รีวิว : ASUS ZenBook DUO UX8407 สองจอสะดวกพก แรงด้วย Core Ultra X9 เจน 3

[แรงเกินบาง] นับตั้งแต่ตอนที่ Intel เปิดตัวซีพียู Core Ultra ซีรีส์ 1 ก็เหมือนเป็นประตูสู่ยุค AI PC อย่างแท้จริง ที่เปิดโอกาสให้อุปกรณ์พกพาอย่างโน้ตบุ๊ก ก็มีประสิทธิภาพประมวลผล AI เต็มรูปแบบ (NPU) พร้อมทั้งประหยัดพลังงานขึ้นมาก จัดการความร้อนได้ดี และยังมีชิปกราฟิก (GPU) แรงเทียบ “การ์ดจอแยก” กันเลย ผ่านไปหลายปี ในที่สุด Intel Core Ultra ก็เดินทางมาถึงซีรีส์ 3 แล้ว (Series 3) ที่ยกระดับทุกสิ่งที่กล่าวมาไปอีกขั้น

อีกขั้นแค่ไหน ในรีวิวนี้ก็มีโอกาสได้ลองใช้ Core Ultra ระดับ Top สุดอย่าง Intel Core Ultra X9 388H ผ่านโน้ตบุ๊กที่สามารถขับประสิทธิภาพของซีพียูดังกล่าวได้เต็มที่อย่าง ASUS ZenBook DUO UX8407 โน้ตบุ๊กบางเบาที่มาพร้อมหน้าจอ 2 ตัวในร่างเดียว สานต่อ ZenBook DUO รุ่นก่อนหน้าทั้งบางพับแบบใหม่ หน้าจอใหม่ และสเปกใหม่ยกชุด ซึ่งพอมีสองหน้าจอแล้วจะตอบโจทย์การใช้งานได้มากแค่ไหน และ Core Ultra X9 388H จะช่วยให้โน้ตบุ๊กรุ่นนี้ใช้งานด้านไหนได้บ้าง เกม กราฟฟิก และอื่น ๆ ลองมาดูรีวิวนี้กันครับ

รายละเอียดสเปก ASUS ZenBook DUO UX8407

  • Display : 14.0-inch, 3K (2880 x 1800) OLED 16:10 aspect ratio, 0.2ms response time, Refresh Rate:144Hz, 500nits, 1000nits HDR peak brightness, 100% DCI-P3 color gamut, 1,000,000:1, VESA CERTIFIED Display HDR True Black 1000, 1.07 billion colors, PANTONE Validated, Anti-glare and low-reflection(AGLR) display, 70% less harmful blue light, Touch screen, (Screen-to-body ratio)93%, With stylus support
  • CPU : Intel® Core™ Ultra X9 Processor 388H 2.1 GHz (18MB Cache, up to 5.1 GHz, 16 cores, 16 Threads); Intel® NPU up to 50TOPS
  • GPU : Intel® Arc™ Graphics (B390)
  • Memory : 32GB DDR5-9600 MHz (แรม Memory on Package (MoP) ติดกับชิปซีพียูเลย)
  • Storage : 1TB M.2 SSD NVMe Gen 4 (2x M.2 SSD slot)
  • Wi-Fi/Bluetooth : Wi-Fi 7(802.11be) (Triple band) 2*2 + Bluetooth® 5.4 Wireless Card (*Bluetooth® version may change with OS version different.),
  • Ports I/O : 2x Thunderbolt™ 4 with support for display / power delivery (data speed up to 40Gbps)
    1x USB 3.2 Gen 2 Type-A (data speed up to 10Gbps), 1x HDMI 2.1 FRL
  • Camera : FHD camera with IR function to support Windows Hello
  • Security : Trusted Platform Module (Firmware TPM) Microsoft Pluton security processor, IR webcam with Windows Hello support
  • Battery : 99WHrs, 4S1P, 4-cell Li-ion
  • Adaptor : TYPE-C, 100W Ultra mini AC Adapter
  • Dimension (WxDxH) : 31.01 x 20.86 x 1.96 ~ 2.34 cm
  • Weight : 1.65 kg
  • OS : Windows 11 Home

