รีวิว : Fitbit Versa 3 มากกว่าสมาร์ทวอช จัดเต็มฟีเจอร์สุขภาพ

Fitbit Versa 3 ที่มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ เพื่อสุขภาพ ฟิตเนส และความสะดวกสบาย พร้อมฟีเจอร์ใหม่กับ GPS บนเครื่อง

เดินทางมาถึงรุ่นที่ 3 สำหรับ “Versa” ซีรีส์สมาร์ทวอทช์ตัวแรกจากทาง Fitbit ซึ่งใน Fitbit Versa 3 รุ่นใหม่นี้ ก็ได้เพิ่มฟีเจอร์เข้ามาใหม่อย่าง ระบบ GPS ภายในตัว ลำโพงและไมโครโฟนในตัว รองรับการใช้งาน Google Assistant และ Amazon Alexa Built-in พร้อมปรับปรุงฟีเจอร์ต่าง ๆ อย่าง PurePulse 2.0 ระบบวัดอัตราการเต้นของหัวใจ Sleeping Score ระบบช่วยตรวจวัดการนอนและข้อมูลเชิงลึก และ Active Zone Minute ตัวช่วยตรวจจับชีพจรและระดับความเข้มข้นในการออกกำลังกาย สำหรับตัว Versa 3 นี้อาจเรียกได้ว่าเป็น “สมาร์ทวอทช์ที่ใกล้ชิดกับผู้ใช้มากยิ่งขึ้น แม้ไม่เน้นออกกำลังกาย” ใกล้ชิดยังไงนั้น ลองมาดูกันครับ

จุดเด่น Fitbit Versa 3

  • สมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ สุดพรีเมี่ยม ที่อัพเกรดขึ้นเพื่อช่วยในการติดตามสุขภาพและสายฟิตเนส
  • มีระบบติดตั้งระบบ GPS บนเครื่อง
  • เทคโนโลยี PurePulse 2.0 ระบบวัดอัตราการเต้นของหัวใจ
  • Sleeping Score ระบบช่วยตรวจวัดการนอนและข้อมูลเชิงลึก บ่งบอกระดับการนอนแต่ละระดับทั้ง หลับลึก หลับไม่สนิท และช่วงหลับฝัน ทำให้ผู้ใช้สามารถประเมินคุณภาพการนอนได้แบบเรียลไทม์ทุกเช้าหลังตื่นนอน
  • ฟังก์ชั่น Active Zone Minute ตัวช่วยตรวจจับชีพจรและระดับความเข้มข้นในการออกกำลังกาย
  • ระบบชาร์จโฉมใหม่ แบบแม็กเนคติกที่สามารถใช้ได้ทั้งรุ่น Fitbit Versa 3 และ Fitbit Sense เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานแบตเตอร์รี่ได้ยาวนานถึง 6 วัน

แกะกล่อง

แกะกล่องครั้งนี้ต้องบอกเลยว่า ‘สนุกมือมาก’ ถือเป็นครั้งแรกที่ Fitbit ได้ออกแบบกล่องใหม่ ดูมีพรี่เมี่ยม (สมราคา) ยิ่งขึ้น ส่วนภายในกล่องก็ประกอบไปด้วย Fitbit Versa 3 กับสาย Classic wristband  (แบบยาว) และ ชุดชาร์จไฟ

วัสดุและดีไซน์

หน้าตาของ Versa 3 ยังคงคล้ายเดิม โดยวัสดุตัวเรือนก็เป็นอะลูมิเนียมแข็งแรงทนทาน ซึ่งสามารถกันน้ำลึก 50 เมตรได้ ใส่ขณะว่ายน้ำได้สบาย ๆ (แต่ไม่แนะนำให้สวมขณะอยู่ในอ่างน้ำร้อนหรือซาวน่า) ส่วนสายรัดข้อมือ จุดนี้บอกเลยว่า “ควรทำมานานแล้ว” ในรุ่นก่อน ๆ ที่เคยรีวิว ปัญหาอย่างหนึ่งที่เจอบ่อยคือ ใส่ง่าย..แต่ถอดยาก เพราะมักติดตัวล็อคสายเวลาถอดออกทุกครั้ง

แต่ใน Fitbit Versa 3 นี้ มีการออกแบบสายรัดใหม่ ทำให้เวลาถอดสายออก ก็สามารถดึงออกได้ทันที แน่นอนว่าเวลาสวมใส่ก็ทำได้ง่ายเช่นกัน ส่วนตัวสายก็ใช้วัสดุเป็นยางที่มียืดหยุ่นและทนทานเป็นพิเศษด้วยเช่นกัน

