[ทลายขีดจำกัด] หากพูดถึงเครื่องเล่นเกมพกพา (Handheld PC) ในยุคปัจจุบัน การแข่งขันถือว่าดุเดือดมาก หลายแบรนด์ต่างเข็นนวัตกรรมของตัวเองออกมาประชันกันอย่างไม่หยุดหย่อน แต่ถ้าจะหาเครื่องที่ตอบโจทย์ความ “สมบูรณ์แบบ” ทั้งในแง่ของสรีรศาสตร์การจับถือ หน้าจอที่ใหญ่เต็มตา และที่สำคัญที่สุดคือ “ขุมพลังที่ซ่อนอยู่ภายใน” วันนี้ MSI ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ ด้วยการเปิดตัว MSI Claw 8 EX AI+ ที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งมโหฬารกันเลยครับ
หัวใจสำคัญของการอัปเกรดครั้งนี้เลยคือ Intel® Arc G3 Extreme ชิปประมวลผลตัว Top สุด ที่ออกแบบมาเพื่อ Handheld PC โดยเฉพาะ มาพร้อมเทคโนโลยี AI ตัวล่าสุดอย่าง XeSS 3 ที่มาช่วยมารีดเฟรมเรต (fps) ในเกม AAA ให้พุ่งทะยาน แซงหน้าคู่แข่งในตลาดไปอย่างขาดลอย แถมยังกินไฟน้อยลงจนแบตเตอรี่เล่นได้ยาวนานสูงสุดถึง 11 ชั่วโมง สำหรับใครที่กำลังเล็ง Handheld PC ที่ “เจ็บแต่จบ” ลองมาดูรีวิวนี้เลยครับ
รายละเอียดสเปก MSI Claw 8 EX AI+

- Model : MSI Claw 8 EX AI+ (CG3EM)
- Processor : Intel® Arc™ G3 Extreme processor (Max Turbo Frequency 4.7 GHz/14 Core)
- GPU : Intel® Arc™ GPU B390 (สถาปัตยกรรม Xe3)
- Display : 8-inch FHD+ (1920 x 1200), Touchscreen, IPS-Level panel, Refresh Rate 48~120Hz รองรับ VRR, สว่าง 500 nits, ขอบเขตสี 100% sRGB (Typical)
- Memory : 32GB LPDDR5x onboard (ความเร็วสูงสุด 8533 MT/s , Dual Channel)
- Storage : 1TB PCIe Gen4 NVMe M.2 2280 SSD (สล็อตอัปเกรดง่าย 1 ช่อง)
- Wireless / Bluetooth : Intel Wi-Fi 7 R2 BE213 (รองรับแบนด์วิดท์ 6GHz/160MHz) + Bluetooth® 6.0
- I/O Ports : 2x Thunderbolt™ 4 (รองรับ DisplayPort / Power Delivery 3.0), 1x Micro SD Express Card Reader, 1x Audio Combo Jack (Hi-Res Audio ready)
- Control and Input : ก้านอนาล็อกและทริกเกอร์แบบ Hall Effect ซ้าย-ขวา พร้อมไฟ RGB, D-pad, มอเตอร์สั่น 6-Axis IMU (HD Haptics รุ่นใหม่ LRA/VCM), ปุ่มมาโคร M1/M2
- Security : สแกนลายนิ้วมือบนปุ่มพาวเวอร์ (Fingerprint sensor on power button)
- Battery : 80Whr, 4-Cell Li-Polymer
- Power Supply : 65W USB-C PD 3.0
- Dimensions & Weight : 296-321 (W) x 130 (D) x 25-48 (H) มิลลิเมตร / น้ำหนัก 785 กรัม
- OS : Windows 11 Home
แกะกล่อง