งานออกแบบ

ไม่ใช่ครั้งแรกที่ ASUS ทำโน้ตบุ๊กสองหน้าจอ ย้อนไปก่อนหน้านี้ก็เคยมี ASUS ROG Zephyrus Duo 15 ต่อด้วย ASUS Zenbook 17 Fold OLED และ Zenbook DUO (2024) เรียกได้ว่า ASUS มีประสบการณ์และเวลาทำการบ้านนานพอตัว จนมาถึงยุคของ ASUS ZenBook DUO UX8407 หรือจะเรียกว่าเป็น Zenbook DUO ประจำปี 2026 ก็ว่าได้ ซึ่งตัวเครื่องก็มีความ ‘สมบูรณ์แบบ’ ยิ่งกว่าเดิม เป็นโน้ตบุ๊กสองหน้าจอที่ลงตัวสุด ๆ ทั้งงานออกแบบ วัสดุ กลไลสองหน้าจอ สเปกที่ใช่อย่าง Intel Core Ultra X9 388H ชิปใหม่ที่ถูกดึงประสิทธิภาพแบบเต็มที่ และสุดท้ายคือความทนทาน

รอบนี้ตัวเครื่อง ASUS ZenBook DUO UX8407  ก็มาพร้อม ‘Ceraluminum’  วัสดุระดับพรีเมียมเอกสิทธิ์เฉพาะของ ASUS ที่ผสานความทนทานของเซรามิกเข้ากับความเบาของอะลูมิเนียม จนได้อะลูมิเนียมที่ทนทานกว่าเดิม ทนต่อรอยขีดข่วน และระบาย

ความร้อนได้ดีกว่าเดิมมาก ถัดมาคือส่วนบานพับแบบ Hideaway Hinge Technology ที่ออกแบบใหม่ช่วยลดช่องว่างของจอแสดงผลได้ 70% และทนทานต่อการเปิด-ปิดกว่า 40,000 รอบ การันตีการใช้งานระยะยาวได้ดีเลย

ส่วนเรื่องความบาง ตามสเปกตัวเครื่องก็มาพร้อมขนาด 31.01 x 20.86 x 1.96 ~ 2.34 cm หรือมีความบางที่ 0.77 ถึง 0.92 นิ้วเท่านั้นเลย แต่น้ำหนักโดยรวมก็อยู่ที่ 1.65 kg ก็แลกมากับสองหน้าจอ รวมถึงคียบอร์ดที่ถอดแยกได้ในตัวนั้นเอง

คียบอร์ดและทัชแพด

คียบอร์ดที่ถอดแยกได้ที่ว่า ก็มีหน้าตาตามนี้เลย ซึ่งถูกออกแบบให้ประกบกับตัวเครื่องได้อย่างลงตัว สามารถเอาไปวางทับกับหน้าจอฝั่งหนึ่งได้โดยไม่ต้องกลัวรอยขีดข่วนเลย (เพราะอะไรนั้นเดี๋ยวรอดูส่วนต่อไป) ส่วนหน้าตา Layout ตัวคียบอร์ด ก็คล้าย ๆ กับโน้ตบุ๊กตระกูล ZenBook หลาย ๆ รุ่นของ ASUS ที่ตัวปุ่มกดใหญ่พอดีมือ พิมพ์สะดวกและสัมผัสดีเยี่ยม หากมีขายแยกก็จะไม่ลังเลเลยครับ

ทั้งนี้ตัวคียบอร์ดก็รองรับการเชื่อมต่อไร้สายผ่าน Bluetooth และยังผ่านการทดสอบแรงกดถึง 1 ล้านครั้งมาแล้วด้วย ตัวแม่เหล็กที่ใช้ยึดติดตัวจอก็ยังผ่านการทดสอบสภาวะ ‘หดกลับ’ ถึง 1 ล้านรอบเช่นกัน และการรับแรงกดด้านข้างอีก 20,000 รอบ ทำให้มั่นใจประสบการณ์ใช้งานที่ปลอดภัย และราบรื่นตลอดอายุการใช้งาน แบบนานเท่านาน

