Skip to content

รีวิว : GoPro Hero 9 Black มากกว่ากล้อง Action มือใหม่ก็ใช้ได้

กลับมาทวงตำแหน่ง Action Camera แห่งปีกันอีกครั้งกับ GoPro HERO 9 Black เพิ่มเติมหน้าจอ Dual Screen หรือจอที่สอง และรองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงระดับ 5K กับการใช้งานที่มือใหม่ก็ใช้ได้

นับตั้งแต่รุ่น Hero 7 Black เป็นต้นมา GoPro ได้เปลี่ยนรูปลักษณ์ Action Camera ของตัวเองได้เข้าที่เข้าทางมากขึ้น และรุ่น Hero 8 Black ก็มาพร้อมขาล็อคกับอุปกรณ์เสริมในตัว บอกลา Housing อันเกะกะอย่างเป็นทางการ และในรุ่นล่าสุด GoPro Hero 9 Black รอบนี้เพิ่ม Dual Screen หน้าจอที่สอง บอกลา Display Mod (ที่ยังไงไม่มา…) และกลายร่างเป็นกล้องสำหรับ Video Blog ที่เป็นมากกว่ากล้อง Action ไปเรียบร้อย ซึ่งจะMore Everything” ตามสโลเเกนหรือไม่ ลองมาดูกันครับ

ฟีเจอร์เด่น GoPro Hero 9 Black (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่)

  • Built-In Mounting with Folding Fingers
  • HyperSmooth 3.0 Video Stabilization
  • TimeWarp 3.0 Video
  • SuperPhoto + Improved HDR
  • Night Lapse Video
  • Digital Lenses (SuperView, Wide, Linear + Horizon Leveling, Linear, Narrow)
  • Live Streaming in 1080p | Webcam Mode | Power Tools (HindSight, LiveBurst, Scheduled Capture, Duration Capture)
  • Voice Control with Wake on Voice
  • RAW in All Photo Modes
  • Presets + On-Screen Shortcuts
  • Intuitive Touch Screen
  • Touch Zoom | Portrait Orientation | Photo Timer
  • Rugged + Waterproof to 33ft (10m)
  • 8x Slo-Mo
  • 100Mbps Bit Rate
  • Face, Smile, Blink, + Scene Detection
  • Exposure Control
  • GP1 Chip | Protune | Rechargeable Battery (1720mAh Lithium-Ion)

แกะกล่อง

ต้องย้ำก่อนว่า อุปกรณ์ในกล่องจริง ๆ ของ GoPro Hero 9 Black จะประกอบไปด้วย ตัวกล้อง Hero 9 Black กับ แบตฯ , ตัวยึด (Curved Adhesive Mount) แท่นยึดขาล็อค (Mounting Buckle) สกรู (Thumb Screw) สาย USB-C และ Camera Case กล่องแพ็กเกจแบบใหม่ ที่ไม่ใช่กล่องพลาสติก (ใช้แล้วทิ้ง – -) แบบเมื่อก่อนแล้ว ส่วนกล่องนี้ก็เป็นแบบกันกระแทก เอาไปใช้ประโยชน์ได้ดีกว่าเดิมเยอะ

แต่หากซื้อชุด Hero 9 Bundle ก็จะได้ของแถมตามนี้เลย ประกอบไปด้วย กล้อง GoPro Hero 9 Black , เมมโมรี่การ์ดขนาด 32 GB, แม่เหล็กยึดติดตัวกล้อง พร้อมตัวหนีบ (Magnetic Swivel Clip), ด้ามจับลอยน้ำ (The Handler) และ แบตเตอรี่ จำนวน 1 ก้อน

การออกแบบ

หน้าตาโดยรวมของ GoPro Hero 9 Black ยังคงคล้ายเดิมเหมือน Hero 8 ในร่างสีดำล้วน ขึ้นโครงด้วยอลูมิเนียม​ถายในแล้วหุ้มขอบด้วยยางรอบด้าน แต่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อย และส่วนจุดที่เปลี่ยนไปจริง ๆ แน่นอนว่าเป็น Dual Screen หน้าจอที่สองของตัวกล้อง ที่รอบนี้ไม่ได้เป็นจอบอกแค่ตัวเลขอย่างเดียว แต่สามารถขึ้นภาพ Preview จากตัวกล้องได้เลย

หน้าจอ Dual Screen แบบ LCD ช่วยให้ถ่าย Selfie หรือ Vlog ได้สะดวกขึ้น

ส่วนจอหลังก็มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 2.27 นิ้ว อานิสงส์จากแบตฯ ที่ใหญ่กว่าเดิม หรือจากหน้าจอที่สองที่แบตฯ ต้องใหญ่ตามนี้เอง

