Skip to content

รีวิว : TP-Link VIGI ชุดกล้องวงจรปิดเต็มรูปแบบ ติดตั้งได้ง่าย ๆ ที่บ้าน

ติดตั้งเอง ใช้งานเอง ง่าย ๆ แม้ไม่ใช่ช่าง !! รีวิวนี้มาพบกับ TP-Link VIGI ชุดคอมโบกล้องวงจรปิดแบบ Full Option สุดคุ้ม ที่มาพร้อมทั้งกล้อง 4 ตัว และตัวควบคุมพร้อมสรรพในชุดเดียว

ในยุคเศรษฐกิจแบบนี้เอง ส่งผลให้บางคนไม่มีทางเลือกมากนัก จนเข้าสู่วงการ ‘ย่องเบา’ ในที่สุด หนึ่งในสิ่งที่พอช่วยป้องกันและสวนกลับได้ดีอย่าง กล้องวงจรปิด จึงกลายเป็นสิ่งที่จำเป็นในยุคนี้ไปเสียแล้ว

ฉะนั้นรีวิวนี้บอกเลยว่า ภูมิใจนำเสนอยิ่ง จัดเต็มชุดใหญ่ไฟกระพริบสุด ๆ หลังทาง TP-Link ได้เปิดตัวแบรนด์ VIGI กล้องวงจรแบบระบบดิจิทัล ที่เปิดโอกาสให้คนเข้าถึงกล้องวงจรปิด แบบเต็มรูปแบบ ได้อย่างง่าย ๆ จากปกติต้องหาช่างมาช่วยติดตั้ง และใช้อุปกรณ์พอควร รวมถึงใช้งบจำนวนไม่น้อย แต่ตัว TP-Link VIGI ติดตั้งเองได้ ใช้งานเองไม่ยาก และไม่เปลืองงบ ซึ่งทาง TP-Link ก็มี โปรโมชั่นสุดคุ้ม แถมของจำเป็นสำหรับระบบนี้แบบฟรี ๆ (เช่น HDD 1TB) และอุปกรณ์ในชุด TP-Link VIGI ก็มีมากมายอาทิ

กล้อง VICI C300HP กับกล้อง VIGI C400HP มาพร้อมความละเอียด 3 ล้านพิกเซล อย่างละ 2 ตัว (รวมเป็นกล้อง 4 ตัว) กับ VIGI NVR1008H เครื่องควบคุมและช่วยบันทึกไฟล์วิดีโอ สุดท้าย TL-SF1006P สวิซ 6 Port สำหรับการเชื่อมต่อทุกอย่าง

และตอนนี้ตัว TP-Link VIGI ทั้งชุดดังกล่าว ก็มาอยู่ในมือผมแล้ว จะเป็นยังไง ใช้ง่ายแค่ไหน และคุณภาพแจ่มไหม ลองมาดูรีวิวนี้กันเลยครับ

รายละเอียดชุด TP-Link VIGI ทั้ง 4 ตัว

VICI C300HP – VIGI 3MP Outdoor Bullet Network Camera

  • กล้องวงจรปิด Outdoor รับประกัน 3 ปี
  • เป็นกล้องระบบ Digital IP Camera ที่มีความละเอียดสูงถึง 3 ล้านพิกเซล
  • มี 2 รุ่น เลนส์ 4 mm. และเลนส์ 6 mm.
  • Smart Detection : รับการแจ้งเตือนและตรวจสอบทันทีเมื่อมีคนข้ามเขตเข้ามาในพื้นที่ที่คุณตั้งไว้
  • ภาพชัดทั้งกลางวันและกลางคืน [ภาพตอนกลางคืนเป็นขาว-ดำ]
  • รองรับ PoE / 12V DC: แหล่งจ่ายไฟสองทาง ง่ายต่อการเดินสาย
  • รองรับ 265+ บีบอัดไฟล์ภาพคมชัด แต่ใช้พื้นที่น้อย
  • รองรับแอพลิเคชั่น VIGI ติดตั้งและใช้งานผ่านแอพได้เลย
  • รองรับ IP67 สำหรับการใช้งานภายนอก กันน้ำ กันฝุ่น

