Skip to content

รีวิว : Mercusys MR70X เราเตอร์ Wi-Fi 6 เร็วแรง ฟีเจอร์แน่น ในราคาพันบาท

หากใครกำลังหาซื้อเราเตอร์ Wi-Fi ตัวใหม่อยู่ แนะนำให้มองหาตัวที่มีโลโก้ ‘Wi-Fi 6’ แปะที่กล่องก่อนเลย และรีวิวนี้ก็ขอแนะนำ Mercusys MR70X เราเตอร์ Wi-Fi 6 เร็วแรง ฟีเจอร์แน่น ในราคา 1 พันต้น ๆ เท่านั้น ของดีในราคาถูกโดยแท้ ส่วนประสิทธิภาพเป็นไง และทำไมถึงบอกว่าต้อง Wi-Fi 6


นับตั้งแต่ที่เคยรีวิวเราเตอร์ Wi-Fi มาหลายรุ่น หนึ่งในเทคโนโลยีที่มองว่า ‘เห็นผลจริง’ มีแล้วช่วยให้การเชื่อมต่อไร้สายดีขึ้นแบบ ‘ทันตา’ นั้นคือ 802.11ax หรือเรียกง่าย ๆ ว่า Wi-Fi 6 มาตรฐานการเชื่อมต่อแบบใหม่ ที่ช่วยให้รับส่งข้อมูลได้เร็วขึ้น และรองรับการใช้งานร่วมกันหลายอุปกรณ์ได้ดีขึ้น ฉะนั้นกล้าพูดเลยว่า หากเราเตอร์ Wi-Fi ตัวไหนมีโลโก้ Wi-Fi 6 แปะอยู่ ก็แนะนำให้เล็งไว้เลย อย่างไรก็ตาม เราเตอร์ Wi-Fi 6 ไม่ได้มีรุ่นเดียว ฉะนั้นจึงมีคำถามถัดไปว่า “ซื้อรุ่นไหนดี ?”

ในรีวิวนี้เองก็ขอแนะนำเราเตอร์ Wi-Fi 6 ระดับเริ่มต้นอย่าง Mercusys MR70X ที่มาพร้อมค่าตัวเพียงพันต้น ๆ เท่านั้น ถือว่าเป็นเราเตอร์ Wi-Fi 6 ที่ราคาถูกมาก ๆ อีกทั้งยังมีฟีเจอร์เกินราคาอย่าง OFDMA + MU-MIMO  กับ Less WiFi Interference และมี 2.4 GHz และ 5 GHz ความเร็วรวมสูงสุด 1.8 Gbps

เราเตอร์เล็ก ๆ ราคาไม่แพง ที่พอมี Wi-Fi 6 แล้วจะดีขึ้นขนาดไหน ลองมาดูกันครับ

รายละเอียด Mercusys MR70X

  • Next-Gen WiFi 6 Speeds – รองรับเทคโนโลยีใหม่ Wi-Fi 6 ความเร็ว Wireless รวมสูงสุดถึง8 Gbps (รองรับความเร็วที่ 574 Mbps บนย่านความถี่2.4 GHz และความเร็ว1201 Mbps บนย่านความถี่ 5 GHz)
  • 4× More Capacity – รองรับเทคโนโลยีOFDMA และMU-MIMO ผสานพลังช่วยให้สัญญาณอินเทอร์เน็ตมีประสิทธิภาพมากขึ้นรับ-ส่งข้อมูลไปหลายเครื่องโดยไม่ติดขัด
  • Broader, Stronger Coverage – เสาสัญญาณประสิทธิภาพสูง4 เสาสัญญาณมาพร้อมกับเทคโนโลยี Beamforming ที่ส่งสัญญาณอย่างเสถียรเชื่อมต่อได้ทั่วทุกมุมบ้าน
  • Overall Security Protection – เทคโนโลยีWPA3 ล่าสุดมอบการรักษาความปลอดภัยที่ดีเยี่ยมมากขึ้นกว่าเดิม
  • Gigabit Wired Connections – ใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วเต็มสปีดรับ-ส่งถ่ายโดนข้อมูลด้วยประสิทธิภาพที่น่าจะประทับใจ
  • Eco-Friendly Power Saving – Target Wake Time (TWT) ลดการใช้พลังงานโดยไม่จำเป็นสำหรับสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ IoT
  • Less WiFi Interference– ด้วยเทคโนโลยีการแบ่งสีสัญญาณจากเทคโนโลยีBSS color ที่จะช่วยลดการรบกวนสัญญาณ Wi-Fi รอบข้างที่อาจจะมารบกวนสัญญาณ Wi-Fi ของคุณ
  • Smart Connect – เลือกเครือข่ายสัญญาณที่ดีที่สุดอัตโนมัติให้แต่ละอุปกรณ์
  • Access Point Mode – รองรับการทำงานในโหมด AP

