[ก่อนเสียดาย] ขึ้นชื่อว่าจอเกมมิ่ง หลายคนคงเน้นความละเอียดไว้ก่อน ไม่ก็รองรับ Refresh Rate ระดับ 144Hz ขึ้นไป หรือถ้างบหนาก็จัดจอ OLED ไปเลย ที่มีครบทั้งสองอย่าง ทว่าจอเกมดี ๆ ส่วนใหญ่ไม่ได้มีราคาถูก ยิ่งตัว Top ก็อาจใช้งบพอ ๆ กับคอมฯ ประกอบตัวแรงเลย จะซื้อทั้งนี้ก็ควรดูใจตัวเอง แล้วเลือกสเปกที่ใช่ดีกว่า ก่อนมานั่งเสียดายภายหลัง ดูยังไง ? ลองมาดู Buyer Guide นี้กันเลยครับ
จอเกมมิ่งคืออะไร
เริ่มจากเรื่อง Basic ก่อนเลย จอเกมมิ่ง (Gaming Monitor) คือจอคอมฯ สำหรับเล่นเกม โดยเน้นสเปก Refresh Rate หรือค่าที่แสดงถึงอัตราการแสดงภาพใหม่ได้ต่อวินาที โดยมีหน่วยเป็นเฮิรตซ์ (Hz) ซึ่งหากเป็นจอทั่วไป หรือเน้นทำงาน ก็มักมีเพียง 60Hz แต่ถ้าเป็นจอเกมมิ่งก็เริ่มต้นที่ 144Hz ขึ้นไปเลย
ทั้งนี้จอเกมมิ่งที่มีค่า Refresh Rate สูง ก็จะช่วยให้เล่นเกมที่มีการเคลื่อนไหวรวดเร็วได้ทันที เช่น เกมแนว FPS เวลาสบัดเมาส์หาเป้าหมาย ตัวจอก็จะเปลี่ยนภาพตามได้ไว ไม่ดูติด ๆ ขัด ๆ หรือเห็นจอกระพริบเป็นเส้น ๆ ให้ระคายตาเลย
ถัดมาคือฟีเจอร์ที่รองรับ ซึ่งหากเป็นจอเกมมิ่ง ก็จะมีฟีเจอร์ช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับเล่นเกมโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการปรับโหมดแสดงผลให้เหมาะกับการเล่นเกม ฟีเจอร์ปรับสมดุลแสง ช่วยเพิ่มความสว่างในมุมมืดของเกม ทำให้มองเห็นศัตรูที่ซ่อนอยู่ได้ชัดเจนขึ้นโดยภาพรวมไม่สว่างจ้าจนเกินไป และฟีเจอร์สร้างเป้า Crosshair กลางจอ และอีกมากมาย
หรือระบบป้องกันภาพฉีกขาด (Adaptive Sync) สำหรับการ์ดจอทั้ง G-Sync ของ Nvidia หรือ FreeSync ของ AMD ก็ช่วยการทำงานระหว่างการ์ดจอกับจอคอมฯ ให้ตรงกัน ทำให้ภาพไม่มีรอยแตก ช่วยหนุนการรองรับ Refresh Rate สูง ๆ ได้ดีกว่าเดิม
OLED จำเป็นไหม ???
อิงจากส่วนตัวเลย ปัจจุบันยังใช้จอ IPS ความละเอียด 2K แต่ก็อดชื่นชมจอ OLED ไม่ได้ ที่สวยคมกว่าจอตัวเก่งหลายเท่า และพัฒนามาเพื่อเล่นเกมโดยเฉพาะ ทว่าจอ IPS ที่ใช้อยู่นั้นมีขนาดใหญ่ถึง 32 นิ้ว และได้มาในราคาไม่เกินหมื่นบาท หากจะหาจอ OLED ขนาด 32 นิ้ว ยังไงก็ต้องใช้งบเกิน 2 หมื่นบาท จึงยังคงชั่งใจทุกวันนี้
ฉะนั้นโจทย์แรกเลยคือ ของเดิมที่มียังดีอยู่ไหม ? หากไม่ดีพอก็ซื้อใหม่ ถ้างบเหลือก็จัด OLED ซึ่งก็ยืนยันคำเดิมว่า OLED สวยกว่าจอ IPS หรือ VA และ TN หลายเท่า จากที่เคยรีวิวมาหลายรุ่น ตั้งแต่รุ่นถูกสุดจนแพงสุดเลย แถมปัจจุบันก็มีราคาเริ่มต้นถูกมาก ๆ ชนิดที่หมื่นต้น ๆ ก็ซื้อได้แล้ว
แต่ถ้างบจำกัดจริง ๆ หรืออยากโยกไปสำหรับคอมฯ ประกอบแทน ก็บอกลา OLED แล้วยินดีต้อนรับเข้าสู่ IPS กับ VA สองพาแนลจอเกมมิ่งสุดคุ้มค่า ที่งบแค่ 5 พันบาท ก็ได้จอเกมมิ่งดี ๆ แล้ว เช่นตัว GIGABYTE G27Q2 ที่ได้ทั้งขนาด 27 นิ้ว จอ IPS ความละเอียด 2K และรองรับรีเฟรชเรทได้สูงถึง 210Hz (OC)
