นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

       บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) เป็นบริษัทชั้นนำของไทยในการผลิตดิจิทัลคอนเทนต์ที่สร้างสรรค์ เป็นผู้ให้คำปรึกษา บริการสื่อสารการตลาด ทั้งทางด้านธุรกิจ การบริหารจัดการ ไอที การศึกษา การจัดงานนิทรรศการ งานแสดงสินค้า และการจัดประชุมสัมมนา รวมทั้งผลิตสื่ออื่นๆ (“ผลิตภัณฑ์และบริการ”) ซึ่งในการดำเนินการดังกล่าว อาจมีข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ (“ผู้ใช้บริการ” หรือ “ท่าน”)

       บริษัทมีความรับผิดชอบในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่อยู่ภายใต้ความดูแลของบริษัท และมุ่งมั่นที่จะจัดการข้อมูลด้วยวิธีการที่มั่นคงปลอดภัย และน่าเชื่อถือ โดยบริษัทได้คำนึงถึงความสำคัญของความเป็นส่วนตัวของท่านจึงได้จัดทำนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ (“นโยบาย”) ซึ่งนโยบายได้ระบุรายละเอียดในการประมวลผล การเก็บรวบรวม ใช้ จัดการ แบ่งปัน และคุ้มครองข้อมูลธุรกิจ และข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนด และเงื่อนไขการให้บริการ รวมถึงได้ระบุแนวปฏิบัติของบริษัท ในการจัดการข้อมูลที่บริษัทได้รับ ทั้งจากผู้ใช้บริการโดยทางตรงและทางอ้อม รวมถึงจากเว็บไซต์ https://www.aripplc.com, https://www.thebusinessplus.com, https://www.commartthailand.com, https://www.techhub.in.th,https://www.theeleader.com, https://wisimo.com ซึ่งอาจระบุลิงก์ต่อไปยังเว็บไซต์อื่น ที่อาจใช้นโยบายการจัดการข้อมูลที่แตกต่างไป เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า ท่านเข้าใจแนวปฏิบัติของเว็บไซต์ดังกล่าว และข้อแตกต่างอื่นที่เกี่ยวข้อง บริษัทจึงสนับสนุนให้ท่านอ่านนโยบายฉบับนี้ และนโยบายของเว็บไซต์อื่นอย่างละเอียด โดยในการใช้บริการแต่ละครั้งถือว่าท่านได้อ่าน ตกลงยอมรับ และได้รับทราบเงื่อนไข รายละเอียดนโยบาย ดังต่อไปนี้

     1.     การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

          1.1     บริษัท เก็บรวบรวม ข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนของท่าน หรืออาจจะระบุตัวตนของท่านได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม (“ข้อมูลส่วนบุคคล”) ดังต่อไปนี้

1.1.1     ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ อีเมล อาชีพ ตำแหน่ง สถานที่ทำงาน หมายเลขโทรศัพท์มือถือ วันเดือนปีเกิด หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือเลขที่หนังสือเดินทาง หรือข้อมูลการติดต่ออื่น ๆ เมื่อท่านลงทะเบียนในเว็บไซต์ และ/หรือแอปพลิเคชัน หรือเมื่อท่านเข้าร่วมกิจกรรม งานแสดงสินค้า งานนิทรรศการ และการประชุม สัมมนา การสำรวจข้อมูล การจัดทำแบบสอบถาม ติดต่อ หรือใช้งานผลิตภัณฑ์และบริการอื่นๆ กับบริษัท หรือคู่ค้าของบริษัท

1.1.2     ข้อมูลบัญชีผู้ใช้ เช่น ชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน ที่ใช้เพื่อเข้าถึงเว็บไซต์ และ/หรือแอปพลิเคชั่น หรือที่บริษัทได้รับจากการเผยแพร่ข่าวสารผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ การจัดทำกิจกรรมส่งเสริมการขาย การให้สิทธิพิเศษต่าง ๆ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ท่านใช้ในการตัดสินใจให้ข้อมูลแก่บริษัท หรือคู่ค้าของบริษัท

1.1.3     ข้อมูลเครดิตทางการค้าและทางธุรกิจโดยละเอียด รวมถึงประวัติและรูปแบบวิธีการชำระเงิน และข้อมูลการทำธุรกรรมรวมถึง ราคา วิธีการชำระเงิน และรายละเอียดการชำระเงินอื่น ๆ เมื่อท่านสั่งซื้อผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท

1.1.4     ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้บริษัทเมื่อท่านโต้ตอบกับบริษัท รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการเข้าร่วมกิจกรรม การแข่งขัน การชิงโชค การลงทะเบียนต่าง ๆ การเข้าร่วมรายการส่งเสริมการขาย การทำแบบสำรวจ การประเมิณความพึงพอใจ การทำแบบสอบถาม การส่งข้อเสนอแนะความคิดเห็นในเว็บไซต์ และ/หรือแอปพลิเคชัน

1.1.5     ข้อมูลการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ทางธุรกิจจากแหล่งข้อมูลสาธารณะ ข้อมูลรัฐบาล และหน่วยงานทางวิชาชีพ สื่อ และเอกสารเผยแพร่ทางธุรกิจ

1.1.6     ที่อยู่ไอพี (IP Address) พิกัดทางภูมิศาสตร์ (Geolocation) และการแสดงความเห็น การซักถาม การโต้ตอบในสื่อสังคมออนไลน์

