รีวิว : Sonos Play ที่สุดของลำโพงพกพา จบได้ในตัวเดียว

[อเนกประสงค์] ในระหว่างที่กำลังมองหาลำโพงคอมฯ ก็เกิดอยากได้ลำโพงพกพาด้วย โดยจะมีลำโพงพกพาตัวไหนที่ให้เสียงสเตอริโอได้หนักแน่น และยังเอาไปใช้งานพกพาได้อีก จนได้มาเจอกับ Sonos Play ที่สุดของลำโพงพกพา ที่ขนาดกะทัดรัด แต่เสียงทรงพลังราวกับ Soundbar ประทับร่าง

เมื่อเร็ว ๆ นี้ทาง Sonos ได้เปิดตัว “Sonos Play” ลำโพงพกพาที่มีความอเนกประสงค์มากที่สุดของแบรนด์ ชูโรงความยืดหยุ่นที่ใช้งานต่อเนื่อง โดยมาพร้อมแท่นชาร์จที่สามารถวางและยกตัวลำโพงออกได้ทุกเมื่อ กับพลังเสียงที่ทรงพลังเกินตัว (อย่างมาก) ชนิดที่ตัวเดียวก็จบได้เลย กับสั่งงานและควบคุมการเล่นเพลงได้อย่างง่ายดาย ง่ายแค่ไหน ลองมาดูรีวิวนี้กันครับ

รายละเอียดสเปก Sonos Play

  • Audio: Two angled tweeters, one midwoofer, powered by Class-H digital amplifiers.
  • Battery: Up to 24 hours of continuous playback.
  • Connectivity: Wi-Fi 6 (802.11a/b/g/n/ac/ax), Bluetooth 5.3, Apple AirPlay 2.
  • Durability: IP67 rating (waterproof and dustproof, submersible in 1m water for 30 min).
  • Dimensions: 192.3 x 112.5 x 76.7 mm (7.57 x 4.43 x 3.02 in).
  • Weight: 1.3 kg (2.87 lbs).
  • Controls: Top-panel capacitive buttons for volume, track skip, and mic mute; voice control enabled.
  • Input: USB-C port (supports line-in via adapter)
  • Portability: Built-in handle, drop-resistant design.
  • Multi-Room: Works with the Sonos app to connect with other Sonos speakers via Wi-Fi.
  • Sustainability: User-replaceable battery.
  • Colors: Available in Black and White

แกะกล่อง

ตัวกล่องยังคงสีน้ำตาลอ่อนสไตล์ Sonos โชว์รูปตัวลำโพงชัดเจนเหมือนเคย ส่วนอุปกรณ์ภายในก็มีให้แบบพอดีจริง ๆ โดยมีแต่ลำโพงกับแท่นชาร์จ ( Wireless Charging Base) เท่านั้นเลย ที่เหลือคือใบรับประกันและชุดคู่มือต่าง ๆ

อนึ่งตัวกล่องไม่มีสติ๊กเกอร์ปิดล็อกเลย (ไม่มีพลาสติก) หากจะแกะก็ต้องลอกตัวขอบกระดาษออกสองฝั่งเท่านั้น รักษ์โลกตั้งแต่การแกะเลย

ดีไซน์

หน้าตัวลำโพง Sonos Play เอาจริง ๆ ออกไปทางธรรมดา ไม่หวือหวา ไม่มีแสงสีใด ๆ (ยกเว้นไฟสถานะเล็ก ๆ) แต่อาจถูกใจสำหรับใครที่ชอบลำโพงพกพาแบบเรียบ ๆ นี้ (เช่นผมเป็นต้น) กับสีดำที่ดำสนิททั้งตัวนี้เอง