ฝาปิดแบตฯ มีการปรับใหม่ จากเดิมในรุ่น HERO 8 จะมีกลไกล็อคแบบ Manual ที่ต้องใช้นิ้วดันอีกที (และลืมดันปิดบ่อย ๆ) แต่ใน HERO 9 ปรับใหม่ กลายเป็นกลไกล็อคอัตโนมัติ ปิดฝาคือล็อคทันที เวลาแกะคอยเอานิ้วดันเอา อาจต้องใช้แรงนิด ๆ แต่เชื่อว่าแกะบ่อย ๆ เดี๋ยวก็ชิน

แบตฯ แบบ Lithium-Ion ขนาด 1720mAh ใหญ่ขึ้นทีเดียว จากเดิมใน Hero 8 Black รุ่นก่อนอยู่ที่ 1220 mAh เท่านั้น

ฟีเจอร์ Built-In Mounting หรือขาล็อคอุปกรณ์เสริมในตัว ก็ยังมีให้เช่นเคย

ถือเป็นการเตือนสำหรับใครที่จะซื้อหรือมี Hero 9 อยู่แล้ว ตัวกล้องจะมีร่องปริศนาตรงด้านข้าง จุดนี้คือห้ามแกะเด็ดขาด เพราะมันคือส่วนช่วยระบายน้ำออก หากใครนำตัวกล้้องไปดำน้ำนั้นเอง หลายคนอาจเข้าใจว่าแกะได้ หรือเป็นฝาแบตฯ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่นะเออ

การใช้งาน

กล้อง GoPro ทุกรุ่น จะสามารถใช้งานได้เต็มที่ก็ต่อเมื่ออุปกรณ์เสริม ใน Hero 9 Black ก็เหมือนกัันครับ ฮ่า ฮ่า ในที่นี้ใช้ SHORTY Mini Extension Pole + Tripod เป็นหลัก (Floating Hand Grip ขาตั้งลอยน้ำไม่ชินมือเท่าไร : b) ซึ่งตัวเดียวก็ให้ประสบการณ์ใช้งานได้สนุกมากพอแล้ว

จุดเด่นใหญ่ ๆ ของ HERO 9 อย่าง Dual Screen จอแสดงผลที่สองตรงด้านหน้าตัวกล้อง (ลาก่อน Display Mod ….ย้ำอีกรอบ : b) ที่แสดงผลได้สวยไม่แพ้จอหลัก และช่วยให้การถ่าย Video Blog หรือ Vlog แบบเห็นหน้าตัวเองได้ง่ายขึ้นมาก ไม่ต้องกะมุมเอาเองเหมือนก่อน สาย Selfie ถูกใจแน่นอน

แต่ถ้าใครกลัวกินแบตฯ ก็สามารถเลือกปิดการใช้งานได้ หรือตั้งค่าแสดงผลแบบเต็มจอไม่เต็ม หรือมีแต่ตัวเลขแบบในรุ่นก่อนก็ได้

 

หน้าควบคุมแบบสัมผัส ซึ่งจากที่ลองใช้คิดว่าตัว Hero 9 Black ทัชสกินติดมือขึ้น และลื่นไหลขึ้นมาหน่อย แต่ก็ยังมีกระตุกนิด ๆ บางเวลา

เกือบลืม HindSight อีกหนึ่งฟีเจอร์เด็ดของ Hero 9 Black ที่จะว่าใช้ยากก็ใช้ยาก แต่ถ้าใช้เป็นรับรองว่ามีประโยชน์มหาศาลเลย โดยตัวฟีเจอร์จะช่วยให้บันทึกภาพเหตุการณ์เด็ด ๆ ที่ไม่คาดคิดได้ จากการที่มันจะทำการเก็บภาพวิดีโอสั้น ๆ เป็นเวลา 15 – 30 วินาที ก่อนที่เราจะกดอัดวิดีโอจริง ๆ คือหากเปิดฟีเจอร์นี้ค้างไว้ มันก็จะวนลูปเก็บภาพวิดีโอสั้น ๆ 15 – 30 วินาทีตลอดเวลา จนเราฟลุกได้ช็อตสำคัญแบบคาดไม่ถึงนั้นเอง…แต่น่าเสียดายที่ผมไม่ได้ภาพเด็ด ๆ มาโชว์ให้เห็นถึงความดีงามของฟีเจอร์นี้ (Q_ Q)