VIGI C400HP – VIGI 3MP Turret Network Camera

  • กล้องวงจรปิด Indoor รับประกัน 3 ปี
  • เป็นกล้องระบบ Digital IP Camera ที่มีความละเอียดสูงถึง 3 ล้านพิกเซล
  • เลนส์ 4 mm: F2.4 กับ 2.8 mm: F2.0
  • Smart Detection : รับการแจ้งเตือนและตรวจสอบทันทีเมื่อมีคนข้ามเขตเข้ามาในพื้นที่ที่คุณตั้งไว้
  • ภาพชัดทั้งกลางวันและกลางคืน
  • รองรับ PoE / 12V DC: แหล่งจ่ายไฟสองทาง ง่ายต่อการเดินสาย
  • รองรับ 265+ บีบอัดไฟล์ภาพคมชัด แต่ใช้พื้นที่น้อย
  • รองรับแอพลิเคชั่นVIGI ติดตั้งและใช้งานผ่านแอพได้เลย
  • รับประกัน 3 ปี

เครื่องบันทึก NVR รุ่น VIGI NVR1008H – VIGI 8 Channel Network Video Recorder

  • รองรับการบันทึกข้อมูลตลอดเวลา 24/7
  • 8-ช่อง ดูแบบเรียลไทม์ รองรับภาพคมชัดสูงสุดถึง 5 ล้านพิกเซล
  • ถ่ายทอดมุมมองได้พร้อมกัน 4 ช่องอย่างต่อเนื่อง
  • รองรับการควบคุมระยะไกล ผ่านแอพลิเคชั่น VIGI
  • รองรับ HDMI/VGA
  • รองรับมาตรฐาน Onvif ทำงานร่วมกับแบรนด์ใดก็ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • รองรับ Massive HDD (1 up to 10 TB)
  • รองรับ H.265+/H.265/ H.264+/H.264 บีบอัดไฟล์ภาพคมชัด ขนาดเล็ก
  • รองรับคำสั่งเสียงสองทิศทาง
  • แบนด์วิดท์ขาเข้าสูงสุด 80Mbps
  • รับประกัน 3 ปี

สวิซ 6 Port รุ่น TL-SF1006P – 6-Port 10/100Mbps Desktop Switch with 4-Port PoE+

  • 6 Port เป็นแบบฟาสพอร์ต 10/100 Mbps
  • 4 Port PoE+
  • ทำงานจ่ายไฟพร้อมส่งข้อมูลได้ระยะไกลถึง 250เมตร
  • ทำงานร่วมกับ IEEE 802.3af / PDs ที่เข้ากันได้
  • จ่ายพลังงานได้สูงสุด 30 วัตต์ต่อพอร์ต (มีกำลังไฟรวมสูงสุด 67 วัตต์)
  • รับประกัน Limited Lifetime

เตรียมการ

เห็นข้อมูลสเปกแล้ว ต่อไปลองมาทำความรู้จักอุปกรณ์ทั้ง 4 ตัวจาก  TP-Link VIGI  กันก่อน มาดูกันว่าแต่ละตัวทำหน้าที่อะไรบ้าง

 

 

เริ่มจากกล้อง VICI C300HP เป็นกล้องวงจรปิดแบบ Digital IP Camera สำหรับติดตั้งภายนอกหรือ Outdoor โดยเฉพาะ ซึ่งมาพร้อมความทนทานกันน้ำกันฝุ่นระดับ  IP67 กันเลย จุดสังเกตอย่างหนึ่งคือ สามารถต่อสาย LAN แบบ POE+ เพื่อใช้งานเป็นทั้งไฟเลี้ยงและเชื่อมต่อข้อมูลในเส้นเดียวได้

 

 