สำหรับตคัวกล่องที่ได้มารีวิว ต้องบอกก่อนว่าเป็นเวอร์ชั่น Intel สำหรับการทำรีวิวโดยเฉพาะ ซึ่งก็มาพร้อมอุปกรณ์เสริมที่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็นตัวกล่อง Thunderbolt Dock สำหรับต่อขึ้นจอ กับหูฟังไร้สายรุ่นหนึ่ง และชุดไฟเลี้ยง ส่วนกล่อง MSI Claw 8 EX AI+ ที่วางจำหน่ายจริง ๆ จะมีทั้ง

- Travel Case (กระเป๋าพกพา) : กระเป๋ากันกระแทกดีไซน์ดุดัน พิมพ์ลาย CLAW พร้อมโลโก้ MSI โฮโลแกรมสวยงาม
- Grip Caps (ที่หุ้มอนาล็อก) : ชุดที่หุ้มก้านอนาล็อกลายมังกรและโลโก้รอยข่วน ช่วยเพิ่มความหนึบในการเล็งเป้าหมาย
- Keychain (พวงกุญแจ) : พวงกุญแจกรงเล็บเหล็กสุดเท่
- Tempered Glass Screen Protector : กระจกกันรอยหน้าจอติดมาให้พร้อมลุยทันที
งานออกแบบ และ “สรีรศาสตร์”


หากเทียบกับ Handheld รุ่นแรกของ MSI ต้องบอกว่า MSI Claw 8 EX AI+ ได้รับการยกเครื่องดีไซน์ใหม่ทั้งหมด โดยเน้นความเป็น Ergonomics มากขึ้น ที่จับถือได้สบาย สบายระดับเทียบเท่ากับการถือจอยสติ๊กจริง ๆ ให้ความรู้สึกเดียวกับจอยเกม PC หรือคอนโซลดี ๆ ตัวหนึ่งเลย
อนึ่งตัวเครื่องหนัก 785 กรัม ถือว่าเบาสำหรับ Handheld PC แต่ก็ยังไม่เหมาะที่จะถือเป็นเวลานาน ควรหาที่รองแขนด้วยจะดีมากครับ

ตัวเครื่องมาในโทนสีม่วงเข้ม ดูดุดันไม่แพ้สีดำเลย บริเวณกริปจับด้านข้าง ก็ถูกออกแบบให้มีความโค้งมนรับกับอุ้งมืออย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีกิมมิกสุดพิเศษคือ พื้นผิวแบบเลเซอร์ดอตที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากจอย Xbox Controller ซึ่งช่วยให้จับได้กระชับมือ ไม่ลื่นหลุดแม้จะมีเหงื่อออกจากการเล่นเกมอย่างหนักหน่วง ขอบปุ่มกดต่าง ๆ มีความโค้งมนมากขึ้น ช่วยให้การควบคุมลื่นไหลและนุ่มนวลกว่าเดิม
ตัวก้านอนาล็อกซ้าย-ขวา และทริกเกอร์ ก็ใช้เซนเซอร์แบบ Hall Effect ทั้งหมด ซึ่งใช้สนามแม่เหล็กในการตรวจจับการเคลื่อนไหวแทนการเสียดสีของหน้าสัมผัส ทำให้มีความแม่นยำสูง ทนทาน และบอกลาปัญหาจอยดริฟต์ไปได้เลย พร้อมล้อมรอบด้วยไฟ RGB Light Halo ที่ปรับแต่งเอฟเฟกต์สีสันได้ตามใจชอบผ่านซอฟต์แวร์ Mystic Light
ระบบสั่น HD Haptics ระดับ H-End

ความสมจริงในการเล่นเกมไม่ได้มาจากภาพและเสียงเท่านั้น แต่การสั่นก็เป็นเรื่องสำคัญ MSI Claw 8 EX AI+ ได้ทิ้งมอเตอร์สั่นแบบเก่า และเปลี่ยนมาใช้ มอเตอร์แนวราบและ VCM (New LRA/VCM Motor) ระดับ Hi-End แทน โดยมอเตอร์ชนิดนี้ก็มีจุดเด่นคือการใช้พลังงานต่ำมาก ทำงานเงียบกริบ แต่ให้การตอบสนองที่รวดเร็วสุด ๆ (ความหน่วงต่ำกว่า 5ms)