ประสิทธิภาพ

ของใหม่ใน GoPro Hero 9 Black นอกจากDual Screen จอที่สองที่ว่าเด่นแล้ว ต่อไปลองมาดูประสิทธิภาพของ Hypersmoot 3.0 กันสั่นอัพเกรดใหม่ Horizon Levelling ฟีเจอร์ช่วยรักษาระดับวีดีโอไม่ให้เอนเอียง TimeWarp 3.0 บันทึกภาพด้วยความเร็วสูงอัพเกรดใหม่กันครับ

ประเดิมด้วยการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงระดับ 5K ในเฟรมเรตที่ 30 fps จุดนี้ต้องขอชม GoPro ที่สามารถเพิ่มความจุแบตฯ ให้ใช้งานได้นานขึ้น 30% ในขณะที่ตัวเครื่องมีหน้าจอที่สอง และถ่าย 5K ที่น่าจะกินแบตฯ เอาเรื่อง แต่กลับกินไม่เยอะกว่าที่คิด ทว่าก็ยังสมควรพก Powerbank หรือแบตฯ​ GoPro​ สำรองติดไปอยู่ดี หากใครอยากยืดอายุการใช้งาน แนะนำให้ลดความสว่างของหน้าจอหลัก และปิดการแสดงผลจอที่สอง จะช่วยให้ใช้งานได้นานขึ้นเยอะ

ลองถ่าย 5K แบบยัวร์ ๆ

ตามด้วย 4K….อ่าห์

 

เทสกันสั่น​ Hypersmoot 3.0 นิ่งขึ้นพอประมาณ​ แต่รองรับได้หลายความละเอียดกว่าเดิม

 

Horizon Levelling ฟีเจอร์ช่วยรักษาระดับวีดีโอไม่ให้เอนเอียง สามารถกดใช้งานได้ทันที และใช้ร่วมกับ Hypersmoot 3.0 ได้ด้วย

 

TimeWarp 3.0 บันทึกภาพด้วยความเร็วสูง รอบนี้เพิ่มปุ่มหยุดเพื่อบันทึกวิดีโอปกติชั่วขณะ​ ที่ทำได้ง่ายขึ้นเยอะ

ถ่ายภาพนิ่งที่ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล (SuperPhoto) รอบนี้ถ่ายออกมาได้ดีงามก่อนรุ่นก่อน ๆ แบบก้าวกระโดดเลย อีกทั้งยังสามารถถ่ายด้วยเลนส์​ Linear ได้แล้ว​ (น้ำตาจะไหล…)​ แต่การกดถ่ายแต่ละครั้ง อาจใช้เวลาประมวลผลอยู่หน่อย

หากถ่ายด้วยเลนส์ Wide ก็จะประมาณนี้

ภาพ SuperPhoto ด้วยเลนส์​ Linear

สรุป

GoPro HERO 9 Black โดยรวมถือเป็นกล้อง​ Action Camera ที่มีความ Mass เข้าถึงได้ทุกคนยิ่งขึ้น​ สังเกตได้จากฟีเจอร์หลาย ๆ ตัว ที่เหมือนพัฒนามาเพื่อช่วยสนับการถ่ายวิดีโอแบบโปร แต่มือใหม่ก็ถ่ายได้

อย่าง Hypersmoot 3.0 กับ TimeWarp 3.0 ที่ดีงามขึ้นมาก ซึ่งก็ช่วยให้งานวิดีโอออกมาโปรชึ้น ส่วน Horizon Levelling ก็เรียกใช้ได้ทันที ไม่ต้องใช้โปรแกรมช่วยปรับเหมือนก่อน แน่นอนว่าก็ช่วยให้งานวิดีโอโปรชึ้นไปอีกอย่างง่าย ๆ ถัดมาก็มีจอที่สอง ก็สามารถใช้ประโยชน์ในด้าน Vlog แบบเห็นหน้าตัวเองได้ง่ายขึ้นมาก ๆ ไม่ต้องกะมุมเอาเอง สุดท้ายโหมด SuperPhoto ก็ช่วยให้ถ่ายภาพนิ่งได้สวย ๆ ทันทีโดยอัตโนมัติ ที่สำคัญคือถ่ายด้วยเลนส์ Linear มุมตรงได้แล้ว

สำหรับราคาของ GoPro HERO 9 Black ก็อยู่ที่ 15,990 บาท ใครอยากได้กล้องตัวเล็ก ๆ ที่ถ่ายได้ดีทั้ง Action Camera และใช้ถ่ายทั่ว ๆ ไป ก็นับว่าเป็นตัวเลือกที่ดีเลย แต่หากใครจริงจังเรื่อง ‘ภาพนิ่ง’ หรืองาน ‘วิดีโอความละเอียดสูง’ ก็อาจต้องพิจารณาหน่อยนะครับ