1.1.7     ข้อมูลบัตรเครดิตและบัตรเดบิต เพื่อประมวลผลการชำระเงินของท่าน

1.1.8     ข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องทางธุรกิจ เช่น อีเมล หรือ ช่องทางการติดต่อส่วนตัวที่มิได้ใช้ติดต่อทางธุรกิจ ผ่านตัวแทน พนักงาน ผู้ถือหุ้น กรรมการ และกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท

          1.2     การจัดเก็บ รวบรวม ใช้ เผยแพร่ ข้อมูลส่วนบุคคลจะกระทำโดยมีวัตถุประสงค์ ขอบเขต และใช้วิธีการที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจะดำเนินการอย่างจำกัดเพียงเท่าที่จำเป็นแก่การให้บริการ ภายใต้วัตถุประสงค์ที่บริษัทกำหนดเท่านั้น ทั้งนี้ ก่อนการดำเนินการดังกล่าวบริษัทจะให้เจ้าของข้อมูล รับรู้ ให้ความยินยอม ทางอิเล็กทรอนิกส์ ข้อความสั้น หรือตามแบบวิธีการของบริษัท

          1.3     บริษัทอาจจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ซึ่งเกี่ยวกับความสนใจ และบริการที่ท่านใช้ โดยในการดำเนินการดังกล่าวข้างต้น บริษัทจะขอความยินยอมจากท่านก่อนทำการเก็บรวบรวม เว้นแต่

1.3.1     เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ประมวลกฎหมายแพ่งและอาญา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและอาญา เป็นต้น

1.3.2     เป็นไปเพื่อประโยชน์แก่การสอบสวนของพนักงานสอบสวน หรือการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล

1.3.3     เป็นไปเพื่อประโยชน์ของท่าน และการขอความยินยอมไม่อาจกระทำได้ในเวลานั้น

1.3.4     เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่บริษัท

1.3.5     เป็นการจำเป็นเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล

1.3.6     เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น

1.3.7     เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือเพื่อการศึกษา วิจัย การจัดทำสถิติ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม

     2.     ข้อมูลระบุตัวบุคคลที่มีความอ่อนไหว

          2.1     บริษัท อาจเก็บรวบรวมข้อมูลระบุตัวบุคคลที่มีความอ่อนไหว อาทิ เช่น เชื้อชาติ สัญชาติ เพศ ศาสนา ปรัชญา ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลชีวภาพ ทุพพลภาพ ความพิการ อัตลักษณ์ เพื่อการให้บริการบางรูปแบบ เมื่อท่านสมัครใจให้ข้อมูล โดยบริษัทจะใช้ข้อมูลนี้เพื่อวัตถุประสงค์ที่จำกัดและตามที่ได้รับอนุญาตให้เก็บรวบรวมข้อมูลเท่านั้น และบริษัทจะดำเนินขั้นตอนตามสมควรในทางการค้า เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลดังกล่าวอย่างเพียงพอ

          2.2     บริษัทจะไม่จัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งเกี่ยวกับลักษณะทางพันธุกรรม พฤติกรรมทางเพศ หรือข้อมูลที่อาจเป็นผลร้าย ทำให้เสียชื่อเสียง หรืออาจก่อให้เกิดความรู้สึกเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมหรือความไม่เท่าเทียมกันแก่บุคคลใด เว้นแต่ (1) ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากท่าน (2) เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนด (3) เป็นไปเพื่อประโยชน์ของท่าน และการขอความยินยอมไม่อาจกระทำได้ในเวลานั้น (4) เป็นไปเพื่อประโยชน์เกี่ยวกับชีวิต สุขภาพ หรือความปลอดภัยของท่านและผู้ใช้บริการท่านอื่น (5) เพื่อประโยชน์แก่การสอบสวนของพนักงานสอบสวน หรือการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล (6) เพื่อประโยชน์ในการศึกษา วิจัย หรือการจัดทำสถิติ

     3.     ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทรวบรวมด้วยวิธีอัตโนมัติ

             บริษัทอาจใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อท่านใช้งานเว็บไซต์ และ/หรือแอปพลิเคชัน ผ่านคอมพิวเตอร์ และ/หรืออุปกรณ์เคลื่อนที่ ซึ่งเทคโนโลยีอัตโนมัตินี้อาจรวมถึงคุกกี้ เว็บบีคอน พิกเซลแท็ก และเทคโนโลยีการติดตามอื่น ๆ ที่มีลักษณะคล้ายกัน ทั้งนี้ คุกกี้และเทคโนโลยีอื่นๆ มีรายละเอียดตามด้านล่าง

          1)     ข้อมูลส่วนบุคคลที่ให้ไว้ผ่านทางเว็บไซต์ และ/หรือแอปพลิเคชั่น ของผลิตภัณฑ์ รวมถึง ชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ การใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media Handle)

 2)     ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมในการทำกิจกรรมทางการตลาด บนเว็บไซต์อื่น ๆ หรือบนแอปพลิเคชันหรือสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อเข้าร่วมรายการส่งเสริมการขายหรือแคมเปญต่าง ๆ หรือรายการอื่นในทำนองเดียวกัน เพื่อจัดทำประวัติ

 3)     ข้อมูลที่เก็บรวบรวมโดยอัตโนมัติผ่านการติดตามตรวจสอบทางระบบคอมพิวเตอร์ ได้แก่ ที่อยู่ไอพี (IP Address) เบราว์เซอร์ที่ใช้งาน หรือระบบปฏิบัติการ หน้าเว็บไซต์ที่เข้าชม และเว็บไซต์ต้นทางที่ผู้เข้าชมเชื่อมโยงมาที่เว็บไซต์ และ

