Skip to content

รีวิว : ASUS ZenBook Flip S UX371 จอพับร่างบางสุดหรู มาพร้อม Intel Evo

รีวิวนี้มาพบกับ ZenBook Flip S UX371 โน้ตบุ๊ก 2-in-1 แบบ 360 องศาตัวใหม่ล่าสุดจาก ASUS ซึ่งรอบนี้มาพร้อมความพรีเมี่ยมยิ่งกว่าเก่า และได้รับการรับรองจาก Intel Evo ด้วยความสามารถในการพกพาที่สะดวกสบาย มีความบางเพียง 13.9 มม.

ก่อนอื่น มารู้จักกับคำว่า “Intel Evo” กันก่อน สำหรับคำนี้ก็หมายถึงตรารับรองแบบใหม่ของ Intel ซึ่งเดิมคือ Project Athena นี้เอง และหากโน้ตบุ๊กรุ่นไหนมีตรานี้อยู่ ก็จะเป็นการการันตีเลยว่า โน้ตบุ๊กรุ่นนี้เปี่ยมประสิทธิภาพรอบด้าน โดยเฉพาะแบตฯ การเชื่อมต่อ และการประมวลผล และรีวิวนี้ก็มาพร้อมกับโน้ตบุ๊ก ASUS ที่มาพร้อมตรา Intel Evo รุ่นแรกนี้อย่าง ZenBook Flip S UX371 โน้ตบุ๊ก 2-in-1 แบบ 360 องศาระดับพรีเมี่ยม มาพร้อมหน้าจอสัมผัส 13.3 นิ้วคุณภาพสูงเป็นพิเศษ ด้วยความละเอียด 4K OLED HDR และสามารถแสดงผลสีได้แม่นยำ ส่วนตัวเครื่องก็มีความบางเพียง 13.9 มม. และมีน้ำหนักเพียง 1.2 กก. เท่านั้น สุดท้ายมาพร้อมซีพียู Intel Core i7 เจน 11 และการ์ดจอ Intel Iris Xe ตัวใหม่ล่าสุด ซึ่งจะให้ประสิทธิภาพได้ขนาดไหน ลองมาดูกันเลยครับ

สเปก ASUS ZenBook Flip S UX371

  • Intel® Evo 
  • CPU : Intel® 11th Gen (Tiger Lake) Intel® Core™ i7-1165G7 4 cores/8 threads, 2.80 GHz up to 4.70 GHz
  • RAM : 16 GB 4266 MHz LPDDR4X RAM (on board)
  • SSD : 1 TB PCIe® 3.1 x4 SSD
  • GPU : Intel Iris Xe GPU
  • Display : 13.3″LED-backlit OLED 4K UHD (3840 x 2160) 16:9 slim-bezel NanoEdge touchscreen บานพับ ErgoLift พับได้ 360 องศา
  • Connect : Intel WiFi 6 with Gig+ performance (802.11ax) +Bluetooth® 5.0
  • Height : 1.39cm,
  • Width : 30.5cm,
  • Depth : 21.1cm
  • Weight : Approx. 1.2kg
  • Battery : 4cell-67Whrs Up to 10 hours battery life

แกะกล่อง

ในกล่องประกอบไปด้วยตัวเครื่อง ZenBook Flip S UX371 กับปากกา ASUS Pen และหัวแปลง USB A to LAN กับ USB-C to Jack 3.5 mm สุดท้ายชุดชาร์จไฟแบบหัว USB-C

งานออกแบบ

ตัวเครื่อง ZenBook Flip S UX371 มาพร้อมสีดำทั้งตัวแบบ Jade Black ขอบทองแดง การออกแบบโดยรวมต้องพูดเลยว่า “หรูหรามาก” ปกติโน้ตบุ๊ก 360 องศา มักจะมีความหนาในระดับหนึ่ง ตัวในตัว ZenBook Flip S นี้ กลับมีความเบาบางกว่ามาก ด้วยความบางเพียง 13.9 มม. และมีน้ำหนักเพียง 1.2 กก. เท่านั้น ในขณะที่ตัวเครื่องขึ้นโครงด้วยอลูมิเนียม ซึ่งผ่านการทดสอบความคงทนตามมาตรฐานกองทัพ US MIL-STD-810G ที่มีความเข้มงวดเป็นพิเศษ เพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนานและความทนทานเรียบร้อย

