Skip to content

รีวิว : Samsung Galaxy Z Fold3 จอใหญ่พับได้ สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

ข้อดีของแท็บเล็ตคือ [จอใหญ่] จะดูหนัง ท่องเว็บ ลุยงาน หรือเล่นเกม ก็ทำได้เต็มตากว่าสมาร์ทโฟน ส่วนข้อเสียคือพกพาลำบาก แต่จะดีแค่ไหน หากเราหยิบแท็บเล็ตออกจากกระเป๋ากางเกงได้ ควักออกมาดู Content แบบเต็มตาได้ทันใจ ไม่ต้องลำบากเปิดกระเป๋าสะพายให้เหนื่อย นั้นแหล่ะคือ Galaxy Z Fold3 ที่จะมารีวิวในที่นี่เอง สมาร์ทโฟนจอพับตัว Top สุดจาก Samsung ภาคต่อที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

ก้าวสู่ Gen 3 แล้วกับสมาร์ทโฟนจอพับจาก Samsung จากที่เมื่อก่อนเป็นเพียงรุ่นต้นแบบ เน้นโชว์บนเวทีมากกว่า ปัจจุบันกลายเป็น ‘ใช้งานได้จริง’ วางขายจริง และสัมผัสได้ไม่ยากเหมือนก่อน รีวิวนี้พบกับ Samsung Galaxy Z Fold3 สมาร์ทโฟนจอพับระดับ Hi-End มาพร้อม 2 หน้าจอ ใช้งานได้ทั้งร่างสมาร์ทโฟนทั่วไป และแปลงเป็นแท็บเล็ตขนาดย่อมได้ในตัวเดียว เสมือนพกแท็บเล็ตใส่ในกระเป๋ากางเกงไปไหนมาไหนได้นั้นเอง ส่วนจอพับแบบนี้จะมีดีอะไรบ้าง ไปดูกันครับ

 

สเปก Samsung Galaxy Z Fold3

 


หน้าจอ : Foldable Dynamic AMOLED 2X แบ่งเป็น Cover Display ขนาด 6.2 นิ้ว (2268 x 832) 120Hz และ Flex mode ขนาด 7.6 นิ้ว (2208 x 1768) 120Hz รองรับ HDR10+ ครอบทับด้วย Gorilla Glass Victus
หน่วยประมวลผล : Qualcomm Snapdragon 888 5G
ชิปกราฟฟิก : Qualcomm Adreno 660
แรม : 12GB
รอม : 256GB/512GB แบบ UFS 3.1
กล้องหลัง : [12MP + 12MP + 12MP] แบ่งเป็นเลนส์หลัก Wide 12 ล้านพิกเซล F/1.8 ขนาดพิกเซล 1.8μm กันสั่น OIS กับ เลนส์ Ultra-Wide 12 ล้านพิกเซล F/2.2 มุมกว้าง 123 องศา และเลนส์ Telemacro 12 ล้านพิกเซล F/2.4 ซูมแบบไม่เสียความละเอียดได้ 2 เท่า กันสั่น OIS ถ่ายวิดีโอ 4K@60fps
กล้องหน้า : 4 ล้านพิกเซล F/1.8 สำหรับ Cover Display และ 10 ล้านพิกเซล F/2.2 สำหรับ Flex mode แบบ Under display camera
การเชื่อมต่อ : USB-C (ไม่มีพอร์ต 3.5 มม. และไม่มีช่องใส่ SD Card)
เน็ตเวิร์ค : WiFi 6 + Bluetooth 5.2
แบตฯ : Li-Ion 4,400 mAh รองรับ Fast Charge 25W และ Fast Wireless Charging 11W
ลำโพง : Dolby Atmos ลำโพง Stereo 2 ตัว
ขนาดตัวเครื่อง : 158.2 x 128.1 x 6.4 mm (ตอนไม่กางจอ) และ 158.2 x 67.1 x 14.4-16 mm (ตอนกางจอ)
น้ำหนัก : 271 กรัม
ระบบปฏิบัติการ : Android 11

 

รูปทรงแห่งอนาคต

 

 

 

หน้าตาแทบไม่ต่างจาก Fold2 รุ่นก่อน แต่มีขนาดบางลงมาหน่อย งานดีไซน์ก็มาในมาด Business เรียกได้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่เหมาะสำหรับ CEO หรือผู้บริหารอยู่ไม่น้อย มองจากระยะไกลก็รู้เลยว่า ‘แพง’ แน่นอน

