Skip to content

The Best Mouse 2021 ถูกใจ ไม่ว่าจะสายไหน

ต้องยอมรับว่าเมาส์คือส่วนประกอบสำคัญหนึ่งของการใช้งานคอมพิวเตอร์ ซึ่งทุกวันนี้ เมาส์ได้สร้างออกมาหลากหลายรูปแบบเพื่อให้สอดรับกับความต้องการของผู้ใช้มากขึ้น และก็มีหลายแบรนด์ที่แข่งกันดีไซน์เมาส์ให้ถูกใจคนใช้งานมากที่สุด

วันนี้ผมได้คัดเลือกเมาส์ที่ตอบโจทย์ในด้านต่าง ๆ โดยอิงข้อมูลจากจากเว็บไซต์ดัง ๆ อย่าง PC MAG , Tom Hardware และ Techspot รวมทั้งความคิดเห็นส่วนตัวด้วย เกิดเป็น The Best เมาส์ 7 รูปแบบสำหรับใช้งานตามไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย จะมีอะไรบ้าง ไปอ่านกันครับ

1.Best friendly mouse : Razer DEATHADDER ELITE

ตัวแรก ขอยกให้ทางฝั่ง Razer ละกัน (ขอโทษหากขัดใจใครบางคนนะ) แต่เมาส์รุ่นนี้ของ Razer นับว่าเป็นรุ่นยอดนิยมของเหล่าเกมเมอร์เลย ด้วยราคาที่เข้าถึงง่าย สเปคที่สูงมาก มี RGB ที่ปรับแสงได้ เซนเซอร์ที่แม่นยำจาก Pixart  ทำให้มันน่าหยิบจับมาลองสักตัวจริง ๆ

ฟีเจอร์เด่น

  • ปรับค่า DPI ได้ถึง 16,000
  • Razer Chroma ปรับรูปแบบไฟ RGB ได้มากถึง 7 แบบ
  • เซนเซอร์จาก Pixart  ที่รวมมือกับ  Razer ให้ความแม่นยำสูง
  • ราคาอยู่ระหว่าง 990 – 1,490  บาท

2.The Best Gaming Mouse :  Zowie EC2

ใครเป็นเกมเมอร์ไม่รู้จัก Zowie ถือว่าเชยไปนิดนึงนะครับ เพราะเมาส์แบรนด์ออกแบบมาสำหรับนักแข่ง E-Sport โดยเฉพาะ  ดีไซน์ไม่ได้ดูหรู ออปชั่นไม่ได้เยอะมาก แต่ให้ความสำคัญสำหรับคนที่ต้องจับเมาส์นาน ๆ   ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ไม่ใช่ให้ปวดข้อมือง่ายครับ

ฟีเจอร์เด่น

  • ดีไซน์โค้งมน ออกแบบตามสรีรศาสตร์  
  • ปุ่มปรับ DPI อยู่ด้านล่างเมาส์ ไม่ต้องกลัวว่าไปจะเผลอกดเปลี่ยนโดยไม่ตั้งใจ
  • มีรุ่นให้เลือกทั้งคนที่ถนัดขวาและถนัดซ้าย
  • ราคาไม่แรงมาก อยู่ที่ 2,290

3.Best backpack traveler mouse : Logitech MX Anywhere 2S

เมาส์สำหรับสายพกพา ต้องยกให้ตัวนี้ Logitech MX Anywhere 2S (แค่ชื่อก็บอกอยู่แล้ว)  โดนใจสาย Work anywhere  หากเรามีพื้นที่ทำงานเป็นร้านกาแฟหรือคาเฟ่เล็ก ๆ สิ่งที่เป็นตัวช่วยคือหาเมาส์ไร้สายดี ๆ สักตัว เมาส์รุ่นนี้มีการออกแบบที่ให้เราสามารถใช้งานได้นาน ๆ ตัวเมาส์ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป ขนาดเล็ก พกใส่กระเป๋าได้ง่าย เซนเซอร์ความละเอียดสูง ไม่เกิดอาการเมาส์วาป