 

ข้อดีของโน้ตบุ๊ก 360 องศา ก็ย่อมไม่พ้นความสามารถในการพับจอได้อย่างอิสระ โดยตัวเครื่องผ่านการทดสอบการพับได้มากกว่า 20,000 ครั้งด้วย

จุดสำคัญของ ZenBook Flip S UX371 ก็คือตัวหน้าจอสัมผัสนี้เอง โดยมีขอบบางแบบ NanoEdge พร้อมอัดสเปกหน้าจอแบบเต็มพิกัด อาทิ 4K OLED HDR กับมี 100% DCI-P3 หรือเทียบเท่า 133% sRGB ระดับเดียวกับที่ใช้ในวงการภาพยนตร์กันเลย สาย Creator ถูกใจสิ่งนี้แน่นอน ซึ่งมองด้วยตาเปล่าก็รู้เลยว่าจอไม่ธรรมดาแน่ อีกทั้งยังได้รับการรรับรอง VESA DisplayHDR 500 True Black-certified ให้สีดำที่ดำสนิทและคอนทราสท์ที่ยอดเยี่ยมถึงระดับ 1,000,000:1 อีกด้วย และยังมี TÜV Rheinland-certified ช่วยลดปริมานแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายต่อดวงตาได้มากถึง 70% สุดท้ายคือการรองรับ ASUS Pen ปากการุ่นใหม่ล่าสุดที่รองรับแรงกดได้ละเอียดถึง 4096 ระดับ

มาดูที่พอร์ตการเชื่อมต่อหน่อย สำหรับตัวเครื่องก็มีพอร์ต USB 3.2 Gen 1 Type-A มาให้ 1 ช่อง (อยูีติดกับปุ่ม Power ที่ไม่รู้ว่าจะเล็กไปไหน – -)  และมีพอร์ต HDMI x 1 กับ Thunderbolt 3 (USB-C) ให้อีก 2 ช่อง อนึ่งตัวเครื่องรองรับ Wi-Fi 6 กับมี PD Charging ผ่านช่อง USB Type-C ชาร์จไฟผ่านช่อง Type-C ได้ด้วย ใครมี Powerbank ที่จ่ายไฟได้สูง ๆ ก็สามารถใช้งานร่วมกับตัว ZenBook Flip S UX371 นี้ได้

การใช้งาน

การใช้งานตัว ZenBook Flip S UX371 จุดนี้บางคนคงมีคำถามว่า “ใช้งานเป็น Mouse Pen (เมาส์ปากกา) แบบมืออาชีพได้เลยไหม ?” ในช่วงรีวิวจึงลองใช้ปากกา ASUS Pen วาดรูปดูซะเลย….แบบฝืน ๆ ฮ่า ฮ่า

ไม่ไหวก็อย่าฝืน…(T_T)

ตัวปากการองรับการใช้งานร่วมกับ Windows Ink ได้ แต่ผมขอลองใช้ Clip Studio โปรแกรมวาดภาพชื่อดังนี้ดีกว่า : b ทันทีที่เปิดโปรแกรม ตัวหน้าจอก็จะทำการ Detect ตัวปากกา ASUS Pen เองทันที ซึ่งจะทำให้หน้าจอรองรับการขัดเขียนจากปากกาเท่านั้น ใช้นิ้วเขียนไม่ได้แล้ว ถือเป็นข้อดีหากใครต้องการวาดรูป และตัว ZenBook Flip S UX371 ก็ให้ประสบการณ์ด้านนี้ได้ไม่เลวเลย ติดแค่ว่าหน้าจอเป็นกระจก หากติดฟิล์มแบบด้าน ก็น่าจะพอช่วยให้การขีดเขียนเหมือนกระดาษยิ่งขึ้นได้