ดีไซน์ปุ่ม Home หรือปุ่มปิดเครื่อง ก็เป็นแบบสัมผัสเหมือนรุ่นก่อน ๆ ซึ่งก็ทำให้ตัว Fitbit Versa 3 กันน้ำได้ดียิ่งขึ้น โดยเวลากดทุกครั้ง ตัวเครื่องจะมีการสั่นเตือนด้วย แต่จากที่ลองใช้งาน เวลากดก็ต้องอาศัยมุมดี ๆ หน่อย หากแค่แตะเฉย ๆ ปุ่มจะไม่ทำงาน ต้องใช้แรงในการกดนิด ๆ หรือแตะค้างสักพัก ปุ่มถึงจะทำงานได้

ในส่วนเซ็นเซอร์ Fitbit Versa 3 ก็มีทั้ง Ambient light หรือเซ็นเซอร์แบบวัดด้วยแสง ซึ่งหลัก ๆ ก็ช่วยวัดทั้ง PurePulse 2.0 วัดการเต้นของหัวใจแบบ 24/7 (ตลอดเวลาขณะส่วมใส่) ซึ่งมีการปรับปรุงให้วัดการเต้นของหัวใจขณะพัก หรือไม่ได้ออกกำลังกายให้แม่นยำกว่าเก่าด้วย นอกจากนี้ก็มี Oxygen Saturation (SpO2) วัดระดับออกซิเจนในเลือด Sleep Stages & Sleep Score วัดการนอนหลักพร้อมให้คะแนน และ Skin Temperature Variation ติดตามอุณหภูมิจากผิว

ตัวแท่นชาร์จก็มีดีไซน์ใหม่ สามารถนำตัวแท่นไปประกบตัวกับ Fitbit Versa 3 ได้เลย ซึ่งจะมีแม่เหล็กช่วยล็อคไม่ให้หลุดออกง่าย ๆ อย่างไรก็ตาม การชาร์จจะชาร์จผ่านส่วนที่เป็นทองแดง ไม่ใช่ชาร์จผ่านแม่เหล็กแต่อย่างใด ฉะนั้นเวลาแปะก็ต้องแปะให้ตรงขั้ว แต่ส่วนนี้ถูกแก้ปัญหาด้วยแรงดูดของแม่เหล็กแล้ว เวลาจะแปะชาร์จ ตัวแม่เหล็กจะดูดให้ต้องล็อคตรงขั้วทองแดงให้เอง

การใช้งาน

ต้องบอกก่อนเลยว่า ตัวผม (ผู้รีวิว) ไม่ได้เป็นคนออกกำลังกายหนัก ๆ จะมีวิ่งหรือกายบริหารสั้น ๆ ในวันหยุดเท่านั้น ฉะนั้นเวลาเจออุปกรณ์ประเภท Fitness Tracker จะตั้งแง่ก่อนเลยว่า “ใส่ไปคงไม่คุ้มฟีเจอร์และค่าตัวแน่ ๆ”  จุดนี้เหมือนทาง Fitbit จะเข้าใจ จึงได้พยายามออกแบบอุปกรณ์ที่ทำได้มากกว่าใส่ออกกำลังกาย แต่ขณะเดียวกับก็พยายามเพิ่มแรงกระตุ้น ให้ผู้สวมใส่อยากออกกำลังกายมากขึ้นด้วยเช่นกัน

เพื่อการใช้งาน Fitbit Versa 3 ได้อย่างคุ้มค่า อันดับแรกไปโหลดตัวแอปฯ ‘Fitbit’ มาติดตั้งบนสมาร์ทโฟนก่อน จะได้สามารถควบคุมการใช้งานตัว Versa 3 ได้ละเอียดขึ้น เช่น ลงแอปฯ เพิ่มเติม หรือ เปลี่ยนหน้าปัดใหม่ และเหมือนเคย…..ยังไม่รองรับภาษาไทย

ด้วยความที่ Fitbit Versa 3 เป็นสมาร์ทวอทช์ ความสนุกก็บังเกิด สำหรับตัว Versa 3 มาพร้อมหน้าจอ OLED ความคมชัดสูง ทำให้สามารถแสดงภาพพื้นหลังหรือหน้าปัดได้หลากหลาย โดยใน Fitbit ก็แอบมี Wallpaper หน้าปัดกวน ๆ ไว้ไม่น้อยทีเดียว


เกือบลืมบอก Fitbit Versa 3 มีฟีเจอร์ Alway on Display ด้วย ฉะนั้นใน Wallpaper หน้าปัดบางตัว ก็จะมีตัวที่รองรับ Alway on Display ด้วยเช่นกัน

