Skip to content

เปิด 5 เคล็ดลับเลือกพริ้นเตอร์สำหรับช่วง Work From Home ไม่ว่าจะพิมพ์ สแกน ถ่ายเอกสารเยอะแค่ไหนก็เอาอยู่

สำหรับหลายคนที่ทำงานและเรียนออนไลน์ที่บ้านมาหลายเดือนแล้วและคาดว่าอาจจะต้องใช้ชีวิตลักษณะนี้ไปอีกระยะหนึ่งคงเริ่มวางแผนมองหาเครื่องพิมพ์ดีดีคุณภาพสูง สักเครื่องมาติดบ้านไว้ ซึ่งเครื่องพิมพ์ก็เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญที่ตอบโจทย์ชีวิตการเรียนและการทำงานให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น โดยเครื่องพิมพ์ยอดฮิตที่ใช้กันในครัวเรือนแน่นอนว่าต้องเป็นเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทที่ใช้งานได้ง่าย แต่สำหรับใครที่ต้องการพิมพ์งานปริมาณมาก อยากสั่งพิมพ์แบบจุก ๆ เครื่องพิมพ์เลเซอร์ก็ทำได้ดีเลยทีเดียว หัวใจสำคัญของการเลือกเครื่องพิมพ์จึงจำเป็นต้องหาคำตอบให้แน่ชัดว่าต้องการงานพิมพ์รูปแบบไหน เพราะเครื่องพิมพ์แต่ละรุ่นก็จะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นการเลือกเครื่องพิมพ์จึงต้องเลือกให้เหมาะสมกับความต้องการใช้งานมากที่สุด โดยเคล็ดลับง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจซื้อเครื่องพิมพ์ได้อย่างตรงใจมีด้วยกัน 5 ข้อ ดังนี้

  1. เลือกรูปแบบการใช้งานและการเชื่อมต่อที่ต้องการ

โจทย์แรกก่อนเลือกเครื่องพิมพ์แน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องของรูปแบบการใช้งานที่แต่ละคนก็มีความต้องการแตกต่างกันไป บางคนเน้นพิมพ์ปริมาณมาก พิมพ์เอกสารที่ใช้หมึกสีดำเยอะ ในขณะที่อีกคนอาจจะเน้นการพิมพ์รูปก็ต้องการเครื่องพิมพ์ที่ให้หมึกคมชัด นอกจากนี้การเชื่อมต่อสำหรับสั่งการงานพิมพ์ก็ยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งในการเลือกใช้ ซึ่งมีทั้งแบบเสียบสาย USB เข้ากับอุปกรณ์เพื่อสั่งพิมพ์โดยตรง และการเชื่อมต่อแบบไร้สายโดยใช้งานผ่าน WIFI เพื่อให้ผู้ใช้สามารถสั่งงานจากระยะไกลได้สะดวกและยังสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เคลื่อนที่อย่างสมาร์ทโฟน แท็ปเล็ท ได้อีกด้วย

  1. มองหาผลงานเพื่อศิลปะชั้นเลิศหรือมองหางานเอกสาร

การตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องพิมพ์สักเครื่องก็ต้องมั่นใจได้ว่าผลลัพธ์ที่ออกมานั้นมีประสิทธิภาพมากที่สุด ดังนั้นปัจจัยเรื่องคุณภาพการพิมพ์จึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเครื่องพิมพ์ที่สามารถส่งมอบงานพิมพ์อันยอดเยี่ยมได้จะต้องมีหัวพิมพ์และหมึกที่ได้มาตรฐาน ตลอดจนกระดาษคุณภาพดี ซึ่งองค์ประกอบทั้งหมดเมื่อทำงานร่วมกันจะส่งผลให้ผลงานที่พิมพ์ออกมามีสีสันที่คมชัดและสีไม่เพี้ยน รวมถึงยังให้สีที่มีความทนทานสามารถเพิ่มอายุการใช้งานเอกสารและรูปภาพให้เก็บไว้ได้นานมากขึ้นโดยสีไม่ซีดจาง