โดยรวมก็ยังเป็นสมาร์ทโฟน 2 หน้าจอ แบ่งเป็นจอ Cover Display ขนาด 6.2 นิ้ว เอาไว้ใช้เป็นร่างสมาร์ทโฟนปกติ และ Flex mode ร่างจอแท็บเล็ตขนาดย่อม 7.6 นิ้ว

ซึ่งในโหมดสมาร์ทโฟน หรือตอนยังไม่กางจอออกนั้น ถือใช้งานสะดวกมาก กระชับมือสุด ๆ ยากที่จะหลุดมือง่าย ๆ เนื่องด้วยหน้าจอ 6.2 นิ้ว ที่มีสัดส่วนแคบกว่าสมาร์ทโฟนทั่ว ๆ ไปนี้เอง พกใส่ในกระเป๋ากางเกงไปไหนมาไหนได้ดีเลย

 

 

วัสดุใช้เป็นอลูมิเนียมเกือบทั้งตัว ทำให้มีน้ำหนักอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน อนึ่งปุ่ม Power ด้านข้าง มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้วย

 

 

โหมดสมาร์ทโฟน และ โหมดแท็บเล็ต

ด้านสเปกหน้าจอ ก็เป็นจอแสดงผล Foldable Dynamic AMOLED 2X ขนาด 7.6 นิ้ว มาพร้อมความละเอียด 2208 x 1768 รองรับ 120 Hz และครอบทับด้วย Gorilla Glass Victus แสดงผลได้สวยสมกับที่เน้นเรื่องจอเป็นพิเศษ ทว่าก็แอบมีจุดขัดใจตรงที่ ร่องรอยพับ จะเห็นชัดเจนมากเวลาเจอแสงสะท้อน ทว่าหากเล่นเกมหรือดูวิดีโอ ก็อาจมองข้ามไปชั่วคราวได้ ถัดมาคือ เป็นรอยนิ้วง่ายมากก

ในส่วนกลไกการพับหน้าจอนี้ Samsung ได้เรียกมันว่า ‘Hideaway Hinge’ นวัตกรรมบานพับ ที่ผ่านการทดสอบการพับมาแล้ว 200,000 ครั้ง

จากที่ลองเล่น ก็พบว่ามันดูทนทานขึ้นจากรุ่นก่อนไม่น้อย ลองพับเข้าพับออกแล้ว ก็ไม่พบว่ามันจะแสดงอาการแปลก ๆ อะไรเลย กลไกให้ความรู้สึกว่าแน่นแข็งแรงมาก กระนั้นก็คงต้องพิสูจน์ด้วยการใช้งานเป็นเวลานาน

อนึ่ง บางครั้งแอบแน่น จนกางจอยากเหมือนกัน ต้องใช้ ‘สติ’ ในการกางนิด ๆ ด้วยนะเออ

 

อีกจุดที่เรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรม ก็คือกล้องใต้จอ (Under display camera) ที่สามารถเนียนไปกับจอแสดงผลได้ดี หากไม่สังเกตมันจริง ๆ แต่ถ้าสังเกต ก็จะเห็นจุดขาว ๆ เล็ก ๆ เอาเป็นว่า พยายามมองข้ามมันไปจะดีที่สุดครับ : b

แม้จะเป็นสมาร์ทโฟนจอพับได้ แต่ก็มาพร้อมมาตรฐานกันน้ำระดับ IPX8 ด้วย โดยทาง Samsung ระบุเลยว่า มีการเดินสายไฟลอดผ่านบานพับเพื่อเชื่อมต่อการทำงานระหว่างตัวเครื่องทั้งสองส่วนเข้าด้วยกัน จากชิ้นส่วนหลักถึง 3 ส่วน ได้แก่ ตัวเครื่อง (Body) 2 ส่วน และบานพับ (Hinge) 1 ส่วน ซึ่งการปกป้องบานพับจากน้ำที่อาจเข้าไปในเครื่องขณะผู้ใช้พับหรือกางหน้าจอ ถือเป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่ง