แน่นอนว่ามีสีขาวที่ขาวล้วนทั้งตัวเช่นกัน แล้วแต่คนชอบเลยครับ

ด้านวัสดุก็เป็นอลูมิเนียมเกือบทั้งตัวเลย ส่งผลให้ตัวลำโพงมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 1.3 กก. (ขนาด 192.3 x 112.5 x 76.7 mm) ถือว่ามีน้ำหนักสำหรับลำโพงพกพา แต่ก็แลกทั้งความทนทาน มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP67  และส่วนลำโพงภายใน 3 ตัว ที่ให้เสียงดังเกินขนาดตัวแน่นอน

อนึ่งส่วนบนที่ด้านหลังก็มีหูหิ้วให้ ทำจากวัสดุยางอย่างดี สามารถแบกน้ำหนัก 1.3 กก.  ของตัวลำโพงได้สบาย…แต่อย่าเอาไปเหวี่ยงเล่นเป็นพอ

ตัวลำโพงก็มีปุ่มควบคุมการเชื่อมต่อกับปุ่มเปิดปิดไมค์ด้านหลัง และควบคุมการเล่นเพลงกับระดับเสียงที่ด้านบนตัวลำโพงให้กดได้ง่าย ๆ หรือจะกดปุ่มรูปช่องข้อความ เพื่อสั่งการด้วยเสียงผ่าน Spotify Connect , Apple AirPlay 2 หรือแอปฯ Sonos เองก็ได้

ท้ายนี้ตัวพอร์ต USB-C Power Delivery ของลำโพง สามารถเอาไปเสียบชาร์จไฟสมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์พกพาอื่น ๆ ได้ด้วย ผ่านแบตฯ ขนาด 35WH (ที่รองรับการฟังเพลงได้ถึง 24 ชั่วโมง) และชาร์จไวสูงสุดที่ 45W

การใช้งาน

อย่างที่กล่าวไปในช่วงเกริ่น ผมกำลังมองหาลำโพงคอมฯ จนได้มาลองใช้ลำโพงพกพาแทนซะงั้น แต่ด้วยแท่นชาร์จในตัว กับระบบเชื่อมต่อที่คุณภาพ ทำให้ใช้เป็นลำโพงบนโต๊ะคอมฯ และลำโพงไร้สายสำหรับมือถือได้สะดวกมาก โดยไม่ต้องมาคอยปิดเปิด Bluetooth ให้วุ่นวายเลย

ถามว่ายังไงลองมาดูการใช้งานกับ PC กันก่อน โดยเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth จากตัวเมนบอร์ด (ที่รองรับ) จนสามารถเรียกใช้เป็นลำโพงคอมฯ อีกตัวได้

แต่ด้วยตัว Sonos Play มาพร้อมแท่น Wireless Charging Base ทำให้ตัวลำโพงอยู่ในสภาวะพร้อมใช้งานทุกเมื่อ คือไม่ต้องมาคอยเปิดปิดตัวลำโพง กับเชื่อมต่อ Bluetooth ทุกครั้ง ทันทีที่เปิดคอมฯ ตัวลำโพงก็เปิดตัวเองและเชื่อมต่อให้เลยโดยอัตโนมัติ

แน่นอนว่าทาง Sonos ทราบดีว่ามีคนนำไปใช้ร่วมกับ PC จึงมีตัวแอปฯ Sonos สำหรับ Windows หรือ Mac ให้ด้วย ในที่นี้ก็ลองใช้ร่วมกับ Windows 11 ก็สามารถใช้สั่งการตัวลำโพงได้เหมือนแอปฯ ในสมาร์ทโฟนเลย (ส่วนตัวคิดว่าแอบใช้ง่ายกว่า) จะตั้งค่า EQ กับตัวเพลย์ลิสต์ หรือสั่งอัปเดตอัปเดตเฟิร์มแวร์ก็ทำได้เช่นกัน

