รีวิว : Huawei Band 6 ฟีเจอร์ครบ มี SpO2 ในงบไม่เกิน 2 พัน

Huawei Band 6 คือ Smartband ในงบไม่เกิน 2 พันบาท แต่มาพร้อมฟีเจอร์ SpO2 วัดปริมาณออกซิเจนในเลือด หรือก็คือพอช่วยเช็คสุขภาพของ ‘ปอด’ แบบเบื้องต้นได้ ที่เหลือก็เป็น Smartband น้ำดี ฟีเจอร์ครบ ดีไซน์สวย จอใหญ่กำลังดี (สำหรับสายรัดอัจฉริยะ) และสุดท้ายคือ แบตฯ อึด ใช้ได้ยาว ๆ ถึง 14 วัน จะดีจริงไหม และตัวฟีเจอร์ SpO2 จะวัดได้แม่นขนาดไหน มาดูกันครับ

Continue reading

หัวเว่ย เปิดตัวลำโพงรุ่นใหม่ในซีรีส์ HUAWEI Sound

 

“หัวเว่ย” เปิดตัวลำโพงรุ่นใหม่ในซีรีส์ HUAWEI Sound ร่วมออกแบบกับ Devialet เปิดยุคใหม่ของ Hi-Fi ไร้สาย 

หัวเว่ย ได้เปิดตัวลำโพงไร้สายรุ่นใหม่ในซีรีส์ HUAWEI Sound Series ซึ่งเป็นความร่วมมือกับยักษ์ใหญ่ด้านเสียงอย่าง Devialet เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2020 ที่ผ่านมา โดยสองบริษัทเคยจับมือกันเปิดตัว HUAWEI Sound X มาแล้วในปี 2019 ซึ่งเป็นลำโพงไร้สายพรีเมียมตัวแรกที่ทำให้เทคโนโลยีเสียงและอะคูสติกชั้นยอด เป็นที่เข้าถึงได้อย่างกว้างขวางสำหรับผู้ใช้ทั่วไปและผู้ที่ชื่นชอบการฟังเสียง

HUAWEI Sound รุ่นใหม่คืออัญมณีของความร่วมมือที่ประสบความสำเร็จของ Huawei X Devialet โดยลำโพงทั้งหมดใช้การออกแบบอะคูสติกระดับสิทธิบัตรของ Devialet เพื่อการดื่มด่ำที่มากขึ้น HUAWEI Sound มีขนาดเล็กกว่า Sound X อย่างเห็นได้ชัด แต่ให้เสียงรอบทิศทาง เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงศักยภาพที่มีเอกลักษณ์และช่วยเติมเต็มของ Huawei และ Devialet

ตัวเครื่องขนาดกะทัดรัดแต่แจ๋ว

ผลิตภัณฑ์รุ่นล่าสุดออกแบบด้านอะคูสติกด้วยลำโพง 4 ตัว ซึ่งเป็นผลิตผลจากความสามารถที่ไม่มีใครเทียบได้ของ Devialet ด้วยวูฟเฟอร์ขนาด 4 นิ้ว 40W และลำโพง 5W 3 ตัวที่ทำงานร่วมกัน แม้จะมีรูปลักษณ์เรียบง่าย แต่ HUAWEI Sound ก็สร้างพลังเสียงได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการกำหนดค่า Push-Push ของ Devialet ซึ่งเรดิเอเตอร์แบบพาสซีฟ 2 ตัวทำงานเสริมซึ่งกันและกันเพื่อป้องกันการสั่นของคลื่นย้อนกลับ สิ่งนี้ช่วยลดความผิดเพี้ยนของเสียงที่เกิดจากการสะท้อนกลับของไดอะแฟรม และช่วยให้มั่นใจได้ถึงความเสถียรเมื่อตั้งค่าระดับเสียงสูงสุดที่ 90 dB ทำให้ได้เสียงที่ชัดเจนและไม่ผิดเพี้ยนตลอดเวลา