ส่วนมาตรฐานกันน้ำระดับ IPX8 ก็รองรับการทนน้ำจืดได้ลึก 1.5 เมตร นาน 30 นาที ทว่าไม่กันฝุ่นได้ดีเหมือน IPX68 (ขาดเลข 6 ไป) ฉะนั้นอย่าเพิ่งเอาไปลุยเหมือนกล้อง Action Camera หลังรู้ว่ามันกันน้ำได้นะเออ

ด้านหลังตัวเครื่องในโหมดแท็บเล็ตหรือ Flex mode

 

จอพับดียังไง

 

จุดเด่นสำคัญของ Galaxy Z Fold3 แน่นอนว่าต้องเป็น หน้าจอพับได้ คำถาม พับได้แล้วดียังไง ? เรื่องพกพาแล้วหนึ่ง เปลี่ยนจากจอใหญ่เป็นจอเล็กให้พกได้สะดวกขึ้น จุดที่ขอจัดเต็มเลยคือเรื่อง จอใหญ่ 7.6 นิ้วของตัวเครื่อง เอาให้เห็นชัด ๆ เลยว่ามันดียังไง อย่างแรกคือ Multi-Active Window ฟีเจอร์แบ่งหน้าจอแอปฯ ซึ่งปกติก็มีในสมาร์ทโฟน Samsung หลายรุ่น แต่สำหรับตัว Galaxy Z Fold3 จะพิเศษหน่อยตรงที่ แบ่งได้ 3 แอปฯ

 

 

แบบ 2 แอปฯ

และแบบ 3 แอปฯ แต่ก็กว่าจะแบ่งได้แบบนี้ ก็แอบตบตีกับแอปฯ อยู่ไม่น้อยเหมือนกัน กว่าจะลากกว่าจะแบ่งจนได้มุมที่ต้องการ ฉะนั้นหากแบ่งได้แล้ว ก็ควรกดบันทึกเป็น Shotcut (ตามที่กดในคลิป) จะได้เรียกใช้งานใหม่ได้ง่าย ๆ ภายหลัง

สามารถ เล่น 3 เกมพร้อมกัน ก็ยังได้

 

เล่นกันยังไง ลองดูคลิปนี้ได้เลย แต่ก็ขอแนะนำว่า อย่าเล่นพร้อมกันแบบนี้เป็นเวลานาน เพราะเครื่องจะร้อนสุด ๆ ถ้าจะเล่นจริง ๆ ก็ควรเล่นเกมที่กินสเปกไม่มากจะดีกว่า หากเป็นเกมที่กินสเปก ก็เล่นจอเดียวไปเลยดีกว่า

หรือจะ เล่นไปด้วยตัวเปิด Tutorial ไปด้วย ก็ทำได้สบาย ๆ จุดนี้ต้องขอชมจากใจเลยว่า ตัวเครื่องสามารถแบ่งใช้งานหน้าจอได้สมูทลื่นไหลมาก ๆ คือหากจิ้มใช้งานแอปฯ ในฝั่งไหน ฝั่งนั้นก็จะติดทันที และไม่มีการหยุดค้างหากกำลังใช้งานแอปฯ ใดแอปฯ หนึ่งด้วย เสมือนกำลังแบ่งหน้าจอใช้งานใน PC เลย

ส่วนสำคัญเลยคือ รองรับการใช้งานป่ากกา S Pen ด้วย พอจะเป็นแบบใหญ่แบบนี้ ก็ทำให้มีพื้นที่ในการวาดเขียนกว่าสมัย Note Series เยอะ ทว่าต้องเป็น S Pen รุ่น Fold Edition หรือ S Pen Pro เท่านั้น (ซึ่งขายแยก : b) หากใช้ S Pen ธรรมดา อาจทำให้หน้าจอ Z Fold 3 พังได้เลย ส่วนในที่นี้ไม่มี S-Pen (T_T) ก็ต้องใช้ปากกา Stylus เฉพาะกิจแบบในภาพ ที่หัวปากกาต้องมีความอ่อนนุ่มเป็นพิเศษนี้เอง

ถัดมาก็แน่นอนว่าคือ แสดงผลได้เต็มตา ตามสไตล์แท็บเล็ต ที่ซึ่งพับเก็บใส่กางเกงไปไหนมาไหนได้ด้วย พอเป็นหน้าจอใหญ่แบบนี้ ก็จะทำให้ดู Content วิดีโอได้เต็มอารมณ์มาก ๆ

ตัวอย่างการดูคลิปจาก Youtube ด้วย Galaxy Z Fold3

KONO DIO DA !!

