รีวิว : Dyson Spot+Scrub AI หุ่นยนต์พ่อบ้าน ครบจบทั้งดูดและถูพื้นในตัวเดียว

[พ่อบ้านไฮเทค] นอกจากประกอบคอมฯ แล้ว ห้องที่ใช้ตั้ง Desktop PC เองก็มีการประกอบด้วยเหมือนกัน โดยมีทั้งโต๊ะ พัดลม แอร์ฯ เครื่องกองอากาศ และสิ่งสุดท้ายคือ “หุ่นยนต์ดูดฝุุ่น” สืบเนื่องจากตัวผมเอง ต้องคอยดูดฝุ่นในห้องคอมฯ ทุกอาทิตย์ เพื่อกันไม่ให้ฝุ่นมันเข้าไปในคอมฯ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ จนเสื่อมสภาพ แต่ภายหลังกลับเริ่มขี้เกียจซะแล้ว…

หุ่นยนต์ดูดฝุุ่นจึงมีเพื่อการนี้ ทว่าส่วนใหญ่ก็ทำได้เพียง ‘ดูดฝุ่น’ เท่านั้นเลย ซึ่งจริง ๆ แล้วขั้นตอนหลังการดูดฝุ่นที่ควรมีเลยคือ “การถูพื้น” เพื่อขจัดฝุ่นที่ยังเก็บไม่หมดและคราบสกปรกที่ฝังแน่น มันจะมีหุ่นยนต์ดูดฝุุ่นตัวไหนที่สามารฟีเจอร์ถูพื้นในตัวให้ด้วย จนในที่สุดก็ได้เจอกับ Dyson Spot+Scrub AI หุ่นยนต์ดูดฝุ่นและถูพื้นเครื่องแรกจาก Dyson ที่มาพร้อมเทคโนโลยี AI ขั้นสูง สามารถตรวจจับฝุ่นและหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้อย่างแม่นยำ ชนิดที่ปล่อยให้หุ่นทำงาน แล้วเรายังนั่งอยู่ในห้องก็ยังได้ เสมือนมีพ่อบ้านคอยทำความสะอาดแทน 100%

รายละเอียด Dyson 804A Spot+Scrub AI

  • หุ่นยนต์ดูดฝุ่นและถูพื้นเครื่องแรกของ Dyson ออกแบบมาเพื่อขจัดคราบที่มองไม่เห็นอย่างถูกสุขอนามัย ด้วยเทคโนโลยี AI ขั้นสูง
  • ระบบตรวจจับคราบด้วย AI ขั้นสูง (Advanced Al stain detection) ใช้การมองเห็นด้วย AI ร่วมกับแสงสีเขียวคล้ายเลเซอร์
  • เพื่อตรวจจับคราบ สิ่งสกปรก และวัตถุในบ้านได้เกือบ 200 ชนิด โดยจะย้ำการทำความสะอาดจนกว่าคราบจะถูกกำจัดออกไป
  • ลูกกลิ้งถูพื้นทำความสะอาดด้วยตัวเอง (Self-cleaning wet roller) พร้อมระบบจ่ายน้ำ 12 จุด ส่งน้ำอุ่นสะอาดอย่างสม่ำเสมอ
  • ขณะเดียวกันลูกกลิ้งจะช่วยขจัดคราบฝังแน่น และทำความสะอาดตัวเองทุกครั้งที่หมุน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกส่วนของพื้นถูกทำความ สะอาดด้วยน้ำที่สะอาดเสมอ
  • ถังเก็บฝุ่นระบบไซโคลนแบบไร้ถุงเก็บฝุ่น ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพแรงดูดไม่ตกลงเทฝุ่นแห้งออกอย่างถูกสุขอนามัยด้วย Dyson Root Cyclone ที่ทรงพลังถึง 10 ตัว ไม่ต้องใช้ถุง และไม่สูญเสียแรงดูด
  • ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว (Privacy First) โดย Dyson Spot+Scrub™ Ai จะประมวลผลข้อมูลภาพทั้งหมดภายในตัว
  • เครื่องเท่านั้น ไม่มีการบันทึกหรือส่งต่อภาพและข้อมูลออกไปภายนอก
  • มั่นใจได้ด้วยบริการ Robot Concierge จาก Dyson Expert ที่พร้อมจะให้บริการคุณอย่างใกล้ชิด