ความพิเศษคือระบบจะทำงานร่วมกับชิป Driver IC ตัวใหม่ และ Algorithm Engine ในการแปลงสัญญาณการสั่นแบบดั้งเดิม ให้กลายเป็นคลื่นความถี่ความละเอียดสูง เพื่อจำลองพื้นผิวฟิสิกส์ในเกมได้อย่างแม่นยำ ยกตัวอย่างเช่น หากเราเดินบนแผ่นเหล็ก ระบบจะสั่นแบบสั้น ๆ ถี่ ๆ หากเดินบนพื้นหญ้า จะสั่นเบา ๆ แบบต่อเนื่อง หรือหากเดินลุยโคลน จะเป็นการสั่นแบบเป็นจังหวะหนักสลับเบา ให้ความรู้สึกที่แข็งแกร่งและประณีตกว่าเครื่องเล่นเกมทั่วไปในตลาด
หน้าจอ 8 นิ้ว 120Hz พร้อมเทคโนโลยี VRR

หน้าจอคือจุดขายสำคัญที่ทำให้ MSI Claw 8 EX AI+ เหนือกว่าคู่แข่งหลายรุ่นในตลาดเลย ด้วยการขยับไซส์ขึ้นมาเป็น ขนาด 8 นิ้ว บนสัดส่วน 16:10 ที่ความละเอียด FHD+ (1920 x 1200) ซึ่งใหญ่เต็มตากว่าจอ 7 นิ้วแบบเดิม ๆ อย่างเห็นได้ชัด
พาเนลหน้าจอเป็นระดับ IPS-Level ที่ให้สีสันสวยงาม แม่นยำถึง 100% sRGB และสว่างสู้แสงได้ถึง 500 nits แต่ทีเด็ดจริง ๆ คืออัตราการรีเฟรชเรตที่สูงถึง 120Hz และรองรับเทคโนโลยี VRR (Variable Refresh Rate) ที่ระดับ 48-120Hz เทคโนโลยี VRR นี้จะทำหน้าที่ปรับอัตราการรีเฟรชของหน้าจอให้ตรงกับเฟรมเรตที่การ์ดจอทำได้แบบวินาทีต่อวินาที (เปิดเป็นค่าเริ่มต้นของเครื่อง) ผลลัพธ์คือ ผู้ใช้จะไม่พบเจอกับปัญหาภาพฉีกขาดเลย หรืออาการภาพกระตุกอีกต่อไป มอบประสบการณ์เกมเพลย์ระดับ AAA ที่เนียนตาขั้นสุด
ระบบระบายความร้อน Cooler Boost HyperFlow และการอัปเกรดที่ง่ายดาย

ด้วยความแรงของชิปตัวใหม่ เรื่องความร้อนจึงเป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้ MSI แก้ปัญหานี้ด้วยระบบ Cooler Boost HyperFlow โฉมใหม่ ที่เป็นการระบายความร้อนจากภายในสู่ภายนอกแบบปฏิวัติวงการ ด้วยการใช้พัดลมคู่แบบใหม่ ที่ถูกออกแบบให้มีความสูงเพิ่มขึ้น 0.5 มม. เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า (Claw 8 AI+) ซึ่งการเพิ่มขนาดเพียงเล็กน้อยนี้ กลับช่วยเพิ่มความสามารถในการระบายความร้อนได้ถึง 5W เพิ่มแรงดันลมได้ 25% และเพิ่มปริมาณอากาศไหลเวียนได้อีก 9% ผลที่ได้คือชิปประมวลผลสามารถรักษาความเร็วให้อยู่ในระดับสูงได้ต่อเนื่องยาวนาน โดยไม่เกิดอาการคอขวดจนความแรงชิปตก