อีกตัวอย่าง…

ถัดมาคือการควบคุมเพลง ซึ่งตัว Fitbit Versa 3 ก็สามารถควบคุมเพลงจาก Spotify หรือแอปฯ เพลง Online อื่น ๆ อย่าง Deezer ได้เช่นกัน ซึ่งก็เป็น 2 แอปฯ ที่มีติดตั้งมาให้แล้ว มาพูดถึงการควบคุมเพลงจาก Spotify ซักหน่อย อย่างแรกผู้ใช้ต้องมีบัญชี Spotify แบบรายเดือนก่อน

หลังทำการ Log-in บัญชี Spotify ภายในแอปฯ Fitbit บนสมาร์ทโฟนแล้ว ก็จะใช้งาน Spotify บน Versa 3 ได้ ในส่วนการควบคุมก็ทำได้ดีระดับหนึ่ง แต่อาจต้องใช้ความเคยชินอยู่หน่อย จุดนี้ต้องบอกตามตรงว่า ยังให้ประสบการณ์ควบคุมเพลงผ่านสมาร์ทวอทช์ได้ไม่สุดนัก แต่ถ้าชินแล้วก็อาจใช้งานสนุกก็เป็นได้

ทำไมถึงตั้งหัวข้อรีวิวว่า “มากกว่าสมาร์ทวอทช์” ในส่วนนี้ต้องย้อนไปสมัยที่ Fitbit ยังไม่มีสมาร์ทวอทช์ แต่ Fitbit ก็เด่นในเรื่อง Fitness Tracker หรืออุปกรณ์วัดการออกกำลังกายมาแต่ไหนแต่ไร พอมาเป็นสมาร์ทวอทช์อย่างตระกูล Versa ก็ยังไม่ทิ้งเอกลักษณ์นี้ ตัว Versa 3 จึงมาพร้อม ‘โค้ชส่วนตัว’ ให้ในตัวเรือนเลย คือหากผู้ใช้ไม่รู้ว่าจะเริ่มออกกำลังกายยังไง Fitbit Versa 3 มีสอน ซึ่งสามารถเรียกดูได้ทันทีจากตัวเรือนโดยตรง (ไม่ต้องเปิดสมาร์ทโฟน) โดยจะมีเมนูการออกกำลังกายให้เลือกมากมาย

ทั้งนี้หากใครเป็นสายออกกำลังกายจริงจัง ก็แนะนำใช้ร่วมกับบริการ Fitbit Premium ซึ่งจะช่วยยกระดับการออกกำลังการมากยิ่งขึ้น สามารถวิเคราะห์ข้อมูลและข้อมูลเชิงลึกเฉพาะบุคคลได้ อนึ่งคือ สามารถเข้าไปดูวิธีสอนท่าออกกำลังกายแบบพิเศษ ที่เปิดให้เฉพาะสมาชิก Premium ดูได้นั้นเอง…นี่ล่ะประเด็น

ข่าวดีอีกอย่างของ Fitbit Versa 3 คือ GPS ในตัว ในที่สุดตระกูล Versa ก็ยัด GPS ให้ในตัวแล้ววว จากปกติต้องเพิ่ง GPS ในสมาร์ทโฟน จุดนี้ก็ทำให้ Fitbit Versa 3 สามารถทำงานแบบ Stand Alone ได้ดีขึ้น ซึ่งตัว GPS จะมีคุณภาพขนาดไหน เดี๋ยวดูในหัวข้อถัดไปเลย

หน้าเมนูต่าง ๆ ใน Fitbit Versa 3

ประสิทธิภาพ

ในส่วนประสิทธิภาพครั้งนี้ ก็จะดูในส่วนของ ความแม่นยำในการวัดการเต้นของหัวใจ กับความแม่นยำของ GPS และระบบวัดการนอน ซึ่งก็ยึดผลประสิทธิภาพตามภาพที่เห็น โดยผลก็ออกมาตามนี้

ลองเทียบประสิทธิภาพวัดการเต้นของหัวใจกับสมาร์ทโฟนรุ่นหนึ่ง (S9+) ที่มาพร้อมเซ็นเซอร์วัดการเต้นของหัวใจหลังเครื่อง โดยเวลาวัดก็จะต้องใช้นิ้วแตะแช่ที่หลังเครื่องอยู่สักระยะ จุดนี้เลยมีความเชื่อว่า ผลการเต้นของหัวใจจะต้องออกมาแม่นยำพอควรแน่ เพราะต้องใช้เวลาในการวัด

