Skip to content

รีวิว ASUS ROG FLOW X13 ทรงพลังในร่าง 2-in-1 บางจนฉีกกฏเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก

อีกขั้นของ ROG ที่บางได้อีกกับ ASUS ROG Flow X13 เกมมิ่งโน้ตบุ๊กแบบพับหน้าจอได้ 360 องศา มาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 13 นิ้ว และสเปกแรงระดับ AMD Ryzen 9 5900HS กับการ์ดจอ GTX1650 Max-Q ในตัว หรือต่อแยกเป็น RTX 3080 ก็ได้ !!

สำหรับใครที่เป็นแฟน Zephyrus Series จะสังเกตได้เลยว่า ASUS เริ่มพัฒนาเกมมิ่งโน้ตบุ๊กร่างบางมาโดยตลอด และแล้วก็มี Flow Series หรือ ASUS ROG Flow X13 เกมมิ่งโน้ตบุ๊ก 2-in-1 ร่างบางสวยหรู แต่ภายในกลับมีซีพียูระดับ AMD Ryzen 9 5900HS ส่วนการ์ดจอเป็น GTX1650 Max-Q ซึ่งอาจยังไม่โหดมาก (แต่ก็แลกกับมีการ์ดจอแยกเป็น RTX 3080 ให้แทน) นับเป็นการฉีกวงการเกมมิ่งโน้ตบุ๊กอยู่ไม่น้อยทีเดียว ตอบโจทย์คนที่อยากได้ทั้งโน้ตบุ๊กทำงานและเกมมิ่งในร่างเดียวโดยแท้ อีกทั้งยังเป็น 2-in-1 แบบจอสัมผับพับได้ 360 องศา ทำให้สามารถใช้งานได้หลากหลายขึ้น ใช้ปากกาขีดเขียหน้าจอได้ จนนึกว่าเป็นโน้ตบุ๊กทำงานทั่วไป แต่นี่คือ ROG ซีรีส์เกมมิ่งอันโด่งดังจาก ASUS ซึ่งจะตอบโจทย์ได้ขนาดไหน ลองมาดูรีวิวนี้กันครับ

รายละเอียดสเปก ASUS ROG Flow X13 

Display : หน้าจอสัมผัส 13.4 นิ้ว ความละเอียด WUXGA (1920 x 1200) สัดส่วน 16:10 มี sRGB:100% และรองรับ Refresh Rate 120Hz
CPU : AMD Ryzen 9 5900HS Processor 3.1 GHz (16M Cache, up to 4.5 GHz)
VGA : NVIDIA GeForce® GTX 1650 4GB GDDR6 Max-Q
RAM : 16GB LPDDR4X
SSD : 1TB M.2 2230 NVMe PCIe® 3.0 SSD
Wireless : Wi-Fi 6
Port : USB 3.2 Gen 2 Type-C support DisplayPort / power delivery x 2 , USB 3.2 Gen 2 Type-A x 1 , HDMI 2.0b x 1 , 3.5mm Combo Audio Jack x 1 และ ROG XG Mobile Interface สำหรับต่อการ์ดจอแยก
Weight : 1.30 Kg
OS : Windows 10 Home

ดีไซน์

 

 

งานดีไซน์ของ ASUS ROG Flow X13 จัดว่าสวนทางแบบรูปลักษณ์ของ ROG Series พอควร คือมันเหมือนเป็นโน้ตบุ๊ก 2-in-1 สำหรับใช้ในองค์กรยังไงยังงั้น แต่ยังไงก็มีโลโก้ ROG แปะอยู่ มันก็คือเกมมิ่งโน้ตบุ๊กตัวหนึ่งแล้ว ด้านวัสดุเป็นแมกนีเซียมอัลลอย แข็งแรงทนทาน และมีน้ำหนักไม่มาก

มีการเล่นลวดลายเป็น Gravity วางแนวตัดทแยง ดูหรูหรามาก อีกทั้งไม่เป็นรอยนิ้วมือง่ายด้วย (ถ้าเป็นผิวเรียบอาจได้เห็นรอยนิ้วมือชัดกว่านี้)

ส่วนที่ต้องพูดถึงจริง ๆ คือ ความบางเบา ครั้งแรกเลยที่ได้เห็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊กในร่างบางขนาดนี้ (หากไม่ใช่จอ 360 อาจบางกว่านี้แน่) โดยบางเพียง 1.58 ซม.

