[ใช้มันเถอะ] มีแหล่ะ แต่น้อยจะเหมือนไม่มี ม้ปัจจุบันจอ OLED จะมีราคาถูกลงมากแล้ว ระดับราคาต่ำกว่า 15,000 บาท ก็มีให้เห็นแล้วด้วย (เช่นในงาน Commart เรา) ทว่าก็ยังมีผู้ใช้หลายราย กังวัลเรื่องปัญหา “Brun-in” ชนิดที่ต่อให้เป็นจอ OLED ตัว Top ก็ตาม ล่าสุดมี Youtuber หนุ่มรายหนึ่ง โชว์ชั่วโมงการใช้งานกว่า 3,000 ชั่วโมง พบตัวจอก็ยังใช้งานได้ดี
อาการภาพค้าง หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า Burn-in ยังคงเป็นข้อกังวลหลักสำหรับผู้ที่สนใจจะซื้อจอ OLED แม้จะมีเทคโนโลยีป้องกันใหม่ ๆ ออกมาก็ตาม หรือกระทั่งข้อดีของตัวจอ OLED เอง ก็ยังไงก็ดีกว่าจอพาแนลอื่น ๆ หลายขุม Optimum หนุ่ม YouTuber เจ้าของผู้ติดตาม 1.45 ล้านคน ลงคลิป “My OLED burn-in after 3000hrs.” เผยเลยว่าจอ OLED ถ้าไม่ใช้งานหน้าจอแบบทารุณกรรมจนเกินไป ก็แทบไม่มีอะไรต้องกังวล
เป็นเวลา 2 ปีที่ช่อง Optimum ได้ใช้งาน LG 32GS95UE-B ซึ่งเป็นจอ OLED ขนาด 32 นิ้ว ความละเอียด 4K และรองรับ 240Hz มีอายุการใช้งานรวมกว่า 3,000 ชั่วโมง จุดนี้นาย Optimum เผยส่วนใหญ่ใช้เล่นเกม Overwatch 2 (ล่าสุดกลับมาใช้ชื่อ Overwatch เหมือนเดิม…ฮ่า) กับทำงานตัดต่อใน DaVinci Resolve และใช้งานทำงาน 3D ผ่าน Fusion 360 ซึ่งทั้ง 3 การใช้งานนี้ นี้ล้วนมีองค์ประกอบภาพที่ต้องฉายนิ่ง ๆ หรือที่ทำให้เกิด Burn-in ได้เลยง่าย ๆ นั้นเอง จึงถือเป็นการทดสอบที่สมบูรณ์แบบ
การตั้งค่าที่ใช้ทดสอบนั้น ก็มีเปิดฟีเจอร์ดูแลรักษาจอ (Panel care) ไว้ที่ค่าเริ่มต้น ยกเว้น Pixel Shift ที่ถูกปิดการใช้งาน (ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นฟีเจอร์สำคัญที่สุด แต่ก็ปิดเพราะรำคาญเวลาจอมันขยับเองระหว่างใช้งาน) นอกจากนี้ยังใช้ Dark Mode , ซ่อน Taskbar, ไม่ใช้ฟีเจอร์ Window Snapping และเปิดความสว่างที่ 80-100% เกือบตลอดเวลา
แล้วมี Burn-in ไหม ? คำตอบคือ “มี” แต่ส่วนใหญ่มาจากเกม Overwatch ซึ่งเล่นไปเกือบ 500 ชั่วโมง สิ่งที่พบในเกมเลยคือ ตัว UI ที่แสดงส่วนหลอดเลือดที่มุมล่างซ้ายและการ์ดผู้เล่นที่อยู่ข้าง ๆ มีรอย Burn-in จาง ๆ ทว่าก็สังเกตเห็นได้ยากมาก แม้จะเปิดภาพสีเต็มจอเพื่อจับผิดก็ตาม จนถึงขั้นที่นาย Optimum ต้องแต่งรูปเพื่อเร่งสีให้ผู้ชมคลิปเห็นรอยเหล่านั้นชัดขึ้นในวิดีโอ
ในส่วน DaVinci Resolve ก็พบรอย Burn-in อื่น ๆ อย่าง แถบ Scroll bars ที่มุมขวาล่าง แต่รอยนี้ยังจางจนแทบมองไม่เห็นเช่นกัน นอกเหนือจากนั้น ไม่พบสัญญาณ Burn-in อื่น ๆ บนหน้าจอ แต่ก็พบค่าความสว่างสูงสุดโดยรวมจาก 262 nits เหลือ 258 nits หลังจากผ่านไป 3,000 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าแทบไม่ต่างจากของใหม่เลยด้วย
รูปแบบการใช้งานนี้ถือว่าค่อนข้างสมจริง มากกว่าการทดสอบแบบเปิดภาพนิ่งทิ้งไว้ตลอด 24 ชั่วโมง เหมือนที่เว็บ Rtings.com ทำ แม้ผลทดสอบของ Rtings จะมีประโยชน์ในการดูขีดจำกัดสูงสุด แต่กรณีของ Optimum แสดงให้เห็นถึงการใช้งานจริงมากกว่า และยังแนะนำด้วยว่า หากผู้ใช้เจอปัญหา Burn-in จริง ๆ ก็ให้ใช้สิทธิ์การรับประกัน 3 ปีที่ผู้ผลิตส่วนใหญ่มีให้ในปัจจุบัน
ท้ายนี้นาย Optimum กล่าวเลยว่า หากผู้ใช้เป็นคนที่เล่นเกมหลากหลายสลับกันไปมา โอกาสเกิด Burn-in จะยิ่งน้อยกว่านี้มาก ในทางกลับกัน ถ้าชอบแบ่งหน้าจอและไม่ซ่อน Taskbar บริเวณเหล่านั้นจะเป็นจุดแรกที่เกิดปัญหา ก่อนส่วนที่เป็น HUD ในเกมเสียอีกครับ
ที่มา : Tomshardware
