สำหรับเกมเมอร์สาย PC คำถามเรื่อง การเลือกใช้สายสัญญาณ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กๆ ที่ถูกมองข้าม แต่ในความเป็นจริง สายสัญญาณเพียงเส้นเดียวอาจเป็นตัวตัดสินว่าเราจะได้สัมผัสประสิทธิภาพเต็มของคอมเรา หรือโดนสเปกกระดาษหลอกตาโดยไม่รู้ตัว ผมเลยอยากบอกทุกคนว่า ทำไมคนเล่นเกม ถึงควรปักหลักใช้ DisplayPort มากกว่า HDMI ครับ
1. สองหัวนี้เกิดมาเพื่อจุดประสงค์ที่ต่างกัน
เหตุผลแรกที่เราต้องเข้าใจคือ สถาปัตยกรรมต้นกำเนิดของสายทั้งสองประเภท
HDMI หรือ High-Definition Multimedia Interface ถูกสร้างขึ้นมาโดยกลุ่มผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อตอบโจทย์ระบบความบันเทิงภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น ทีวี, เครื่องเล่นบลูเรย์, ชุดโฮมเธียเตอร์ หรือเครื่องเล่นเกมคอนโซลอย่าง PS5 และ Xbox โดยสาย HDMI มีการเก็บค่าธรรมเนียมลิขสิทธิ์ จากผู้ผลิตอุปกรณ์ การออกแบบจึงเน้นไปที่การส่งสัญญาณภาพและเสียงควบคู่กันเพื่อใช้งานกับทีวีเป็นหลัก
ในทางกลับกัน DisplayPort หรือ DP ถูกพัฒนาโดยสมาคม VESA ซึ่งเป็นการรวมตัวของบริษัทคอมพิวเตอร์ชั้นนำ DisplayPort จึงเป็นมาตรฐานเปิด ที่เกิดมาเพื่อ ระบบนิเวศของ PC โดยเฉพาะ โครงสร้างของมันถูกออกแบบมาให้เชื่อมต่อกับการ์ดจอและมอนิเตอร์ รองรับการส่งข้อมูลแบนด์วิธสูง การทำจอต่อพ่วง และการปรับอัตราการรีเฟรชภาพได้รวดเร็วและเสถียรที่สุดในฝั่งคอมพิวเตอร์
2. จอส่วนใหญ่รองรับ HDMI 2.1… แต่เป็น 2.1 จริงๆ หรือแค่เทคนิคการตลาด?

หลายคนอาจมองว่า ในเมื่อปัจจุบันมอนิเตอร์แปะป้ายว่ารองรับ HDMI 2.1 กันหมดแล้ว แถมแบนด์วิธ HDMI 2.1 สเปกสูงถึง 48 Gbps จะไปใช้ DisplayPort ทำไม?”
คำตอบคือ เราอาจกำลังตกหลุมพรางการตลาด เพราะองค์กร HDMI Licensing Administrator (HDMI LA) ได้ยกเลิกชื่อมาตรฐาน HDMI 2.0 ออกไป แล้วอนุญาตให้ผู้ผลิตนำอุปกรณ์ที่เป็นสเปก HDMI 2.0 เดิม มาตีแบรนด์โฆษณาว่าเป็น HDMI 2.1 ได้อย่างถูกกฎหมาย โดยไม่จำเป็นต้องใส่ฟีเจอร์เต็มมาให้
ผลลัพธ์คือ มอนิเตอร์ระดับกลางถึงล่างหลายรุ่นในท้องตลาดที่แปะป้ายว่า HDMI 2.1 บางรุ่น จริง ๆ แล้วอาจเป็น HDMI 2.1 แบบลดสเปก ที่เป็น TMDS / HDMI 2.0 เดิม ที่วิ่งด้วยแบนด์วิธเพียง 18 Gbps ไม่ใช่ HDMI 2.1 แบบเต็มสปีด ส่งผลให้เมื่อเราเอาไปต่อเล่นเกมจริง กลับดันเฟรมเรตหรือสีภาพได้ไม่สุด ต่างจาก DisplayPort ที่มาตรฐานสเปกมีความชัดเจนและตรงไปตรงมา ไม่มีการย้อมแมวชื่อมาตรฐานเหมือนฝั่ง HDMI
3. ข้อเสียของ DisplayPort และปมคอขวดระหว่าง DP 1.4 กับ DP 2.1