ถ่ายรูปก็เต็มตาเช่นกัน

อนึ่ง สามารถพับจอแล้วตั้งถ่ายแบบนี้ก็ได้ พอใช้แทนขาตั้งได้ระดับหนึ่ง

มาพูดถึงจอขนาด 6.2 นิ้วอีกหน่อย อย่างที่กล่าวไปว่า มันคือจอสำหรับโหมดสมาร์ทโฟนของตัว Galaxy Z Fold3 นี้เอง ซึ่งตามภาพก็จะเห็นเลยว่า มันเป็นจอสำหรับแสดงผลในแนวตั้งโดยเฉพาะ

แนวนอนก็พอได้อยู่ แต่ก็ไม่เหมือนกับจอสมาร์ทโฟนทัวไป เพราะสัดส่วนจอที่แคบกว่าปกตินี้เอง


เล่นเกมก็แคบไปนิด แต่บางเกมน่าจะเล่นได้ดีอยู่นะ

ถ้าจะใช้คุย Line หรือพิมพ์ข้อความ ก็อาจต้องใช้ความแม่นยำในการ Touch เพิ่มขึ้นอีก – – เล็กเหลือเกิน

แต่ใช้ถือถ่ายรูปได้ดีเลย จับถนัดมือมาก

 

Good Gaming ได้ดีเพราะหน้าจอ

 

จะเรียกว่าเป็นส่วนทดสอบประสิทธิภาพก็ว่าได้ สำหรับตัว Galaxy Z Fold3 ก็มาพร้อมขุมพลัง Qualcomm Snapdragon 888 5G ซึ่งนับเป็นชิปประมวลผลระดับ Top สุดของทาง Qualcomm ลองมาดูกันว่า หากมาอยู่ในร่างจอพับแบบนี้ จะขับประสิทธิภาพด้าน Gaming ได้ขนาดไหนกันครับ

เทสเกม Genshin Impact บน Galaxy Z Fold3

เทสเกม Punishing: Gray Raven บน Galaxy Z Fold3

เทสเกม Alchemy Stars บน Galaxy Z Fold3

จากในคลิปจะเห็นเลยว่า หากเล่นใน Flex Mode หรือกางเป็นจอใหญ่ ตัวเกมก็เหมือนถูกบังคับให้แสดงผลเป็น 4 : 3 ยังไงยังงั้นเลย ซึ่งหากเกมไหนรองรับ 16 : 9 เป็นหลัก เราจะเห็นปรากฏการณ์ ‘ตกขอบ’ ในบางฉากแน่นอน แต่หากเกมรองรับ ก็จะได้มุมมอง Game Play สวย ๆ เห็น ‘เกมที่เรารัก’ และ ‘ตัวละครที่เรารัก’ ได้เต็มตาขึ้น

กระนั้นต้องยอมรับว่า ‘ตัวเครื่องไม่ได้ทำมาเพื่อเล่นเกมโดยเฉพาะ’ ดูได้จากเกม Genshin Impact ที่ปรับสุดทุกอย่าง แต่เล่นแล้วมีกระตุกให้เห็นชัดเจน และพอเล่นเป็นเวลานาน ตัวเครื่องก็จะร้อนใช่เล่น ฉะนั้นถ้าจะเล่นเกมที่มีภาพกราฟฟิกสวยใช้สเปกสูง ก็ควรปรับภาพกลาง ๆ จะได้เล่นเกมในจอใหญ่ได้ Fin ขึ้น

 

ปรากฏการณ์ ‘ตกขอบ’ ดังกล่าว

 

ดูไม่เน้นกล้องแต่ก็ไม่เลว

 

ตัว Galaxy Z Fold3 ก็มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว แบ่งเป็น [12MP + 12MP + 12MP] เลนส์หลัก Wide 12 ล้านพิกเซล F/1.8 ขนาดพิกเซล 1.8μm กันสั่น OIS กับเลนส์ Ultra-Wide 12 ล้านพิกเซล F/2.2 มุมกว้าง 123 องศา และเลนส์ Telemacro 12 ล้านพิกเซล F/2.4 ซูมแบบไม่เสียความละเอียดได้ 2 เท่า กันสั่น OIS ส่วนกล้องหน้าก็มี 2 ตัว แบ่งเป็น 4 ล้านพิกเซล F/1.8 สำหรับจอ Cover Display และ 10 ล้านพิกเซล F/2.2 สำหรับ Flex mode แบบ Under Display Camera