ทั้งนี้หากมีบัญชี Youtube Music หรือ Spotify ไม่ก็ Tidal ก็สามารถ Sync เชื่อมต่อเพลย์ลิสต์ที่มีในแอปฯ สตรีมมิ่งเพลงได้เลย ทั้งนี้การเชื่อมต่อจะไม่ใช่ Bluetooth แล้ว หากแต่เป็น Wi-Fi ทำให้คุณภาพเสียงที่ได้มีความเสถียรและดังฟังชัดกว่าชัดเจน

ถัดจาก PC ต่อไปก็ลองเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ทว่าไม่ใช่ Bluetooth แต่เป็น Wi-Fi เต็มรูปแบบแทน โดยเน้นควบคุมผ่านแอปฯ Sonos เป็นหลักเลย

สำหรับตัวแอปฯ Sonos ในอุปกรณ์พกพานั้น หน้าต่าง UI และการปรับแต่งจัดว่าดูดีกว่าแบบ PC ชัดเจน (ไม่น่าแปลกใจ) โดยหน้า Home ของตัวแอปฯ ก็ขึ้นอยู่กับบริการสตรีมมิ่งเพลงที่ใช้อยู่ด้วย โดยในรีวิวเชื่อมต่อกับ Youtube Music ทำให้เวลาเปิดแอปฯ Sonos ขณะฟังเพลง ก็จะขึ้นหน้าควบคุมเพลงของ Youtube ก่อนเลย

ตัวลำโพงก็รองรับระบบ Automatic Trueplay ที่ช่วยปรับจูนเสียงให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมต่าง ๆ โดยอัตโนมัติ ซึ่งทำได้ผ่านสมาร์ทโฟน Android เลย

จุดเด่นสำคัญของ Sonos Play คือการเชื่อมต่อแบบไร้รอยต่อ สามารถรวมการเล่นเพลงจากลำโพงหลายตัวได้โดยตรงผ่านการเชื่อมต่อ Bluetooth เมื่ออยู่นอกบ้าน

ทั้งนี้ตัว Sonos Play สามารถเชื่อมต่อกับ Play หรือ Move 2 เพิ่มเติมได้สูงสุด 3 ตัว (สำหรับใครที่มีงบเหลือจริง ๆ) เพื่อเพิ่มมิติเสียงให้รอบด้านและพลังเสียงที่กระหึ่มได้ 2 เท่า หรือ 3 เท่า แต่จากที่ลองใช้ครั้งนี้แล้ว บอกเลยว่าแค่ Sonos Play ตัวเดียว ก็ให้พลังเสียงได้โหดมาก ๆ แล้วครับ

ประสิทธิภาพ

ส่วนประกอบภายในของ Sonos Play คือมีลำโพง 3 ตัว อาทิ Tweeters จำนวน2 ตัว ช่วยสร้างเสียงย่านความถี่สูงที่คมชัด แม่นยำ และให้มิติเสียงสเตอริโอที่ชัดเจน และ Woofers อีก 1 ตัว ช่วยถ่ายทอดเสียงย่านกลางโดยเฉพาะเสียงร้อง ได้อย่างแม่นยำ พร้อมให้เสียงเบสที่ลึกและหนักแน่น

อีกทั้งตัวลำโพงทั้ง 3 ยังมี Amplifiers ระดับ Class-H ด้วย ที่ได้รับการปรับจูนอย่างแม่นยำให้สอดรับกับโครงสร้างอะคูสติกเฉพาะของลำโพง เพื่อมอบประสบการณ์เสียงที่ทรงพลังและคมชัด

ส่วนสุดท้ายคือ Passive Radiators แบบคู่ พร้อมดีไซน์แรงต้านสมดุล ช่วยให้ได้เสียงเบสที่ลึกแม้อยู่ในตัวเครื่องขนาดกะทัดรัด พร้อมลดแรงสั่นสะเทือนระหว่างการใช้งาน

