเกมมิ่งใหม่ CORSAIR HS60 HAPTIC Gaming Headset

CORSAIR® ผู้นำด้านอุปกรณ์เกมมิ่ง อุปกรณ์ต่อพ่วงพีซีสำหรับผู้คลั่งไคล้ในการประกอบเครื่องพีซีและเกมมิ่ง วันนี้ได้เปิดตัว CORSAIR HS60 HAPTIC เวอร์ชั่นล่าสุดของหูฟังตระกูลที่ได้รับรางวัลมาแล้วอย่าง HS Series โดย HS60 HAPTIC นั้นจะให้เสียงที่นุ่มลึกและทรงพลังกว่าการใช้ลำโพง เพียงอย่างเดียว ต้องขอบคุณการเลือกใช้ Haptic Bass ที่พัฒนาโดย Taction Technology® โดยเมื่อร่วมกับ วัสดุระดับพรีเมียม คุณภาพเสียงและความสะดวกสบายระหว่าสวมใส่เช่นเดียวกับหูฟังทุกรุ่นในตระกูล HS Series ทำให้ HS60 HAPTIC นั้นจะเป็นที่ต้องตาต้องใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหาเซ็ทอัพเกมมิ่งที่รอให้สัมผัส

หัวใจของ HS60 HAPTIC นั้นคือประสบการณ์ในการรับฟังที่แตกต่างอันเป็นเอกลักษณ์จากเทคโนโลยีเสียงเบส Taction Technology® ที่ช่วยยกระดับความสามารถในการแสดงเสียงย่านความถี่ต่ำโดยใช้ระบบ tactile feedback ทำให้ผู้ใช้นั้นได้ยินเสียงในย่านความถี่ต่ำที่เฮดโฟนหรือหูฟังรุ่นอื่น อาจทำไม่ได้ HS60 HAPTIC จะทำให้การได้ยินเสียงทุ้มลึกของการระเบิด หรือครางของเครื่องจักรความถี่ต่ำ นั้นเป็นไปได้ และทำได้ดีกว่าที่เคยเสมือนเข้าไปนั่งอยู่ในสถานที่จริง เมื่อผนวกรวมกับไดร์เวอร์ลำโพงภายในหูฟังขนาด 50 มิลลิเมตร ทำจากวัสดุ

 

 

นีโอไดเมียม จูนมาเฉพาะจับคู่กันสองข้าง นั้นจะทำให้มันเป็นสุดยอดหูฟังที่ให้คุณภาพเสียงชั้นยอด ไมโครโฟนแบบทิศทางเดี่ยว ตัดเสียงรบกวน และถอดแยกชิ้นส่วนได้อย่างง่ายดาย ทั้งหมดนี้จะทำให้ HS60 HAPTIC สามารถพาคุณเข้าไปอยู่กลางฉากเกมได้อย่างสมจริงเหมือนที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

HS60 HAPTIC มีครอบหูที่สามารถปรับแต่งได้และวัสดุทำจากเมมโมรีโฟมบุนุ่ม ที่จะทำให้สวมใส่ได้อย่างสบายในระหว่างการชั่วโมงการเล่นเกมอันยาวนาน โครงสร้างที่แข็งแรงทนทานทำจากอะลูมินัมที่สามารถอยู่ทนได้นานหลายปีภายใต้สภาวะการใช้งานอันหนักหน่วง ดีไซน์ที่ทนทานยังมีการแสดงออกผ่านทางลวดลายพรางสไตล์ทหารบริเวณครอบหู ตัวควบคุมแบบ on-ear ที่จะทำให้สามารถปรับแต่งทั้งเสียง และ haptic feedback effect ได้ในระหว่างที่เล่นเกม หูฟังเชื่อมต่อเข้ากับพีซีผ่านพอร์ท USB และรองรับการควบคุมผ่านซอฟต์แวร์ iCUE ที่สามารถปรับแต่งอีควอไลเซอร์และการตั้งค่าอื่นๆ ได้อีกมากมาย

 

 