แกะกล่อง

 

อุปกรณ์ในกล่องก็ประกอบด้วยตัวเราเตอร์ Mercusys MR70X กับสาย LAN x 1 และชุดไฟเลี้ยง ให้มาแบบพอเหมาะ

วัสดุและดีไซน์

 

 

แม้จะเป็นเราเตอร์ Wi-Fi ราคาย่อมเยา แต่ก็มีดีไซน์ที่ไม่ดูเป็นเราเตอร์ราคาถูกเหมือนก่อน (เทียบกับ Mercusys AC12G ที่เคยรีวิวไป) นับว่า Mercusys มีการพัฒนา ส่วนวัสดุใช้พลาสติกผิวมันเงาด้านบน และที่เหลือเป็นพลาสติกผิวดำด้านทั้งตัว แอบให้อารมณ์เหมือนเราเตอร์ Gaming อยู่เหมือนกัน

ส่วนตัว Mercusys MR70X ก็มาพร้อมเสาสัญญาณประสิทธิภาพสูง 4 ต้น และตามสเปกคือ เป็นเราเตอร์ Dual Band ความเร็ว 1.8 GHz แบ่งเป็นคลื่น 2.4 GHz ที่ 574 Mbps และคลื่น 5 GHz ที่ 1201 Mbps ตัวเสาก็มาพร้อมเทคโนโลยี Beamforming กับ 1024-QAM และ OFDM ที่ช่วยให้ส่งสัญญาณ Wi-Fi ไปยังสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์พกพาได้ดีเสถียรทั่วบ้านด้วย

พอร์ตเชื่อมต่อก็เป็น Gigabit หรือ 100/1000 Mbps ทั้งช่อง WAN และช่อง LAB อีก 3 ช่อง สมฐานะเราเตอร์ Wi-Fi 6 ที่อาจต้องมีการเชื่อมต่อความเร็วระดับ 1 Gbps ขึ้นไป

 

การติดตั้งใช้งาน

 

 

จุดเด่นสำคัญของเราเตอร์ Mercusys ที่เห็นแบบชัด ๆ มาหลายรุ่นเลยคือ ติดตั้งง่ายมากก ง่ายระดับเสียบปลั๊กแล้วพร้อมใช้งานทันที ไม่ต้องตั้งค่าหรือลงแอปฯ อะไรเลย แต่ถ้าใครอยากตั้งค่า ตั้งรหัส QoS หรือแปลงเป็น Access Point Mode ก็ต้องเข้าไป Config หรือตั้งค่าผ่านเว็บเบราเซอร์เท่านั้น

 

 

หลังเสียบปลั๊กไฟและสาย LAN เข้ากับตัว Modem จากผู้ให้บริการเน็ตแล้ว ก็สามารถนำรหัสที่อยู่ใต้ตัวเครื่อง Mercusys MR70X มาใช้เชื่อมต่อ Wi-Fi ที่ชื่อ “MERCUSYS” ตามเห็นในภาพได้ทันที และในที่นี้ก็ใช้สมาร์ทโฟนที่รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 โดยหลังเชื่อมต่อ จะเห็นเป็นโลโก้ Wi-Fi 6 ปรากฏขึ้นมา หากดูที่ ‘ความเร็วการเชื่อมต่อ’ จะเห็นเลยว่ามันมีความเร็วสูงถึง 1200 Mbps ด้าน ‘ความแรงสัญญาณ’ ก็ ยอดเยื่ยม Wi-Fi 6 มันดีแบบนี้เอง

 

 

ลองมาดูหน้าตั้งค่าเราเตอร์ผ่านเว็บเบราเซอร์ของ Mercusys กัน ก็ทำการ Config มันในสมาร์ทโฟนซะเลย หากตั้งค่าครั้งแรก มันจะให้ตั้งรหัส admin หรือรหัสเข้าตั้งค่าต่าง ๆ ของตัว Mercusys MR70X จากนั้นก็มีให้ตั้งชื่อ Wi-Fi พร้อมรหัส 2 ชื่อ (แบ่งเป็น 2.4 GHz กับ 5 GHz) และ TimeZone เสร็จแล้วกด FINISH เป็นอันเสร็จ ง่าย ๆ ไม่ยากเลย

 

 

จุดสังเกตระหว่างตั้งชื่อรหัส Wi-Fi จะเห็นว่ามันมีให้ติ๊กเลือกใช้งาน “Smart Connect” ด้วย สำหรับ Smart Connect ก็คือฟีเจอร์ช่วยเลือกคลื่นเชื่อมต่อ Wi-Fi ให้โดยอัตโนมัติ หากเปิดใช้งาน ก็ทำให้ชื่อ Wi-Fi เหลืออยู่ชื่อเดียว ทำให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น ไม่ต้องมาคอยเลือกเชื่อมต่อคลื่น 2.4 GHz หรือ 5 GHz เอง เพราะมันจะคำนวนให้เลยว่า อยู่จุดไหนควรใช้ 2.4 GHz หรือ 5 GHz เช่น ถ้าอยู่ไกลจากเราเตอร์ก็ใช้ 2.4 GHz อยู่ใกล้ก็ 5 GHz เป็นต้น