ฟีเจอร์เด่น 

  • ขนาดเล็ก พาพาง่าย
  • เซนเซอร์คุณภาพ ไม่เกิดอาการเมาส์วาป
  • กินพลังงานน้อย ใช้งานได้ยาวนานประมาณ 70 วัน
  • ใช้งานได้กับทุกสภาพผิว
  • ปรับความละเอียดได้สูงสุดที่ 4,000 DPI
  • เชื่อมต่อได้ 2 ระบบทั้งระบบ 2.4G Wireless USB Receiver และ ระบบ Bluetooth
  • ราคาประมาณ 1,990 – 2,490

4.Best Value Option :  Logitech G102 

หากใครต้องการเมาส์ราคาถูก ปรับความละเอียดได้ในระดับหนึ่ง มีไฟในตัวนิดหน่อย Logitech G102  ถือเป็นตัวเลือกที่ดีครับ  ดีไซน์ที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้ทั้งคนถนัดซ้ายและขวา ปรับ DPI ได้ 4 ระดับ มี RGB ในตัว

ฟีเจอร์เด่น

  • ปรับ DPI ได้สูงสุด 4,000
  • มีไฟ RGB ในตัว ปรับแสงอัตโนมัติ
  • เป็นเมาส์สาย ไม่ต้องกลัวแบตหมด
  • รองรับใช้งานได้ทุกสภาพผิว
  • จับถนัดมือ ทำงานก็ได้ เล่นเกมก็ดี
  • ราคาอยู่ที่ 590 บาท

5.Best Ergonomic Mouse  : Logitech MX Vertical

ใครเป็นสายกราฟฟิกต้องใช้งานเมาส์นาน ๆ อาจต้องการเมาส์ที่ช่วยรักษาสุขภาพมือตัวเองไว้  ผมแนะนำตัวนี้เลย  แต่จริง ๆ แล้ว เมาส์รุ่นนี้ก็ออกมานานแล้ว ซึ่งตอนนี้ก็หาซื้อยากหน่อย

ฟีเจอร์เด่น 

  • ดีไซน์ออกแบบตามสรีรศาสต์  เหมาะกับคนที่ต้องใช้เมาส์เป็นเวลานาน 
  • เป็นแบบไร้สาย ไม่ต้องสายรุงรัง
  • ใช้งานได้นานต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

6.Best Mouse for MOBA MMOs :  Razer Naga Trinity

ใครเล่น Moba แล้วต้องการใช้ Macro  ตัวนี้ตอบโจทย์ (ปุ่มเยอะดี) ออกแบบให้มีปุ่ม Macro  จำนวนมากให้เราเซ็ตสกิลต่าง ๆ ได้ง่าย

แต่มองอีกมุมก็ดูโกงนิด ๆ นะ (ฮ่าๆ)

ฟีเจอร์เด่น 

  • ดีไซน์สวย มีไฟ Chroma RGB
  • ปุ่ม Macro เปลี่ยนได้
  • ความละเอียดสูงสุดที่ 16,000 DPI
  • ราคา 2,590  – 2,990

7.Best Feature Mouse Steelseries Rival 710

ขึ้นชื่อมาว่า ฟีเจอร์เมาส์ นั่นแปลว่า ต้องมีฟังก์ชั่นที่โดดเด่นกว่าเมาส์ตัวอื่น ซึ่งมันก็ใช่ครับ ตัวนี้ออกแบบตามสรีระของคนมือใหญ่ จับถนัดมาก แถมตัวเมาส์ยังมีจอ LED ด้านข้างและระบบสั่นภายในตัว

ฟีเจอร์เด่น

  • ปรับความละเอียดได้สูงสุดที่ 12,000 DPI
  • มีจอ LED ด้านข้างเมาส์ ใส่ไฟล์ GIF สนุก ๆ ได้
  • เมาส์มีระบบสั่น เพิ่มอัตถรสในการเล่นเกม