 4)     ข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งที่แน่นอน รวมถึงข้อมูลพิกัดทางภูมิศาสตร์แบบเรียลไทม์ (Real-Time) จากอุปกรณ์เคลื่อนที่หรือคอมพิวเตอร์ และ บริการที่บอกตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ตามพื้นที่ (Location-Based Service) อาจใช้สัญญาณจีพีเอส (GPS) สัญญาณบลูทูธ (Bluetooth) และที่อยู่ไอพี (IP Address) ร่วมกับจุดบริการสัญญาณอินเทอร์เน็ตไร้สายแบบสาธารณะ (Wi-Fi Hotspot) และตำแหน่งเสาสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Cell Tower) และเทคโนโลยีอื่น เพื่อกำหนดตำแหน่งโดยประมาณของอุปกรณ์ (ในกรณีที่สามารถกระทำทำได้)

     4.     วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

             บริษัทอาจแบ่งปันข้อมูลนี้กับบุคคลที่สาม คู่ค้า หรือพันธมิตร ที่เชื่อถือได้ (“คู่ค้า”) เพื่อนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ และตามที่ได้รับอนุญาต รายละเอียด ดังต่อไปนี้

          4.1     การให้บริการเว็บไซต์และ/หรือแอปพลิเคชั่น

4.1.1     บริษัท เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูล เพื่อให้บริการเว็บไซต์ของบริษัท และ/หรือแอปพลิเคชั่น วิเคราะห์ทิศทางเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และบริการต่าง ๆ และเพิ่มความถูกต้องแม่นยำของชุดข้อมูลธุรกิจของบริษัท ตลอดจนช่วยให้บริษัท สามารถจับคู่ที่อยู่ไอพี (IP Address) กับข้อมูลติดต่อทางธุรกิจได้

4.1.2     บริษัท วิเคราะห์ข้อมูลผู้เข้าชมเว็บไซต์และ/หรือแอปพลิเคชั่น ของบริษัท และจับคู่ข้อมูลธุรกิจจากฐานข้อมูลต่าง ๆ ของบริษัท และข้อมูลที่ได้รับจากบุคคลที่สามกับข้อมูลดังกล่าว เพื่อให้ได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเภทธุรกิจต่าง ๆ ที่เข้าชมเว็บไซต์และ/หรือแอปพลิเคชั่น ของบริษัท และตัวเลือกเบราว์เซอร์ที่นิยมใช้ของธุรกิจดังกล่าวบนเว็บไซต์ และ/หรือแอปพลิเคชั่น เพื่อปรับปรุงผลิตภัณฑ์ เว็บไซต์ และ/หรือแอปพลิเคชั่น และธุรกิจของบริษัท อย่างต่อเนื่อง

4.1.3     บริษัทอาจนำข้อมูลผู้เข้าชมเว็บไซต์และ/หรือแอปพลิเคชั่น ทั้งหมดมาใช้กำหนดรูปแบบการใช้งาน หรือความสนใจของ ผู้เข้าชมเว็บไซต์ และ/หรือแอปพลิเคชั่น และผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ เพื่อวัตถุประสงค์อื่นที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนทางเทคนิคหรือความมั่นคงปลอดภัยของเว็บไซต์ และ/หรือแอปพลิเคชั่น ผลิตภัณฑ์ และระบบคอมพิวเตอร์ หรือเพื่อตรวจสอบการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาต เพื่อตอบคำถามจากท่าน เพื่อการวิจัยตลาด และเพื่อปรับปรุงรูปแบบและฟังก์ชันของผลิตภัณฑ์

          4.2     วัตถุประสงค์ทางการตลาด

                    บริษัท ใช้ข้อมูลที่ได้มาจากการวิเคราะห์ ซึ่งอาจใช้ร่วมกับข้อมูลเชิงพฤติกรรมที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคล ซึ่งได้รับข้อมูลมาจากบุคคลที่สาม เพื่อกำหนดรูปแบบ และปรับปรุงกิจกรรมทางการตลาดโดยทั่วไปของบริษัท ให้ดียิ่งขึ้น และในกรณีกฎหมายที่เกี่ยวข้องอนุญาตให้ทำได้ บริษัทอาจเก็บรวบรวม ใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

4.2.1     เพื่อรวบรวมการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์และบริการที่มีการเข้าถึงโดยท่าน เพื่อกำหนดประเภทสินค้าและบริการที่ท่านประสงค์ที่จะซื้อ เพื่อปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์ ส่งข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และนำเสนอการบริการที่ท่านอาจสนใจ รวมถึงการให้คำแนะนำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการแก่ท่าน

4.2.2     เพื่อดำเนินการตามคำสั่งซื้อ ชำระเงิน และการทำธุรกรรมอื่นๆ บนเว็บไซต์ และ/หรือแอปพลิเคชั่น

4.2.3     เพื่อจัดกิจกรรมชิงโชค ของรางวัลแคมเปญต่าง ๆ รวมถึงการแข่งขันต่าง ๆ

4.2.4     เพื่อส่งโฆษณาประชาสัมพันธ์ คูปอง ข่าวสาร และข้อมูลอื่น ๆเกี่ยวกับโปรโมชั่น หรือกิจกรรมพิเศษแก่ท่านโดยตรงไปยังท่านบนเว็บไซต์ และ/หรือแอปพลิเคชั่น โดยท่านอาจเลือกที่จะไม่รับข้อความโฆษณาบางประเภทได้โดยปฏิบัติตามคำแนะนำที่ให้ไว้