อีกหนึ่งความใส่ใจของ MSI คือการออกแบบแผงวงจรภายในใหม่ทั้งหมด ผู้ใช้สามารถเปิดฝาหลังไขน็อตไม่กี่ตัว ก็จะพบกับสล็อตใส่ SSD แบบ M.2 2280 PCIe Gen 4 ทันที ซึ่งสล็อตขนาด 2280 นี้เป็นมาตรฐานที่หาซื้อ SSD ความจุสูง ๆ ได้ง่ายและมีราคาถูกกว่า SSD ไซส์เล็กแบบเดิมๆ มาก ใครอยากอัปเกรดความจุเป็น 2TB หรือ 4TB ก็ทำได้สบาย ๆ ดูได้จากภาพส่วนประกอบภายในนี้เลย
ที่สุดของการเชื่อมต่อ Wi-Fi 7 และ Thunderbolt 4

สำหรับการเชื่อมต่อไร้สายนั้น MSI Claw 8 EX AI+ มาพร้อมการ์ด Wi-Fi-7 หรือ Intel Wi-Fi-7 BE213 ให้เลย รองรับการทำงานบนคลื่นความถี่ 6GHz (ช่องสัญญาณ 160 MHz) ซึ่งให้แบนด์วิดท์กว้างและหลีกเลี่ยงสัญญาณรบกวนได้ดีเยี่ยม ช่วยให้เล่นเกมออนไลน์แบบไม่หลุดและสะดุดโดยง่าย (ถ้าเน็ตบ้านไม่ล่มเลยนะ)
อนึ่งมีการทดสอบของ Intel ด้วย ก็พบว่า Wi-Fi 7 สามารถทำความเร็วได้สูงถึง 2 Gbps ซึ่ง เร็วกว่า Wi-Fi รุ่นเก่าถึง 2 เท่า และถึงแม้จะเดินห่างจากเราเตอร์ไปถึง 26 เมตร (ผ่านกำแพง 2 ชั้น) ก็ยังทำความเร็วได้ดีกว่าถึง 1.7 เท่า เหมาะมากสำหรับการดาวน์โหลดเกมไฟล์ใหญ่ระดับ 100GB หรือการสตรีมมิ่งเกมโดยไม่มีสะดุด
นอกจากนี้ยังรองรับ Bluetooth 6.0 ด้วย ซึ่งประหยัดพลังงานขึ้น 50% และครอบคลุมระยะไกลขึ้น 50% สามารถส่งสัญญาณเสียงไร้สายแบบ Multi-stream ความหน่วงต่ำ ไปยังหูฟังไร้สายได้อย่างแม่นยำ และที่ขาดไม่ได้คือพอร์ต Thunderbolt 4 ที่มีมาให้ถึง 2 ช่อง รองรับแบนด์วิดท์ระดับ 40Gbps สามารถต่อออกจอ Monitor ความละเอียดสูง ชาร์จไฟ PD 3.0 ที่ 65W หรือใช้ฟีเจอร์ Thunderbolt Share สำหรับลากไฟล์เกมจาก PC หลักมาลงเครื่อง Handheld ได้ในพริบตา
MSI Center M โฉมใหม่ไฉไลกว่าเดิม

