[คุ้มแห่งปี] หากจะจัดซีพียูตัว Top สุดสำหรับคอมฯ ตั้งโต๊ะในปัจจุบัน ก็ย่อมไม่พ้น Intel Core Ultra 9 285K หรือ AMD Ryzen 9 9950X3D แต่ราคาก็สมฐานะ แตะระดับ 2 หมื่นบาทขึ้นไปเลย ทว่าไม่นานมานี้ Intel กลับเปิดตัวซีพียูรุ่นใหม่ ที่มาแบบม้ามืดโดยแท้ ชูประสิทธิภาพท้าชนรุ่น Top แต่ขายในราคาเพียงหมื่นต้น ๆ เท่านั้น ใครเพิ่งซื้อ Core Ultra 9 285K หรือ Core i9-14900K ไป อาจหลังหักได้เลย !!
รีวิวนี้พบกับ Intel Core Ultra 7 270K Plus ซีพียู Core Ultra Series 2 ตัวใหม่ล่าสุด โดยเป็นรหัส Arrow Lake ฉบับปรับปรุงใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพหลายด้าน ทั้งความแรง ความเสถียร และประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เป็นซีพียู AI เจนใหม่โดยแท้ ผนวกสเปกระดับ 8 P-Core และ 16 E-Core กับความเร็ว 5.5 GHz เกือบเทียบเท่าตัว Top อย่าง Core Ultra 9 285K กันเลย ซึ่งจะแรงเทียบชั้นได้จริงไหม ลองมาดูรีวิวนี้กันครับ
รู้จักกับ Intel Core Ultra 200S Plus

สำหรับตัว Intel Core Ultra 7 270K Plus ก็เป็นหนึ่งในซีรีส์พิเศษอย่าง Intel Core Ultra 200S Plus ซึ่งเป็นซีพียูสถาปัตยกรรม Arrow Lake ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพทั้งความเร็ว Clock กับแกนประมวลผล E-Core อีก 4 Core ด้วย รวมถึงปรับปรุงการทำงานทั้งด้าน Gaming PC หรือ Workstation PC ด้วย จนเรียกได้ว่าเป็น Intel Core Ultra 9 295K หรือซีพียูตัว Top สุดของ Intel ที่จำแลงกายมาอยู่ในรุ่นรองก็ว่าได้

ในส่วนฟีเจอร์ใหม่ ก็มี Intel Binary Optimization Tool เทคโนโลยีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในระดับ Binary Code เลย ซึ่งจะมองหาเกมหรือโปรแกรมที่รู้จัก จากนั้นก็ปรับปรุงและจัดโครงสร้างใหม่ได้แบบไดนามิกเพื่อใช้ประโยชน์จากไปป์ไลน์การประมวลผล Intel x86 ได้ดียิ่งขึ้น หรือถ้าแปลง่าย ๆ ก็คือตัวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกมและโปรแกรมต่าง ๆ (ที่รองรับ) ให้ทำงานได้ดีขึ้นนั้นเอง
จุดน่าสนใจคือ เทคโนโลยีดังกล่าวจะวิเคราะห์เองเลยว่า ส่วนไหนของโปรแกรมถูกใช้งานบ่อยเป็นพิเศษ จากนั้นจึงทำการปรับโครงสร้างโค้ดใหม่ ตัวอย่างเช่น ฟังก์ชันที่ใช้งานบ่อยจะถูกจัดวางไว้ใกล้กันมากขึ้นในหน่วยความจำ เพื่อให้ซีพียูสามารถเข้าถึงแล้วประมวลผลตัวโปรแกรมได้เร็วขึ้น

นอกจาก Intel Binary Optimization Tool แล้ว Intel Core Ultra 200S Plus ยังรองรับบัส (Bus) แรม DDR5 ได้สูงถึง 7200MT/s ถ้าใช่เมนบอร์ดดี ๆ หน่อย ก็อาจ Overclock ไปได้ถึง 8000MT/s สุดท้ายก็มี 4R CUDIMM หรือรองรับแรมขนาด 128GB ต่อหนึ่งแถวได้เลย
ในส่วนสเปกซีพียู Intel Core Ultra 7 270K Plus ที่รีวิวนี้ ก็มาพร้อมแกนประมวลผลทั้งหมด 24-Core ซึ่งประกอบด้วย 8 P-Core , 16 E-Core และ 24 Threads ทำงานที่ความถี่ 3.2 GHz (E-Core), 3.7GHz (P-Core) และทำ Turbo Boost Max 3.0 ได้สูงสุดถึง 5.5GHz นอกจากนี้ยังมี NPU ได้สูงสุดถึง 38TOPS (รวมจากทั้ง CPU/GPU/NPU)
แกะกล่อง Intel Core Ultra 200S Plus

กล่องตัว Intel Core Ultra 200S Plus (เวอร์ชั่น Media Kit) รอบนี้ ก็มาพร้อมข้อความ “Lock in with the power of Intel Inside” หรือแปลตรงเลยว่า “เชื่อมต่ออย่างมีประสิทธิภาพด้วย Intel Inside”

Intel Core Ultra 5 250K Plus กับ Intel Core Ultra 7 270K Plus
Test Setting

- CPU : Intel Core Ultra 7 270K Plus
- M/B : ROG STRIX B860-A Gaming WiFi
- RAM : G.Skill Trident Z5 RGB DDR5-7200MT/s 32GB (16GBx2)
- GPU : Intel Arc B580 Limited Edition (LE)
- SSD : LEXAR NM790 1TB
- PSU : SuperFlower Leadex VII Platinum Pro 1000W
- Cooling : Thermalright Wonder Vision 360
- CASE : NZXT H6 Flow
- OS : Windows 11, version 25H2