เสียงเบสอันเป็นเอกลักษณ์ด้วย haptic bass ผนวกรวมกับฟีเจอร์ที่เกมเมอร์ต้องการจากหูฟังตระกูล HS Series มาสัมผัสได้แล้ววันนี้ แล้วจะได้ค้นพบว่า HS60 HAPTIC นั้นจะมอบประสบการณ์เสียงให้คุณได้อย่างน่ามหัศจรรย์เพียงใด

การรับประกัน การจัดจำหน่าย และราคา

CORSAIR HS60 HAPTIC นั้นมีวางจำหน่ายแล้ววันนี้ผ่าน CORSAIR Webstore และเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายทีได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการของ CORSAIR ทั่วโลก

CORSAIR HS60 HAPTIC มาพร้อมกับการรับประกัน 2-ปีเต็มพร้อมบริการหลังการขาย โดยเครือข่ายผู้ให้บริการดูแลลูกค้าและทีมสนับสนุนด้านเทคนิคจาก CORSAIR ทั่วโลก

สำหรับราคาล่าสุด ขอให้อ้างอิงจากเว็บไซท์ของ CORSAIR โดยตรง หรือติดต่อผู้แทนจำหน่ายในพื้นที่ของท่าน

 

CORSAIR เปิดตัว ไดร์ฟโซลิดสเตต MP400 ไดร์ฟ SSD M.2 NVMe

 

CORSAIR เปิดตัว MP400 ไดร์ฟ SSD M.2 NVMe ที่มาพร้อมชิป NAND ชนิด High-Density 3D QLC

 

CORSAIR® ผู้นำด้านอุปกรณ์เกมมิ่ง อุปกรณ์ต่อพ่วงพีซีสำหรับผู้คลั่งไคล้ในการประกอบเครื่องพีซีและเกมมิ่ง วันนี้ได้เปิดตัวไดร์ฟโซลิดสเตต MP400 Gen3 PCIe x4 NVMe M.2 ที่นำเอาข้อได้เปรียบของเทคโนโลยีชิป NAND แบบ 3D QLC มาใช้เพื่อให้สามารถเก็บข้อมูลได้ในปริมาณมากไปพร้อม กับความเร็วในการอ่านข้อมูลแบบซีเควนเชียลสูงสุดกว่า 3400 MB/s* และความเร็วเขียนแบบซีเควนเชียล 3000 MB/s* MP400 นั้นมีวางจำหน่ายแล้วในขนาด 1TB, 2TB หรือ 4TB และจะมีการแนะนำรุ่น 8TB ในอีกไม่ช้า

ด้วยมาตรฐานการเชื่อมต่อ M.2 2280 และฟอร์มแฟคเตอร์แบบ NVMe ทำให้ MP400 สามารถเสียบติดตั้งลงบนเมนบอร์ดได้อย่างง่ายดาย รองรับการทำงานร่วมกับอุปกรณ์หลากหลายแบบ และมีแบนด์วิชท์สูง ชิป NAND Flash แบบ 3D QLC นั้นทำให้สมารถทำราคาต่อความจุได้ดีกว่า SSD รุ่นก่อนนี้ที่ใช้ชิปแบบ TLC NAND Flash และยังให้ความหนาแน่นของข้อมูลที่จุได้ต่อพื้นที่ทางกายภาพมากกว่าอีกด้วย

 

 

เช่นเดียวกับไดร์ฟโซลิดสเตตจาก CORSAIR ทุกรุ่น MP400 มาพร้อมกับ CORSAIR SSD Toolbox ที่จะช่วยทำให้การลบข้อมูลและอัพเดทเฟิร์มแวร์ทำได้ง่ายจากบนเดสก์ทอป ตัวไดร์ฟ การันตีความทนทานในการเขียนข้อมูลได้มากกว่า 1600TB *และมาพร้อมกับการรับประกันห้าปี เพื่อความอุ่นใจ ทำให้ CORSAIR MP400 เป็นไดร์ฟโซลิดสเตต M.2 ที่ยอดเยี่ยมทั้งในด้านความจุ และสมรรถนะความเร็ว ที่สามารถหาซื้อมาเพื่อประกอบพีซีได้มากกว่าที่เคย