สำหรับเครื่อง Handheld PC แน่นอนว่าต้องมีซอฟต์แวร์ช่วยจัดการใช้งานโดยเฉพาะ ตัว MSI Claw 8 EX AI+ ก็มาพร้อม MSI Center M ที่ได้รับการปรับปรุงอินเทอร์เฟซให้เป็นมิตรกับผู้ใช้ Handheld มากขึ้น โดยแบ่งโหมดการทำงานออกเป็น 3 โหมดหลักที่เข้าใจง่ายตามนี้
- AI Engine (โหมดเริ่มต้น) : ให้ AI ของ MSI จัดการปรับจูนทั้งประสิทธิภาพ (TDP) ความเร็วพัดลม และสีสันหน้าจอให้สอดคล้องกับเกมหรือโปรแกรมที่กำลังใช้งานอยู่แบบเรียลไทม์โดยอัตโนมัติ (โดยส่วนตัวชอบโหมดนี้มากสุด จนแทบไม่ยุ่งกับ 2 โหมดที่เหลือเลย)
- Endurance : โหมดประหยัดพลังงานขั้นสุด จำกัดการใช้ไฟเพื่อยืดอายุแบตเตอรี่ให้เล่นได้นานที่สุด
- Manual : โหมดปรับแต่งเอง เปิดโอกาสให้เกมเมอร์สายฮาร์ดคอร์ปรับค่า TDP (PL1 ต่ำสุด 8W สูงสุด 35W / PL2 สูงสุด 45W) และตั้งกราฟความเร็วพัดลมได้อย่างอิสระ

Quick Settings & Xbox Mode ปรับปรุงใหม่ ที่ทาง MSI ได้แก้ปัญหาซอฟต์แวร์บังหน้าจอขณะเล่นเกม ด้วยการย่อขนาด Quick Settings ให้ผสานรวมกับ Xbox Game Bar กลายเป็น UI แบบกึ่งโปร่งใสขนาดกะทัดรัด (ใช้พื้นที่แค่ 1/3 ของจอ) ทำให้เราสามารถกดเรียกเมนูขึ้นมาปรับ TDP, ปิด-เปิด VRR, ดูสถานะเครื่อง (Real-time Monitor) หรือเรียกใช้ Frame Generation ได้ทันทีโดยไม่บดบังฉากสำคัญในเกม
Desktop Mode


ด้วยกล่อง Thunderbolt Dock ที่แถมมา ก็ช่วยให้ใช้ MSI Claw 8 EX AI+ แบบคอมฯ ตั้งโต๊ะได้สะดวกมาก ๆ เชื่อมต่อแค่สาย USB-C หรือ Thunderbolt 4 เส้นเดียวเท่านั้น สามารถนำคียบอร์ดกับเมาส์เกมมิ่งมาต่อ ไม่ก็จอยเกมตัวโปรดมาใช้งานร่วมกันได้เหมือนคอมฯ ตั้งโต๊ะ ถ้ามี Thunderbolt Dock หรือ Hub USB-C ดี ๆ ไว้เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อนี้เอง
เจาะลึกชิป Intel Arc G3 Extreme

มาถึงไฮไลต์สำคัญที่สุดของ MSI Claw 8 EX AI+ แล้ว นั่นคือชิปประมวลผล Intel® Arc™ G3 Extreme ซึ่งเป็นชิปตระกูล SoC (System on Chip) รุ่นใหม่ล่าสุดใน Core Ultra 200S Series ที่ Intel คัสตอมมาเพื่อขับเคลื่อน Handheld PC โดยเฉพาะ โดยมีจุดเด่นหลัก ๆ ตามนี้เลย