เบสที่หนักแน่นเป็นจุดเด่นที่สำคัญของซีรีส์ HUAWEI Sound อยู่แล้ว และผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งหมดนี้ได้ยกเพดานดังกล่าวสูงขึ้นอีก โดยการผสมผสานเทคโนโลยี SAM® 2.0 ของ Devialet รวมถึงโครงสร้าง “1 วูฟเฟอร์ + 2 หน่วยพาสซีฟ” ที่มีขึ้นเป็นครั้งแรก โมเดลอะคูสติกที่มีความซับซ้อนสูงนี้สร้างแบบจำลองและการควบคุมการเคลื่อนที่อย่างพิถีพิถันบนวูฟเฟอร์และเรดิเอเตอร์แบบพาสซีฟ เพื่อให้แน่ใจว่ามีการสั่นสะเทือนระดับสูงสุดบนความถี่ต่ำที่ไม่ผิดเพี้ยนและช่วงไดนามิกที่กว้าง ด้วยเหตุนี้ เสียงเบสจึงทุ้มและแน่นกว่าบน HUAWEI Sound

เทคโนโลยี SAM® อันล้ำสมัยนั้นช่วยเพิ่มความดื่มด่ำ ทำให้ผู้ฟังได้สัมผัสประสบการณ์คอนเสิร์ตสดจากห้องนั่งเล่น การออกแบบ SAM® 2.0 และ Push-Push ทำให้ HUAWEI Sound สร้างเสียงที่เปล่งพลังไร้ขีดจำกัด ขณะเดียวกันก็รักษาระดับความถูกต้องอย่างน่าทึ่ง เป็นตัวแทนกระบวนทัศน์ใหม่ที่โดดเด่นของลำโพงไร้สาย

 

 

เทคโนโลยี Devialet SPACE™ สำหรับเสียงรอบทิศทางสมจริง 360 องศา

HUAWEI Sound รุ่นใหม่นี้บรรจุทวีเตอร์ที่จัดวางห่างเท่ากัน 3 ตัว (เช่น ที่มุม 120 องศา) ใช้เทคโนโลยี Devialet SPACETM ซึ่งทำให้ทั้งห้องเต็มไปด้วยเสียงรอบทิศทาง 360 องศา เพื่อประสบการณ์ฟังส่วนตัวเหมือนอยู่ในฮอลล์คอนเสิร์ตขนาดใหญ่

SPACE™ ฉีกแนวคิดแบบเดิม ๆ ที่ว่าระบบเสียงรอบทิศทางต้องอาศัยการวางลำโพงหลายตัวตามจุดต่าง ๆ ทั่วห้อง โดยแยกสัญญาณอินพุตออกเป็นเสียงโดยตรง เสียงสะท้อน และเสียงรอบข้างผ่านอัลกอริทึมเฉพาะ จากนั้นลำโพงที่ปรับทิศทางต่างกัน 3 ตัวจะรับสัญญาณตามตำแหน่งของผู้ฟัง และสร้างเอฟเฟกต์เสียงรอบทิศทางที่น่าทึ่งจากอุปกรณ์ตัวเดียว ก้าวข้ามข้อจำกัดด้านพื้นที่ห้องอย่างที่เห็นทั่วไป

*จำเป็นต้องเลือกโหมด Devialet SPACE™ Soundstage ในแอป HUAWEI AI Life เพื่อใช้ฟีเจอร์นี้

ยิ่งไปกว่านั้น HUAWEI Sound ยังมีเอฟเฟกต์เสียงที่สมบูรณ์แบบ 4 โหมดด้วยกัน ได้แก่ Devialet SPACETM Soundstage, Vocals, Hi-Fi และ Bass ซึ่งเพิ่มลูกเล่นใหม่สำหรับดนตรีทุกประเภท ตั้งแต่ซิมโฟนีและอาเรียไปจนถึงเพลงร็อค! ซึ่งการตั้งค่าเหล่านี้เป็นเรื่องง่ายเมื่อทำผ่านแอป HUAWEI AI Life

เชื่อมต่อได้มากขึ้น ด้วยการเล่นเพลงโดยแตะโทรศัพท์ที่ลำโพง

HUAWEI Sound ยังมอบความสะดวกสบายที่เหนือกว่า ด้วยความสามารถในการเชื่อมต่อที่หลากหลาย รวมถึงการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth (LDAC), UPnP และ AUX 3.5 mm

