Skip to content

แนะนำการเลือก CPU อ่านสักนิด ก่อนจัดสเปคใหม่

CPU ถือเป็นอุปกรณ์ขั้นแรกสุดที่นักจัดสเปคต้องเริ่มต้นจากการจัดคอมพิวเตอร์สักเครื่อง จากนั้นถึงเริ่มไปไล่ไปที่เมนบอร์ดและแรม

ที่นี้ เจ้า CPU มันก็มีอยู่สองค่ายหลัก ๆ ใช่ไหมที่พวกเราใช้อยู่ ไม่ Intel ก็ AMD  โดย Intel จะมีตั้งแต่ Pentium ที่ใช้งานแบบทั่วไปจริง ๆ ไปจนถึง Core – i9 ที่ใช้งานระดับสูงมาก ๆ  ส่วน AMD ก็จะมีตั้งแต่  Athlon ไปจนถึง Ryzen ครับ และในบทความนี้ เราขอแนะนำการเลือกซื้อ พร้อมแนะนำ CPU สุดคุ้มให้ในแต่ละแบรนด์ครับ

CPU คือ Central Processing Unit หรือ หน่วยประมวลผลกลางของเครื่องคอมพิวเตอร์ ทำหน้าที่คล้าย ๆ กับสมองคน เวลาจะตัดสินใจเดินไปข้างหน้า เดินซ้ายหรือขวา แต่ CPU นั้นประมวลผลสิ่งที่ซับซ้อนกว่านั้นมาก หลายล้านคำสั่งใน 1 นาที  หากถามว่า อะไรคือความคือความต่างของ CPU ในแต่ละรุ่น หลัก ๆ  ๆ  “ขนาดของสถาปัตยกรรม จำนวนคอร์  อัตราการกินไฟ และราคา”

โดยในสมัยก่อน  CPU จะมีค่าความถี่ของสัญญานาฬิกา หรือ Ghz ซึ่งเป็นตัวกำหนดความเร็วในการทำงาน แต่สมัยนี้ Ghz อาจไม่สามารถตัดสินได้ทั้งหมด เพราะ CPU รุ่นใหม่ ๆ จะเน้นที่แกนประมวลผลหรือจำนวน Core ที่มากขึ้น ทำให้ช่วยกันประมวลผลและทำงานหนัก ๆ ได้เร็วกว่าเดิม

เริ่มกันที่ฝั่ง Intel 

สำหรับ CPU Pentium นับว่าเป็น CPU ที่ออกมาแบบมาให้กินไฟน้อยที่สุด ราคาถูกที่สุด สเปคก็ต่ำที่สุดด้วย ใช้ในงานทั่ว ๆ ไปโดยเฉพาะ เล่นเกมได้นิดหน่อย ๆ ส่วนใหญ่จะใช้ในเครื่องที่เน้นที่ออกแบบให้กินไฟน้อย ไม่แนะนำให้ซื้อไปเพื่อเล่นเกมออนไลน์

สำหรับ Core – i3 นั้น ถูกออกแบบมาให้มีจำนวนคอร์หรือ Thread มากขึ้นกว่า Pentium นิดหน่อย โดยมี 2 – 4 Core และ Ghz ไม่มาก ใช้สำหรับประมวลผลทั่ว ๆ ไปได้ พิมพ์งาน เปิดเว็บ ดู Youtube ดู Netflix หรือทำอะไรเป็นอย่าง ๆ ไปได้ แต่หากเปิดแท๊ปมาก ๆ หรือดูวีดีโอที่มีความละเอียดหน่อยก็มีอืดเหมือนกัน

Core – i5 รุ่นอัพเกรดจาก i3 ขึ้นมาอีกหน่อย มีจำนวน Core อยู่ที่ 4 – 6 คอร์ จำนวน Core มากขึ้นจาก i3 นิดนหน่อย ราคาอยู่ประมาณกลาง ๆ เป็นรุ่นยอดฮิตที่สุดในเหล่าเกมเมอร์ เพราะพวกเขาจะซื้อ i5 แล้วเอาเงินที่เหลือทุ่มทีการ์ดจอแยก เพื่อทำให้เล่นเกมได้ดีขึ้น

Core – i7 จำนวน Core อยูที่  6 – 8 คอร์ แน่นอนว่าจำนวนคอร์มากขึ้น ออกแบบมาสำหรับการทำงานที่ต้องการ การประมวลผลมาก ๆ เช่น การทำกราฟฟิก ตัดต่อวีดีโอ เปิดโปรแกรมหลาย ๆ อย่างพร้อม  และด้วยจำนวน Core ที่มากขึ้น ก็กินไฟมากขึ้น และความร้อนก็มากขึ้นตามด้วย