แกะกล่อง

กล่องมาเป็นลังกระดาษสีน้ำตาลรักษ์โลก แต่มีขนาดใหญ่และหนักพอควรเลย (ไม่ควรยกคนเดียว) ส่วนอุปกรณ์ภายใน หลัก ๆ ก็มีตัวหุ่นยนต์ดูดฝุ่น Dyson Spot+Scrub Ai พร้อมกับตัวฐานหรือแท่นชาร์จอัจฉริยะที่ทำได้ทั้งเก็บฝุ่น , น้ำ และชุดทำความสะอาดด้วยความร้อนในฐานเดียว 

นอกนั้นก็มีชุดประกอบเพื่อความสมบูรณ์ และชุดคู่มือที่อธิบายรายละเอียดต่าง ๆ ของตัวหุ่นเป็นภาพสีสวยงาม อ่านเข้าใจง่ายสุด ๆ

งานออกแบบ + ฟีเจอร์

สำหรับตัว Dyson Spot+Scrub Ai จัดเป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นภาคต่อของ ‘Dyson 360 Vis’ ที่เพิ่มฟีเจอร์การทำงานมากขึ้นโข และมีแท่นชาร์จอัจฉริยะที่รองรับการใช้งานเต็มรูปแบบ ต่างจากรุ่นก่อนที่มีเฉพาะตัวหุ่นและฐานไว้ชาร์จไฟอย่างเดียว สำหรับดีไซน์ก็มาเป็นสีดำเรียบหรู แอบผิดกับธีมสินค้าของ Dyson อยู่เหมือนกัน แต่ก็ยังมีส่วนที่บอกยี่ห้ออยู่ ก็คือตัวท่นชาร์จเก็บฝุ่นที่มาพร้อมสีน้ำเงินและปุ่มกดสีแดงตามสไตล์ โดยรวมถือว่าเป็นหุ่นยนต์ที่ดูดีมีชาติตระกูลสุด ๆ

ระบบตรวจจับคราบด้วย AI ขั้นสูง

ในส่วนฟีเจอร์เด่น ก็มี Advanced Al stain detection หรือระบบตรวจจับคราบด้วย AI ขั้นสูง ซึ่งปกติจะใช้สำหรับนับและแยกประเภทฝุ่น แต่ใน Dyson Spot+Scrub Ai ได้อัปเกรดให้เป็นฟีเจอร์ตรวจจับคราบหรือฝุ่นอัตโนมัติ ผ่านแสงสีเขียวคล้ายเลเซอร์ เพื่อตรวจจับสิ่งสกปรกและวัตถุในบ้านได้เกือบ 200 ชนิด ซึ่งเมื่อไรที่ระบบตรวจเจอคราบฝั่งแน่น ตัวหุ่นจะย้ำ (สูงสุด 15 ครั้ง) การทำความสะอาดจนกว่าคราบจะถูกกำจัดออกไปเลย คือไม่ใช่แค่ผ่านเฉย ๆ เท่านั้น

นอกจากฟีเจอร์ตรวจจับฝุ่นแล้ว ตัว Dyson Spot+Scrub Ai ยังมีเซ็นเซอร์ตรวจจับสิ่งกีดขวางภายในบ้านด้วย โดยมีมากถึง 24 สำหรับสแกนบริเวณโดยรอบ 7 ครั้งต่อวินาที ผสานการทำงานร่วมกับเลเซอร์คู่ LiDAR ช่วยให้ตัวหุ่นไม่วิ่งชนขอบกำแพงหรือชนสิ่งของที่กีดขวางจนเสียหายได้นั้นเอง แถมยังสแกนแบบ Realtime ชนิดที่เจอกีดขวางใหม่เมื่อไร ตัวหุ่นจะหยุดเคลื่อนไหวหรือหลีกเลี่ยงทันที