*สาย AUX 3.5 mm ต้องแยกซื้อต่างหาก

HUAWEI Sound ยังรวมฟีเจอร์การแตะเพื่อโอนข้อมูล ซึ่งผู้ใช้จะสามารถส่งคำสั่งเล่นเพลงไปยังลำโพงภายในแค่พริบตาเดียว ง่าย ๆ เพียงแตะโทรศัพท์กับตัวลำโพง นอกจากนี้ยังรองรับ LDAC ซึ่งช่วยในการส่งสัญญาณผ่าน Bluetooth ความละเอียดสูงถึง 990 kbps (ค่าทางทฤษฎี) ซึ่งเหนือกว่า Bluetooth มาตรฐานถึง 3 เท่า

* OneHop Audio Sharing รองรับเฉพาะโทรศัพท์แอนดรอยด์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 5.1.1 ขึ้นไป โดยให้เปิด NFC และหน้าจอมือถือ ปัจจุบันยังไม่รองรับ iOS

ดีไซน์คลาสสิกที่มีเอกลักษณ์แบบ Devialet

HUAWEI Sound สืบทอดรูปแบบพรีเมียมของ Sound X ด้วยการเคลือบพิเศษที่ทำให้ผิวเงาคล้ายกับเปียโน ส่วนล่างของตัวลำโพงปิดด้วยผ้ากริดไฟเบอร์แบบมันเพื่อการส่งเสียงที่อิสระ ตลอดจนกันฝุ่นเข้าและการกระเซ็น เพลงที่เล่นบน HUAWEI Sound มีเอฟเฟกต์ที่ทำให้ผู้ฟังเสมือนอยู่ในคอนเสิร์ตสด ซึ่งนับเป็นประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่

HUAWEI Sound ผสานความสามารถทางเทคโนโลยีการสื่อสารที่เหนือชั้นของหัวเว่ย เข้ากับขีดความสามารถทางเสียงระดับชั้นนำของ Devialet เพื่อมอบประสบการณ์การฟังที่ไพเราะแบบมีเอกลักษณ์ ถือเป็นการเปิดประตูสู่ยุคใหม่ของ Hi-Fi ไร้สาย ที่เสียงสะท้อนทางอารมณ์ของเพลงโปรดและเสียง จะถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมจริงด้วยลำโพง Hi-Fi ในบ้านขนาดกะทัดรัด

หัวเว่ย เปิดตัว 6 ผลิตภัณฑ์ใหม่ผลิตภัณฑ์ที่รองรับการใช้งานทุกสถานการณ์

 

หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (Huawei Consumer Business Group: BG) จัดงาน Huawei Seamless AI Life New Products Global Launch พร้อมประกาศเปิดตัว 6 ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เสริมระบบนิเวศการใช้งานทุกสถานการณ์แบบ 1+8+N

ริชาร์ด หยู ซีอีโอของหัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป กล่าวในงานครั้งนี้ว่า “ประสบการณ์ผู้ใช้ที่ยอดเยี่ยมมักเกิดจากนวัตกรรม แต่เส้นทางนวัตกรรมของเรามักเริ่มและสิ้นสุดที่ผู้บริโภค ในอนาคต เราจะทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ที่ทรงคุณค่าของเราต่อไปเพื่อมอบประสบการณ์อัจฉริยะและคุณภาพสูงแก่ผู้บริโภคทั่วโลก”

HUAWEI FreeBuds Pro และ HUAWEI FreeLace Pro: ANC พร้อมเสียงที่สมจริงแบบออนดีมานด์

HUAWEI FreeBuds Pro คือหูฟังระบบสเตอริโอไร้สายแท้จริง (TWS) รุ่นแรกของโลกที่รองรับการตัดเสียงรบกวนแบบอัจฉริยะ โดยสามารถตัดเสียงรบกวนได้ดีที่สุดในอุตสาหกรรมด้วยเรต 40dB

HUAWEI FreeLace Pro มอบเสียงที่ยอดเยี่ยม ดีไซน์ที่เก๋ไก๋ และรองรับการตัดเสียงรบกวนด้วยเรตสูงถึง 40dB นอกจากนี้ ยังมาพร้อมตัวขับไดนามิกขนาด 14 มม. 1 คู่ เพื่อมอบเสียงที่สมจริงสำหรับประสบการณ์การฟังในอุดมคติ