 

 

 

หน้า Home ของการตั้งค่าตัวเราเตอร์จาก Mercusys ดูง่าย ๆ ไม่ยุ่งยากดี

 

 

ในหน้า Home ก็สามารถดูการทำงานของ CPU ในตัว Mercusys MR70X ได้ และเช็คได้ว่ากำลังเชื่อมต่อพอร์ตอะไรบ้าง ใช้ความเร็วแบบไหน เช่นตอนนี้เป็น Gigabit ความเร็วสูงสุด 1000 Mbps หรือ 1 Gbps สุดท้ายเช็คว่ามีอุปกรณ์ไหนบ้าง ใช้ความเร็วเท่าไร ในขณะที่กำลังเชื่อมต่อหรือใช้เน็ตจากตัวเราเตอร์

 

 

ส่วนใครที่มีความเชี่ยวชาญด้านเครือข่าย ก็สามารถมาตั้งค่าในส่วน Advanced ของตัวเราเตอร์ได้ ซึ่งก็มีทั้ง Mac Clone , Guest Network , NAT Forwarding , QoS , VPN , IPv6 และสุดท้ายระบบ Security ซึ่งตัว Mercusys MR70X ก็มาพร้อม WPA3 ให้เลย

 

ประสิทธิภาพ (Wi-Fi 6)

 


สำหรับการเทสประสิทธิภาพครั้งนี้ ก็จะขอเน้นหนัก ๆ ที่ Wi-Fi 6 เป็นพิเศษ ให้ดูไปเลยว่าพอมี Wi-Fi 6 ชีวิตดีขึ้นขนาดไหน แน่นอนว่าการทดสอบก็ใช้อุปกรณ์ที่รองรับ Wi-Fi 6 แต่ก็จะมีเปรียบเทียบให้ดูเช่นกันว่า พอไม่มี Wi-Fi 6 แล้ว ความเร็วห่างกันขนาดไหน ส่วนความเร็วเน็ตบ้านที่ใช่ทดสอบครั้งนี้คือ 500/500 Mbps

 

 

ลองเทียบความแรงคลื่น Wi-Fi ของตัว Mercusys MR70X กับ Modem (True_home2G_sBC) และ KBenZ69 เราเตอร์ระดับ Hi-End ที่วางอยู่ในห้องเดียวกับทั้ง 3 ตัว จะเห็นว่าตัวเราเตอร์ระดับ Hi-End กระจายสัญญาณ Wi-Fi ได้กว้างกว่า ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะเป็นเราเตอร์ Tri-Band ราคาสูง แต่ลองมาดูเรื่องความเร็วการเชื่อมต่อก่อน

 

 

ประเดิมการเชื่อมต่อในระยะใกล้กับตัวเราเตอร์ Mercusys MR70X ด้วยสมาร์ทโฟนที่รองรับ Wi-Fi 6 (POCO F3) ผ่านคลื่น 5 GHz ผลคือได้ความเร็วทะลุ 500 Mbps ไปแบบสวย ๆ ที่ 555 Mbps สำหรับดาวน์โหลด ส่วนอัพโหลดได่ไป 477 Mbps

 

 

ต่อไปลองใช้สมาร์ทโฟนที่ไม่ได้รองรับ Wi-Fi 6 (Samsung Galaxy S9) มาเชื่อมต่อกับเราเตอร์ Mercusys MR70X ผ่านคลื่น 5 GHz เช่นเดียวกัน ผลคือได้ความเร็วไปที่ 195/187 Mbps เท่านั้น Wi-Fi 6 เหนือกว่าชัดเจน

 

 

และต่อไป ก็ลองใช้สมาร์ทโฟนที่รองรับ Wi-Fi 6 มาเชื่อมต่อกับเราเตอร์ Tri-Band ระดับ Hi-End ที่ว่า แต่ไม่มี Wi-Fi 6 ผลคือได้ความเร็วแค่ 93 / 97 Mbps จาก 500 / 500 Mbps เท่านั้น เห็นความต่างของการมีและไม่มี Wi-Fi 6 อย่างชัดเจนอีกครั้ง สรุปคือ ต้องมีทั้งอุปกรณ์เชื่อมต่อและเราเตอร์ปล่อยสัญญาณ Wi-Fi 6 ทั้งคู ถึงจะเห็นประสิทธิภาพของ Wi-Fi 6 อย่างแท้จริง
ต่อไปลองออกห่างจากตัวเราเตอร์ Mercusys MR70 หน่อย โดยออกมายืนนอกบ้าน อยู่ห่างพอควรตามภาพ (ระยะห่างก็ประมาณรถ 3 คันจอดเรียงกัน + มอเตอร์ไซค์อีก 1 คัน) เทสผ่าน Wi-Fi 6 และ 5 GHz ผลคือ