VIGI C400HP กล้องวงจรปิดแบบ Digital IP Camera อีกตัว แต่คราวนี้เหมาะสำหรับติดตั้งภายในบ้านหรืออาคารแทน ใช้ติดตั้งกับเผดานโดยเฉพาะ แน่สเปกกล้องยังดีไม่แพ้ตัว VICI C300HP ซึ่งมีความละเอียด 3 ล้านพิกเซล ส่องมุมกว้างได้ครอบคลุมกว่า …อนึ่งตัวกล้องสั่งให้หันหัวเองไม่ได้ ต้องใช้มือจับหมุนเอาเองนะฮะ

 

 

VIGI NVR1008H เป็นเครื่องบันทึก NVR หรือตัวช่วยควบคุมระบบทั้งหมด ซึ่งถือได้ว่าเป็นพระเอกของรีวิวนี้เลย คือ จากปกติหากใช้กล้อง IP Camera ต่อกับ Router Wi-Fi ที่บ้าน เวลาจะบันทึกไฟล์วิดีโอ จะบันทึกลง Micro SD ซึ่งมีความจุไม่มากนัก แต่หากมีตัว VIGI NVR1008H จะกลายเป็นบันทึกลง HDD เลย (สูงสุด 10TB) ซึ่งมีความจุมากกว่า ทนทานกว่า และเหมาะสำหรับงานกล้องวงจรปิดมากกว่า ทำให้สามารถบันทึกข้อมูลแบบ 24/7 ได้สบาย ๆ

 

 

ปิดท้ายด้วยตัว Switch LAN อย่าง TL-SF1006P พระรองของรีวิวนี้ โดยมาพร้อมช่องต่อ LAN ถึง 6 ช่อง (เป็น 10/100 Mbps) และมีช่อง PoE+ ให้ 4 ช่อง สามารถต่อกล้อง IP Camera แบบใช้สาย LAN เส้นเดียวได้ 4 ตัว (จ่ายไฟพร้อมส่งข้อมูลได้ระยะไกลถึง 250เมตร) จ่ายพลังงานได้สูงสุด 30 วัตต์ต่อพอร์ต

ติดตั้ง

หัวใจหลักของชุด TP-Link VIGI คือ สาย LAN ซึ่งต้องเตรียมไว้สำหรับการติดตั้งในบ้านเลย คือหากบ้านใครมีพื้นที่กว้าง สาย LAN ก็ต้องมีความยาวพอ และต้องวางแผนการเดินสาย LAN อยู่ซักหน่อย จุดนี้หากไม่จำเป็นต้องเจาะกำแพง การติดตั้งก็จะง่าย ๆ เลย แต่ถ้าต้องเจาะกำแพงด้วย ก็ต้องใช้ทักษะอยู่หน่อยครับ สำหรับรีวิวนี้ บอกตามตรงว่า ถ้าไม่ต้องส่งชุด TP-Link VIGI คืน ผมจะเจาะกำแพงโชว์เลย ฮ่า ฮ่า แต่เนื่องจากต้องคืน ดังนั้นเลยขอเสียบเทสใช้งานในระยะสั้น ๆ ตามภาพ

***คำเตือน : ควรใส่ HDD ให้ถูกประเภท และในภาพยังไม่ใช่***

แต่ก่อนเดินสาย LAN นั้น อับดับแรกให้ทำการติดตั้ง HDD ลงในตัว VIGI NVR1008H ก่อน โดยตัวเครื่องก็สามารถยัด HDD ได้หนึ่งลูก (ตัวเครื่องดูใหญ่ก็จริง แต่ภายในโล่งเกินคาด) และ HDD ที่จะนำมาใส่นั้น ต้องใช้ HDD สำหรับกล้องวงจรปิดโดยเฉพาะอย่าง WD Purple หรือ Seagate SkyHawk เท่านั้น !! ห้ามใช้ HDD ทั่วไปเด็ดขาด ไม่งั้นพังได้เลย เนื่องจากตัว VIGI NVR1008H จะมีการบันทึกไฟล์วิดีโอความละเอียดสูงลง HDD ตลอดเวลา 24/7 ตัว HDD ทั่วไป หรือกระทั้งตัวสำหรับ NAS (อย่าง WD Red ในภาพ) ไม่เหมาะกับงานนี้แน่นอน แต่อันนี้เอามาใช้ชั่วคราว เลยต้องใช้ไปก่อนครับ

