ในวันที่ AMD เปิดตัว Zen 6 มันจะไม่ใช่แค่การอัปเกรดความเร็วตามปกติ แต่มันอาจจะเป็นการรื้อระบบครั้งใหญ่เพื่อทิ้งสัมภาระล้าสมัยที่วงการคอมพิวเตอร์แบกไว้มานานกว่า 40 ปี โดยไฮไลท์สำคัญคือ AMD ตัดสินใจนำเทคโนโลยี FRED (Flexible Return and Event Delivery) ของคู่แข่งตลอดกาลอย่าง Intel มาใช้ เพื่อจัดการระบบการสั่งงานใน CPU ใหม่ทั้งหมด
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? ลองนึกภาพตามครับ ทุกครั้งที่คุณขยับเมาส์ หรือคอมพิวเตอร์รับส่งข้อมูล มันจะเกิดสิ่งที่เรียกว่า Interrupt หรือ การขัดจังหวะ เพื่อให้ CPU สลับโหมดมาทำงานนั้นๆ ซึ่งระบบเดิมที่ใช้กันมาตั้งแต่ยุค 1980 นั้นมีความซับซ้อนและขั้นตอนเยอะมาก เหมือนระบบราชการที่ต้องประทับตราหลายโต๊ะกว่าจะผ่านเรื่องได้
ทีนี้ FRED เข้ามาช่วยอะไร? FRED คือฮีโร่ที่จะเข้ามาโละระบบเก่าคร่ำครึนี้ทิ้งไป โดยเปลี่ยนการจัดการ Interrupt ให้เป็นแบบม้วนเดียวจบ แทนที่จะต้องกระโดดไปมาหลายขั้นตอน FRED จะทำให้การสลับโหมดระหว่าง User (โปรแกรมทั่วไป) และ Kernel (ระบบปฏิบัติการ) ลื่นไหลขึ้น ช่วยลดระดับความยุ่งยากเหลือแค่ 2 ระดับหลักๆ ผลที่ได้คือ ความเสถียรที่มากขึ้น และลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดของระบบ
สิ่งที่น่าสนใจคือ AMD ยอมทิ้งเทคโนโลยีที่ตัวเองพัฒนา ที่ชื่อว่า SEE และหันมาใช้ FRED ของ Intel แทน นี่แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือที่หาดูยากในกลุ่ม x86 Ecosystem Advisory Group เพื่อสร้างมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งแม้แต่ Linus Torvalds ผู้ให้กำเนิด Linux ยังออกปากชมว่า FRED ของ Intel นั้นออกแบบมาได้คลีนและกำจัดขยะทางสถาปัตยกรรมทิ้งไปได้อย่างหมดจด
แม้ผู้ใช้ทั่วไปอาจจะไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงด้วยตาเปล่า แต่ในเชิงเทคนิค ระบบจะทำงานตอบสนองไวขึ้น โดยเฉพาะในการทำงานหนักๆ อย่างการรับส่งข้อมูลเครือข่าย หรือการเล่นเกมเฟรมเรตสูงๆ รวมถึงระบบ Virtualization จะทำงานได้ลื่นไหลขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งตอนนี้ Linux เริ่มรองรับแล้ว และ Windows ก็กำลังจะตามมาในไม่ช้าครับ
ที่มา
https://www.techspot.com/news/111171-amd-zen-6-adopt-intel-fred-modernize-x86.html