4.2.5     เพื่อการทำวิจัย หรือวิเคราะห์กลยุทธ์ ในการพัฒนา ปรับปรุง ฟังก์ชันต่าง ๆ บนเว็บไซต์และ/หรือแอปพลิเคชั่น

4.2.6     เพื่อการติดต่อสื่อสารทางการตลาดที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการจากบริษัท รวมถึงพันธมิตรของบริษัท และการใช้ข้อมูลในเชิงพาณิชย์ที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย

4.2.7     เพื่อจับคู่กับแหล่งข้อมูลภาครัฐและภาคเอกชน และจัดทำชุดข้อมูลโดยไม่เปิดเผยตัวบุคคล (ข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ได้แก่ ข้อมูลประชากร ข้อมูลเชิงพฤติกรรม และข้อมูลทางเทคนิคที่สรุปมาจากข้อมูลพื้นฐาน) เพื่อการใช้ประโยชน์ของบริษัท และ/หรือบุคคลที่สาม

          4.3     วัตถุประสงค์ทางสถิติ

                    บริษัท รวบรวมข้อมูลเป็นครั้งคราวเกี่ยวกับธุรกรรมออนไลน์และออฟไลน์ และข้อมูลทางทะเบียนสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลภายใน เพื่อวัตถุประสงค์ทางสถิติเท่านั้น ซึ่งจะไม่ถูกรวมอยู่ในผลิตภัณฑ์หรือบริการที่จัดให้แก่ท่าน

     5.     การแบ่งปันและโอนข้อมูลส่วนบุคคล

             บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหรือข้อมูลอื่นๆ เกี่ยวกับท่านที่บริษัทจัดเก็บในปัจจุบัน และที่จะได้จัดเก็บในอนาคต ให้แก่คู่ค้า บุคคล หรือ นิติบุคคลอื่น ภายในขอบเขตตามที่ระบุไว้ ดังนี้

          5.1     บริษัท มีการแบ่งปันข้อมูลให้กับผู้รับข้อมูล เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของบริษัท โดยบริษัท จะกำหนดเงื่อนไขตามสัญญาให้ผู้รับข้อมูลดังกล่าวใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์สำหรับการเปิดเผยเท่านั้น และผู้รับข้อมูลจะต้องทำลาย หรือส่งข้อมูลดังกล่าวคืนเมื่อไม่มีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลดังกล่าวอีกต่อไป

         5.2     บริษัท อาจเปิดเผยข้อมูลตามที่ได้รับการร้องขอ ตามความเหมาะสม และเป็นไปตามกฎหมาย ในกรณีที่บริษัท ถูกซื้อกิจการ หรือขายกิจการบางส่วนหรือทั้งหมด ข้อมูลที่บริษัท เก็บรวบรวมไว้จะถือเป็นสินทรัพย์ที่สามารถโอนให้แก่ผู้ซื้อกิจการได้

          5.3     บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลของท่าน ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ตามคำสั่งศาล หมายศาล กระบวนการบังคับใช้กฎหมาย การไต่สวนโดยหน่วยงานกำกับดูแล หรือกรณีอื่นตามที่กฎหมายกำหนดได้ นอกจากนี้ บริษัท อาจได้รับคำร้องขอ อาทิ คำสั่งศาล หมายศาล กระบวนการบังคับใช้กฎหมาย จากหน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลการให้บริการ และในกรณีที่มีการร้องขอให้เปิดเผยข้อมูลโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย คำสั่ง แนวทาง หรือการร้องขอใดๆ จากหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมาย หรือเป็นการร้องขอจากหน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการทางกฎหมาย รวมถึงในกรณีที่มีความจำเป็นตามสมควรในการบังคับใช้ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้ของบริษัท โดยไม่มีการขออนุญาตจากท่าน เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หรือการบังคับใช้กฎหมาย ในการดำเนินการตามคำร้องขอดังกล่าว บริษัท จะดำเนินการ (ก) เพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อการรักษาความมั่นคงแห่งชาติ ประโยชน์สาธารณะ หรือการบังคับใช้กฎหมาย หรือ (ข) ตามกฎหมาย กฎระเบียบของทางราชการ หรือคำพิพากษาคดีที่กำหนดหน้าที่หรือการอนุญาตไว้โดยชัดแจ้ง

          5.4     บริษัทอาจปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การโอนข้อมูลระหว่างประเทศ โดยเข้าทำข้อสัญญามาตรฐานหรือใช้กลไกอื่นที่พึงมีตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลที่ใช้บังคับ และบริษัทอาจอาศัยสัญญาการโอนข้อมูล หรือกลไกอื่นที่ได้รับการอนุมัติ เพื่อการโอนข้อมูลส่วนบุคคลทั่วโลก

          5.5     บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่คู่ค้า บุคคลภายนอกที่บริษัทให้บริการ หรือในนามของบริษัท รวมถึงการปฏิบัติตามคำสั่งซื้อของท่าน การประมวลผลการชำระเงิน การวิเคราะห์ข้อมูล การจัดโปรโมชั่น การแข่งขัน การจับรางวัลและการชิงโชค การทำวิจัยและวิเคราะห์ทางการตลาด หรือการสำรวจความพึงพอใจของท่าน และวัตถุประสงค์อื่นๆ ตามที่ระบุในนโยบายฉบับนี้ ซึ่งบุคคลภายนอก ดังต่อไปนี้ มีหน้าที่ในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเช่นเดียวกันกับบริษัท