*สมรรถนะและความทนทานแตกต่างกันตามแต่ขนาดความจุของรุ่นไดร์ฟ

การรับประกัน การจัดจำหน่าย และราคา

CORSAIR MP400 M.2 NVME SSD นั้นมีวางจำหน่ายแล้ววันนี้ผ่านตัวแทนจำหน่ายสินค้า CORSAIR ทั่วประเทศ โดย CORSAIR MP400 NVME SSD นั้นมีการรับประกันนานถึง 5 ปี สำหรับราคาล่าสุดของ MP400 2TB อยู่ที่ 10,990 บาท และ MP400 4TB อยู่ที่ 23,490 บาท

CORSAIR K100 RGB Gaming Keyboard มาพร้อมสวิทช์แมคคานิคอล

 

ชนะใสๆ ไร้คู่แข่ง!!  CORSAIR K100 RGB Gaming Keyboard ขอแนะนำสวิทช์แมคคานิคอล CHERRY MX SPEED และ สวิทช์ OPX Optical-Mechanical

CORSAIR® ผู้นำด้านอุปกรณ์เกมมิ่ง อุปกรณ์ต่อพ่วงพีซีสำหรับผู้คลั่งไคล้ในการประกอบเครื่องพีซีและเกมมิ่ง วันนี้ได้เปิดตัว เกมมิ่งคีย์บอร์ดระดับเรือธงรุ่นใหม่ CORSAIR K100 RGB ซึ่งเป็นคีย์บอร์ดที่สร้างมาเพื่อความเร็วในทุก รายละเอียด เพื่อเป็นสุดยอดคีย์บอร์ดเกมมิ่ง เริ่มตั้งแต่เทคโนโลยี CORSAIR AXON Hyper-Processing ที่จะช่วยรับคำสั่งจากผู้ใช้ได้เร็วกว่าคีย์บอร์ดทั่วไปถึง 4 เท่า  CORSAIR K100 RGB มาพร้อมกับฟีเจอร์ระดับพรีเมียมมากมายที่ช่วยเสริมสร้างทั้งในด้านการใช้งานและรูปลักษณ์ เช่นเฟรมอลูมินั่มที่มีการเก็บงานมาอย่างพรีเมียมสวยงาม คอนโทรลไดอัลแบบมัลติฟังก์ชั่น iCUE ระบบไฟ RGB LightEdge 44 โซน ครอบปุ่มกดแบบ PBT Double-shot จัดเรียงปุ่มแถวล่างสุดแบบมาตรฐาน (standard bottom row) และในรุ่น Mechanical ยังมาพร้อมกับคีย์สวิทช์ CHERRY MX SPEED Silver หรือในรุ่น optical-mechanical นั้นก็มาพร้อมกับคีย์สวิทช์ใหม่ล่าสุด CORSAIR OPX

เทคโนโลยี CORSAIR AXION Hyper-Processing ใน CORSAIR K100 RGB นั้นจะให้ประสิทธิภาพสูงสุดที่ไม่มีคีย์บอร์ดเกมมิ่งในตลาดตัวไหนในปัจจุบันเทียบได้ โดย AXON นั้นจะมีความเร็ว hyper-polling แบบ native ที่ 4,000 Hz และ Key scanning ที่ 4,000 Hz ซึ่งเป็นความเร็วสูงกว่าคีย์บอร์ดเกมมิ่งทั่วไปถึง 4 เท่า ทั้งหมดนี้ไม่ว่าคุณจะเลือกรุ่นที่ใช้คีย์สวิทช์ CHERRY MX Speed Silver หรือคีย์สวิทช์สุดยอดความเร็ว ด้วยสโตรกการกดสั้นเพียง 1 มิลลิเมตรอย่าง CORSAIR OPX optical-mechanical เทคโนโลยี AXON นั้นจะทำให้มั่นใจได้ว่าทุก จังหวะการป้อนคำสั่งผ่านปุ่มกดไปยังพีซีนั้นจะเร็วกว่าที่เคยเป็นมา

 

 