พอร์ตเชื่อมต่อ

ในส่วนพอร์ตเชื่อมต่อ ก็มีมาให้พอดีเกินคาด อาทิ 2x Thunderbolt 4 with support for display / power delivery (data speed up to 40Gbps) 1x USB 3.2 Gen 2 Type-A (data speed up to 10Gbps) และ 1x HDMI 2.1 FRL

มาถึงส่วนหน้าจอแล้ว เรียกได้เลยว่าเป็นหัวใจของ ASUS ZenBook DUO UX8407 โดยแท้ ซึ่งมาพร้อมจอ OLED ขนาด 14 นิ้ว และยังมีสเปกเหมือนกันทั้งสองจออย่าง ความละเอียด  3K (2880 x 1800) สัดส่วน 16:10 พร้อมรองรับ Refresh Rate ถึง 144Hz กับมี 0.2ms response time และความสว่างสูงสุด 1000nits ไปเลย ส่วนความคมชัดก็มีตรารับรองทั้ง 00% DCI-P3 color gamut, 1,000,000:1, VESA CERTIFIED Display HDR True Black 1000, 1.07 billion colors และ PANTONE Validated

ตัวจอสามารถใช้งานแบบ Touch screen ได้เต็มรูปแบบ และยังรองรับการใช้งานร่วมกับปากกา (Stylus) หรือ ASUS Pen SA205H-MPP2.6 ได้อีก ใช้เป็นจอวาดรูปหรือออกแบบได้สบายเลย โดยผ่าน Anti-glare และ low-reflection(AGLR) display, 70% ด้วย

ทั้งนี้ตัวจอก็มีส่วนควบคุมการใช้งานในโหมดต่าง ๆ ซึ่งก็ช่วยให้ใช้งาน ASUS ZenBook DUO UX8407 ได้หลายรูปแบบตามนี้

ZenBook Duo สองหน้าจอในหนึ่งเดียว

ประเดิมด้วยโหมด Desktop ซึ่งก็ได้ฟิลใช้งาน PC พร้อมจอ Monitor แนวตั้งแบบพกพามาเลย ซึ่งเราสามารถนำการใช้งานนี้ ไปวางในร้าน Cafe หรือ Co-working space ให้เด่นสะดุดตาคนในร้านสุด ๆ กางวางทีหนึ่งต้องมีคนมองแน่นอน

ถัดมาคือโหมด Dual Screen โดยส่วนตัวเป็นโหมดที่ชอบที่สุดแล้ว ความอลังการก็พอ ๆ กับโหมด Desktop เลย แต่ได้มุมมองจอ Monitor แบบแนวนอนมาแทน ซึ่งหลายคนอาจคุ้นเคยมากกว่า เหมาะสำหรับคนที่ทำงานตัดต่อ กราฟฟิก หรือกระทั่งเล่นเกม

ส่วนเบื้องหลังการใช้งานทั้งสองโหมด ก็มาจากขาตั้งของตัวเครื่องนี้เลย ที่มีการออกแบบให้ใช้งานได้ยาวนานสุด ๆ และแข็งแรงสุด ๆ ด้วยเช่นกัน คือต้องใช้แรงระดับหนึ่งเลยหากต้องกางใช้งานสักครั้ง ยากที่จะบานพับเสื่อมโดยง่ายจริง ๆ

ส่วนกางได้ประมาณไหนก็ตามนี้เลย แต่แนะนำว่าควรกางให้สุดดีกว่า เพื่อลดภาระการใช้งานระยะยาว

อีกหนึ่งโหมดที่ยังทำให้ ASUS ZenBook DUO UX8407 เรียกว่าเป็นโน้ตบุ๊กได้อยู่หรือก็ตรงตัวเลยคือ Laptop Mode ที่มองไกล ๆ คงนึกว่าเป็น ASUS ZenBook รุ่นหนึ่งยังไงยังงั้น

