รีวิว : TP-Link RE505X AX1500 ตัวเดียวมาครบ 5 GHz และ Wi-Fi 6

รีวิวนี้มาพบกับ TP-Link RE505X อุปกรณ์ช่วยขยายสัญญาณ Wi-Fi  (Range Extender) ตัวใหม่จาก TP-Link มาพร้อมทั้ง W-Fi 6 และ 2.4 GHz กับ 5 GHz ในตัวเดียว

หนึ่งในปัญหาคลาสสิคของ Wi-Fi ในบ้านคือ ‘สัญญาณไม่ทั่วถึง’ หรือมีจุดอับสัญญาณภายในบ้าน Modem Router ตัวเดียวกระจายสัญญาณได้ไม่กว้างพอ ในรีวิวนี้มาพบกับ TP-Link RE505X อุปกรณ์ช่วยขยายสัญญาณ Wi-Fi  (Range Extender) ตัวใหม่จาก TP-Link ซึ่งอัพเกรดให้รองรับ Wi-Fi 6 และกระจาย Wi-Fi ได้ทั้งคลื่น 2.4 GHz กับ 5 GHz ในตัวเดียว

สำหรับตัว TP-Link RE505X ยังมาพร้อมสเปก AX-1500 โดยรองรับความเร็วได้ถึง 1200 Mbps สำหรับ 5 GHz และ 300 Mbps สำหรับ 2.4GHz พร้อมพอร์ต LAN แบบ Gigabit ในราคาประมาณสองพันบาทต้น ๆ เท่านั้น ซึ่งจะดีงามเกินราคาขนาดไหน ลองมาชมรีวิวกันเลยครับ

ฟีเจอร์เด่น TP-Link RE505X (ดูรายละเอียดได้ที่นี่)

  • RE505X มาพร้อมกับเทคโนโลยีล่าสุดอย่างเทคโนโลยี Wi-Fi 6 ที่พร้อมจะมอบความเร็วที่มากกว่า แรงกว่า และเสถียรมากขึ้น
  • สามารถสร้างเครือข่าย one Mesh โดยเชื่อมต่อกับเราเตอร์ One mesh เพื่ออินเทอร์เน็ตที่ครอบคลุมทั่วทั้งบ้าน
  • Gigabit Ethernet Port – มอบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วแบบมีสายเพื่อการเชื่อมต่อที่ดีขึ้นบนสมาร์ททีวี , คอมพิวเตอร์ และเครื่องเล่มเกมส์
  • Intelligent Signal Light – ไฟสัญญาณอัจฉริยะที่ช่วยให้ค้นหาที่ตั้งสัญญาณ Wi-Fi ที่ครอบคลุมได้ดีที่สุด  โดยแสดงความเหมาะสมของสัญญาณ
  • AP Mode –Access Point สร้างการเชื่อมต่อ Wi-Fi access point ใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มเครือข่ายแบบใช้สายของคุณให้มีความสามารถในการเชื่อมต่อด้วย Wi-Fi
  • TP-LINK Tether App – ง่ายต่อการจัดการอุปกรณ์บนสมาร์ทโฟนผ่าน Tether APP รองรับทั้ง iOS และบนแอนดรอยด์
  • Ultimate Compatibility – ขยายช่วงสัญญาณของเราเตอร์ Wi-Fi  หรือ ไวเลส access point

แกะกล่อง

ในกล่องก็มีเฉพาะ TP-Link RE505X กับ ชุดคู่มือ ตามสไตล์อุปกรณ์ Range Extender ไม่ต้องแถมอะไรเยอะ

ดีไซน์

ดีไซน์ของตัว TP-Link RE505X ดูไปดูมาแอบคล้าย ‘ยานอวกาศ’ ยังไงยังงั้น (ฮา) แอบมีขนาดใหญ่นิด ๆ ซึ่งต้องใช้พื้นที่ในการติดตั้งอยู่หน่อย (โดยเฉพาะตอนกางเสา) แต่โดยรวมออกแบบได้สวยงาม ดูเป็น Range Extender ที่มีราคาเลย ซึ่งตัว RE505X ก็มาพร้อมสีขาวล้วน ผิวด้านบนเป็นมันเงาสะท้อนแสงนิด ๆ อีกทั้งยังมีช่องระบายความร้อนเกือบทั้งตัว