5.5.1     บริษัทในกลุ่มบริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน)

5.5.2     ผู้ให้บริการที่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในนามของบริษัท

5.5.3     ลูกจ้างและผู้รับจ้างที่มีหน้าที่ในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล

5.5.4     ลูกค้าหรือผู้ใช้งานที่สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมจากแหล่งข้อมูลสาธารณะ และข้อมูลได้รับจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละราย

5.5.5     คู่ค้าในเครือข่ายทั่วโลก และพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท (Business Partners) ที่นำข้อมูลของบริษัท ไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของการให้บริการ

5.5.6     ผู้ตรวจสอบบัญชี ทนายความ และที่ปรึกษาด้านต่าง ๆ ของบริษัท

5.5.7     ผู้ให้บริการและผู้รับจ้างงานสนับสนุน/ช่วยเหลือ

5.5.8     หน่วยงานราชการ รวมถึงหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจในการขอข้อมูลส่วนบุคคล เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการ ศาล เจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอำนาจในการขอข้อมูลส่วนบุคคล พนักงานสอบสวน อัยการ เป็นต้น

5.5.9     บุคคลที่สามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ขอให้บริษัท แบ่งปันข้อมูล

     6.     หลักกฎหมายที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูล

              บริษัทดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้ฐานการประมวลผล ดังต่อไปนี้

          6.1     ฐานความยินยอม (Consent) : ท่านให้ความยินยอมแก่บริษัท ในการเก็บรวบรวม ใช้ จัดการ รักษา และเปิดเผยข้อมูลของตนได้ตามที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้ ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) และข้อกำหนดและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์แต่ละรายการ โดยบริษัทอาจใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในการนำเสนอสินค้า บริการ หรือโฆษณาที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ตรงกับความสนใจกับท่าน และให้ท่านได้รับผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการที่ดียิ่งขึ้น และสอดคล้องกับความต้องการของท่าน รวมถึงเพื่อให้ท่านได้รับข้อเสนอ สิทธิประโยชน์พิเศษ คำแนะนำ และข่าวสารต่างๆ ทั้งนี้ ไม่ว่าข้อมูลดังกล่าวจะได้มาจากการให้ความยินยอมแก่บริษัทเอง หรือแก่บริษัทในกลุ่มคู่ค้าของบริษัท หรือแก่บุคคลที่บริษัทเป็นตัวแทน นายหน้า ผู้จำหน่าย หรือแก่พันธมิตรทางธุรกิจ หรือแก่บุคคลภายนอกที่มีความเกี่ยวข้องกับบริษัท ก็ตาม

          6.2     ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation) : บริษัทอาจต้องนำส่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อการปฏิบัติตามคำสั่งของผู้มีอำนาจตามกฎหมาย การปฏิบัติตามกฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กฎหมายภาษีอากร กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กฎหมายคอมพิวเตอร์ กฎหมายล้มละลาย และกฎหมายอื่นๆ ที่บริษัทจำเป็นต้องปฏิบัติตามทั้งของในประเทศไทยและต่างประเทศ รวมถึงประกาศและระเบียบที่ออกตามกฎหมายดังกล่าว โดยบริษัทอาจนำส่งข้อมูลให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ หน่วยงานรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมายในการเรียกข้อมูลที่บริษัทครองครองอยู่ได้ เช่น กรมสรรพากร สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการ ศาล เป็นต้น

          6.3     ฐานจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายโดยไม่เกินขอบเขตที่ท่านสามารถคาดหมายได้อย่างสมเหตุสมผล (Legitimate Interest) : ท่านให้ความยินยอมแก่บริษัท ในการประมวลผลข้อมูลที่เป็นไปเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย โดยบริษัทอาจนำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้เพื่อการประมวลผล การวิจัย หรือการจัดทำสถิติซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการดำเนินงานของบริษัท การปรับปรุงคุณภาพของการให้บริการ การจัดทำข่าวสารประชาสัมพันธ์ การใช้คุกกี้ที่จำเป็นต่อการเข้าชมเว็บไซต์ การบันทึกเสียงทาง Call Center ภาพถ่าย/ภาพเคลื่อนไหว การบันทึกภาพ CCTV การแลกบัตรก่อนเข้าอาคาร การจัดการข้อร้องเรียน การประเมินความพึงพอใจ การดูแลลูกค้าของบริษัทด้วยการแจ้งเตือนหรือนำเสนอผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการต่างๆ ประเภทเดียวกันกับที่ท่านมีอยู่กับบริษัทซึ่งเป็นประโยชน์กับท่าน การบริหารความเสี่ยง การกำกับตรวจสอบ การบริหารจัดการภายในองค์กร รวมถึงการส่งต่อไปยังบริษัทในเครือ การทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ (Anonymous Data) การป้องกัน รับมือ ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดการกระทำการทุจริต ภัยคุกคามทางไซเบอร์ การติดต่อ การบันทึกภาพ การบันทึกเสียงเกี่ยวกับการจัดประชุม อบรม สันทนาการ การชิงโชค การแข่งขัน หรือออกบูธ การลงทะเบียน เป็นต้น