แม้ DisplayPort จะเป็นราชาฝั่ง PC แต่ก็ใช่ว่าไม่มีจุดอ่อน ข้อเสียใหญ่ของ DisplayPort 1.4 ที่นิยมใช้กันแพร่หลายคือเรื่อง แบนด์วิธไม่พอ ซึ่งวิ่งจริงราว 25.92 Gbps เมื่อนำไปใช้กับมอนิเตอร์ระดับ 4K 144Hz+ หรือ 2K 240Hz+ ทำให้ DP 1.4 จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีบีบอัดไฟล์ภาพที่เรียกว่า DSC (Display Stream Compression) เข้ามาช่วย
แม้ผู้ผลิตจะเคลมว่าเป็นการบีบอัดที่ไม่เสียคุณภาพสายตา แต่ในการใช้งานจริงบน PC การเปิดใช้ DSC สร้างปัญหากวนใจให้เกมเมอร์ไม่น้อย เช่น อาการจอดำดับไป 2-4 วินาทีเวลา Alt-Tab สลับหน้าจอเกม หรือการที่การ์ดจอต้องแบ่งวงจรขับภาพมาใช้ซ้ำ จนทำให้ไม่สามารถต่อใช้งานหลายหน้าจอได้ตามปกติ
ปัจจุบัน การ์ดจอรุ่นใหม่อย่าง NVIDIA GeForce RTX 50 Series และ AMD Radeon RX 9000 Series ต่างก้าวข้ามปัญหานี้ด้วยการขยับไปรองรับ DisplayPort 2.1 ที่มีแบนด์วิธมหาศาลสูงถึง 80 Gbps ซึ่งทลายข้อจำกัดเรื่อง DSC ไปได้สมบูรณ์ แต่คำถามคือ ทำไมมอนิเตอร์ส่วนใหญ่ในตลาดตอนนี้ ถึงยังกั๊กตัวเองไว้แค่ DP 1.4?
สาเหตุมาจาก 3 ปัจจัยหลัก
1.ต้นทุนชิปประมวลผล ซึ่งชิปควบคุมมอนิเตอร์ที่รองรับ DP 2.1 มีราคาสูงมากและปล่อยความร้อนสูง ผู้ผลิตจอจึงพยายามดึงเวลาใช้ชิป DP 1.4 เดิมเพื่อประหยัดต้นทุน
2.ข้อจำกัดเรื่องสายสัญญาณ สาย DP 2.1 ที่วิ่งเต็มสปีดนั้นทำได้ยากมาก หากสายยาวเกิน 1-1.5 เมตร สัญญาณจะตกทันที ทำให้การผลิตสายที่มีคุณภาพราคาสูงตามไปด้วย
3.การตลาดฝั่งการ์ดจอยุคก่อน ในยุคการ์ดจอ RTX 40 Series ของ NVIDIA ฝั่งการ์ดจอไม่ได้ใส่ DP 2.1 มาให้ (ใส่มาแค่ DP 1.4a) ทำให้ผู้ผลิตมอนิเตอร์ในตอนนั้นมองว่ายังไม่มีความจำเป็นต้องรีบใส่ DP 2.1 เข้ามาในจอภาพนั่นเอง
4. สรุปคือ เกมเมอร์อย่างเรา ควรเลือกใช้ DP หรือ HDMI ทั้ง ๆ ที่ก็มีข้อดี ข้อเสียที่ต่างกัน ?
หากวัดกันที่การใช้งานบน PC Gaming แม้มอนิเตอร์ที่ใช้ๆ กันอยู่จะยังรองรับแค่ DisplayPort 1.4 ก็ยังแนะนำว่า ควรเลือกใช้ DisplayPort เป็นตัวเลือกแรก เหนือกว่า HDMI อยู่ดี
เหตุผลเพราะว่า โครงสร้างของระบบ PC ถูกปรับแต่งมาให้ทำงานร่วมกับ DisplayPort ได้สมบูรณ์ที่สุด ไม่ว่าจะเป็นจำนวนพอร์ตด้านหลังการ์ดจอส่วนใหญ่ที่มี DP ให้ถึง 3 ช่อง (HDMI มีแค่ 1 ช่อง), ระบบการเปิดใช้งาน NVIDIA G-Sync และ AMD FreeSync ที่เสถียรและทำงานได้ชัวร์กว่าโดยไม่ต้องลุ้นว่าจะเจอ HDMI 2.1 ปลอม หรือไม่ ซึ่งสาย HDMI ควรเก็บไว้ใช้สำหรับเครื่องเล่นเกมคอนโซล หรือใช้ต่อจอทีวีในห้องรับแขก หรือใช้แค่ต่อแยกเป็นจอเสริม รองจากจอหลักครับ
ที่มา