Core – i9 จำนวน Core  อยู่ที่ 10 – 12 คอร์ เน้นใช้งานหนักกับเครื่องเซิฟเวอร์ขนาดเล็ก การเรนเดอร์วีดีโอความละเอียดสูง

CPU Intel ที่ Commart แนะนำ

  • CPU INTEL PENTIUM G6400 LGA 1200  ราคาเริ่มต้น เข้าถึงง่าย  ใช้งานทั่วไปได้สบาย ๆ พิมพ์งาน ดูหนัง เข้า Youtube เล่นเว็บ
  • CPU INTEL CORE I3 – 10100 LGA 1200  แรงขึ้นมาอีกนิด  หากชอบเปิดหลายอย่างพร้อมกัน
  • CPU INTEL CORE I5 – 10400F LGA 1200   สำหรับ Core – i5 เป็นชิปมาตรฐานเริ่มต้นสำหรับเล่นเกม  ใช้เล่นออนไลน์ได้ทุกเกม มีประสิทธิภาพในการขับการ์ดจอได้ดี
  • CPU INTEL CORE I7 – 10700KF LGA 1200 มาตรฐานสูงสุดของการเล่นเกม ขับการ์ดจอทุกตัวได้สบาย ไม่ต้องห่วงเรื่องคอขวด และเหมาะสำหรับคนชอบเปิดหลายโปรแกรมพร้อมกัน
  • CPU INTEL CORE I9 – 10900K LGA 1200 มาตรฐานสูงลิ่ว หากจะใช้เล่นเกม (อาจเกินความจำเป็นไปมาก) ใช้เพื่อเรนเดอร์ไฟล์วีดีโอขนาดใหญ่เช่น ไฟล์หนัง Animation หรือใช้สำหรับเซิฟเวอร์เล็ก ๆ

หมายเหตุ : ที่ผมแนะนำจะเป็น Intel Gen 10 นะครับ เพื่อใครอยากจัดสเปคภายในงาน Commart  แต่หากอยากได้ Gen 11 ที่พึ่งเปิดตัวไปไม่นาน สามารถซื้อได้สิ้นเดือนมีนาคมนี้ครับ

 

มากันที่ฝั่ง AMD บ้าง 

AMD นับว่าเป็นคู่แข่งกับ Intel มาช้านานนะครับ แต่ไม่ขอตอบคำถามนะว่า ฝั่งไหนจะดีกว่ากัน  ใครชอบแบรนด์ก็จัดแบรนด์นั้นไปครับ

ก่อนอ่านต่อ สำหรับใครที่เป็นสาย Ryzen เราต้องยอมรับก่อนข้อนึงนะว่า AMD พยายามจะตั้งชื่อรุ่นให้เหมือนกับ Intel คือ 3,5,7,9 เพื่อให้จำง่าย ส่วน Ryzen ก็เป็นชื่อทางการค้าเหมือนกับ Core – I?  ครับ  และ 3 5 7 9 ก็เป็นตัวเลขที่ไล่ระดับความแรงของ CPU ยิ่งตัวเลขมากขึ้น จำนวนคอร์และราคาก็มากขึ้นตาม

CPU AMD Athlon  ตัวเริ่มต้นทางฝั่ง AMD  มีจำนวนคอร์มากสุดที่ 2 คอร์  ราคาถูก เข้าถึงง่าย  กินไฟน้อย ความร้อนต่ำ ใช้พิมพ์งาน  ไม่แนะนำให้ซื้อเล่นเกม แต่เข้าเว็บ ดู Youtube ได้ ออกมาเพื่อสู้กับ Pentium ของ Intel

CPU AMD Ryzen 3 เป็น CPU แบบใช้งานทั่ว ๆ ไป กินไฟเริ่มต้นที่ 65W ใช้ดูหนัง ฟังเพลง ดู Youtube Netflix พิมพ์งาน ส่งเมล์ได้สบาย ๆ มีจำนวนคอร์มากที่สุด 4 คอร์ และมีการ์ดจอแบบออนบอร์ดในตัว เน้นคุ้มค่าในราคาไม่แรง และหากซื้อการ์ดจอแยก ก็พอจะเกมออนไลน์ทั่ว ๆ ไปได้อยู่

CPU AMD Ryzen 5 เป็น CPU ระดับกลางถึงสูงไปนิดหน่อย (ขั้นกว่าไปนิดนึง) กินไฟเริ่มต้นที่ประมาณ 65W และเช่นเดียวกับ Core i5 ซีพียู Ryzen 5 เป็นตัวยอดฮิตในหมู่เกมเมอร์ เพราะราคาไม่แรง สามารถเล่นเกมหลัก ๆ ได้หมด (หากมีการ์ดจอแยก) มีให้เลือกตั้งแต่ 4 คอร์ ถึง 6 คอร์ และ Thread สูงสุดที่ 12 Thread บางตัวมีการ์ดจอแแบบออนบอร์ด และบางตัวไม่มี (วิธีการดูว่าตัวใดมีออนบอร์ด เดี๊ยวจะเขียนอยู่พารากราฟล่างนะ)