CORSAIR K100 RGB นั้นมีดีไซน์ที่เรียบง่ายสไตล์อินดัสเทรียล ด้วยความเป็นผู้นำในวงการอุปกรณ์เกมมิ่ง K100 RGB นั้นสร้างขึ้นบนเฟรมอลูมินั่มหรูหรามีสไตล์ด้วยการขึ้นเงาแบบ brushed และมีระบบไฟ RGB แบล็คไลท์ในทุก ปุ่มกด ไฟบริเวณด้านบนสุดของคีย์บอร์ดเป็นแบบ 44-zone RGB LightEdge ที่ช่วยสร้างความโดดเด่นอลังการณ์ด้วยความสามารถในการแสดงเอฟเฟคไฟต่าง ได้เต็มที่ ครอบปุ่มกดที่เป็นแบบ PBD Double-shot ยังช่วยเสริมความพรีเมียมให้ CORSAIR K100 RGB และยังมีความโดดเด่นในด้านความทนทานต่อการเสียดสี สึกหรอ ทนต่อการสีลอกร่อน และจะสวยเด่นเป็นสง่าไปได้หลายปี และยังสามารถสลับครอบปุ่มบรรทัดล่างสุด (bottom row) ให้เป็นแบบเลย์เอาท์มาตรฐานเหมือนคีย์บอร์ดทำงานทั่วไปได้อีกด้วย

CORSAIR iCUE software ทำให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งรายละเอียดในตัวคีย์บอร์ดได้ เช่นการรีแมปปุ่มกด หรือการตั้งโปรแกรมปุ่มมาโครทั้ง 6 ปุ่มใน CORSAIR K100 RGB และปุ่มเหล่านี้ยังรองรับการทำงานร่วมกับ Elgato Stream Deck software ทำให้สามารถโปรแกรมคำสั่งในการสตรีมมิ่งและช็อตคัทต่าง ได้ CORSAIR K100 RGB ใหม่นี้ยังมาพร้อมกับลูกกลิ้งมัลติฟังก์ชั่น ที่สามารถใช้ควบคุมระดับแสงสว่างแบล็คไลท์ หรือใช้ควบคุมการเล่นไฟล์มีเดียต่าง หรือจะใช้เป็นการสกอร์ลทั่ว ไปในเกมหรือแอพพลิเคชั่นอื่น ได้เช่นกัน อะไรก็ตามที่สามารถตั้งคำสั่งได้ใน iCUE สามารถนำลงมาใช้กับลูกกลิ้ง iCUE บนคีย์บอร์ดได้เหมือนกัน

 

 

CORSAIR K100 RGB นั้นเป็นคีย์บอร์ดที่สร้างมาให้มีความโดดเด่นในกลุ่ม พร้อมทั้งฟีเจอร์ที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นปุ่มควบคุมมีเดียโดยเฉพาะพร้อมลูกเลื่อนโวลุมที่ทำจากอลูมินั่ม ควบคุมมีเดียได้เพียงปลายนิ้ว และยังมีที่รองข้อมือแม่เหล็กที่ถอดเก็บได้ ทำจากวัสดุหนังบุนุ่ม สอดไส้ด้วยเมมโมรีโฟมที่ติดตั้งได้ง่ายเพียงจับสอดเข้าที่ USB Pass-throught ที่ทำให้สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์อื่น ต่อจากคีย์บอร์ดได้โดยไม่ต้องเปลืองพอร์ท USB บนพีซี หรือจะใช้เชื่อมต่อ iCUE NEXUS Companion Touch Screen ก็ทำให้ดูเข้ากันและใช้งานได้สะดวกสบายไม่ต้องลากสายให้เกะกะ และสุดท้าย บนคีย์บอร์ดมีสตอเรจขนาด 8MB ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถบันทึกโปรไฟล์ในการตั้งค่าปุ่มมาโคร เซ็ตติ้งต่าง เกี่ยวกับคีย์บอร์ด และแพทเทิร์นไฟ RGB ได้ถึงกว่า 20 เลเยอร์ ทั้งหมดนี้บันทึกได้สูงสุดถึง 200 โปรไฟล์

ด้วยเทคโนโลยีล่าสุดดย่าง CORSAIR AXON และฟีเจอร์ต่าง มากมาย ทำให้ CORSAIR K100 RGB จะเป็นคีย์บอร์ดเกมมิ่งที่เร็ว ทรงพลัง และมีสไตล์ที่เหล่าเกมเมอร์ต่างเฝ้ารอ

 

 