HUAWEI WATCH GT 2 Pro และ HUAWEI WATCH FIT: ฟีเจอร์ระดับโปรสำหรับการใช้งานในทุก ๆ วัน

HUAWEI WATCH GT 2 Pro ใหม่ มาพร้อมกับแบตเตอรีที่ใช้งานได้นานถึง 2 สัปดาห์ และมีโหมดออกกำลังกายมากกว่า 100 โหมด (รวมถึงโหมดเล่นสกีและโหมดสนามไดร์ฟกอล์ฟ) ตลอดจนฟีเจอร์ติดตามข้อมูลการเล่นฟิตเนสระดับโปร

ด้วยน้ำหนักเพียง 34 กรัม HUAWEI WATCH FIT ให้ความรู้สึกเบาเหมือนสายรัดข้อมือกีฬา ตัวนาฬิกามีฟีเจอร์ HUAWEI TruSeen 4.0 ที่วัดการเต้นของหัวใจ 24 ชั่วโมงได้แม่นยำขึ้น เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของระดับออกซิเจนในเลือด การนอนหลับ และสภาวะความเครียด

HUAWEI MateBook X และ HUAWEI MateBook 14: กำหนดนิยามใหม่ของประสิทธิภาพการทำงานบนอุปกรณ์พกพา 

HUAWEI MateBook X ผสานดีไซน์เอกลักษณ์ของซีรีส์แฟลกชิปและเทคโนโลยีระดับนวัตกรรม กับดีไซน์น้ำหนักเบาขึ้นและฟีเจอร์อัจฉริยะ ซึ่งรวมถึงการทำงานร่วมกันหลายจอ (Multi-screen Collaboration) ด้วยน้ำหนักเพียง 1 กก. [1] โน้ตบุ๊กรุ่นนี้ยังมีขนาดที่บางเฉียบด้วยส่วนหนาที่สุดเพียง 13.6 มม. [2] และเล็กกว่ากระดาษขนาด A4 

Huawei ยังเปิดตัว HUAWEI MateBook 14 ซึ่งออกแบบโดยเน้นการพกพาพร้อมมอบประสิทธิภาพการทำงานในระดับสูง HUAWEI MateBook 14 ผสานระบบประมวลผล AMD Ryzen 4000 H Series กับ 2K HUAWEI FullView Display [3] และรองรับฟีเจอร์อัจฉริยะ เช่น การทำงานร่วมกันหลายจอ เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคทำงานอย่างมีประสิทธิภาพอยู่เสมอ

 

หัวเว่ยเปิดตัว HUAWEI nova 7 และ nova 7 SE สมาร์ทโฟน 5G รุ่นใหม่ จัดเต็มสเปคระดับท็อปและ 4 กล้องอัจฉริยะ

พร้อมเผยสีใหม่ของ HUAWEI nova 7i และสมาร์ทดีไวซ์ยอดฮิตอีก 3 รุ่นได้แก่ HUAWEI MatePad Pro 5G, HUAWEI FreeBuds 3i และ HUAWEI Y8p

Continue reading

หัวเว่ยตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนที่เหนือใคร เปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ HUAWEI P40 Pro+ สมาร์ทโฟนรุ่นสูงสุดในตระกูล P40 Series และ HUAWEI Mate Xs สมาร์ทโฟนจอพับสุดล้ำที่ทุกคนรอคอย

พร้อมพบโปรโมชั่นพิเศษช่วงพรีออเดอร์ พร้อมให้ทุกท่านเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้!

Continue reading

รีวิว : HUAWEI MediaPad M6 แท็บเล็ตจอคม ใช้งานง่าย ประสิทธิภาพเยี่ยม

ในขณะที่ Huawei เปิดตัว P40 Series สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุด ที่มาพร้อมสเปกและกล้องหลังแบบจัดเต็ม เทคโนโลยีจัดมาก แต่ติดอย่างเดียว ‘ไม่มี Google Mobile Service (GMS)’ จึงเกิดเป็นคำถามว่า หากไม่มี GMS แล้วจะยังน่าใช้อยู่หรือไม่ ?