สำหรับสเปกที่ใช้ทดสอบครั้งนี้ ขอฉีกด้วยเมนบอร์ด ROG STRIX B860-A Gaming WiFi ที่แม้เป็นชิป B860 แต่สเปกโดยรวมของเมนบอร์ดนี้ไม่ธรรมดาเลย โดยรองรับความเร็วแรมได้มากถึง 8600+MT/s (OC) แต่รีวิวนี้ขอตั้งค่าไว้ที่ 7200MT/s ตามสเปกแรมนะครับ (ความเร็ว 8000 มันโดดไปหน่อย) ถัดมาคือการ์ดจอรุ่นรองอย่าง Intel Arc B580 ที่หากจับคู่กับซีพียู Intel Core Ultra 7 270K Plus แล้ว จะช่วยให้เล่นเกมได้ลื่นขนาดไหนนั้น ลองมาดูกัน
ประสิทธิภาพ
ประเดิมด้วย CPU-Z จับเทส Bench CPU ก่อนเลย พบความเร็ว Muti Thread สูงกว่า Intel Core Ultra 9 285K แล้ว !! ส่วน Single Core ตามหลังแค่ 6 คะแนน เรียกว่าแรงกว่าตัว Top ได้เลยไหมหนิ

ต่อด้วย PC Mark 10 ก็ได้มากถึง 10,900 คะแนน เกินหมื่นเรียบร้อย

3D Mark ในส่วน CPU Pofile ก็ได้ Max Threads ถึง 18830 คะแนนเลยทีเดียว

Cinebench R23 ก็ได้คะแนน Single-Core ที่ 2336 pts และ Multi-Core 40776 pts ครับ แซงหน้า Intel Core i9-14900K ด้วยครับ (ที่เคยได้ 39,XXX pts ในรีวิวรอบก่อน)

เทส Cinebench 2024 ได้ Multi-Core ที่ 2100 pts และ Single-Core ที่ 140 pts

ตัวใหม่ด้วยกับ Cinebench 2026 ก็ได้คะแนน Multi-Core มากถึง 9202 pts และ Single-Core ที่ 581 pts แซงหน้า Intel Core Ultra 9 285K ไปเรียบร้อย (อย่างเป็นทางการ)

ลองเทส Geekbench 6 ก็ได้ Single-Core ที่ 3080 คะแนน กับ Multi-Core ที่ 21429 คะแนน

ในส่วนชิป NPU ของ Intel Core Ultra 7 270K Plus ก็สามารถรัน Geekbench AI (OpenVINO) ได้มากถึง 8165 คะแนน สำหรับ Single Precision กับ 10440 สำหรับ Half Precision และ 16382 สำหรับ Quantized
เกมมิ่ง

ลองเกมสามัญประจำเครื่องอย่าง Cyberpunk 2077 ปรับภาพ 2K Ultra + Ray Traced สูงสุด พร้อมเปิด XeSS 2.0 กับ XeSS FG ผลคือเล่นได้ลื่น ๆ ที่ 132 fps ไปแบบสบายเลย
ต่อไปลองเกม F1 25 ดูบ้าง ปรับภาพ 2K Ultra พร้อม Ray Traced เช่นเคย กับลองเปิด XeSS และ XeSS FG ช่วย ผลคือเล่นได้ 70 – 90 fps
Call of Duty: Black Ops 7 ปรับภาพ 2K สุดทกอย่าง พร้อมเปิด XeSS (Balanced) ช่วย ก็เล่นได้ถึง 89 – 104 fps กันเลย
ปิดท้ายด้วย DOOM: The Dark Ages ปรับภาพ 2K Ultra ขั้นสุด เปิด Ray Traced พร้อมตัวช่วยอย่าง XeSS (Balanced) เช่นเคย ก็เล่นได้มันส์ ๆ ที่ 74 – 88 fps ได้ไม่สะดุด
สรุป

ต้องบอกเลยว่า “ไม่ทันตั้งตัว” ในตอนที่ Intel เผยโฉม Intel Core Ultra 200S Plus ที่มาพร้อมประสิทธิภาพระดับ Intel Core Ultra 9 285K ในราคาที่ถูกกว่าครี่งหนึ่ง เป็นอะไรที่น่าตกใจทีเดียว สำหรับการปรับปรุงครั้งนี้ อาจเรียกได้ว่าเป็น Arrow Lake “Plus” ที่เพิ่มจำนวน Core กับความเร็ว Core ใหม่ ดันให้ Intel Core Ultra 7 270K Plus กลายเป็นซีพียูท้าชนตัว Top ในราคาหมื่นต้น
จากการทดสอบ ก็เพิ่มเลยว่า Core Ultra 7 270K Plus แรงกว่า Core Ultra 9 285K จริง ด้านการเล่นเกมก็ออกมาโดดเด่นมาก (เมื่อเทียบกับตอนที่ใช้ Intel Core i9-14900K) ทั้งยังรองรับแรมระดับ 7200 MT/s ได้เสถียรสุด ๆ เชื่อว่าต่อให้เปิด 8800 MT/s ก็สบายแน่นอน
ท้ายนี้ตัว Intel Core Ultra 7 270K Plus เปิดราคาที่ 11,900 บาท เท่านั้นครับ ด้วยราคานี้ บอกเลยว่าเป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับใครที่ต้องการซื้อคอมฯ เนื่องด้วยตัว Core Ultra 7 270K Plus มีราคาเพียงหมื่นต้น ๆ กับไม่จำเป็นต้องใช้เมนบอร์ด ชุดระบายความร้อน และ PSU ระดับ Top เหมือนตอนรีวิว Core i9-14900K ทำให้มีทางเลือกสำหรับเลือกซื้อการ์ดรอหรือกระทั่งแรมได้ดีกว่าเดิม