มีพอร์ต LAN แบบ Gigabit Ethernet หรือ 100/1000 สำหรับใครต้องการความเสถียร

ตัว TP-Link RE505X มาพร้อมเสาสัญญาณ 2 ต้น สามารถหมุนกางออกได้ตามภาพเลย

สภาพแบบพร้อมใช้งาน (ยิ่งเหมือนยานเข้าไปอีก)

เทียบขนาดตัวเครื่องกับข้อมือ

การใช้งาน

การติดตั้งใช้งานครั้งแรกก็ทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่นำตัว TP-Link RE505X ไปเสียบปลั๊ก ตรงจุดที่คิดว่าอับสัญญาณ Wi-Fi โดยมีข้อแม้ว่า ต้องไม่ห่างจากตัว Router หลัก (หรือ Modem Router) มากเกินไป เมื่อมีไฟ LED สีฟ้าติดแล้ว ต่อไปก็ทำการตั้งค่าผ่านแอปฯ TP-Link Tether

 

หลังทำการตั้งค่าผ่านแอปฯ TP-Link Tether เรียบร้อย ก็จะมีชื่อ Wi-Fi เพิ่มเข้ามาใหม่ ตามชื่อ Wi-Fi ที่เราไปขยายสัญญาณมา ซึ่งในที่นี้ผมได้ขอขยายสัญญาณ Wi-Fi จาก Router สองตัว แบ่งเป็น 2.4 GHz ตัวหนึ่ง และ 5 GHz อีกตัว (ตัว Modem Router ที่ใช่อยู่ไม่ปล่อย 5 GHz เลยต้องไปเอาจาก Router อีกตัวที่ปล่อยได้) จากนั้นจะมีชื่อ Wi-Fi ที่ลงท้ายว่า EXT (Extender) ปรากฏออกมา

ทว่าตัว TP-Link RE505X ดูเหมือนจะห่างกับเราเตอร์ (ที่ไปขอขยายสัญญาณ Wi-Fi มา) มากเกินไป จนขึ้นไฟ LED สีแดงตามภาพ

จึงต้องขอย้ายมาติดตั้งให้อยู่ใกล้กับเราเตอร์มากขึ้น ซึ่งตรงนี้เองเราจะได้เห็นประโยชน์ของฟีเจอร์ Intelligent Signal Light หรือไฟสัญญาณอัจฉริยะ ช่วยให้ค้นหาที่ตั้งสัญญาณ Wi-Fi ที่ครอบคลุมได้ดีที่สุด ในแอปฯ TP-Link Tether ก็จะมีคำแนะนำ พร้อมแสดงตำแหน่งปัจจุบันของตัว TP-Link RE505X ว่าอยู่ใกล้กับเราเตอร์ขนาดไหน และมีคุณภาพสัญญาณเป็นยังไงให้เห็นแบบชัดเจนเลย

การตั้งค่าตัว TP-Link RE505X ผ่านแอปฯ TP-Link Tether ก็มีตัวเลือกที่น่าสนใจอย่าง OneMesh ช่วยให้เราใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ตจากเราเตอร์หลาย ๆ ตัวได้ในชื่อเดียว ไม่ต้องคอยสลับชื่อไปมาให้วุ่นวาย จุดนี้ใครที่ใช้เราเตอร์จาก TP-Link ก็มีโอกาสใช้ฟีเจอร์นี้ได้ด้วย

ประสิทธิภาพ

การทดสอบประสิทธิภาพครั้งนี้ โจทย์ก็เหมือนเคย ลองดูว่าตัว TP-Link RE505X สามารถแก้ปัญหาจุดอับสัญญาณ Wi-Fi ได้ดีขนาดไหน