จากสเปกกล้อง ก็บอกได้เลยว่า ไม่เน้นกล้อง จริง ๆ สำหรับ Galaxy Z Fold3 ไม่ได้อัดฟีเจอร์กล้องหวือหวาเหมือนตระกูล Galaxy S Series แต่ก็ถ่ายภาพออกมาได้สวยอยู่ตามนี้

 

ลองถือถ่ายวิดีโอตอนพับหน้าจอ แล้วเดินทั้งอย่างนั้น ดูว่ากันสั่นเป็นไงได้ตามคลิป

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจาก Samsung Galaxy Z Fold3 (Main Camera)

 


+++

+++


+++

+++

+++

+++

+++

สรุป (น่าลงทุนไหม ?)

 

หากถามกันตรง ๆ ว่า Samsung Galaxy Z Fold3 น่าซื้อมาใช้ไหม ? จุดนี้ต้องขอถามก่อนเลยว่า ‘ชอบแท็บเล็ตไหม’ ข้อดีของแท็บเล็ตก็อย่างที่เกริ่นไปตั้งแต่แรก พอจอใหญ่ขึ้นก็ดูอะไรได้เต็มตาขึ้น ทว่าข้อเสียคือมันใหญ่เกินไป พกใส่กระเป๋าเสื้อหรือกางเกงไม่ได้ ไม่ทันใจเหมือนใช้งานสมาร์ทโฟนปกติ แต่นั้นเองคือสิ่งที่ตัว Galaxy Z Fold3 ได้ทลายไปเรียบร้อย มันสามารถใช้งานได้ทั้งร่างสมาร์ทโฟนและร่างแท็บเล็ต จบครบในร่างเดียว 2-in-1 เป็นความล้ำแบบที่สมาร์ทโฟนหลายรุ่นทำไม่ได้ ถ้าเราชอบจุดนี้เข้าอย่างจัง Samsung Galaxy Z Fold3 ก็น่าซื้อมาใช้งานครับ

ด้านจอใหญ่ขนาด 7.6 นิ้ว ที่สัมผัสได้เลยว่า ทาง Samsung เน้นเทคโนโลยีเรื่องการพับเป็นพิเศษ โดยมีการพัฒนาให้มีความทนทานสูง รองรับการใช้งานในระยะได้ดี (ซึ่งต้องรอพิสูจน์หลังจากนี้) ส่วนตัวจอพบนี้ก็ทำหน้าที่ได้เกือบไร้ที่ติ ประยุกต์ใช้งานได้มันมือเลย ทั้ง 3 แอปฯ ในจอเดียว หรือการใช้งาน S-Pen (เสมือน : b) ติดแค่รอยพับกลางจอนิดหน่อย แต่ก็ลืม ๆ ไปได้ หากใช้งานไปซักพัก เช่นเดียวกับรูกล้องหน้า Under Display Camera ที่มีการซ่อนแบบเกือบมิด

อย่างไรก็ตาม จากที่ลองใช้มานานกลับรู้สึกว่า Galaxy Z Fold3 ยังไม่ใช่ที่สุดของ Samsung ด้านหน้าจอและเทคโนโลยี คือจัดเต็มยังไม่มีกังขา ทว่าด้านอื่นอย่าง กล้อง และ แบตฯ กลับไม่ได้ Hi-End ตามความ Top ของตัวเครื่อง กล้องดี แต่ไม่ได้จัดเต็มเหมือน S21 Series และแบตฯ ที่ให้มาเพียง 4,400 mAh สวนทางกับตัวเครื่องที่มีทั้งหน้าจอแสดง 6.2 นิ้ว และ 7.6 นิ้ว ในตัว แต่ก็เข้าใจว่า หากจัดเต็มจุดนี้ด้วย ราคาคงไปถึงสวรรค์

ท้ายนี้ Samsung Galaxy Z Fold3 5G  เปิดราคาเริ่มต้นที่ 57,900 บาท สำหรับรุ่น 256GB และ 61,900 บาท สำหรับรุ่น 512GB สีดำ Phantom Black สีเขียว Phantom Green และ สีเงิน Phantom Silver สั่งจองได้ที่ https://www.samsung.com/th/smartphones/galaxy-z-fold3-5g/buy/