อีกตัวคือ LG ULTRAGEAR 27G550B-B เป็นจอ IPS ความละเอียด FHD แต่รองรับรีเฟรชเรทได้มากถึง 300HZ ในงบ 6 พันบาทกว่า ๆ ที่วันหนึ่งอาจลดเหลือ 5 พันบาทกว่า ๆ ด้วย
มุ่งสู่ OLED เต็มตัว
หากตัดสินใจได้แล้วว่าต้องจอ OLED เท่านั้น ก็ขอต้อนรับเข้าสู่โลกของสีสันและความคมชัดบาดตาเลย ซึ่งให้สีดำที่มืดสนิท (True Black) และคอนทราสต์ที่สมจริงที่สุด โดยปัจจุบันจอ OLED ก็มีแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ QD-OLED กับ WOLED
- QD-OLED (Quantum Dot OLED) : เน้นความสดเด้งของสีสัน สู้แสงแดดหรือห้องที่สว่างได้ดีกว่า (Brightness สูงกว่า) เหมาะกับคนที่ชอบภาพสีสันจัดจ้าน เล่นเกม AAA ภาพอลังการ
- WOLED (White OLED) : โดดเด่นเรื่องความคมชัดของขอบภาพและตัวหนังสือ เหมาะกับคนที่เอาจอไปเล่นเกมผสมกับการทำงานพิมพ์เอกสาร หรืออ่านเว็บเป็นเวลานาน ๆ
Refresh Rate 240Hz คือความลื่นไหลมาตรฐานใหม่
ถ้า 144Hz คือความลื่นไหลของยุคก่อน ปัจจุบันนี้จอเกมมิ่งตัวจบต้องมองหา 240Hz ขึ้นไป (บางรุ่นทะลุไปถึง 360Hz หรือ 480Hz แล้ว) ข้อดีของการที่จอมี Refresh Rate สูง ๆ ผสมกับ Response Time ที่ต่ำระดับ 0.03ms ของจอ OLED คือมันจะลบอาการ “ภาพเบลอ” (Motion Blur) เวลาหันเมาส์ไว ๆ ทิ้งไปจนหมดเกลี้ยง ทำให้สายเล่นเกม FPS ได้เปรียบแบบสุด ๆ
G-Sync และ FreeSync ของมันต้องมี
เวลาเฟรมเรตที่การ์ดจอปั่นออกมา ไม่สัมพันธ์กับ Refresh Rate ของหน้าจอ จะเกิดอาการภาพฉีกขาด (Screen Tearing) จอเกมมิ่งที่ดีต้องรองรับเทคโนโลยี G-Sync หรือ FreeSync เพื่อช่วยซิงก์จังหวะการแสดงผลของหน้าจอให้ตรงกับการ์ดจอ Nvidia หรือ AMD อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้ได้ภาพที่เนียนตา ไม่มีสะดุดแม้ในฉากที่มีเอฟเฟกต์ระเบิดตูมตาม ปัจจุบันจอเกมมิ่งส่วนใหญ่ ก็รองรับได้ทั้งคู่กันหมดแล้วด้วย
การรับประกันหน้าจอ (สำคัญ)
ปัญหาคลาสสิกของจอ OLED คือเรื่องภาพค้างติดหน้าจอ หรือ “Burn-in” ดังนั้นเวลาไปซื้อที่หน้างาน อย่าลืมพลิกดูเงื่อนไขการรับประกันเด็ดขาด แบรนด์ชั้นนำในปัจจุบันควรมี การรับประกันอาการ Burn-in อย่างน้อย 3 ปี และควรสอบถามพนักงานให้ชัดเจนว่าครอบคลุมการเปลี่ยนพาเนลใหม่ให้เลยหรือไม่
อนึ่งเวลาไปเดินเลือกซื้อจอในงานแฟร์ใหญ่ ๆ อย่างงาน Commart UltraForce (วันที่ 2-5 ก.ค. 69 ณ ไบเทค บางนา) อย่าลืมลองขอปรับตั้งค่าความสว่างจอดูด้วยตัวเอง และถ้าเป็นไปได้ ให้ทดสอบเปิดภาพสีดำล้วน เพื่อเช็กความเนียนของแสงบนหน้าจอก่อนยกกลับบ้านทุกครั้ง และแน่นอนว่าอย่าลืมถามเรื่องประกันกับพนักงานขายให้ดี ๆ เพื่อความมั่นใจตอนใช้งานในระยะยาวเลยครับ
