เตรียมรับมือ ราคาแรม ปี 2027 อาจเลวร้ายที่สุด

[แย่ได้อีก] เชื่อว่าหลายคนอาจได้เห็น “สัญญาณ” แล้วว่าการ์ดจออาจขึ้นราคาเร็ว ๆ นี้ และคงเป็นราคาที่ชวนใจหายแน่นอน ซึ่งหากย้อนกลับไปในช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา SK Hynix หนึ่งในผู้ผลิตชิปแรมรายใหญ่ ออกมากล่าวเองเลยว่าปี 2027 จะเป็นปีที่เลวร้ายที่สุดของวิกฤตหน่วยความจำขาดแคลน

….ล่าสุดทาง Nvidia ประกาศจับมือกับ SK Group เปิดตัวโครงการศูนย์ข้อมูล AI มูลค่ากว่า 500 พันล้านดอลลาร์ฯ พร้อมประกาศความร่วมมือด้าน “หน่วยความจำ” อย่างเป็นทางการ

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ที่ผ่านมา Kwak Noh-jung ซีอีโอของ SK Hynix กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Reuters เลยว่าปี 2027 จะเป็นปีที่เลวร้ายที่สุดของวิกฤตแรม นับเป็นข่าวร้ายที่สวนทางกับข่าวดีของบริษัท หลังประสบความสำเร็จในการสร้างสถิติการเสนอขายหุ้น IPO ที่ใหญ่ที่สุดในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ โดยระดมทุนได้ถึง 2.65 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ

นอกจากปีหน้าจะเป็นปีที่เลวร้ายที่สุดแล้ว วิกฤตการณ์ดังกล่าวอาจยืดเยื้อไปจนถึงปี 2030 ด้วย หลังซีอีโอ Kwak Noh-jung เผยความต้องการจะยังคงสูงกว่ากำลังการผลิตของบริษัท สืบเนื่องจากความต้องการชิปหน่วยความจำขาดหรือ DRAM นั้น ถูกขับเคลื่อนอย่างหนักโดยหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) ที่ใช้ในตัวเร่งประมวลผล AI ซึ่งต้องใช้กระบวนการผลิตที่ซับซ้อนกว่ามากเมื่อเทียบกับแรม DDR5 สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ที่นอกจากกระบวนการผลิตขั้นสูงแล้ว HBM ยังกินพื้นที่กำลังการผลิตเวเฟอร์มากกว่า DDR5 อีกด้วย บีบให้แบรนด์หน่วยความจำรายใหญ่ต้องจัดสรรโควตาการผลิตใหม่ และทุ่มกำลังไปในสถานการณ์อุปทานที่ตึงตัวอยู่แล้ว

ต่อด้วยข่าวร้ายที่ 2 เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ทาง Reuters (เจ้าเดิม) เผย SK Hynix จับมือกับ Nvidia เปิดตัวโครงการศูนย์ข้อมูล AI มูลค่ากว่า 500 พันล้านดอลลาร์ฯ โดยทาง Nvidia กล่าวเลยว่าการร่วมมือครั้งนี้ จะครอบคลุมททั้งศูนย์ข้อมูล AI ขนาดใหญ่และชิปหน่วยความจำรุ่นใหม่ด้วย

ทั้งนี้ก็เพื่อรักษาความมั่นคงด้าน “การจัดหา” หน่วยความจำรุ่นใหม่สำหรับ Nvidia และร่วมกันพัฒนา HBM สำหรับการฝึกอบรม AI โดยเฉพาะ ส่วนตัวโครงการก็มีแผนที่จะสร้างศูนย์ข้อมูล AI ขนาด 2 กิกะวัตต์ ขับเคลื่อนด้วยชิป Vera Rubin ของ Nvidia และหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง HBM4 ของ SK Hynix พร้อมมีกำหนดจะเปิดใช้งานในปี “2027”

เป็นไปตามที่ SK Group กล่าวไว้ก่อนหน้านี้เลยว่า “ปัญหาการขาดแคลนชิปหน่วยความจำจะรุนแรงที่สุดในปี 2027 และความต้องการจะแซงหน้าอุปทานไปจนถึงปี 2030”

ที่มา : Reuters (1) , Reuters (2)

แชร์ :
Follow us
Most popular
Category
Tag

Relate Article