ระบบทำความสะอาดลูกกลิ้งด้วยตัวเอง Self-cleaning

ตามหัวข้อรีวิวเลยคือ “ดูดและถูฟื้นได้ในตัวเดียว” ซึ่งก็มาพร้อม ลูกกลิ้งแบบ Self-cleaning ที่ใช้สำหรับถูฟื้นโดยเฉพาะ และยังมาพร้อมระบบทำความสะอาดตัวเองด้วย ไม่ต้องถอดไปล้างและตากแห้งเอง แต่สามารถปล่อยให้ตัวแท่นชาร์จของ Dyson Spot+Scrub Ai คอยชาร์จไฟพร้อมกับส่งน้ำอุ่นผ่านระบบจ่ายน้ำ 12 จุด จากนั้นก็ใช้ความร้อนเพื่อเป่าให้แห้ง (จนเกิดไอน้ำตามภาพ) ทั้งหมดทำได้โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องไปถอดชิ้นส่วนอะไรเลย เพียงแค่รอผ่านแอปฯ ให้แจ้งเตือนเสร็จสิ้นการทำความสะอาดเท่านั้นพอ

อนึ่ง การทำความสะอาดให้เสร็จสมบูรณ์ 100% ค่อนข้างใช้เวลาพอควร แน่นอนว่าผู้ใช้ยังสามารถใช้งานตัวหุ่นต่อได้แม้ยังไม่เสร็จสิ้นกระบวนการ แต่เพื่อการประสิทธิภาพการใช้งาน ควรปล่อยให้เสร็จก่อนใช้งานต่อดีกว่าครับ

หากสังเกตุที่ตัวลูกลิ้งของตัวหุ่นดี ๆ จะเห็นเลยว่ามันสามารถเลื่อนซ้ายขวาไปมาได้ เพื่อการถูพื้นแบบทั่วถึงนั่นเอง เผื่อเวลาชิดกำแพงหรือตามขอบพื้นที่ ตัวกลไกลูกกลิ้งจะยึดออกโดยอัตโนมัติ 40 มม. ช่วยจัดการคราบสกปรกที่มักสะสมอยู่ในบริเวณที่เข้าถึงยากได้โดยอัตโนมัติ

การใช้งาน

ก่อนอื่น ต้องขอชมจุดเด่นของแบรนด์ Dyson ที่มีเสมอมาเลยคือ “Easy Use” หรือใช้งานง่าย เป็นมิตรกับผู้ใช้ทั่วไปโดยแท้ สำหรับตัว Dyson Spot+Scrub AI การควบคุมทั้งหมดก็ทำได้ผ่านแอปฯ “MyDyson” ซึ่งจำเป็นมากทั้งการเปิดใช้งานและสั่งการ ทว่าก่อนจะไปดูจุดนั้น ลองมาดูวิธีประกอบใช้งานส่วนต่าง ๆ ตามนี้ครับ

อันดับแรกก็ประกอบส่วนแปรงด้านข้างทั้งสองฝั่งก่อน ซึ่งสามารถนำไปใส่ได้ทันที

ถัดมาคือประกอบส่วนฐานด้านล่าง ให้ตัวหุ่น Dyson Spot+Scrub Ai เคลื่อนตัวมาชาร์จไฟและจัดเก็บฝุ่นได้ง่าย

ถัดมาคือส่วนสำคัญของหุ่น Dyson Spot+Scrub Ai นี้เลยอย่าง Base Station ที่เป็นได้ทั้งแท่นชาร์จไฟ แท่นเก็บฝุ่น แท่นเก็บน้ำ และทำความสะอาดลูกกลิ้ง ซึ่งตัวแท่นก็มาพร้อมถังเก็บน้ำและฝุ่นทั้ง 3 ชนิดตามนี้

ถังเก็บฝุ่นแห้งอัตโนมัติ

ประเดิมที่ตัวหลักอย่างถังเก็บฝุ่นแห้งอัตโนมัติ มาพร้อมระบบ Cyclones อันคุ้นเคย (ที่มักเห็นได้ในเครื่องดูดฝุ่นหลาย ๆ ตัวของ Dyson) ช่วยแยกฝุ่นออกจากอากาศ ซึ่งรองรับการใช้งานได้สูงสุดถึง 100 วัน และยังออกแบบให้สามารถเทฝุ่นออกด้วยมือเดียวได้ง่าย ๆ เลย โดยมีกลไกแกะออกที่ปุ่มกดสีแดงให้เห็นชัดเจน