 

หลังติดตั้ง HDD แล้ว ต่อไปก็ต่อสายต่าง ๆ โดยตัวกล้องจะต่อสาย LAN อย่างละตัว และทั้งหมดก็ต่อเข้ากับช่อง POE+ ของตัวสวิซ  TL-SF1006P จากนั้นก็ต่อสาย LAN ไปยัง Router Wi-Fi หนึ่งเส้น อีกเส้นก็ต่อเข้ากับตัวกล่อง VIGI NVR1008H อีกที ซึ่งตัวกล่องก็ต่อสาย HDMI ออกจอ Monitor เป็นอันเสร็จ

 

 

ต่อไปก็จัดวางตำแหน่งกลองในห้องต่าง ๆ ในรีวิวนี้ก็นำตัวกล้อง VICI C300HP ไปวางแยกไว้ ส่วนตัว VIGI C400HP ก็มาวางในห้องเดียว (เนื่องจากสาย LAN ยาวไม่พอ…)

หลัง Set Up อะไรเสร็จแล้ว ก็ได้เวลาลองระบบ TP-Link VIGI

เริ่มใช้งาน

มีกล่อง VIGI NVR1008H กับเมาส์หนึ่งตัว ก็ควบคุมระบบ TP-Link VIGI ได้แล้ว

 

 

หลังต่ออะไรเสร็จ ก็เปิดเครื่อง VIGI NVR1008H แล้วทำการตั้งชื่อรหัสให้เรียบร้อย ซึ่งรหัสนี้จะถูกใช้แทบทุกครั้ง ตลดอการใช้งานกันเลย

หากต่อกล้องทั้ง 4 ตัว ก็จะขึ้น Monitor Preview จากทั้ง 4 กล้องตามภาพ และหากใช้เมาส์กดคลิกขวา ก็จะมีหน้าเมนูหลักปรากฏขึ้น โดยรวมถือว่าใช้งานไม่ยากเลย ตัวเลือกหรือคำสั่งต่าง ๆ ก็มีตัวที่ใช้งานจริง ๆ เท่านั้น ส่วนย่อย ๆ จะไปอยู่ในตัวเลือก Settings หรือตั้งค่าแทน

ดู Preview ได้พร้อมกันสูงสุด 9 จอ

ในหน้าจอ Preview จากกล้องแต่ละตัว ก็จะมีเมนูควบคุมย่อยแแบบนี้ สามารถกดดูไฟล์ย้อนหลัง แต่งสี กดบันทึก และ OSD Menu ของตัวกล้องก็ได้

ตามสไตล์กล้อง IP Camera ยุคใหม่ สำหรับ VICI C300HP และ VIGI C400HP ก็มาพร้อมฟีเจอร์ Motion Detection ตรวจจับการเคลื่อนไหวได้ ซึ่งข้อดีของโหมดนี้คือ สามารถสั่งให้กล้องบันทึกวิดีโอเฉพาะตอนที่มีการเคลื่อนไหวได้ เพื่อลดพื้นที่เก็บข้อมูลนั้นเอง หรือใช้เป็นเซ็นเซอร์แจ้งเตือน Notification พบการเคลื่อนไหวก็ยังได้

หน้าจัดการตัวกล้อง หรือหากมีการเพิ่มกล้องเข้ามาใหม่ ก็มากด Add เพิ่มในนี้ได้

ดูบันทึกกิจกรรมการใ้ช้งานหรือ System Logs ได้อย่างละเอียด

ตั้งค่าหรือกำหนดช่วงเวลาบันทึกวิดีโอ

หากมีกล้อง TP-Link ที่สามารถสั่งให้หมุนตัวเอง (เช่น Tapo C200) ก็สามารถสั่งควบคุมจากหน้านี้ได้