การรับประกัน การจัดจำหน่าย และราคา

CORSAIR K100 RGB Mechanical Gaming Keyboard และ CORSAIR K100 RGB Optical-Mechanical Gaming Keyboard นั้นมีวางจำหน่ายแล้ววันนี้ผ่าน CORSAIR Webstore และเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายทีได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการของ CORSAIR ทั่วโลก

CORSAIR K100 RGB Mechanical Gaming Keyboard และ CORSAIR K100 RGB Optical-Mechanical Gaming Keyboard มาพร้อมกับการรับประกัน 2-ปีเต็มพร้อมบริการหลังการขาย โดยเครือข่ายผู้ให้บริการดูแลลูกค้าและทีมสนับสนุนด้านเทคนิคจาก CORSAIR ทั่วโลก

สำหรับราคาล่าสุด ขอให้อ้างอิงจากเว็บไซท์ของ CORSAIR โดยตรง หรือติดต่อผู้แทนจำหน่ายในพื้นที่ของท่าน

CORSAIR เปิดตัว TBT100 Thunderbolt™ 3 Dock

 

CORSAIR® ผู้นำด้านอุปกรณ์เกมมิ่ง อุปกรณ์ต่อพ่วงพีซีสำหรับผู้คลั่งไคล้ในการประกอบเครื่องพีซีและเกมมิ่ง วันนี้ได้เปิดตัว CORSAIR TBT100 ที่เป็น Thunderbolt™ 3 Dock รุ่นแรกของค่าย ที่ผนวกดีไซน์สไตล์อินดัสเตรียลพร้อมโครงสร้างอะลูมิเนียม การใช้งานอันง่ายดาย และการจัดการพลังงานอันยอดเยี่ยม ที่ช่วยรวบเอาความสามารถของ Thunderbolt 3 ไว้เพียงเอื้อมมือบนโต๊ะทำงาน รองรับการเชื่อมต่อกับพอร์ทหลากหลาย ทำให้เป็นเสมือนหัวใจหลักของเซ็ตอัพเวิร์คสเตชั่นของคุณ

TBT100 นั้นสามารถกลมกลืนไปกับทุกสภาพแวดล้อมการทำงานได้ด้วยดีไซน์อันเรียบหรูบางเบาของเคสอะลูมิเนียม ถึงแม้จะมีขนาดเล็กและบาง แต่ก็สามารถเชื่อมต่อด้วยแบนด์วิชท์สูงสุดถึง 40Gbps และส่งผ่านพลังงานของพอร์ท Thunderbolt 3 ไปยังอุปกรณ์หลากหลายชิ้นในหนึ่งเดียว โดย TBT100 จะมีช่องเชื่อมต่อ USB Type-C 10Gbps ให้สองพอร์ท USB 5Gbps อีกสอง TBT100 สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ USB ที่ใช้พลังงานเต็มความสามารถในการส่งพลังงานของพอร์ท USB ได้พร้อมกันสูงสุด 4 ชิ้น และสำหรับการเซ็ทอัพเวิร์คสเตชั่นจอคู่ TBT100 ก็มีพอร์ท HDMI 2.0 มาให้อีก 2 พอร์ท ที่สามารถขับจอแสดงผลความละเอียด 4K 60Hz HDR ได้พร้อม กัน อีกทั้งยังมีแจ๊คเสียบไมค์โครโฟนหรือหูฟังแบบ 3.5 มิลลิเมตร และ Gigabit Ethernet เพื่อเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่าย LAN ในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว ยังไม่เพียงเท่านี้ ยังมี UHS-II SD Card reader รวมมาให้ในตัว Kensington Security Slot ที่คอยป้องกันเพื่อนร่วมงานนิสัยมักง่ายที่ชอบคอยหยิบฉวยของจากโต๊ะของคุณไปโดยไม่ยินยอม

 

เทคโนโลยี Smart Charging หมายถึงความสามารถที่ TBT100 จะส่งผ่านพลังงานไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อต้องการ โดยมีเรตติ้งพลังงานไฟฟ้าสูงสุด 85 วัตต์ โดยเมื่อตัว docking นั้นถูกใช้พอร์ท USB เต็มทั้ง 4 พอร์ทไปแล้วซึ่งจะใช้พลังงาน 30 วัตต์โดยรวม ตัว docking ก็จะยังเหลือพิกัดไฟพอให้ใช้ชาร์จไฟเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ได้อีกด้วยพิกัดที่เหลืออีก 65 วัตต์

ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่าย ทำให้ TBT100 สามารถวางใช้งานได้ทั้งที่ทำงาน ที่บ้าน หรือเซ็ทอัพเวิร์คสเตชั่นในรูปแบบ work-from-home ได้อย่างไร้ที่ติ การเชื่อมต่อแบบ plug-and-play สามารถรันได้อย่างรวดเร็วทั้งบน macOS และ Windows ทำให้การเชื่อมต่ออุปกรณ์บนโต๊ะทำงานเป็นเรื่องง่าย และไต้องวุ่นวายกับสายระโยงรยางค์อีกต่อไป แต่ยังคงสมรรถนะสูงสุดของสาย Thunderbolt 3 เอาไว้ได้

CORSAIR เปิดตัวพาวเวอร์ซัพพลาย CX-F RGB Series จ่ายไฟนิ่งเสถียร พร้อมไฟพัดลมสีสันสะดุดตา!

 

CORSAIR® ผู้นำด้านอุปกรณ์เกมมิ่ง อุปกรณ์ต่อพ่วงพีซีสำหรับผู้คลั่งไคล้ในการประกอบเครื่องพีซีและเกมมิ่ง วันนี้ได้เปิดตัว CX-F RGB Series พาวเวอร์ซัพพลายพร้อมระบบไฟ RGB ที่ปรับแต่งได้ CX-F Series มาพร้อมกับการรับรองมาตรฐานประสิทธิภาพการใช้พลังงาน 80 PLUS ระดับ Bronze พร้อมทั้งระบบจัดเก็บสายไฟแบบโมดูลาร์ CX-F RGB เปิดตัวมาพร้อมกับขนาด 550 วัตต์ 650 วัตต์ และ 750 วัตต์ โดยมีสีของชุดสายเคเบิลและตัวเคสให้เลือกระหว่าง ขาว หรือดำ พัดลม RGB ขนาด 120 มิลลิเมตรที่ปรับแต่งแสงสีได้ 8 ชุดตามแต่ธีมอินทีเรียในเคสคอมพิวเตอร์ของคุณ ปรับแต่งระบบไฟผ่านปุ่มกดบนตัวเครื่อง หรือจะผ่านซอฟท์แวร์ CORSAIR iCUE หรือตัวคอนโทรล ARGB แบบ 5 Volts บนเมนบอร์ด ก็ได้เช่นกัน

ด้วยความที่เป็นพาวเวอร์ซัพพลายที่ผ่านมาตรฐาน 80PLUS ระดับ Bronze ทำให้ CX-F RGB Series นั้นสามารถให้ประสิทธิภาพในการแปลงพลังงานได้ถึงกว่า 88% ภายในวงจรยังมีการเลือกใช้คาปาซิเตอร์แบบอิเล็กโทรไลติกผลิตจากประเทศญี่ปุ่นที่มีเรตติงอุณหภูมิการทำงานสูงถึง 105 องศาเซลเซียส ทำให้จ่ายไฟได้สม่ำเสมอ และให้เสถียรภาพความน่าเชื่อถือสูงสุด ระบบการจัดการสายไฟแบบโมดูลาร์ ที่หมายความว่าผู้ใช้สามารถเลือกต่อเอาเฉพาะสายไฟที่ต้องการใช้ในซิสเต็มที่กำลังจะประกอบ ทำให้ประหยัดพื้นที่จัดเก็บสายไฟ และสร้างภาพลักษณ์ซิสเต็มสไตล์คลีน ได้ดีที่สุด พัดลมขนาด 120 มิลลิเมตรที่สามารถปรับแต่ง fan speed curve แบบกำหนดเองได้ พัดลมนี้ถูกออกแบบมาให้ทำหน้าที่ระบายความร้อนในสภาวะที่ก่อให้เกิดเสียงรบกวนต่ำที่สุด ในขณะที่ตัววงจรภายในสามารถส่งผ่านพลังงานให้แก่เครื่องพีซีทั้งระบบของคุณได้อย่างมีเสถียรภาพ CX-F RGB Series นั้นสนับสนุนการทำงานร่วมกับ Microsoft Modern Standby sleep mode เมื่อเชื่อมต่อใช้งานกับเมนบอร์ดและซีพียูที่รองรับฟังก์ชั่นนี้ เพื่อความสามารถในการตื่นจากโหมดสลีปได้อย่างรวดเร็ว