ถังเก็บน้ำเสีย (2.1 ลิตร)

ถัดมาคือถังสำหรับเก็บน้ำเสียขนาด 2.1 ลิตร ที่มาจากการทำความสะอาดตัวลูกกลิ้งนั้นเอง โดยน้ำที่ใช้แล้วก็จะถูกลำเลียงมาเก็บในนี้ชั่วคราว จากนั้นผู้ใช้ก็ทำการถอดไปเทออกภายหลัง

ถังเก็บน้ำสะอาด (2.3 ลิตร)

ปิดท้ายด้วยถังเก็บน้ำสะอาดขนาด 2.3 ลิตร เอาไว้สำหรับการถูพื้นและทำความสะอาดตัวลูกกลิ้งของ Dyson Spot+Scrub Ai โดยเฉพาะ ซึ่งมีจุดสังเกตเป็นสัญลักษณ์สีฟ้าชัดเจน และหากเปิดตัวถังออก ก็จะพบส่วนดูดน้ำตามภาพ จะได้ไม่จำสับสนกับถังเก็บน้ำเสียที่คล้ายกัน

หลังติดตั้งตัวถึงเก็บทั้ง 3 แล้ว ต่อไปก็นำหุ่น Dyson Spot+Scrub Ai มาวางให้ติดกับแท่นชาร์จเลย จากนั้นก็ทำการโหลดแอปฯ MyDyson เพื่อเปิดใช้งานตัวหุ่นครั้งแรกได้ง่าย ๆ ตามนี้

แอปฯ MyDyson

สำหรับการเปิดใช้งานตัว Dyson Spot+Scrub Ai นั้น จำเป็นต้องโหลดและติดตั้งแอปฯ MyDyson ลงในสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตตามสะดวก จากนั้นก็เตรียมคลื่น Wi-Fi จากเราเตอร์ในบ้านไว้ด้วย เพื่อการควบคุมใช้งานตัวหุ่นจากระยะไกลหรือทุกที่ (ที่มีเน็ต)

หลังติดตั้งตัวแอปฯ แล้ว ต่อไปก็ทำตามขั้นตอนที่แอปฯ บอกได้เลย ตั้งแต่การเปิด Bluetooth ผ่านปุ่มกดบนตัวหุ่นค้างไว้ จากนั้นก็เชื่อมต่อ Wi-Fi กับตั้งค่าการใช้งานที่จำเป็น ปิดท้ายด้วยการอัปเดตเฟิร์มแวร์เป็นอันเสร็จ

เมื่อมาถึงหน้า Home หรือควบคุมหลักของ Dyson Spot+Scrub Ai แล้ว ต่อไปก็สั่งให้ตัวหุ่นทำการ “Mapping” หรือสแกนพื้นที่สำหรับทำความสะอาดในห้องที่ต้องการ ระหว่างนี้ก็ปล่อยให้ตัวหุ่นสแกนจนกว่าจะเสร็จเลย เพื่อให้ได้คำสั่งทำงานหลังจากนี้เอง และจะเป็นอะไรที่ผู้ใช้ได้ใช้งานบ่อย ๆ หลังจากนี้แน่ โดยรวมก็บอกได้เลยว่า Dyson ออกแบบ UI และระบบการใช้งา่นได้เข้าใจง่ายมาก แทบไม่มีอะไรซับซ้อนเลย จะมีแค่ส่วน Mapping ที่อาจใช้เวลาพอควร ยิ่งห้องใหญ่ พื้นที่กว้าง ก็ยิ่งใช้เวลามากขึ้นเท่านั้น

ประสิทธิภาพ

ประโยชน์ของหุ่นยนต์ดูดฝุุ่น ก็ตรงตัวเลยคือ ‘ดูดฝุ่น’ แต่ภายหลังได้พัฒนาให้ทำได้มากกว่านั้นแล้ว อย่างตัว Dyson Spot+Scrub Ai ก็มาพร้อมฟีเจอร์ถูพื้นด้วย แต่ในรีวิวนี้ขอวัดประสิทธิภาพด้าน AI หรือระบบตรวจจับของตัวหุ่น ว่าสามารถสแกนสภาพแวดล้อมและทำงานได้สมบูรณ์แค่ไหนกันครับ