สุดท้ายคือโหมด Sharing หรือโหมดแบ่งปัน คือเอาไว้พรีเซนต์งานให้ลูกค้าดูได้แบบเท่ ๆ หรือจะใช้เป็นหน้าจอสัมผัสพร้อมปากกาก็ยังได้

MyASUS Features

ทั้งนี้ตัว ASUS ZenBook DUO UX8407  ก็มาพร้อมฟีเจอร์ควบคุมที่น่าสนใจไม่น้อยเลย ซึ่งก็มีหลัก ๆ ตามนี้

ส่วนควบคุมสเปกแรมของการ์ดจอ ที่สามารถปรับเปลี่ยนหน่วยความจำได้อย่างอิสระ (แรม 32GB แบ่งใช้ได้เหลือ ๆ)

ถัดมาคือส่วนควบคุมหรือถนอมจอ OLED ก็ควบคุมการใช้งานได้หลากหลายพอตัว

ต่อด้วยส่วนควบคุมการแสดงผลหรือ Tru2Life ของ ASUS ที่ใช้เทคโนโลยีการประมวลผลภาพใน TV ระดับ Hi-End เพื่อมอบภาพที่สมจริง และความคมชัดของภาพที่แม่นยำ พร้อมเพิ่มความคมชัดกับช่วงไดนามิกได้อย่างชาญฉลาด (วัดจากความแตกต่างระหว่างจุดที่สว่างที่สุดและมืดที่สุดของภาพ) เพื่อให้ได้ระดับความคมชัดที่กว้างขึ้น ยิ่งช่วงไดนามิกของภาพสูงเท่าไหร่ ภาพก็จะยิ่งดูสมจริงมากขึ้นเท่านั้น…แต่ถ้าไม่ชอบก็ปิดได้ครับ

ปิดท้ายด้วยสองฟีเจอร์คู่บุญของโน้ตบุ๊ก ASUS ทั้งหลายอย่าง GlideX กับ StoryCude ที่ช่วยให้การใช้งานแบบ ‘ออฟฟิศเคลื่อนที่’ หรืองานออกแบบได้สะดวกยิ่งขึ้น

ทดสอบประสิทธิภาพ

สำหรับใครที่อ่านมาถึงจุดนี้แล้ว ก็ต้องบอกเลยว่าอาจเป็นส่วนที่ช่วยให้ซื้อโน้ตบุ๊กสเปก Intel Core Ultra Series 3 หรือตัว Top อย่าง Intel Core Ultra X9 388H ได้ดีแน่ ไม่ก็ซื้อตัว  ASUS Zenbook Duo UX8407 นี้ไปเลย เพราะสามารถขับประสิทธิภาพของซีพียูดังกล่าวได้ตามนี้

รายละเอียดสเปก Intel Core Ultra X9 388H และการ์ดจออนบอร์ดอย่าง Intel Arc B390 ลองประเดิมการวัดความแรงด้วย CPU-Z ก็พบเลยว่าตัวซีพียูแรงพอ ๆ กับ Intel Core i5-14600K ของฝั่ง Desktop เลย ซึ่งก็เป็นซีพียูที่เหล่าเกมเมอร์เลือกใช้กันเยอะด้วย

ลองลงไดรเวอร์ Intel Graphics Software ก็มองเห็นรายละเอียดวสเปกของตัวการ์ดจอ Intel Arc B390 ได้แบบนี้เลย เรียกว่าเป็นการ์ดจอแยกก็ยังได้

ทดสอบความแรงด้วย Cinebench R23 ก็ได้คะแนน CPU แบบ Muti Core ไปถึง 15241 pts และ Single Core ที่ 1836 pts

ลองวัดประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมอย่าง PC Mark 10 ก็ทำได้มากถึง 9595 คะแนนกันเลย ถือว่าสูงมาก ๆ สำหรับโน้ตบุ๊กที่ขับเคลื่อนด้วยซีพียูตัวเดียว

