Skip to content

Review HP ENVY 13 โน๊คบุ๊กตัวบาง ถูกใจสายพกพา

ในปัจจุบันที่หลายคนอาจถูกบังคับให้ทำงานที่บ้านอีกครั้ง  เราอาจต้องการ Notebook ดี ๆ สักตัวที่ต้อบโจทย์การทำงาน หรือตอบโจทย์การพกพา เพราะต้องมีบางวันที่ต้องเข้าออฟฟิสหรือไปพบลูกค้า  และไม่เพียงแค่นั้น อาจขอให้มีดีไซน์ที่ดูเรียบหรูนิดนึงก็ดีนะ (ฮ่า ๆ)

เมื่อดูจากตัวเลือกข้างต้น HP ENVY 13  ก็เป็นตัวเลือกที่ดีตัวหนึ่งครับ  ภาพรวมของ Notebook ตัวนี้คือ มาพร้อม CPU Intel Core – i5 10210U และสามารถปรับเพิ่มเป็น Core – I7 ครับ  Ram ให้มา 8GB เป็นตัวเริ่มต้น สามารถปรับเพิ่มได้เช่นกัน ส่วนการ์ดจอเป็นชิป Nvidia MX250  SSD512GB  NVMe หน้าจอ 13.3 นิ้ว น้ำหนักประมาณ 1.2 กิโลกรัม มีราคาอยู่ประมาณ 29,000 บาท ถือว่าราคาไม่แรงมากเพราะได้ Nvidia MX250 ครับ

SPEC 

——————————————-

Design & Material

 

จริง ๆ ผมค่อนข้างคุ้นเคยกับแบรนด์ hp นะ แต่จำไม่ได้ว่าดีไซน์ของ ENVY ก่อนหน้านี้เป็นยังไง ซึ่งล่าสุดได้รีวิวตัวรุ่นพี่อย่าง Spectre x360 ไป แต่รุ่นนี้ดีไซน์ออกมาได้สวยคล้ายตัวรุ่นพี่เลย เริ่มต้นที่ตัวโลโก้ด้านหลังที่มาพร้อมลายโลโก้ใหม่ที่เป็นโครเมี่ยมตรงกลางฝาพับ และอักษร ENVY ตรงแถบฝาพับด้านขวา  ดีไซน์คีย์บอร์ดก็สวย  ขอบเครื่องไม่เหลี่ยมมาก ใช้นาน ๆ ได้ไม่เจ็บข้อมือ   ส่วนสีตัวเครื่องเรียบไปทางเดียว แต่บางคนอาจรู้สึกแปลก ๆ  ที่คีย์บอร์ด ตัวเครื่อง ทัชแพช และฝาหลังเป็นสีเดียวกลมกลืนกันมากไป แต่บางความเห็นบางคนก็บอกว่าชอบแบบนี้นะ  เรียบ ๆ ดูเป็น Ultrabook ที่เหมาะจะพกไปทำงานดี  (อันนี้คงต้องแล้วแต่ความชอบล่ะเนอะ)

ส่วนวัสดุทำจากพลาสติกเพื่อทำให้น้ำหนักตัวเครื่องเบาขึ้นครับ แต่ไม่ต้องกลัวจะมีปัญหา เพราะเป็นพลาสติกเกรดสูง ใช้ได้ยาว ๆ จนตกรุ่นก็ไม่มีปัญหาครับ งานประกอบก็เรียบดีไม่มีจุดก๊องแก๊ง

——————————————-

Port 

พอร์ตด้านซ้ายตัวเครื่อง เริ่มแรกคือ พอร์ต Audio  3.5 mm พอร์ต , USB3.1 TYPE A และ พอร์ต USB – TYPE C ที่รองรับการชาร์จได้ด้วย หากใครมี Power Bank ที่ชาร์จ Notebook ได้ ก็สบายเลยครับ