CPU AMD Ryzen 7 ออกแบบมาสำหรับการเล่นเกมแบบขั้นสุด กินไฟเริ่มต้นประมาณ 95W รองรับการทำ Multi-tasking หรือทำอะไรหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน เช่น เปิดเกม เปิด Brower เปิด Emulator และโปรแกรมทำงานหนัก ๆ ไปพร้อมกันได้ มีจำนวนคอร์อยู่ที่ 8 Core 16 Thread ไม่มีการ์ดจอแบบออนบอร์ด (ต้องซื้อแยกนะเออ)

CPU AMD Ryzen 9 กินไฟเริ่มต้นที่ประมาณ 105W เป็น CPU สำหรับ Work station สำหรับงานที่หนักหน่วงจริง ๆ เช่น การปั้นโมเดล 3D การทำงานแบบ Multi Tasking การตัดต่อวีดีโอรายละเอียดสูง หรือการทำเซิฟเวอร์ระดับเริ่มต้นก็ทำได้ มีจำนวนคอร์มากที่สุดที่ 16 Core 32 Thread ไม่มีการ์ดจอแบบออนบอร์ด ต้องซื้อแยกเหมือนกันกับ Ryzen 7

CPU AMD ที่ Commart แนะนำ   

หมายเหตุ CPU AMD  Ryzen  ตั้งแต่ Gen 1 จนถึง Gen 5  สามารถใส่บอร์ดได้ Socket เดียวกัน นั่น AM4 ครับ ดังนั้นบอร์ดทางฝั่งนี้จะมีราคาย่อมเยาว์กว่า

  • CPU AMD  ATHLON 200GE    ตัวเริ่มต้นของฝั่ง AMD สามารถใช้ทำงานทั่ว ๆ ไปได้
  • CPU AMD  RYZEN 3 3100 (ไม่มีการ์ดจอ)   หรือ AMD RYZEN  3 3200G  (มีการ์ดจอในตัว)  แรงขึ้นมาอีกนิดครับ และมีตัวเลือกสำหรับใครที่ใช้งานทั่วไป ไม่เน้นกราฟฟิกมาก
  • CPU AMD RYZEN  5 5600X  มาตรฐานเริ่มต้นในการเล่นเกมที่ดีคือตั้งแต่ Ryzen 5 ขึ้นไปครับ ซึ่งผมแนะนำเป็น Gen 5 (5600) ซึ่งเป็นรุ่นล่าสุด
  • CPU AMD RYZEN  7 5800X มาตรฐานสูงสุดสำหรับนำไปเล่นเกมครับ เริ่มต้นที่ 8 คอร์ นับว่าเหลือ  ๆ  เล่นเกมไปด้วย Steam ไปด้วยก็ทำได้สบาย  ๆ
  • CPU AMD RYZEN  9 5950X CPU ตัวท็อปสุดสำหรับ Ryzen  หากนำมาเล่นเกมก็จะ Overspec  ไปเยอะเลย ด้วยจำนวนคอร์ที่มากถึง 16 คอร์ เน้นการทำงานหนัก ๆ เรนเดอร์ไฟล์วีดีโอคุณภาพสูง เปิดการประมวลผลหลายอย่างพร้อมกัน เช่น เซิฟเวอร์ขนาดเล็กครับ

 

สรุปคือ ทั้งฝั่ง Intel และ AMD ก็มี CPU ในแต่ละรุ่นทำงานต่างลักษณะกันออกไป  ซึ่งก็สามารถตอบโจทย์การใช้งานของความต้องการที่แตกต่างกันไป ยิ่งจำนวนคอร์เยอะ ยิ่งกินไฟสูง ความร้อนก็ยิ่งมาก ราคาก็ยิ่งแพง ดังนั้น เลือกตามที่ตัวเองใช้งานครับ อย่าไปคิดว่าซื้อมารองรับเกมในอนาคต แต่ในความเป็นจริง เทคโนโลยีมันเปลี่ยนเร็วมาก  การซืื้อ CPU แรง ๆ ไม่ได้แปลว่าจะรองรับเทคโนโลยีของเกมหรือการ์ดจอใหม่ ๆ  หากการ์ดจอพัง (ซึ่งพังก่อน CPU อยู่แล้ว) เราก็ต้องซื้อการ์ดรุ่นใหม่ และเทคโนโลยีในการ์ดจอใหม่ ก็อาจทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพหากใช้ CPU ตัวเก่าครับ