  1. จะพิมพ์เยอะหรือพิมพ์น้อยก็ต้องเลือกให้เหมาะ

การพิมพ์งานของผู้ใช้แต่ละคนย่อมมีความต้องการปริมาณการพิมพ์ไม่เท่ากัน เครื่องพิมพ์ในตลาดแต่ละรุ่นจึงมีการออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานในปริมาณที่หลากหลายกันไป ก่อนเลือกซื้อเครื่องพิมพ์ผู้ใช้จึงต้องประเมินจำนวนงานพิมพ์และรูปแบบการพิมพ์ในแต่ละเดือนเพื่อเลือกรุ่นที่เหมาะสม ซึ่งปริมาณการพิมพ์อาจจะมีตั้งแต่ปริมาณน้อยขั้นต่ำเพียง 50 หน้า ไปจนถึงเครื่องที่สามารถพิมพ์ได้มากสูงสุดถึง 1,500 หน้า ทั้งนี้ไม่ว่าผู้ใช้จะต้องการพิมพ์งานมากหรือน้อยเครื่องพิมพ์จะต้องมีประสิทธิภาพในการประหยัดหมึกโดยที่ยังคงรักษาคุณภาพผลงานให้อยู่ในระดับมาตรฐานได้ทุกแผ่นและมอบความคุ้มค่าให้กับผู้ใช้ได้มากที่สุด

  1. ดูแลรักษาง่ายมีชัยไปกว่าครึ่ง

เมื่อใช้งานเครื่องพิมพ์ไปสักระยะการดูแลรักษาและหมั่นตรวจสอบการทำงานอย่างสม่ำเสมอก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่ควรละเลยเพราะอาจส่งผลต่ออายุการใช้งานของเครื่องพิมพ์ได้ สำหรับเครื่องพิมพ์ที่ดีและเหมาะสำหรับช่วง Work From Home นี้จะต้องพัฒนาให้ผู้ใช้สามารถบำรุงรักษาส่วนประกอบต่าง ๆ ได้ง่ายด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์ขวดหมึกให้เติมได้สะดวกโดยไม่ทำให้หมึกหกเลอะเทอะ หรือการใช้ตลับหมึกแบบ All-in-One ในเครื่องพิมพ์เลเซอร์ ที่ช่วยให้การเปลี่ยนโทนเนอร์ได้สะดวกรวดเร็ว ตลอดจนหัวพิมพ์และชุดฟองน้ำซับหมึกที่ซื้อมาเปลี่ยนได้เอง ซึ่งฟังก์ชันเหล่านี้นอกจากจะมอบความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งานแล้วยังช่วยลดระยะเวลาในการนำเครื่องพิมพ์เข้าศูนย์บริการและเลี่ยงการสัมผัสในช่วงสถานการณ์นี้อีกด้วย

  1. ประหยัดไฟ ประหยัดงบ ตั้งไว้ในใจช่วยจำกัดตัวเลือก

สำหรับสิ่งสุดท้ายที่เรียกได้ว่าแทบจะสำคัญไม่แพ้ปัจจัยอื่นเลยต้องยกให้เรื่องงบประมาณ เพราะการกำหนดงบที่สามารถใช้ซื้อได้ตั้งแต่ต้นจะช่วยให้คุณประหยัดเวลาในการเลือกเครื่องพิมพ์ได้มากขึ้น ซึ่งราคาของเครื่องพิมพ์ก็จะขึ้นอยู่กับฟังก์ชันการใช้งานที่มีความโดดเด่นแตกต่างกันออกไป นอกจากนี้หากเลือกเครื่องพิมพ์ที่ใช้พลังงานต่ำก็จะช่วยประหยัดค่าไฟในแต่ละเดือนได้

เมื่อความต้องการเริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้วก็ได้เวลามองหาเครื่องพิมพ์ที่ต้องตาต้องใจมากที่สุด โดยแคนนอนในฐานะผู้นำตลาดเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทในประเทศไทยและเป็นแบรนด์เลเซอร์พรินเตอร์อันดับ 1 ของภูมิภาคอาเซียน เข้าใจถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่หลายคนต้อง Work From Home และต้องการเครื่องพิมพ์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบ New Normal จึงนำเสนอเครื่องพิมพ์ 3 รุ่นที่เหมาะสำหรับการทำงานแต่ละรูปแบบมาเพื่อให้คนที่กำลังสนใจซื้อเครื่องพิมพ์มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น อาทิ