หลังการทำ Mapping เสร็จสิ้น ตัวหุ่นก็สามารถแยกได้เลยว่าพื้นที่ทำความสะอาด ‘มีแบ่งห้องไหม ?’ อย่างในรีวิวนี้ก็มีแบ่งเป็นห้องเล็กและใหญ่ เชื่อมต่อผ่านประตูบานเดียว เมื่อถูก Mapping ก็ถูกแบ่งเป็น 2 ห้องตามภาพจริงเลย ทั้งนี้หากตัวหุ่นพบสิ่งกีดขวาง ก็จะระบุจุดที่วิ่งได้ตามสภาพเช่นกัน

 

เมื่อสั่งให้ทำงาน ในแอปฯ MyDyson จะแสดงสถานะแบบ Realtime ให้ผู้ใช้ติดตามได้ตลอดเวลา ดูได้เลยว่าตัวหุ่นวิ่งอยู่จุดไหน และเสร็จถึงไหนแล้ว โดย ‘เส้นสีม่วง’ ในแอปฯ ก็เป็นการระบุถึงการดูดฝุ่น ซึ่งหากระบบ AI แบบจุดที่เป็นคราบ ก็จะสลับเปลี่ยนไปใช้ลูกกลิ้งช่วยขัดทันที

อย่างไรก็ตาม หากต้องการให้ตัวหุ่นดูดฝุ่นและถูพื้นพร้อมกัน โดยไม่ต้องรอ AI ตัดสิน ก็สามารถตั้งค่าการทำงานเองผ่านแอปฯ ได้เลย (เลือก ‘Wash’ หรือ ‘Vacuum then Wash’) ตามห้องที่ต้องการ ทั้งนี้หากตัวหุ่นมีการใช้น้ำสำหรับถูพื้นด้วย ก็จะมี ‘เส้นสีฟ้า’ ระบุแยกตามนี้

ในส่วนระบบแยกคราบและสิ่งกีดขวางนั้น หากตัวหุ่นพบอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็จะระบุหรือ Mark สีสัญลักษณ์ในพื้นที่ทำความสะอาดไว้ด้วย เป็นการระบุเลยว่าขั้นตอนทำความสะอาดนั้น มีพบอะไรและเสร็จสิ้นไปแล้วบ้าง

ท้ายนี้ส่วน Mapping ดูสถานะการทำงาน ก็สามารถเลือกดูได้แบบ 2D หรือ 3D ตามที่ต้องการ ส่วนตัวชอบดูแบบ 3D มากกว่า เพราะทำให้เห็นตำแหน่งตัวหุ่น Dyson Spot+Scrub Ai ได้ชัดเจนเลย และทำให้เห็นสภาพแวดล้อมโดยรวมได้ดีกว่าด้วย

สรุป

หากใครกำลังมองหาหุ่นยนต์ดูดฝุ่นไฮบริด เอาแบบครบวงจรจริง ๆ Dyson Spot+Scrub Ai นับเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก สามารถดูดฝุ่นและการถูพื้นได้ในตัวเดียว กับมาพร้อมฐานล้างและเทฝุ่นอัตโนมัติ สุดท้ายก็ดีไซน์ทันสมัยที่โดดเด่นตามสไตล์ Dyson สำหรับการใช้งานก็เป็นมิตรกับผู้ใช้ทั่วไปมาก ตอนตั้งค่าใช้งานครั้งแรกก็แทบจะจับมือผู้ใช้ให้ทำตามแล้ว อย่างไรก็ตามตัวหุ่นเหมาะกับพื้นที่ราบเรียบหรือแข็ง ไม่เหมาะกับดูดพรมเท่าไรนัก หากไม่ติดส่วนนี้ ก็สามารถดูตัว Dyson Spot+Scrub Ai นี้ในงบ 39,900 บาทได้ครับ

แชร์ :
Follow us
Most popular
Category
Tag

Relate Article