- GPU ขุมพลังสถาปัตยกรรม Xe3 : การ์ดจอออนบอร์ดรหัส Intel Arc B390 ที่ก้าวกระโดดจากสถาปัตยกรรม Xe2 มาเป็น Xe3 เพิ่มจำนวนคอร์ประมวลผลกราฟิกเป็น 12 Xe-cores และมีชุดประมวลผล Ray Tracing ถึง 12 Units พร้อมด้วยหน่วยประมวลผล AI อย่าง XMX AI Engines ที่มีมากถึง 96 ตัว
- เทคโนโลยี XeSS 3 (Frame Generation) : ชิป XMX จำนวนมหาศาล ถูกนำมาใช้ขับเคลื่อนฟีเจอร์ XeSS 3 ที่เป็นพระเอกขี่ม้าขาวของเครื่อง Handheld โดย XeSS 3 นอกจากการอัปสเกลภาพให้สวยคมชัดแล้ว ยังมีความสามารถ Multi-Frame Generation หรือการสร้างเฟรมภาพจำลองแทรกเข้าไป โดยสามารถแทรกได้สูงสุดถึง 3 เฟรมจำลองระหว่างเฟรมจริง 2 เฟรม พร้อมกับปรับแต่งให้มีความหน่วงต่ำ (Low-Latency) มอบผลลัพธ์เป็นเฟรมเรตที่พุ่งขึ้นเกือบ 3 เท่าตัว ให้การเคลื่อนไหวที่ลื่นไหลไร้รอยสะดุด
- Intelligent Bias Control (IBC) : ระบบอัจฉริยะที่ใช้ AI เข้ามาช่วยบาลานซ์และกระจายพลังงานไฟฟ้า (TDP) ระหว่าง CPU และ GPU แบบเรียลไทม์ ยกตัวอย่างเช่น ในขณะที่เราจำกัดไฟเครื่องไว้ที่ 12W ซึ่งน้อยมากๆ แต่ IBC จะรู้ว่าเกมนี้ต้องใช้การ์ดจอเยอะ จึงลดไฟ CPU ลงและป้อนไฟให้ GPU เต็มที่ ทำให้ประสิทธิภาพการเล่นเกมที่ไฟ 12W ของ Intel Arc G3 Extreme ทรงพลังและลื่นไหล ให้เฟรมเรตเฉลี่ยเพิ่มขึ้นถึง 13% เมื่อเทียบกับการปิดฟีเจอร์นี้
- Endurance Gaming Efficiency : สำหรับคนที่ต้องการเล่นเกมนอกบ้านนานๆ ฟีเจอร์นี้คือสวรรค์ โดยเราสามารถล็อคเป้าหมายเฟรมเรตในเกมไว้ที่ 30, 40 หรือ 60 FPS เมื่อเปิดใช้งาน ระบบ Dynamic Tuning Technology (DTT) ของ Intel จะเข้าไปจำกัดการดึงพลังงานทันที ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนคือเกม Team Fortress 2 เมื่อเปิดโหมดนี้และล็อคเป้าหมายที่ 30 FPS ปริมาณการใช้พลังงานรวมของชิป (Package Power) จะดิ่งลงจาก 22 วัตต์ เหลือเพียง 4 วัตต์ เท่านั้น! ส่งผลให้แบตเตอรี่ความจุ 80Whr ของเครื่อง สามารถยืดอายุการเล่นเกมได้ยาวนานสูงสุดถึง 11 ชั่วโมง เลยทีเดียว
- Precompiled Shaders : เทคโนโลยีการดึงแคช Shader ของเกมที่ถูก Compile มาแล้วจากเซิร์ฟเวอร์ของ Intel โหลดลงเครื่องล่วงหน้า ช่วยลดภาระของ CPU ตอนเข้าเกมครั้งแรก ผลคือทำให้ใช้เวลาโหลดเข้าเกมเร็วขึ้นเฉลี่ยถึง 3 เท่า และแก้ปัญหาภาพกระตุก (Stuttering) ในช่วงต้นเกมได้อย่างชะงัด
ประสิทธิภาพ

ประเดิมด้วย CPU-Z จับเทส Bench CPU ก่อนเลย พบความเร็วทั้ง Single Thread กับ Muti Thread สูงกว่า Intel Core i9-11900K เรียบร้อย (อดีตตัว Top ที่เคยใฝ่ผัน…) ถ้าเทียบความแรงของซีพียูในปัจจุบันก็ประมาณ Intel Core Ultra 5 225F เลยครับ

ต่อด้วย PC Mark 10 ก็ได้มากถึง 9,137 คะแนน เทียบได้กับเครื่อง PC ที่ใช้ชิป Intel Core Ultra 9 285K แบบหายใจลดต้นคอเลย (9,3XX)