     7.     การใช้คุกกี้

             บริษัทใช้คุกกี้เพื่อเก็บข้อมูลการล็อกอิน (Login) และ ล็อกเอาท์ (Logout) หรือข้อมูลอื่นในคอมพิวเตอร์ของท่านเมื่อท่านเข้าชมเว็บไซต์ เพื่อปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ของบริษัท การตลาด และเนื้อหาในเว็บไซต์ และเพื่อให้บริการต่าง ๆ เป็นไปตามความพึงใจและความสนใจของท่าน โดยคุกกี้ทำให้บริษัท สามารถวิเคราะห์กิจกรรมต่าง ๆ เกี่ยวกับเว็บไซต์ของบริษัทได้ อาทิ วันที่ เวลา และหน้าเว็บไซต์ที่เข้าชม ตลอดจนเว็บไซต์ต้นทางที่ท่าน หรือผู้เข้าชมรายใหม่เชื่อมโยงมาที่เว็บไซต์ ป้องกันและตรวจจับการดำเนินการที่ต้องห้ามหรือไม่ได้รับอนุญาต สำหรับบริการบางประเภท บริษัทเสนอทางเลือกให้ท่านในการเก็บข้อมูลรหัสผู้ใช้หรือรหัสผ่านไว้ในคุกกี้ได้โดยที่ท่านไม่จำเป็นต้องใส่ข้อมูลดังกล่าวอีกเมื่อกลับมายังเว็บไซต์ของบริษัท ในภายหลัง บริษัทอาจใช้แฟลชคุกกี้ (Flash Cookie) เพื่อแสดงเนื้อหาตามสิ่งที่ท่านดูบนเว็บไซต์ของบริษัท เพื่อกำหนดลักษณะเฉพาะตัวในการเข้าใช้งาน ทั้งนี้ เมื่อท่านเลือกผลิตภัณฑ์หรือบริการใด ๆ ของบริษัท ลงทะเบียนรับข่าวสารหรือการแจ้งทางอีเมล กรอกข้อมูลแบบฟอร์มออนไลน์ หรือกรอกแบบสอบถาม บริษัท อาจพยายามระบุเบราว์เซอร์ของท่าน และนำข้อมูลจากคุกกี้ และข้อมูลอื่นที่เก็บรวบรวมออนไลน์ไปใช้ร่วมกับข้อมูลอื่นที่อยู่ในความครอบครองของบริษัท

     8.     โฆษณาของบุคคลที่สาม

             บริษัทอาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลภายนอก ทั้งภายในประเทศ หรือต่างประเทศ เท่าที่จำเป็นเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และฐานในการประมวลผลที่ได้แจ้งไว้ในนโยบายฉบับนี้เท่านั้น โดยบริษัทมีการใช้บริษัทโฆษณาอื่นเพื่อแสดงแถบโฆษณาของบริษัท บนเว็บไซต์ การใช้คุกกี้ของบุคคลที่สาม และเทคโนโลยีติดตามตรวจสอบอื่นไม่อยู่ภายใต้บังคับตามนโยบายฉบับนี้ และบริษัทไม่มีสิทธิเข้าถึง หรือมีอำนาจควบคุมการดำเนินการต่าง ๆ ของบุคคลที่สามแต่อย่างใด บุคคลที่สามอาจมีการใช้คุกกี้ในคอมพิวเตอร์ของท่าน หรือใช้เว็บบีคอน (Web Beacon) เพื่อเข้าถึงคุกกี้ที่เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ดังกล่าว และติดตามตรวจสอบการใช้งานออนไลน์และรูปแบบพฤติกรรมต่าง ๆ บริษัทเหล่านี้อาจใช้ข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าชมเว็บไซต์ของบริษัท เพื่อการโฆษณาบนเว็บไซต์ เกี่ยวกับสินค้าและบริการที่อาจเป็นที่สนใจของท่าน และจากนั้นคัดเลือกเนื้อหาโฆษณาให้ตรงตามความต้องการของท่านเมื่อเข้าชมเว็บไซต์อื่น

          8.1     เว็บบีคอน (Web Beacons)

                    ในบางกรณี บริษัท มีการใช้เว็บบีคอน เพื่อรวบรวมสถิติเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ของบริษัท บางเว็บไซต์ของบริษัท ใช้เว็บบีคอนร่วมกับคุกกี้ อีเมลของบริษัท บางฉบับอาจมีระบบติดตามที่เรียกว่าพิกเซล (Pixel) หรือรหัส (Code) เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้อีเมลและข้อมูลการวิเคราะห์ บริษัทอาจแบ่งปันการใช้ข้อมูลเข้ารหัสดังกล่าวกับบุคคลที่สามเพื่อวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับอีเมลได้

         8.2     ตัวเลือกเกี่ยวกับคุกกี้

                   ท่านอาจลบการตั้งค่าเบราว์เซอร์เพื่อยกเลิกการใช้คุกกี้ และยังคงใช้งานเว็บไซต์ของบริษัท ต่อไปได้ ทั้งนี้ การเข้าถึงและใช้งานเว็บไซต์บางลักษณะอาจช้าลงและได้รับความสะดวกน้อยลง