และมีน้ำหนักเพียง 1.3 กก. เท่านั้น

การใช้งาน

ข้อดีของโน้ตบุ๊ก 2-in-1 คือ มีจอสัมผัส และข้อดีของจอสัมผัสคือ ใช้งานปากกาได้ ซึ่งตัว ASUS ROG Flow X13 ก็มาพร้อมปากกา ASUS Pen แถมติดมาให้ด้วย ดีงามมาก และตัวปากกาก็ใช้งานได้ลื่นไหลมาก

 

ส่วนจอพับ 360 องศา ก็ทำให้ตัว ASUS ROG Flow X13 แปลงร่างเป็นแท็บเล็ตเฉพาะกิจ หรือร่างอื่น ๆ อย่าง Tent Mode หรือร่าง Stand Mode ก็ได้

ส่องขอบตอนพับจอเป็นโหมดแท็บเล็ต

สำหรับหน้าจอขนาด 13.4 นิ้ว (เกมมิ่งโน้ตบุ๊กจอ 13 นิ่ว !!) หากเล่นเกมก็ต้องพูดตรง ๆ ว่า ให้อารมณ์ได้ไม่เท่ากับจอ 15.6 นิ่วแน่นอน แต่ก็แลกมากับขนาดที่เล็กพกพาง่าย และเป็นจอสัมผัสแบบ 360 องศานี้แทน ซึ่งตัวจอก็มีความละเอียด 1920 x 1200 (WUXGA) มีอัตราส่วนแบบ 16:10 ทำให้แสดงผลแบบแนงตั้งได้ดี กับเพื่อไม่ให้เสียชื่อ ROG ตัวเครื่องเลยมาพร้อม Refresh Rate ที่ 120Hz ให้ด้วย ทั้งยังได้การรับรองความแม่นยำการแสดงสีบนจาก Pantone Validated และสามารถแสดงสีสันได้กว้างระดับ 100% sRGB

ส่วนแป้นพิมพ์ ก็มีเฉพาะไฟ LED-Backlit สีขาวเท่านั้น และอนึ่งตัวแป้นพิมพ์มีการตัดปุ่มเครื่องมือออกไปบางส่วน เช่นปุ่ม PRT SC หรือ Print Screen หายไป ตรงนี้อาจต้องใช้ความเคยชินหน่อย ส่วนสัมผัมการกด ถือว่ากำลังดี ปุ่มลึกพอประมาณ แต่ไม่หรือหวาเหมือนโน้ตบุ๊กเกมมิ่งระดับ Hi-End หรือตัว ROG Strix รุ่น Top ที่ปุ่มกดมันกว่า

หัวชาร์จสำหรับโน้ตบุ๊กเกมมิ่ง….เหลือขนาดแค่นี้แล้วหรือ

ประสิทธิภาพ

มาดูประสิทธิภาพในร่างบาง ๆ ของ ASUS ROG Flow X13  นี้กัน

 

รายละเอียดสเปก AMD Ryzen 9 5900HS + GTX 1650 Max-Q

 

Cinebench R15 ได้ Open GL ไป 137.00 fps CPU ได้ 2101 cb ส่วน Cinebench R20 ได้ 4973 pts

PC Mark 10 ได้ไป 6209 ทำงานทั่วไปสบาย ๆ เลย

 