  • Canon PIXMA E4270

เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทหมึกรวมรุ่น PIXMA E4270 เป็นเครื่องพิมพ์ไร้สาย ALL-IN-ONE ขนาดกะทัดรัด ที่รองรับการเชื่อมต่อ WIFI ทำให้สามารถพิมพ์ผ่านมือถือและคลาวด์ได้สะดวก มาพร้อมฟังกชันการพิมพ์ สแกน ถ่ายสำเนาเอกสาร และแฟกซ์ การพิมพ์สองหน้าแบบอัตโนมัติสำหรับการพิมพ์แบบต้นทุนต่ำ พิมพ์ขาวดำได้ถึง 8.8 ภาพต่อนาที และพิมพ์ภาพสีได้ 4.4 ภาพต่อนาที โดยมีปริมาณการพิมพ์ที่แนะนำอยู่ที่ 50 – 200 หน้า นอกจากนี้ยังมีตลับหมึกราคาประหยัดที่สามารถบำรุงรักษาได้ง่าย เหมาะสำหรับนักเรียนและนักศึกษาที่ต้องการพิมพ์เอกสารสำหรับการเรียน

  • Canon PIXMA G3010

เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทหมึกแทงค์รุ่น PIXMA G3010 เครื่องพิมพ์ไร้สาย ALL-IN-ONE ที่สามารถเติมหมึกเองได้ มาพร้อมฟังก์ชันครบครันทั้งพิมพ์ สแกน และถ่ายสำเนาเอกสาร รองรับการเชื่อมต่อ WIFI สามารถพิมพ์รูปแบบไร้ขอบได้ถึงขนาด A4 เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการพิมพ์งานปริมาณมาก ซึ่งปริมาณการพิมพ์ที่แนะนำอยู่ที่ 150 – 1,500 หน้าต่อเดือน ด้วยแทงค์หมึกขนาดใหญ่และปริมาณน้ำหมึกที่มากจึงสามารถรองรับการพิมพ์ได้ถึง 7,000 หน้าต่อการเติมหมึกหนึ่งครั้ง อีกทั้งยังออกแบบขวดหมึกแบบใหม่ที่ช่วยให้เติมหมึกได้ง่ายขึ้นและไม่หกขณะเติม ตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ทำธุรกิจขนาดเล็ก และ ธุรกิจ SME ได้อย่างคุ้มค่า ซึ่งต้องพิมพ์ปริมาณมากทั้งที่อยู่จัดส่งของ การ์ดขอบคุณลูกค้า ไปจนถึงสติ้กเกอร์โลโก้ร้านค้า

  • Canon imageCLASS LBP6030w

เครื่องพิมพ์เลเซอร์ขาวดำ imageCLASS LBP6030w ถูกออกแบบมาให้มีขนาดกะทัดรัดเพื่อประหยัดพื้นที่ในการจัดวาง มาพร้อมการเชื่อมต่อ WIFI สามารถพิมพ์เอกสารหรือภาพจากอุปกรณ์มือถือทั้งระบบ IOS และ Android ได้ง่ายดาย ใช้เทคโนโลยี On-Demand Fixing ของแคนนอนที่ทำให้ใช้พลังงานน้อยแต่พิมพ์ได้รวดเร็ว และให้ปริมาณจุใจ โดยมีปริมาณการพิมพ์ที่แนะนำต่อเดือนที่ 200 – 800 หน้า รวมถึงมีการใช้ตลับหมึกแบบ All-in-One 325 ที่ทำให้การบำรุงรักษาเป็นเรื่องง่าย เหมาะสำหรับธุรกิจประเภท SME หรือธุรกิจแบบ Home office

หลังจากได้เคล็ดลับในการเลือกเครื่องพิมพ์ที่กล่าวมาข้างต้นเชื่อว่าหลายคนคงมีสเป็คเครื่องพิมพ์ในดวงใจเอาไว้เรียบร้อย สำหรับผู้ที่สนใจเครื่องพิมพ์แคนนอนสามารถสอบถามร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือช้อปสะดวกยิ่งขึ้น ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ เว็บไซต์ www.lazada.co.th/shop/canon-official-store  เว็บไซต์ https://shopee.co.th/canon_flagship_store  และร้านค้า Canon E-Store ที่เว็บไซต์ https://goto.canon.co.th/estore/ สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ Call Center โทรศัพท์ 0-2344-9988 หรือเว็บไซต์ https://th.canon  และ https://www.facebook.com/canon.thailand