3D Mark ในส่วน CPU Pofile ก็ได้ Max Threads ที่ 7394 คะแนน ตามสภาพจำนวน 14 Core
ในส่วนคะแนนจาก 3D Mark ตัวอื่น ๆ วัดความแรงตัวการ์ดจอ Intel ArcGPU B390 โดยเฉพาะ ก็ได้คะแนน Fire Strike Ultra ไปที่ 3501 คะแนน กับ Time Spy Extreme ที่ 2,965 คะแนน และสุดท้าย Steel Nomad ที่ 1,516 คะแนน รวม ๆ ก็บอกได้เลยเป็นคะแนนที่ไม่มาก น้อยกว่า Intel Arc B570 ถึงครึ่ง ก็ตามสภาพชิป SoC ขนาดเล็ก เพียงแต่ Intel ArcG3 Extreme มี XeSS 3 ฟีเจอร์ AI ช่วยเพิ่มเฟรมเรตเกม PC (ที่รองรับ) ทำให้ช่วยทดแทนความแรงดิบได้ดีนั้นเอง ซึ่งเดี๋ยวมาดูกัน

Cinebench R23 ก็ได้คะแนน Single-Core ที่ 1898 pts และ Multi-Core 12929 pts จัดว่าแรงกำลังดี

ต่อด้วย Cinebench 2026 ตัวล่าสุด ก็ได้คะแนน Multi-Core ที่ 3490 pts และ Single-Core ที่ 347 pts

ลองเทส Geekbench 6 ก็ได้ Single-Core ที่ 2739 คะแนน กับ Multi-Core ที่ 13618 คะแนน

ในส่วนชิป NPU ของ Intel Arc G3 Extreme ก็สามารถรัน Geekbench AI (ONNX) ได้ไป 3657 คะแนน สำหรับ Single Precision กับ 1586 สำหรับ Half Precision และ 6795 สำหรับ Quantized

ลองทดสอบการระบายความร้อน หากใช้งานเต็ม Max ก็มีความร้อนเฉลี่ยที่ 85 องศาเท่านั้น Cooler Boost HyperFlow โฉมใหม่คือดีจริง
ส่วนอายุการใช้งานแบตฯ ขนาด 8oWhr ของตัว MSI Claw 8 EX AI+ (ใหญ่กว่าโน้ตบุ๊กหลายรุ่นเลย) สามารถเล่นเกมได้นานไหม ? อยากหาโอกาสถ่ายคลิป Timelapse หรือทดสอบเล่นต่อเนื่อง 2 – 3 ชม. อยู่เหมือนกัน แต่ยังหาเวลาไม่ได้… ก็เลยลองสั้น ๆ กับการเล่นเกม AAA อย่าง Forza Horizon 6 แบบปรับภาพ Ultra โดยเล่นไปเกือบ 4 นาที (3:56) พบแบตฯ จาก 84% เหลือ 81% หากคิดเป็น 100% ก็อาจเล่นแบบ Full Lord ได้ถึง 2 ชม. เลย (ปรับภาพ Ultra ด้วย) ถ้าเล่นแบบประหยัดแบตฯ (Endurance Mode) และปรับภาพกราฟฟิก Low เชื่ออาจอยู่ได้ถึง 3 – 5 ชั่วโมงเลยก็ได้ หรือหากใช้งานทั่วไป ก็อาจใช้ได้นานตามที่ทาง MSI เคลมไว้ถึง 11 ชั่วโมงก็เป็นได้ครับ
Gaming Test