ปากกา ASUS Pen ที่รองรับ 4096 ระดับ (10-300 g) ก็ช่วยทำให้การขีดเขียนออกมาลื่นไหลดีมาก ใครวาดรูปเป็นน่าจะชอบกันอย่างแน่นอน

แต่ถ้าใครไม่ถนัดวาดรูป ZenBook Flip S UX371 ก็ยังให้ประสบการณ์ใช้งานแบบอิ่นได้ดีเหมือนกัน เช่น การตกแต่งภาพ พอมีทั้งหน้าจอสัมผัสกับปากกา ASUS Pen แล้ว ก็ช่วยให้การใช้งานด้านนี้ถนัดมือขึ้นเยอะ

ประสิทธิภาพ

สำหรับสเปกของ ZenBook Flip S UX371 ก็มาพร้อมซีพียู Intel Core i7-1165G7 บนสถาปัตยกรรม 10nm++ รหัส Tiger Lake และมาพร้อมชิปการ์ดจอแบบออนชิปอย่าง Intel Iris Xe Graphics ซึ่งรองรับการเล่นไฟล์วิดีโอความละเอียดสูงระดับ 8K และช่วยให้การตัดต่อวิดีโอเป็นไปอย่างลื่นไหลมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันยังใช้พลังงานต่ำกว่าการใช้กราฟิกการ์ดแยก ให้อายุการใช้งานบนแบตเตอรี่ที่ยาวนานยิ่งขึ้น

รายละเอียดซีพียู Intel Core i7-1165G7

รายละเอียดการ์ดจอ Intel Iris Xe Graphics

ทดสอบ Cinebench R15 กับ R20 ก็ได้คะแนนตามนี้เลย แรงอยู่พอควร

PC Mark 10 วัดการทำงานโดยรวมก็ได้ไป 4585 คะแนน

ความเร็วอ่านเขียนของ SSD ขนาด 1TB ในตัว ก็สูงถึง 3,000 MB/s

ส่วนอายุการใช้งานแบตฯ ก็สามรถใช้งานยาว ๆ ถึง 14 ชั่วโมง !!

ปิดท้ายด้วยการเล่นเกม Genshin Impact ลองดูว่าการ์ดจอแบบออนชิปอย่าง Intel Iris Xe Graphics ผลคือปรับการแสดงผลระดับกลาง จอเป็น Full HD ก็ยังเล่นได้ลื่น ๆ จุดนี้ช็อคพอควร ไม่น่าเชื่อว่าการ์ดจอแบบออนชิป (หรือที่หลายคนเรียก ‘ออนบอร์ด’) จะมาถึงจุดนี้ได้แล้ว

สรุป

ZenBook Flip S UX371 คือโน้ตบุ๊กระดับพรีเมี่ยมอย่างแท้จริง ทั้งดีไซน์และการใช้งาน รวมไปถึงประสิทธิภาพ เรียกได้ว่าทำออกมาได้เกินหน้าเกินตาโน้ตบุ๊กบางเบาหลาย ๆ รุ่น อีกทั้งยังเป็นโน้ตบุ๊ก 2-in-1 แบบ 360 องศา ที่ใช้งานได้หลากหลายมาก อีกทั้งยังมีหน้าจอที่สวยคมชัดอย่างยิ่ง ใครที่เป็นกราฟฟิก นักวาดรูป หรือนักตัดต่อ น่าจะใช้งานตัวเครื่องได้สนุกแน่นอน อย่างไรก็ตาม ASUS ZenBook Flip S ก็เปิดราคาที่ 55,990 บาท ถือว่าสูงใช่เล่น แต่ยังดีที่มาพร้อม Windows 10 Home และ Microsoft Office Home & Student 2019 ติดมาให้ และการรับประกันแบบ Onsite service เป็นระยะเวลา 3 ปี และ Perfect warranty ประกันอุบัติเหตุใน 1 ปีแรก