 

 

สว่างไสวด้วยไฟ RGB LED ทั้งหมด 8 ชุดโดย CX-F RGB นั้นมีปุ่มกดด้านหลังที่สามารถควบคุมระบบไฟ RGB ได้ โดยแต่ละครั้งที่กดปุ่ม ระบบจะแสดงผลไฟ RGB LED ตามค่า preset ที่ได้ตั้งไว้ก่อนแล้ว โดยสามารถเลือกได้กว่า 9 โหมด 8 สี สำหรับการควบคุมขั้นสูง เพียงแค่เชื่อมต่อ CX-F RGB PSU เข้ากับ CORSAIR iCUE RGB Lighting Controller เช่น iCUE Lighting Node Pro หรือ Commander PRO ก็จะสามารถปรับแต่งระบบไฟส่องสว่างบนตัวพาวเวอร์ซัพพลาย ได้อย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ CX-F RGB ยังมาพร้อมกับอะแดปเตอร์ 5V ARGB สำหรับการควบคุมระบบไฟ RGB ผ่านเมนบอร์ด

มั่นใจถึงความทนทานและเสถียรภาพตลอดอายุการใช้งานด้วยการรับประกัน 5 ปีเต็ม

CORSAIR เปิดตัวชุดระบายความร้อนซีพียูด้วยน้ำ iCUE ELITE CAPELLIX

 

CORSAIR® ผู้นำด้านอุปกรณ์เกมมิ่ง อุปกรณ์ต่อพ่วงพีซีสำหรับผู้คลั่งไคล้ในการประกอบเครื่องพีซีและเกมมิ่ง วันนี้ได้เปิดตัว ชุดระบายความร้อนด้วยน้ำแบบออลอินสำหรับซีพียูรุ่นล่าสุด ที่ผนวกรวมเอาคุณสมบัติรูปลักษณ์อันโดดเด่น สมรรถนะดีเยี่ยม และไร้เสียงรบกวน H100i ELITE CAPELLIX, H115i ELITE CAPELLIX และ H150i ELITE CAPELLIX โดยเป็นการควบรวมเอาสมรรถนะการระบายความร้อนอันโดดเด่นเข้ากับระบบไฟ RGB โดย CAPELLIX LED และยังติดตั้งและควบคุมการใช้งานได้ได้ง่าย ทำให้นัก DIY ประกอบคอมพิวเตอร์ ได้ประโยชน์จากชุดน้ำฯ อย่างไม่เคยมีมาก่อน

ชุดระบายความร้อนด้วยน้ำ iCUE ELITE CAPELLIX ทั้งสามรุ่นใหม่ มาพร้อมกับชุดหัวปั้มน้ำที่ติดตั้งบนบล็อคระบายความร้อนซีพียูที่ทำจากทองแดง split-flow cold plate ที่ประดับด้วยไฟ RGB และยังมาพร้อมกับพัดลม ML RGB Series ที่ถือว่าเป็นพัดลมที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดของ CORSAIR วันนี้ และมีการประดับตกแต่งด้วยระบบไฟ RGB ที่ให้ความสว่างและใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าสูงอย่าง CAPELLIX LED ควบคุมผ่านตัวควบคุม iCUE Commander CORE Smart RGB Lighting and Fan speed controller ชุดน้ำฯ ในตระกูลนี้มาพร้อมกับหม้อน้ำ 3 ขนาดให้เลือก โดย H100i ELITE CAPELLIX จะมาพร้อมกับหม้อน้ำขนาด 240 มิลลิเมตร ส่วน H115i ELITE CAPELLIX จะเป็นรุ่นหม้อน้ำขนาด 280 มิลลิเมตร และสุดท้าย H150i ELITE CAPELLIX ที่เป็นรุ่นหม้อน้ำขนาดโตสุดในตระกูลถึง 360 มิลลิเมตร รองรับการติดตั้งใช้งานร่วมกับซีพียูจาก Intel® และ AMD รุ่นล่าสุดหลากหลายรุ่น ชุดระบายความร้อนด้วยน้ำใหม่จาก CORSAIR นี้ พร้อมแล้วที่จะช่วยเสริมสร้างสมรรถนะให้แก่ซิสเต็มใหม่ที่คุณกำลังจะประกอบในวันนี้