มีโหมดแต่งภาพ หรือโหมดตั้งค่าการแสดงผลภาพ เช่น ปรับแสง ปรับเงา และอื่น ๆ ได้เลย

ถือเป็นจุดที่ชอบเป็นพิเศษ ในหน้าดูวิดีโอย้อนหลังของ TP-Link VIGI สามารถกดเลือกดูช่วงเวลาบันทึกได้อย่างละเอียดมาก ๆ และเวลาดูก็ให้อารมณ์เหมือนกำลังใช้โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ แต่ใช้งานง่าย และดูการแสดงผลได้สบายตามาก

 

 

 

ข้อดีอย่างหนึ่งของระบบ TP-Link VIGI คือ สามารถใช้งานแบบปิดได้ หรือใช้งานได้โดยไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ตนั้นเอง ซึ่งไม่จำเป็นต้องต่อสาย LAN เข้า Router ก็ใช้งานตัวกล้องวงจรปิดได้อย่างปลอดภัย 100% ไม่ต้องกลัวถูกแฮก แต่ตัว TP-Link VIGI ก็มีระบบป้องกันที่ดีพอ หากอยากใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนหรือควบคุมจากระยะไกล ก็สามารถต่อสายเน็ต แล้วเปิดโหมด Cloud Service จากนั้นก็โหลดแอปฯ TP-Link VIGI ลงสมาร์ทโฟน เท่านี้ก็สามารถดูภาพและสั่งใช้งานจากระยะไกลได้แล้ว แต่การควบคุมอื่น ๆ จะยังไม่ละเอียดเท่าควบคุมผ่านกล่อง NVR นะ

คุณภาพ

เนื่องจากส่งข้อมุลผ่านสาย LAN ความละเอียดวิดีโอ 3 ล้านพิกเซล จึงสามารถส่งตรงมายังระบบได้ทันที ความคมชัดเรียกได้ว่าเต็มตา ซึ่งถือเป็นข้อดีของ TP-Link VIGI นี้เลย สามารถสตรีมภาพได้คมชัดทุกเวลา และยังสามารถบันทึกได้ตลอดเวลาด้วย ไม่ต้องเสี่ยง Micro SD เต็มแบบในกล้อง IP Camera ทั่ว ๆ ไป

ลองซูมแบบดิจิตอลผานกล้อง VICI C300HP

สรุป

มันคือระบบกล้องวงจรปิด ที่ถูกย่อขนาดให้เพียงพอต่อการใช้งานภายในบ้าน ทำให้ใช้งานง่าย ติดตั้งเองได้ (เหนื่อยตอนเดินสาย LAN อยู่หน่อย) ถ้าถามว่า ต่างกับกล้องวงจรปิดแบบ IP Camera ทั่วไป ที่ต่อผ่าน Wi-Fi ยังไง ก็ตอบเลยว่า TP-Link VIGI จะทำให้ผู้ใช้ได้ใช้งานระบบกล้องวงจรปิดได้อย่างเต็มรูปแบบมากขึ้น คือมีความจริงจังขึ้น เหมาะสำหรับใครที่อยากได้จากกล้องวงจรปิดแบบชัด ๆ และมีการบันทึกย้อนหลังแบบ 24/7 โดยเฉพาะ ซึ่งตัว TP-Link VIGI จะใช้ HDD เป็นตัวเก็บไฟล์เลยนั้นเอง ทำให้มีลูกเล่นในการใช้งานมากกว่า

สุดท้ายนี้ชุด TP-Link VIGI ที่ประกอบด้วย VICI C300HP x 2 VIGI C400HP  x 2 VIGI NVR1008H x 1 และ TL-SF1006P x 1 เป็นจำนวนทุกหมด 6 อุปกรณ์ ก็เปิดราคาที่ 14,990 บาท ทั้งนี้ทาง TP-Link มีโปรโมชั่นเด็ดสำหรับใครที่สั่งซื้อ TP-Link VIGI ด้วย โดยแถมฟรี HDD ให้ 1TB กับสาย LAN ขนาด 100 M. และอุปกรณ์ประกอบการติดตั้งต่าง ๆ โดยสามารถดูรายละเอียดได้ที่ https://www.tp-link.com/th/promotion/vigi/