ถ้าต้องการใช้เป็นลำโพงพูดคุยด้วย ก็ทำได้ผ่านชุดไมโครโฟนแบบรับเสียงระยะไกลในตัว โดยใช้เทคโนโลยี Beamforming ขั้นสูง และมีระบบตัดเสียงสะท้อนแบบหลายช่องสัญญาณ เพื่อให้การสั่งงานด้วยเสียงรวดเร็วและแม่นยำ รวมถึงรองรับการปรับจูนเสียงด้วย Trueplay นั้นเอง

ลองทดสอบเล่นเกม PC ด้วยลำโพง Sonos Play เพียงตัวเดียว ปรับระดับเสียงเกือบสุด เสียงที่ได้ยินคือมาครบ และยังมี Latency ที่ไม่มาก (ผ่าน Bluetooth 5.3) พอเล่นเกมที่มีการเคลื่อนไหวรวดเร็วได้อยู่

และหากเกมไหนมีเพลงประกอบ (OST) เพราะ ๆ ตัว Sonos Play ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ย้ำว่ามีตัวเดียวอีกรอบ

ลองใช้ดูหนังก็พอโอเคเลย แต่จุดนี้อาจขอแนะนำให้มี Sonos Play อีกตัว จะได้ฟิลในการรับชมเต็มอิ่มกว่านี้แน่นอน

แน่นอนว่าต้องมีทดสอบเพลง จุดนี้เลยอยากให้ลองฟังเปรียบเทียบระหว่าง Wi-Fi กับ Bluetooth โดยรอบแรกเป็น Bluetooth ก็ได้พลังเสียงตามนี้

ต่อไปคือ Wi-Fi ใช้เพลงเดียวกัน ระดับเสียงเท่ากัน ก็พอฟังออกเลยว่าแบบ Wi-Fi ดีกว่า เสียงมาครบกว่า

สรุป

ตัวเดียวจบของจริงกับ Sonos Play ที่ขอยกให้เป็นที่สุดของ ลำโพงพกพาแห่งปีกันเลย โดยเป็นลำโพงที่มีความอเนกประสงค์มาก ทั้งทนน้ำทนฝุ่น กับใช้งานง่าย สะดวก และต่อเนื่องระดับ 24 ชม. แท่นชาร์จช่วยได้เยอะ ไม่ต้องมาเล็งเสียบสาย USB-C ให้กวนใจ

ด้านพลังเสียง บอกเลยว่า “เกินคาด” คือไม่คิดว่ามันจะดังขนาดนี้ จนตอนที่รีวิวยังไม่กล้าเปิดเสียงสุดเลย (เดี๋ยวโดนข้างบ้านทัก) แต่แน่นอนว่ามันต้องมีทดสอบ ก็ได้ลองฟังไปเรียบร้อย จนแอบคิดเลยว่า “Soundbar” จำแลงกายชัด ๆ

ส่วนข้อสังเกตนั้น ก็มีเรื่องน้ำหนักที่แอบหนักอยู่เหมือนกัน 1.3 กก. คือไม่ใช่น้อย ๆ และฟีเจอร์การเชื่อมต่อ Bluetooth ที่รองรับแต่ตัว “พื้นฐาน” เท่านั้น แต่ก็ไปวัดกับคุณภาพตัวลำโพงแทน ที่เปิดใช้งานครั้งแรก ก็สะเทือนหูแล้ว

สำหรับตัว Sonos Play เปิดราคาอยู่ที่ 14,900 บาท หากใครสนใจ สามารถไปตำได้ที่เว็บ Sonosthailand ได้เลยครับ

Shops
แชร์ :
review
  • วัสดุ / การออกแบบ
  • สเปค / ฟีเจอร์
  • ราคา / ความคุ้มค่า
Comments Rating 0 (0 reviews)

Leave a Reply

User Review
  • วัสดุ / การออกแบบ
    Sending
  • สเปค / ฟีเจอร์
    Sending
  • ราคา / ความคุ้มค่า
    Sending

Follow us
Most popular
Category
Tag

Relate Article