         8.3     การตลาดทางอีเมล ทางข้อความ หรือทางโทรศัพท์

                   การให้ข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์แก่บริษัท ถือเป็นการให้ความยินยอมและอนุญาตโดยชัดแจ้งให้สามารถติดต่อท่านผู้ให้ข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์นั้นได้ด้วยวิธีการโดยชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงการใช้ระบบติดต่อทางโทรศัพท์อัตโนมัติ และ/หรือที่ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ การส่งข้อความ และการส่งข้อความที่บันทึกไว้ล่วงหน้า และเทคโนโลยีอื่นในการติดต่อทางโทรศัพท์ เพื่อวัตถุประสงค์โดยชอบด้วยกฎหมาย ตลอดจนการเสนอขายผลิตภัณฑ์ และบริการต่าง ๆ ของบุคคลที่สาม
ทั้งนี้ ในการยกเลิกการรับอีเมลส่งเสริมการขาย ข่าวสาร และข้อมูลล่าสุดของบริษัท เกี่ยวกับคุณสมบัติใหม่ ผลิตภัณฑ์ และบริการต่าง ๆ หรือการทำการตลาดทางโทรศัพท์ ท่านสามารถแจ้งและติดต่อบริษัทผ่านช่องทางที่บริษัทกำหนดหรืออาจปฏิบัติตามคำแนะนำของบริษัท

          8.4     การเสนอขายสินค้าโดยบุคคลที่สาม
หากข้อมูลติดต่อทางธุรกิจอยู่ในสารบบทางการตลาดของบุคคลที่สามแล้ว กรณีที่ท่านต้องการนำข้อมูลติดต่อทางธุรกิจออกจากฐานข้อมูลติดต่อท่านกับบุคคลที่สาม ท่านอาจต้องส่งคำร้องขอให้ลบข้อมูลดังกล่าวไปยังบุคคลที่สามรายนั้นโดยตรง

     9.     การเชื่อมโยงข้อมูลส่วนบุคคลกับคู่ค้าหรือหน่วยงานอื่น

          9.1     บริษัทอาจเชื่อมโยงข้อมูลส่วนบุคคลกับคู่ค้าหรือหน่วยงานอื่น โดยบริษัทจะขอความยินยอมจากท่านก่อน ที่จะทำการเชื่อมโยงข้อมูลส่วนบุคคล โดยมีรายละเอียดอย่างน้อย (1) คู่ค้าหรือหน่วยงานที่จะทำการเชื่อมโยงข้อมูลส่วนบุคคล (2) วัตถุประสงค์ในการเชื่อมโยงข้อมูลส่วนบุคคล (3) วิธีการในการเชื่อมโยงข้อมูลส่วนบุคคล (4) ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะทำการเชื่อมโยง (5) บุคคลผู้มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล

          9.2     ในการเชื่อมโยงข้อมูลส่วนบุคคลกับคู่ค้าหรือหน่วยงานอื่น บริษัทจะแสดงชื่อผู้เก็บรวบรวม บุคคลผู้มีสิทธิในข้อมูลที่ได้มีการเก็บรวบรวมอย่างชัดเจน เพื่อให้ท่านได้รับทราบ นอกจากนี้ บริษัทจะจัดทำบันทึกการเชื่อมโยงข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงการเชื่อมโยงข้อมูล บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และขอความยินยอมก่อนการดำเนินการ

     10.     สิทธิในการได้รับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

          10.1     บริษัท เคารพสิทธิส่วนบุคคลของท่าน และเปิดโอกาสให้ท่านสามารถเลือกวิธีการควบคุม หรือวิธีการที่บริษัท ใช้ติดต่อท่าน โดยบริษัทจะปฏิบัติตามที่ท่านได้ร้องขอ เพื่อช่วยให้เกิดความโปร่งใส และเพื่อคุณภาพของข้อมูล และความถูกต้องของข้อมูล ท่านมี (1) สิทธิในการเข้าถึง และขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย (2) สิทธิในการให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (3) สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (4) สิทธิในการเพิกถอนความยินยอมให้บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด (5) สิทธิในการระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (6) สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง และ (7) สิทธิในการยื่นข้อร้องเรียนต่อหน่วยงานกำกับดูแลในกรณีที่ท่านเห็นว่าถูกบริษัทหรือเจ้าหน้าที่หรือตัวแทนของบริษัทละเมิดสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562

          10.2     การร้องขอใด ๆ เพื่อการใช้สิทธิของท่านตามที่กล่าวข้างต้น จะต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษร โดยหากท่านประสงค์ที่จะใช้สิทธิใด ๆ ดังกล่าวข้างต้น โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลผ่านช่องทางที่ระบุในข้อ 13. โดยบริษัทจะตอบกลับมายังท่านภายในระยะเวลาที่สมเหตุสมผล และไม่เกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

                      ทั้งนี้ บริษัทอาจคิดค่าธรรมเนียมสำหรับบริการนี้ขึ้นกับดุลพินิจของบริษัทแต่เพียงผู้เดียว โดยบริษัทจะใช้ความพยายามทุกวิถีทาง เพื่อแก้ไขข้อร้องเรียนหรือปัญหาต่าง ๆ โดยเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ อย่างไรก็ตามอาจเกิดข้อจำกัดในการขอใช้สิทธิของท่านบางประการ โดยบริษัทจะทำการชี้แจงให้ท่านทราบหากไม่สามารถปฏิบัติตามคำร้องขอใช้สิทธิของท่านได้ โดยข้อจำกัดดังกล่าวเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

          10.3     บริษัทอาจปฏิเสธที่จะดำเนินการตามคำร้องขอของท่านได้ หากบริษัท หรือคู่ค้า มีความจำเป็นที่จะต้องเก็บข้อมูลต่อไปเพื่อการกระทำดังต่อไปนี้