ส่วนด้านขวาตัวเครื่อง มีพอร์ต Power Adaptor พอร์ต USB 3.1 TYPE – A และพอร์ต SD Card

เมื่อพิจารณาดูภาพรวมแล้ว พอร์ตต่าง ๆ ที่จำเป็นก็ให้มาครบถ้วนเป็นมาตรฐานของ Ultrabook ทั่วไป  แต่หากใครใช้เยอะ สามารถใช้ HUB เสียบช่อง USB -C ก็ไม่มีปัญหาครับ

ทั้งนี้ มีเรื่องที่ควรพิจารณาสองเรื่องครับ  เรื่องที่หนึ่งคือพอร์ตหูฟังที่อยู่ด้านซ้ายบนสุด ทำให้สายหูฟังอาจจะตึง ๆ นิดนึง เพราะเราเป็นตัวสูงและค่อนข้างจะนั่งห่างจากตัวเครื่องเวลาใช้ ฉะนั้นใครมีลักษณะการใช้งานแบบเรา อาจต้องพิจารณาอีกทีนะ ส่วนอีกเรื่องคือ แอบเสียดายที่ไม่ได้แถม HUB มาให้ครับ

——————————————-

Display

หน้าจอเครื่องที่รีวิวมีขนาด 13.3 นิ้ว Full HD 1080p ไม่ใช่ touch screen แต่ก็สามารถเลือกเป็นความคมชัดขนาด 4K หรือเป็นจอแบบ Touchscreen ได้ครับ ขนาดฝาพับมีความบางสมกับเป็น Ultrathin ครับ

ทั้งนี้ผมได้ไปหาข้อมูลว่า ถ้าเป็นหน้า 4K จะเป็นอย่างไร เพราะตัวที่ได้มาเทสนั้นคือ Full HD  หลายข้อมูลบอกว่า หน้าจอสัมผัสที่เป็น 4K ตอบสนองได้ดีเหมือนกัน แต่ว่าแบบ Full HD จะให้สีที่สดใสกว่า 4K เพราะมีค่า sRGB ที่ 109% ฉะนั้นใครจะซื้อมาแล้วต้องใช้งานด้านกราฟฟิก อาจจะแนะนำเป็นจอ Full HD แทนครับ

——————————————-

Keyboard and Touchpad

ขนาดระหว่างแป้นพิมพ์ที่ 1.2 mm ซึ่งอาจเล็กไปนิดสำหรับคนมือใหญ่อย่างผม อาจเป็นเพราะดีไซน์ของเครื่องที่มาขนาด 13 นิ้ว เลยต้องลดขนาดแป้นพิมพ์ลงนิดนึง แต่ใครที่มือปกติมาตรฐาน (คนตัวเล็กหน่อย) ก็พิมพ์ได้มีความสุขดี ไม่มีปัญหาครับ (ให้คนในออฟฟิสลองพิมพ์ดู)

ส่วน Touchpad ให้มาพอดีมือ ทัชลื่นดี ปุ่มคลิกซ้ายและขวากดง่ายครับ แต่อาจจะให้น้ำหนักการกดไม่ลึกมาก เวลาใช้เพลิน ๆ อาจจะไม่รู้สึกว่ากดไปแล้ว

——————————————-

Graphic

 

ข้อนี้ถือเป็นคำชมของ ENVY 13 ที่มีชิปการ์ดจอแยกมาให้ครับ แม้จะเป็น MX250 แต่ก็ยังดีกว่าการใช้งาน Intel UHD Graphic 620 ที่ติดมากับตัว CPU

ความสามารถของ MX250 ก็สามารถตัดต่อวีดีหรือทำกราฟฟิกเบื้องต้นได้สบาย ๆ แถมก็สามารถเล่นเบา ๆ ได้เบื่อนะ