Continue reading

เปิดตัว HUAWEI P40 Series จัดเต็มกล้องหลัง 5 ตัว พร้อมอัด AI และฟีเจอร์เพียบ

สิ้นสุดการรอคอย HUAWEI ประกาศเปิดตัว P40 Series สมาร์ทโฟนเรือธงตัวใหม่ล่าสุด รอบนี้จัดเต็มเรื่องกล้อง ดีไซน์ใหม่ และเปิดตัวรุ่นที่ 3 อย่าง P40 Pro+Continue reading

รีวิว : Huawei Y9s กล้องสวย 48MP จอใหญ่ ในงบหมื่นบาท

ก่อนหน้านี้ไม่นาน ทาง Huawei ได้เปิดตัวของชุดใหญ่ โดยมีทั้งโน้ตบุ๊ก Matebook D15 แท็บเล็ต MediaPad M6 และสมาร์ทโฟนตัวใหม่อย่าง Huawei Y7p ซึ่งเป็นน้องเล็กตัวล่าสุด โดยมีสเปกรองจาก Huawei Y9s ที่จะมารีวิวในครั้งนี้เอง และอาจเรียกได้ว่าเป็นสมาร์ทโฟน Huawei รุ่นสุดท้าย ที่มาพร้อม Google Mobile Services ในตัว หรือโหลดแอปฯ จาก Google Play ได้นั้นเอง

ตัว Huawei Y9s ถือเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางอีกรุ่น (ต่อยอดจาก Huawei Y9 รุ่น 2019) ที่มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว โดยเลนส์หลักมีความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เลนส์มุมกว้าง 8 ล้านพิกเซล และ Depth Sensor หรือเลนส์ถ่ายชัดลึก 2 ล้านพิกเซล เช่นเดียวกับรุ่น Huawei Y7p เลย หน้าจอขนาด 6.59 นิ้ว ไม่มีรูกลองหน้า สเปกใช้ซีพียู Kirin 710F กับแรม 6GB + รอม 128GB และแบตฯ 4,000 mAh ในราคาไม่เกิน 1 หมื่นบาท !!

สเปก Huawei Y9s

Display : หน้าจอ Fullview Display ขนาด 6.59 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ (2340 x 1080)
CPU : Hisilicon Kirin 710F (4×2.2 GHz Cortex-A73 & 4×1.7 GHz Cortex-A53)
GPU : Mali-G51 MP4
RAM : 6GB
ROM : 128GB รองรับ MicroSD
Main Camera : กล้อง 3 แบ่งเป็น เลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล F/1.8 เลนส์มุมกว้าง 8 ล้านพิกเซล F/2.4 และ Depth Sensor หรือเลนส์ถ่ายชัดลึก 2 ล้านพิกเซล F/2.4 วิดีโอ 1080p@30fps
Front Camera : กล้องหน้าแบบ Pop-Up ความละเอียด 16 F/2.2 วิดีโอ 1080p@60fps
Battery : Li-Ion 4,000 mAh
Connect : USB Type-C 1.0
Bluetooth : 4.2
Network : 802.11b/g/n, 2.4 GHz
ขนาดตัวเครื่อง : 163.1 x 77.2 x 8.8 mm
น้ำหนัก : 206 g
ระบบปฏิบัติการ : Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย EMUI 9.1
สีให้เลือก : Midnight Black และ Breathing Crystal

แกะกล่อง

จากสเปกข้งาต้น เรียกได้ว่าถอดมาจากตัว Huawei Y9 รุ่น 2019 แทบจะทั้งดุ้นเลย ตัวกล่องก็ตามสไตล์ Y Series ของ Huawei มาเป็นกล่องสีขาว พร้อมรูปตัวเครื่อง Huawei Y9s บนกล่อง

ส่วนอุปกรณ์ภายในกล่องก็ประกอบไปด้วย Huawei Y9s x 1, อุปกรณ์ชาร์จ x 1, สายชาร์จ Type- C x 1, ชุดหูฟัง x 1, เคสป้องกันรอย TPU x 1, คู่มือการใช้งาน x 1, อุปกรณ์ถอดซิม x 1 และ  ใบรับประกัน x 1

วัสดุและดีไซน์

สี Midnight Black ของ Huawei Y9s ก็มีความเงางาม ดูเรียบหรูมาก ตัวเครื่องมีสีดำแทบทั้งตัว (ยกเว้นขอบเลนส์กล้องอ่ะนะ : b) มีขอบโค้งมนแบบ 3D Curve เหมือนสมาร์ทโฟนระดับ Hi-End หลาย ๆ รุ่น