ผลเทสจาก 3D Mark ก็ตามนี้เลย คะแนนสุดตามสเปก GTX1650

เทสเกม FFVX ก็ได้ไป 4885 คะแนน

วัดความเร็วอ่านเขียนของ SSD ขนาด 1TB ก็ได้ความเร็วอ่านที่ 2478 MB/s กับความเร็วเขียนอยู่ที่ 1975 MB/s น่าจะทำได้เร็วกว่านี้นะ สเปกกับราคาระดับนี้แล้ว

สำหรับอายุการใช้งานแบตฯ ผลเทสจาก BatteryMon ระบุใช้ได้ประมาณ 10 ชั่วโมง แต่เชื่อว่าหากใช้งานอย่างต่อเนื่องจริง ๆ อาจไม่ถึง เพราะยังไงซีพียู AMD Ryzen 9 5900HS ก็เป็นซีพียูเน้นประสิทธิภาพ ไม่ใช่ประหยัดพลังงาน

ว่าด้วยเรื่องระบายความร้อนของรุ่นนี้หน่อย ตัวเครื่องใช้ระบบระบายความร้อน ROG Intelligent Cooling พัดลมคู่ ซึ่งได้รับการออกแบบใหม่เป็น “Arc Flow Fans” ที่ใช้วัสดุแบบ Liquid Crystal Polymer (LCP) มีความแข็งแกร่งมากขึ้น และลดความบางของใบพัดลงได้เหลือเพียง 0.1 มม. พร้อมเพิ่มจำนวนใบพัดให้ได้มากสูงสุดถึง 84 ใบพัด กับเพิ่มอัตราการไหลเวียนอากาศภายในได้มากขึ้น 13% อีกทั้งใช้สารนำความร้อนหรือซีลีโคนแบบพิเศษอย่างโลหะเหลว (liquid metal) จากแบรนด์ Thermal Grizzly ช่วยลดความร้อนได้อีก 10 องศาเซลเซียส ฟังดูหรูมาก

ดังนั้นลองมาดูผลทดสอบกัน 3d Furmark รันที่ FHD ปรากฏมีความร้อนสูงสุดที่เพียง 76 องศาเท่านั้น สมราคาคุยครับ ระบบระบายความร้อนเจ๋งจริง แม้เครื่องจะบางก็ตาม

เกมมิ่ง

เทสเกมมิ่งครั้งนี้ ก็ของเกมกินสเปกแห่งปีอย่าง Cyberpunk 2077 เช่นเคย ดูว่า Ryzen 9 5980HS + GTX 1650 จะเอาอยู่ไหม

เทส Cyberpunk 2077 ปรับ High (เกือบสุด) ได้ fps ราว 25 – 30 fps ถือว่าสุดของ GTX1650 แล้วจริง ๆ คือเล่นได้ แต่อาจไม่ลื่นมากนักหากปรับสุด ปรับเป็น Medium อาจเล่นได้ลื่นไหลกว่า

ใด ๆ ก็ตาม ตัว ASUS ROG Flow X13 ยังมีไม้ตายอย่าง ROG XG Mobile กล่องการ์ดจอแบบต่อแยก ที่ภายในมี RTX 3080 อยู่ข้างใน ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีขายในไทย แต่ก็มีผสเทสจากทาง ASUS มาให้ดูก่อนตามนี้

 

Fire Strike Ultra ได้ไป 7767 คะแนน ส่วน Time Spy Extreme ได้ไป 5653 คะแนน (ผลเทสหลังต่อการ์ดจอ ROG XG Mobile ที่มี RTX 3080)

สรุป

จบในตัวเดียวจริง ๆ สำหรับ ASUS ROG Flow X13 ทั้งทำงานก็ดี เล่นเกมก็ดี ก็สามารถตอบโจทย์ได้อย่างดีเลย งานดีไซน์แทบไม่มีที่ติ สวยงามสมชื่อ ROG หรือจะเรียกว่าเป็น ROG เวอร์ชั่น Business ก็ยังได้ แต่สำหรับการเล่นเกมนั้น ก็ต้องยอมรับว่า GTX 1650 Max-Q ไม่ใช่การ์ดจอระดับ Hi-End เหมือนตระกูล RTX การเล่นเกมจึงยังไม่สุดนัก แต่ก็ยังมีซีพียู Ryzen 9 ช่วยขับเคลื่อน ซึ่งก็ถือว่าโหดมาก ๆ แล้ว และมีการระบายความร้อนที่ดีเกินคาด แม้จะมีร่างบางแบบนี้ก็ตาม