ในส่วนคะแนนจาก 3D Mark ตัวอื่น ๆ ก็มีตามนี้ สังเกตที่คะแนน Fire Strike ที่ได้เกินหลักหมื่นไปแล้ว ส่วน CPU Profile ก็เช่นกัน

ความเร็ว SSD ทั้งอ่านและเขียน ก็ได้ความเร็วอ่านถึง 7,000 MB/s

ด้วยสเปกระดับนี้ ก็ช่วยให้ใช้งานโปรแกรมออกแบบกราฟฟิกอย่าง Blender ได้สบาย ซึ่งพอใช้งานแบบ 2 หน้าจอ ก็ช่วยให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น โดยมีพื้นที่ทำงานเพิ่มขึ้นแบบนี้เลย

เกมมิ่ง

ตัวเครื่องเล่นเกมได้ไหม ? ลองทดสอบกับเกม Arknights: Endfield ดูแล้ว ก็ได้ผลตามนี้เลย

สำหรับเกมนี้หากปรับความละเอียดระดับ 2880 x 1800 หรือ 2.8K และปรับภาพแบบ Low ขั้นสุด ก็สามารถเล่นได้ที่เฟรมเรต 50 – 58 fps ถือว่าพอเล่นได้ดีเลย

แต่ถ้าลองปรับึความละเอียดเป็น Full HD ก็สามารถเล่นเกมนี้ได้ลื่น ๆ ถึง 80 – 90 fps ได้เลย

แล้วถ้าละเอียด Full HD กับปรับภาพกราฟิกสูงสุดไปยังไง ก็ลองดูเป็นคลิปเลยครับ ดูให้เห็นเลยว่าตัวซีพียู Intel Core Ultra X9 388H และการ์ดจออนบอร์ดอย่าง Intel Arc B390 สามารถเล่นเกมนี้ได้ดีแค่ไหน จากที่ลองทดสอบแล้วก็พบเลยว่าเล่นได้ดีที่เฟรมเรต 50 – 60 fps

ส่วนความร้อนเป็นอย่างไร จากที่ลองเล่นเกมนี้ก็พบอุณหภูมิเฉลี่ยที่ประมาณ 77 – 80 องศา หลังเล่นได้สักพักใหญ่ ๆ ถือว่าระบายความร้อนได้ดีพอประมาณ

สรุป

จากประสิทธิภาพของซีพียู Intel Core Ultra X9 388H ที่แสดงให้เห็นใน ASUS ZenBook DUO UX8407 ก็บอกได้เลยว่าเป็นซีพียูคุณภาพสูง และยังช่วยให้ใช้งานได้ดีทั้งทำงานและเล่นเกมด้วยการ์ดจอ Intel Arc B390 ที่ติดมากับตัวซีพียู จนมีความแรงใกล้เคียงกับการ์ดจอ RTX 4050 Laptop GPU เลย

ในส่วนการใช้งาน ASUS ZenBook DUO UX8407 ก็ตอบโจทย์ผู้ใช้สาย Muti หรือใช้งานแบบ 2-in-1 ได้ดีสุด ๆ คือเหมือนพกจอ Monitor ไปอีกตัว และยังเป็นจอที่ติดมากับตัวเครื่องเลย ทำให้เวลากางใช้งานแต่ละทีได้สะดวก ไม่ต้องมาต่อสายแยกของจอพกพาให้วุ่นวายเลย ส่วนตัวหน้าจอ OLED ของตัวเครื่อง ก็มีประสิทธิภาพสูงมาก เหมาะสำหรับงาน Creator หรือ Workstaotion โดยแท้

ท้ายนี้ตัวสเครื่อง ASUS ZenBook DUO UX8407 ก็เปิดราคาเริ่มต้นประมาณ 64,990 บาท ครับ

แชร์ :
Follow us
Most popular
Category
Tag

Relate Article