ตัวอย่างปัญหาที่เจอ ตามภาพจะเห็นเลยว่า Modem Router อยู่สุดขวามือของผังบ้านหรือห้องทำงาน ซึ่งส่งผลให้ผังบ้านมุมซ้ายมือหรือห้องนอน กลายเป็นจุดอับสัญญาณทันที ดังนั้นผมเลยนำตัว TP-Link RE505X มาติดตั้งบริเวณกลางบ้าน หวังให้ TP-Link RE505X ช่วยดึงสัญญาญจาก Modem Router มากระจายในห้องนอนได้บ้าง

ที่บ้านใช้เน็ต 100/100 Mbps ซึ่งหากมาอยู่บริเวณห้องนอนที่เปิดจุดอับสัญญาณ ความเร็วก็จะตกลงพอควร โดยคลื่น 2.4 Ghz โดนลดความเร็วเหลือเพียง 53/66 Mbps ส่วนคลื่น 5 GHz เหลือแค่ 37/17 Mbps เท่านั้น

ต่อไปลองทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต หลังเชื่อมต่อ Wi-Fi จากตัว TP-Link RE505X ที่ติดตั้งไว้กลางบ้าน ขณะมายืนในห้องนอนที่เป็นจุดอับสัญญาณ

เริ่มจากคลื่น 2.4 GHz ที่ดึงสัญญาณจาก Modem Router โดยตรง (ยืนวัดในห้องนอนเจ้าปัญหา) ผลที่ได้คือ 87/77 Mbps ได้ความเร็วเน็ตใกล้เคียงกับ 100/100 Mbps ที่ใช้บริการอยู่

ถัดมาลองใช้คลื่น 5 GHz ก็ได้ความเร็วสูงถึง 93/97 Mbps จาก 100/100 Mbps กันเลย

อนึ่งคลื่น 5GHz ที่เชื่อมต่อ สืบเนื่องจากสมาร์ทโฟนที่ใช้ทดสอบรองรับ Wi-Fi 6 ทำให้ตัวโลโก้ปรากฏสัญลักษณ์ Wi-Fi พร้อมเลข 6 ด้วย ตามที่เกริ่นไป TP-Link RE505X รองรับ Wi-Fi 6 (IEEE 802.11a/n/ac/ax สำหรับ 5GHz) ทำให้สามารถใช้ประสิทธิภาพของ Wi-Fi 6 ผ่านคลื่น 5GHz ได้เต็มที่ ซึ่งจุดเด่นอย่างหนึ่งของ Wi-Fi 6 คือ OFDMA ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อ Wi-Fi สามารถส่งข้อมูลหลาย ๆ ข้อมูลไปยังหลายอุปกรณ์ได้พร้อม ๆ กัน ทั้งการอัปโหลดและดาวน์โหลด จุดนี้หลากมีสมาร์ทโฟน 5GHz มากกว่าหนึ่งเครื่อง ตัว TP-Link RE505X ก็เอาอยู่ครับ

หลังวัดระยะการกระจายสัญญาณจากตัว TP-Link RE505X ผ่านแอปฯ Wi-Fi Analyzer จดนี้จะเห็นเลยว่าตัว TP-Link RE505X สามารถกระจายสัญญาณได้ดีมากหากอยู่ใกล้ ๆ เท่ากับว่าตัว TP-Link RE505X เหมาะสำหรับใช้งานในหนึ่งห้อง แต่ถ้าอยากให้กระจายได้ไกลกว่านี้ จุดนี้อาจต้องใช้ Range Extender กับ Router ระดับ Hi-End หรือ Mesh Wi-Fi จะดีกว่า

สรุป

 

สำหรับใครที่มีปัญหาจุดอับสัญญาณ Wi-Fi ภายในบ้าน และมีงบจัดอุปกรณ์ไม่มาก ตัว TP-Link RE505X นับเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีเลย ซึ่ง TP-Link RE505X ก็สามารถแก้ปัญหาจุดอับสัญญาณได้จริง เห็นผลชัดเจน มีฟีเจอร์น่าใช้พอควรและราคาไม่แรงมากด้วย โดยตัว TP-Link RE505X ก็สนนราคาที่ 2,290 บาท เท่านั้น มาพร้อมประกันศูนย์แบบ Limited Lifetime อีกด้วยครับ

 

เช็คราคา และโปรโมชั่น คลิก