จากนั้นก็ลองเปรียบเทียบกับ Fitbit Versa 3 ก็สามารถให้ผลการเต้นของหัวใจได้พอ ๆ กัน ถือว่าแม่นยำดี และทำงานได้รวดเร็วกว่าด้วย

 

ต่อไปลองวัดประสิทธิภาพด้าน GPS ในตัว Fitbit Versa 3 โดยการลองเดินระยะยาวกว่า 4 กิโลเมตร ระหว่างเดินก็ลองเลี้ยวลองแวะข้างทาง ผลคือตัว Fitbit Versa 3 สามารถจับการเคลื่อนไหวได้หมดจด ทั้งทิศทางที่เดิน ระยะการเดิน ความเร็วในการเดิน และจำนวนก้าว รวมไปถึงช่วงไหนที่ผลการเต้นของหัวใจมีมากเป็นพิเศษ และได้ผาญ Cals ไปเท่าไรแล้ว

รายละเอียดผลการเดินที่แสดงในหน้าปัดของ Fitbit Versa 3 ก็แสดงผลออกมาได้ชัดเจนไม่แพ้กัน

สุดท้ายลองวัดผลการนอนหลับ ตัว Fitbit Versa 3 ก็สามารถแสดงผลการนอนได้ละเอียดดีมาก โดยจะบอกเลยว่า เราหลับลึกแค่ไหน มีช่วงไหนที่ตื่นบ้าง และผลการนอนโดยรวมได้คะแนนที่เท่าไร ส่วนเรื่องความแม่นยำ จุดนี้ก็ยึดตามเวลาที่นอน (ตอนตี 2) และตื่นจริง ๆ (เกือบ 7 โมง) ผลคือตัว Fitbit Versa 3 ก็สามารถบอกได้ตรงกับที่รู้เวลานอนและตื่นเลย

สรุป

อย่างที่กล่าวไปว่า ‘ไม่ใช่คนชอบออกกำลังกาย’ แต่ตัว Fitbit Versa 3 หลังลองสวมใส่มาพักใหญ่ ก็รู้สึกถึงการผลักดันให้เกิดอยากออกกำลังกายได้จริง ๆ คือต่อให้ไม่ออกกำลังกายเลย ตัวเครื่องก็ใช้งานเป็นสมาร์ทวอทช์ที่ดีได้ตัวหนึ่ง…แม้จะยังไม่สุดนัก

แต่ส่วนนี้ก็ทดแทนด้วยความเป็นโปรด้าน Fitness Tracker ที่ Fitbit เชี่ยวชาญ ซึ่งตัว Fitbit Versa 3  ก็เป็นเหมือนโค้ชส่วนตัวพกพา ที่คอยตรวจจับร่างกายอย่างละเอียดอยู่เสมอ และตัว Versa 3 ก็มีฟีเจอร์พร้อมช่วยสนับสนุนการออกกำลังกายเพียบ

สรุปคือ Fitbit Versa 3 เป็น Fitness Tracker ที่แฝงร่างเป็นสมาร์ทวอทช์ ซึ่งใส่ใช้งานทั่วไปแม้ไม่ออกกำลังกายก็ได้ แต่ถ้ากลัวใส่แล้วไม่คุ้มค่า เชื่อเถอะครับ ตัว Fitbit Versa 3 จะทำให้มันคุ้มค่าเอง ฮ่า ฮ่า ใส่ไปนาน ๆ จะเริ่มรู้สึกอยากออกกำลังกายขึ้นมาแน่ ๆ ทว่าเหนืออื่นสิ่งใด ถ้าทาง Fitbit เพิ่มภาษาไทยเข้ามาด้วย จะกราบเป็นพระคุณยิ่งนัก เพราะทั้งในแอปฯ และตัวเครื่อง มีคำแนะนำด้านสุขภาพที่ดีมาก ๆ แต่ศัพท์อังกฤษในนี้มันแปลยากเหลือหลาย – –

Fitbit Versa 3 เปิดราคาที่ 9,190 บาท มีสามสีให้เลือก อาทิ BLACK/BLACK ดำล้วน (รุ่นที่รีวิว) กับ PINK CLAY/SOFT GOLD สายสีชมพูหน้าปัดขอบทอง และ MIDNIGHT/SOFT GOLD สายสีน้ำเงินหน้าปัดขอบทองเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีสายแบบถักสานจาก Pendleton และ Victor Glemaud สำหรับสายถักเชฟรอน โดยราคาเริ่มต้นที่ 1,190 บาท  สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Fitbit Versa 3 ได้ ที่นี่