ความบางของตัว Huawei Y9s อยู่ที่ 8.8 มิลลิเมตรเท่านั้น ส่วนน้ำหนักอยู่ที่ 206 กรัม (แอบหนักนิด ๆ) แม้จะมีหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 6.59 นิ้ว แต่ก็สามารถพกพาได้สะดวก จับถนัดมือ อีกทั้งขอบตัวเครื่องเป็นอลูมิเนียม แข็งแรงทนทาน พอร์ตต่าง ๆ อย่างช่องใส่ SIM, ช่อง USB-C, หูฟัง 3.5 มม. และกล้องหน้าแบบ Pop-Up ก็มาอยู่ขอบบนกับขอบล่างหมดเลย ทำให้ขอบด้านข้างของตัวเครื่องดูเรียบเนียนไปเลย

จะมีก็เฉพาะปุ่ม Power ที่มาพร้อมตัวสแกนลายนิ้วมือในตัว กับมีปุ่ม Volume เพิ่ม/ลดระดับเสียงเท่านั้น

ตัวปุ่ม Power พร้อมสแกนลายนิ้วมือ ก็จะมีร่องสำหรับเอานิ้วไปวางโดยเฉพาะ ทำให้จับสัมผัสได้ง่ายและสะดวกต่อการปลดล็อค

กล้องหน้าแบบ Pop-Up ที่จะเลื่อนออกมาทันทีหลังเปิดกล้อง อีกทั้งมีฟีเจอร์เก็บตัวเองอัตโนมัติด้วย หากตัวเครื่องพบว่ากำลังร่วงตกพื้น

ส่องความงามของตัว Huawei Y9s รุ่นสี Midnight Black แบบเต็ม ๆ

หน้าจอ Fullview Display ขอบบาง ไม่มีรูกล้องหน้า แสดงผลเต็มตาได้ใจ ขนาด 6.59 นิ้วกว้างกว่าที่คิด กับความละเอียด Full HD+ (2340 x 1080) ที่สวยคมชัดมาก ๆ

ซอฟต์แวร์

ตัว Huawei Y9s มาพร้อม Android 9.0 Pie และ EMUI 9.1 ตามสไลต์คือ ไม่มีหน้าเมนูแอปฯ แยกต่างหาก แต่มาเรียงในหน้า Home แทน ซึ่งใช้งานได้สะดวก ปัดไปคือเจอแอปฯ ที่เราลงล่าสุดเลย (ลงเยอะก็ปัดต่อไปอีก : b)

อยากที่เกริ่นไป Huawei Y9s ยังมาพร้อม Google Mobile Services กับ Google Play อยู่ สามารถใช้งานบริการจาก Google ได้ไม่ติดขัดอะไร

ส่วนชุดเครื่องมือหรือแอปฯ จาก Huawei ก็มีมาให้ (ไม่มีสิแปลก) ทว่าตัว Huawei Store ต้องไปโหลดเอาใน Google Play เองนะ

แบตฯ ขนาด 4000 mAh ของตัว Huawei Y9s จากที่ลองใช้อย่างต่อเนื่อง ต้องยอมรับเลยว่าอึดจริง ตัวเครื่องสามารถเล่นเกม ดูหนัง ไถ่หน้า FB ได้ยาว ๆ ทั้งวัน หากไม่ใช้งานหนัก ๆ ก็อยู่ได้ถึง 2 วัน อีกทั้งตัวเครื่องยังมีฟีเจอร์ช่วยบริการจัดการพลังงาน ให้ยืดอายุการใช้งานแบตฯ ได้นานขึ้นอีกด้วย

ทีเด็ดอีกอย่างของ Huawei Y9s คือระบบสแกนลายนิ้วมือจากปุ่ม Power ที่ตอบสนองได้ไวดี ส่วนนี้จากใจเลย หากเทียบกับสมาร์ทโฟนที่มีช่องสแกนลายนิ้วมือหลังเครื่อง หรือปุ่ม Home (ไม่ก็หน้าจอ) ยังไงผมก็ชอบสแกนลายนิ้วมือจากปุ่ม Power มากสุดจริง ๆ