ส่วนเรื่องการ์ดจอแยก RTX 3080 หรือ ROG XG Mobile จุดนี้เองที่จะทำให้ ASUS ROG Flow X13 กลายเป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊กอย่างแท้จริง ทว่า ROG XG Mobile ไม่มีขายแยก ฉะนั้นใครที่จะซื้อโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ ต้องตัดสินใจก่อนเลยว่า จะเอา Flow X13 มาเล่นเกมแบบจริงจังไหม ถ้าไม่ ก็ซื้อมาใช้งานก่อนได้เลย แต่ถ้าต้องการ ก็ต้องรอช่วงเดือน มิ.ย. 64 เป็นต้นไป ซึ่งจะมีชุด Supernova Edition ที่มาพร้อมตัว ROG XG Mobile และราคาที่อัพไปอีกเกือบเท่าตัว

สำหรับข้อสังเกตอื่น ๆ ก็มีเรื่องแบตฯ ที่ใช้งานจริงไม่น่าถึง 10 ชั่วโมง (แม้จะมีผลเทสก็ตาม) คือในตัวเครื่องมีซีพียูระดับ Ryzen 9 5900HS ซึ่งไม่ใช่ซีพียูรุ่นประหยัดพลังงานเลย ฉะนั้น 10 ชั่วโมงยังไงก็ไม่ถึงแน่ ๆ และสุดท้ายคือราคา ที่จัดว่าสูงอยู่เหมือนกัน อีกทั้ง ASUS ROG Flow X13 มีตัวเลือกสเปกให้แค่รุ่นเดียวเท่านั้น จุดนี้ถ้ามีรุ่น Ryzen 7 หรือ Ryzen 5 ผมว่าราคาคงน่าคบหากว่านี้แน่นอนครับ

สำหรับ ROG Flow X13 มีวางจำหน่ายสองรุ่นดังนี้

  • ROG Flow X13 (GV301QH-K6055TS) ราคา 49,990 บาท: AMD Ryzen 9 5900HS/Nvidia GeForce GTX1650 4GB GDDR6/16GB LPDDR4X 4266MHz/1TB M.2 NVMe PCIe 3.0 SSD/13.4” WUXGA (1920 x 1200, 16:10) IPS touch panel, 120Hz, 100% sRGB/Pantone Validated, Corning Gorilla Glass/Chiclet keyboard with White Backlight/Wi-Fi 6/62 Whrs battery/Windows 10 Home, Office Home & Student 2019
  • ROG Flow X13 Supernova Edition (GV301QH-K6231TS) ราคา 99,990 บาท: AMD Ryzen 9 5980HS/Nvidia GeForce GTX1650 4GB GDDR6/ROG XG Mobile (GC31S) Nvidia GeForce RTX 3080/32GB LPDDR4X 4266MHz/1TB M.2 NVMe PCIe 3.0 SSD/13.4” WUXGA (1920 x 1200, 16:10) IPS touch panel, 120Hz, 100% sRGB/Pantone Validated, Corning Gorilla Glass/Chiclet keyboard with White Backlight/Wi-Fi 6/62 Whrs battery/Windows 10 Home, Office Home & Student 2019

กำหนดการวางจำหน่าย

  • ROG Flow X13 (GV301QH-K6055TS) ราคา 49,990 บาท: พร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค. 64 เป็นต้นไป
  • ROG Flow X13 Supernova Edition (GV301QH-K6231TS) ราคา 99,990 บาท: พร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่ช่วงเดือน มิ.ย. 64 เป็นต้นไป