——————————————-

Speaker 

ตัวลำโพงเป็นจะอยู่ใต้เครื่องสองตัว ทั้งด้านซ้ายและขวา เป็นของ Bang & Olufsen ที่ hp ทำร่วมกัน ให้เสียงที่ดีระดับนึงครับ คมชัดกว่า Notebook ทั่วไปมาก แต่ด้วยความที่เป็นลำโพงขนาดเล็ก ระดับของสัญญาณเสียงก็จะทำได้ประมาณหนึ่งครับ

——————————————-

AIR FLOW

ช่องระบายอากาศจะด้านลมจากด้านล่าง และปล่อยลมออกตรงขอบจอด้านบนครับ ทดสอบการใช้งานความร้อนไม่ได้สูงมากนัก ไม่เป็นปัญหานะ ส่วนใครที่กังวลว่า เวลาวางเครื่องแนบกับพื้น จะดูดอากาศจากด้านล่างไหม hp ดีไซน์มาให้เวลาเราเปิดจอขึ้น ตัวเครื่องจะถูกยกให้สูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้มีช่องสำหรับดูดอากาศเข้าครับ

——————————————-

 

Performance

CPU&GPU – Z

อันนี้ต้องขออภัยนะครับ ไฟล์ GPU – Z ในภาพ ยังเป็น Intel UHD Graphics ผมเปลี่ยนไปเทสแล้วลืมเปลี่ยนกลับ จริง ๆ จะต้องเป็น Nvidia MX250 ครับ

——————————————-

CINEBENCH R15 

ผลการเทส CINEBENCH R15 ถือว่าอยู่ในค่าปกติของ Intel Core i5 – 10210U ครับ

——————————————-

SSD Benchmark 

คะแนนของค่าการอ่านอยู่ที่  2,621  MB/s และค่าการเขียนที่ 1142 MB/s เป็น SSD แบรนด์ซัมซุง ถือว่าแรงระดับนึงเลย (จริง ๆ แค่ค่าการอ่านเขียนเกิน 1,000 MB/s การใช้งานทั่วก็ไม่เห็นความต่างแล้วนะ จะเห็นก็ตอนโอนถ่ายไฟล์หนัก ๆ เลย)

——————————————-

BatteryMon

หลังจากเปิดเทสไปประมาณ 7 นาที ก็เห็นระยะเวลาประมาณการณ์ที่แบตเตอรี่จะอยู่ได้ ซึ่งมากถึง 12 ชั่วโมงต่อการใช้งาน 1 ครั้ง พกไปทำงานข้างในสบาย ๆ โดยไม่ต้องพก Adaptor ครับ

——————————————-

สรุป

ต้องยอมรับว่า HP ENVY 13  สามารถตอบโจทย์ในเรื่องการใช้งานและราคาที่เข้าถึงได้ครับ  (29,000 บาท) ตัวเครื่องขนาดเบา แต่ได้ดีไซน์รุ่นพี่อย่าง Spectre มา ประสิทธิภาพก็ทำใกล้เคียงกัน ยกเว้นแค่เรื่องวัสดุกับเรื่องหน้าจอเท่านั้น แต่ข้อดีของพลาสติกคือน้ำหนักเบา แบตก็ใช้ได้นานกว่าปกติ  เพราะเคยเทส Ultrabook รุ่นอื่น ๆ แบตอยู่ประมาณ 8 – 10 ชั่วโมง  ส่วนตัวติดเครื่องของดีไซน์ของหูฟังที่อยู่ชิดขอบจอด้านบนสุดที่อาจใช้แล้วไม่ถนัดเท่าไหร่ แต่ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละคนล่ะนะ  ภาพรวมก็ถือว่าทำออกมาดีครับ

หากใครอยากจะซื้อตอนนี้ ก็สามารถดูที่ตัวแทนจำหน่ายอย่าง Advice JIB  Speed Computer Banana IT หรือ IT City ครับ แต่ละร้านอาจจะราคาต่างกันนิดหน่อยต้องลองไปดูกัน แต่หากต้องการ Custom spec เอง ก็ติดต่อที่ HP Thailand ได้เลยครับ