 

 

ประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่ยอดเยี่ยมของ iCUE ELITE CAPELLIX นั้นมาจากปั้มน้ำใบพัดอิมเพลเลอร์ (Centrifugal Pump) ที่ให้อัตราการไหลสูงสุด 0.82 ลิตรต่อนาที และมีเสียงขณะเดินเครื่องต่ำเพียง 20dBA เพื่อความเงียบและการระบายความร้อนที่ดีเยี่ยม แผ่นเพลทนำความร้อนจากซีพียู (บล็อกน้ำ) ทำจากทองแดงดีไซน์แบบ split-flow ที่ช่วยดึงความร้อนจากซีพียูและระบายออกด้วยของเหลวภายในระบบได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่พัดลม ML RGB Series คอยหมุนเพื่อเป่าลมพาความร้อนออกจากชุดหม้อน้ำด้วยความเร็วรอบสูงสุด 2,400 รอบต่อนาทีควบคุมความเร็วด้วยระบบ PWM ได้อย่างแม่นยำ

iCUE ELITE CAPELLIX มาพร้อมกับระบบไฟ RGB ที่สว่างและแน่นขนัดที่สุดตั้งแต่ CORSAIR เคยทำชุดระบายความร้อนมา ด้วยหลอดไฟ CAPELLIX LED จำนวน 33 หลอดบนหัวปั้ม ที่ใช้พลังงานต่ำกว่าหลอด LED มาตรฐาน ทำให้ชุดระบายความร้อนด้วยน้ำใหม่นี้โดดเด่นสะดุดตา แต่ยังคงสมรรถนะที่ดีเยี่ยม ยิ่งไปกว่านั้น พัดลม ML RGB แต่ละตัวยังมาพร้อมกับหลอด LED 8 ชุด รวมกันทั้งหมด 49 หลอดใน H100i และ H115i และ 57 หลอดใน H150i อีกด้วย

 

การติดตั้งและเซ็ตอัพ ยิ่งทำได้ง่ายกว่าที่เคย ด้วยชุดน้ำรุ่นใหม่ทั้งสามรุ่นนี้ มาพร้อมกับ CORSAIR iCUE Commander CORE controller ที่จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมความเร็วปั้มน้ำ ระบบไฟ และความเร็วพัดลม PWM ได้สูงสุดถึง 6 ตัว พร้อมควบคุมไฟ LED บนพัดลม CORSAIR ทั้ง 6 ช่องนี้ไปพร้อม กัน ด้วย iCUE Commander CORE และซอฟท์แวร์ CORSAIR iCUE จะทำให้คุณสามารถปรับแต่งความเร็วพัดลม และความเร็วปั้มได้ อีกทั้งยังควบคุม หรือซิงค์ระบบไฟ iCUE ELITE CAPELLIX RGB เข้ากับอุปกรณ์อื่น ที่รองรับซอฟท์แวร์ iCUE ได้ และยังมีโหมด Zero RPM ที่จะช่วยตัดเสียงการทำงานของพัดลมไปได้ทั้งหมดอีกด้วย

 

 

iCUE ELITE CAPELLIX ทุกรุ่นมาพร้อมกับแบร็คเก็ตสำหรับติดตั้งบนซอคเก็ททั้งจาก Intel และ AMD รุ่นใหม่แทบทุกรุ่นแบบไม่ต้องใช้เครื่องมือ ซึ่งรวมถึง Intel LGA1200/115x AMD AM4 และ TRX4 ไม่ว่าคุณกำลังจะสร้างพีซีระดับ Hi-Performance เครื่องใหม่ หรือกำลังจะตกแต่งซิสเต็มเดิมของคุณให้ดูดีหรือเพิ่มสมรรถนะ CORSAIR iCUE ELITE CAPELLIX จะฉายความโดดเด่นให้พีซีของคุณได้แล้ววันนี้