ปกติหากเล่นเกมด้วย Handheld PC ก็คงต้องยอมลดภาพกราฟฟิกเกม AAA ให้เหลือแค่ “Low” แต่สำหรับ MSI Claw 8 EX AI+ ที่มาพร้อมชิป Intel Arc G3 Extreme ก็สามารถเล่นเกม Forza Horizon 6 แบบปรับภาพ Ultra ความละเอียด Full HD กับเปิดฟีเจอร์ XeSS ได้ที่ Ouality (ไม่เปิด Ray Tracing) ก็ยังเล่นได้ลื่น ๆ ถึง 41 – 60 fps กันเลย
อนึ่งที่เห็นคลิปกระตุกช่วงแรก ๆ ตอนเล่นจริงแทบไม่เจอเลย แต่คลิปที่อัดเกิดกระตุกชัดเจน อาจเพราะปรับให้อัดแบบ 60 fps และความละเอิยดสูงสุด จนเครื่องทำงานหนักขึ้นก็เป็นได้

ต่อด้วยเกมคู่บุญอย่าง Cyberpunk 2077 ลองปรับภาพแบบ Ultra ความละเอียด Full HD พร้อมเปิดใช้งาน XeSS 2.0 กับ Frame Generation ก็สามารถเล่นได้ที่เฟรมเรต 75 – 86 fps กันเลย

เกมออนไลน์เล่นฟรี แต่กินสเปกมหาศาล ในที่นี้ก็ไม่พ้น Wuthering Waves ที่รองปรับภาพกราฟฟิกสุดทุกอย่างเลย บนความละเอียด Full HD พร้อมเปิดใช้งาน XeSS 2 กับ Ultimate Quality + Anti-Aliasing ก็เล่นได้เฉลี่ย 54 – 67 fps ลื่่นกว่าที่คิด แต่ก็มีเฟรมเรตแอบร่วงไปที่ 40 fps อยู่เหมือนกัน (ตามสภาพเกมที่เล่นเลย)

ปิดท้ายด้วยเกม Clair Obscur: Expedition 33 ที่ปัจจุบันกำลังรองรับ XeSS 3 ของการ์ดจอ Intel Arc ด้วย แต่ดูเหมือนยังไม่มา ก็เลยลองปรับภาพกราฟฟิก “สูงสุด” ที่ความละเอียด Full HD (อีกแล้ว) กับเปิดใช้ XeSS แบบ “ประสิทธิภาพ” และยังปิดใช้งาน Frame Generation กับ Intel Xe Low Latency ผลคือเล่นได้ 57 – 70 fps !!
สรุป

จากการทดสอบทั้งหมด ต้องยอมรับว่าการมาของ MSI Claw 8 EX AI+ คือการ “เกิดมาเพื่อฆ่า” ในวงการ Handheld PC อย่างแท้จริง การผสมผสานฮาร์ดแวร์ที่ยอดเยี่ยม ทั้งสรีรศาสตร์แบบจอย Xbox ที่ถือสบายมือ , ระบบสั่น LRA ที่สมจริง , หน้าจอ 8 นิ้ว 120Hz VRR ที่ใหญ่เต็มตา และสล็อตอัปเกรด M.2 2280
เหนือสิ่งอื่นใดคือขุมพลัง Intel® Arc™ G3 Extreme ที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าทรงพลังแค่ไหน การทำงานผสานกันของสถาปัตยกรรม Xe3 และ AI อันชาญฉลาด (XeSS 3 Frame Gen, Intelligent Bias Control) ทำให้เครื่องสามารถงัดเฟรมเรตในเกม AAA ออกมาได้สูง ปรับภาพสุด Ultra ก็เล่นได้สบาย
ใครที่กำลังมองหา Handheld PC สำหรับเล่นเกมยุคใหม่ ที่พกพาง่าย จอสวยสู้แสง และมีประสิทธิภาพเทียบชั้นการ์ดจอแยกในโน้ตบุ๊ก MSI Claw 8 EX AI+ คือคำตอบที่จบที่สุดในเวลานี้แล้วครับ รอวางจำหน่ายในไทยเร็ว ๆ นี้

