เทสระบบสแกนลายนิ้วมือของ Huawei Y9s

ประสิทธิภาพ

ขุมพลังของ Huawei Y9s คือ Hisilicon Kirin 710F เป็นซีพียู 8 Core สำหรับใช้ในสมาร์ทโฟนระดับกลาง-ล่าง ของ Huawei พร้อมการ์ดจอ (มะลิ) Mali-G51 MP4 เจ้าเก่า แต่รอบนี้มีแรมเพิ่มเป็น 6GB + รอม 128GB

ลองจับเทสด้วย Antutu ก็ได้คะแนนไป 181,390 แรงพอ ๆ กับ Samsung S7 Edge สมัยนู้น หรือ Exynos 9611 ใน Samsung A51 ณ ปัจจุบัน ส่วนคะแนนอ่านเขียนของรอม 128GB ก็ได้ไป 827.68 MB/s สำหรับอ่าน และ 193.77 MB/s สำหรับเขียน

เทสเกม Honkai Impact 3 บน Huawei Y9s

เทสเกม Call of Duty: Mobile บน Huawei Y9s

กล้องหลัง

สำหรับใครที่กำลังเล็งตัว Huawei Y7p อยู่ ลองดูจากรีวิวนี้ได้เลย สืบเนื่องจากตัว Huawei Y9s มีกล้องหลัง 3 ตัวแบบเดียวกันกับ Huawei Y7p เป๊ะ ๆ  แบ่งเป็น เลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล F/1.8 เลนส์มุมกว้าง 8 ล้านพิกเซล F/2.4 และ Depth Sensor หรือเลนส์ถ่ายชัดลึก 2 ล้านพิกเซล F/2.4

หน้า UI ควบคุมกล้องที่ปรับใหม่ ให้ใช้งานง่ายขึ้น

ส่วนการสลับเลนส์กล้องระหว่าง 48 ล้านพิกเซลของเลนส์หลัก กับ 8 ล้านพิกเซลของเลนส์มุมกว้าง สามารถจิ้มเพื่อเปลี่ยนได้ทันที หากแต่จากที่ลองใช้ กลับมีจิ้มติดบางไม่ติดบ้าง ยังไม่ลื่นไหลเท่าที่ควร

ตัวอย่างภาพจากกล้องหลัง


ทุกภาพถ่ายโดยกล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล พร้อมกด Auto ปิด AI ไม่ปรับอะไรทั้งสิ้น

เปรียบเทียบภาพจากเลนส์หลัก (ซ้าย) และเลนส์มุมกว้าง (ขวา)

 

เปรียบเทียบภาพจากระยะปกติ (ซ้าย) และซูมจนสุด (ขวา)

ตัวอย่างภาพถ่ายกลางคืน

กล้องหน้า

ลองเทสกล้องหน้าแบบ Pop-Up ความละเอียด 16 F/2.2 พร้อมเปิดโหมดถ่ายภาพบุคคล

ตัวอย่างภาพที่ได้

สรุป

ถือเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลาง ในราคาไม่เกินหมื่นที่คุ้มค่ารุนหนึ่งเลย ตัว Huawei Y9s มีจุดเด่นใหญ่ ๆ ห้าจุดด้วยกันอาทิ จอ 6.59 นิ้วแบบเต็มตา (ไม่มีรูกล้องหน้า), กล้องหลัง 3 ตัว พร้อมความละเอียดสูง 48 ล้านพิเซล (เลนส์หลัก), มาพร้อมแรม 6GB + รอม 128GB, แบตฯ อึดจริง และสุดท้ายคือราคาไม่เกินหมื่นนี้เอง ซึ่งตัว Huawei Y9s ก็เปิดราคาที่ 7,990 บาท เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ตัวเครื่องใช้ Hisilicon Kirin 710F ซึ่งถือเป็นซีพียูที่พอใช้งานได้ ยังไม่ได้แรงจนเล่นเกมได้ลื่นหมด จากที่ลองเทส บางเกมที่กินสเปกหนัก ๆ ยังต้องปรับการแสดงผลให้ตกลงมา ถึงจะได้เล่นได้ลื่น ๆ แต่นอกนั้นตัว Huawei Y9s นับว่าดีงามตามราคาเลยครับ