 

 

ได้ความเร็วสูงเกินคาด แม้จะอยู่ห่าง แต่ก็ยังได้ความเร็วถึง 472 / 530 Mbps ซึ่งปกติบริเวณนี้จะมีสัญญาณ Wi-Fi จากเพื่อนบ้านเพียบ แต่อาจเพราะฟีเจอร์ Less WiFi Interference เทคโนโลยีแบ่งสีสัญญาณจาก BSS color หรือลดการรบกวนสัญญาณ Wi-Fi ของตัว Mercusys MR70X ช่วยไว้นั้นเอง

 

 

ลองเชื่อมต่อคลื่น 2.4 GHz ของ Mercusys MR70X ในตำแหน่งเดียวกัน ผลคือได้ความเร็วเพียง 30 /  115 Mbps เท่านั้น ดูเหมือนหากจะใช้งานแบบเน้นความเร็วจริง ๆ ยังไงก็ต้องคลื่น 5 GHz ส่วนคลื่น 2.4 GHz ให้ผู้ใหญ่ในบ้านใช้คุย Line หรือ Facebook ก็พอ

 

 

สุดท้ายลองวัดการกระจายสัญญาณ Wi-Fi ขณะมีการแย่งกันใช้ 3 เครื่อง โดยหนึ่งเครื่องดู Youtube 4K อีกเครื่องโหลดเกมมือถือขนาด 4GB อีกเครื่องก็ฟังเพลงออนไลน์ ลองดูว่าเน็ตจาก 500 Mbps จะเหลือเท่าไร เมื่อใช้งานผ่านเราเตอร์ Mercusys MR70X

 

 

ผลคือยังเหลือความเร็วที่ 416 / 490 Mbps แม้จะโดนแย่งเน็ตไปน้อย ตัวเราเตอร์ก็ยังกระจายเน็ตมาให้ใช้งานได้เร็วและเสถียรเช่นเคย

 

สรุป


Wi-Fi 6 คือ The Best โดยแท้ แม้จะต้องมีอุปกรณ์ที่รองรับ Wi-Fi 6 ก็ตาม แต่ด้วยปัจจุบันสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และโน้ตบุ๊กรุ่นรุ่นใหม่ ๆ ต่างก็รองรับ Wi-Fi 6 กันหมดแล้ว ฉะนั้น Wi-Fi 6 จึงไม่ใช่ของเกินเอื้อมอีกต่อไป เห็นได้จากตัว Mercusys MR70X ที่แม้เป็นเราเตอร์ Wi-Fi ราคาย่อมเยา แต่ก็ช่วยทำให้การเชื่อมต่อไร้สายดีขึ้นจนเราเตอร์ Wi-Fi ราคา 6,XXX ที่ใช้อยู่อายไปเลย และยังมีฟีเจอร์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อมาให้ครบ จนคุ้มเกินค่าตัว

ทว่าในข้อดี ก็มีข้อสังเกตด้วยเช่นกัน จะเห็นได้ว่าตัว Mercusys MR70X ทำหน้าที่ได้ดีมาก หากใช้คลื่น 5 GHz แต่พอเป็น 2.4 GHz ดูเหมือนจะยังไม่สุดนัก แม้จะมีข้อดีตรงปล่อยคลื่น Wi-Fi ได้ไกล แต่คลื่น 2.4 GHz ก็มีความเร็วไม่มาก จึงเหมาะสำหรับใช้เน็ตเล่น Line หรือ Facebook มากกว่า หากจะเล่นเกม ดู Youtube หรือโหลดไฟล์ระดับ GB ก็ต้องเข้ามาใกล้ ๆ ตัวเราเตอร์ เพื่อใช้งานคลื่น 5 GHz แทน และอีกจุดคือตัวเราเตอร์ ยังไม่มีแอปฯ ช่วยควบคุม ต้อง Config ตั้งค่าผ่านเว็บเบราเซอร์เท่านั้น แต่ยังดีที่การติดตั้งใช้งานครั้งแรกทำได้ง่ายมาก อาจไม่ต้องเข้ามายุ่งส่วนนี้เลยก็ยังได้

ท้ายนี้ Mercusys MR70X ก็เปิดราคาอยู่ที่ 1,290 บาท เท่านั้น และมาพร้อมการรับประกัน 1 ปี ที่ได้รับมาตรฐานเดียวกันจากทาง TP-Link ด้วยครับ