10.3.1     เพื่อทำรายการใด ๆ ตามวัตถุประสงค์ที่บริษัท เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้น เพื่อการจัดหาสินค้าหรือบริการตามที่ท่านร้องขอ หรือดำเนินการตามสมควรภายในขอบเขตความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างบริษัท กับท่าน หรือเพื่อปฏิบัติตามสัญญาระหว่างบริษัท กับท่าน

10.3.2     เพื่อตรวจสอบเหตุการณ์เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ป้องกันการกลั่นแกล้ง การฉ้อฉล การฉ้อโกง หรือการกระทำผิดกฎหมาย หรือฟ้องร้องดำเนินคดีกับบุคคลที่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าว

10.3.3     เพื่อตรวจสอบการทำงานของผลิตภัณฑ์ เพื่อหาและแก้ไขข้อผิดพลาดที่ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ

10.3.4     เพื่อทำการศึกษาวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์ เชิงประวัติ หรือเชิงสถิติโดยทั่วไป หรือโดยผู้ชำนาญการ เพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยคำนึงถึงจรรยาบรรณและกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เมื่อการลบข้อมูลนั้นจะทำให้ไม่สามารถบรรลุหรือขัดขวางการบรรลุผลสำเร็จในการศึกษาวิจัยอย่างมีนัยสำคัญ หากท่านได้ให้ความยินยอมแล้วก่อนหน้านี้

10.3.5     เพื่อใช้เป็นการภายในตามสมควรโดยสอดคล้องกับความคาดหมายของท่านที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับบริษัท และสอดคล้องกับบริบทที่ท่านได้ให้ข้อมูลดังกล่าวไว้แต่แรก และ

10.3.6     เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

       11.     การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล

          11.1     บริษัทจะใช้มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลทางเทคนิค ทางกายภาพ และทางธุรการที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการเข้าถึงและเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต และสอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท และมาตรฐานที่รับรองโดยทั่วไป บริษัทกำหนดให้ลูกจ้างของบริษัท เข้ารับการฝึกอบรมเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล นอกจากนี้ บริษัทยังมีการจัดจ้างบริษัทภายนอกเพื่อดำเนินการตรวจสอบสถานะให้แน่ใจว่า คู่ค้าของบริษัท มีการใช้มาตรการในการเก็บรวบรวม ประมวลผล โอนย้าย จัดการ และรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลอย่างเพียงพอในการให้บริการในนามของบริษัท ในการนี้ บริษัท จะมีการสอบทานและปรับปรุงมาตรการดังกล่าวตามความจำเป็นเพื่อให้แน่ใจว่าการประมวลผลข้อมูลดังกล่าวเป็นไปตามมาตรฐานต่าง ๆ ของประเทศและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

          11.2     นโยบายและขั้นตอนวิธีการต่าง ๆ เพื่อการจัดการข้อมูลอย่างปลอดภัย และป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตที่บริษัท ดำเนินการมีดังนี้

11.2.1     กำหนดนโยบายและขั้นตอนวิธีการต่าง ๆ เพื่อจัดการข้อมูลอย่างปลอดภัย และตามที่อาจกำหนดเพิ่มเติมในสัญญาระหว่างบริษัท กับท่านแต่ละราย

11.2.2     จำกัดสิทธิลูกจ้างในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล

11.2.3     ป้องกันการเข้าถึงข้อมูลของท่านโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยใช้การเข้ารหัสข้อมูล การตรวจสอบตัวตนและเทคโนโลยีการตรวจจับไวรัส ตามความจำเป็น

11.2.4     กำหนดให้คู่ค้าที่ทำธุรกิจกับบริษัท ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ตามกฎหมายและระเบียบ ต่าง ๆ ว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล\ติดตามตรวจสอบเว็บไซต์ของบริษัท ผ่านหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยแบบออนไลน์

11.2.5     ตรวจสอบประวัติลูกจ้าง และจัดให้มีการฝึกอบรมเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแก่คณะทำงานของบริษัท และ

11.2.6     ประเมินผลแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การจัดการข้อมูล และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของบริษัท เป็นประจำ

       12.     ระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูล

                 บริษัทจะใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อดำเนินการตามคำขอของท่าน โดยบริษัท จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ภายใต้ระยะเวลา ดังนี้

          12.1     กรณีที่ท่านให้ข้อมูลแก่บริษัทในฐานะสมาชิก บริษัทจะเก็บข้อมูลท่านไว้ตราบเท่าที่ท่านเป็นสมาชิกของบริษัท

          12.2     กรณีที่ท่านให้ข้อมูลแก่บริษัทในฐานะที่ท่านเป็นลูกค้า ผู้ใช้บริการ บริษัทจะเก็บข้อมูลท่านไว้ตราบเท่าที่จำเป็นเพื่อให้บริการแก่ท่าน และจะเก็บต่อไปอีก 10 (สิบ) ปี นับแต่วันที่สิ้นสุดการให้บริการ

          12.3     กรณีที่ท่านให้ข้อมูลแก่บริษัทในฐานะที่ท่านเป็นคู่สัญญา บริษัทจะเก็บข้อมูลท่านไว้ตราบเท่าที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา และจะเก็บต่อไปอีกตามอายุความ 10 (สิบ) ปี นับแต่วันที่สัญญาสิ้นสุด

          12.4     กรณีการเข้าชมเว็บไซต์ บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านไว้ 10 (สิบ) ปี นับแต่ที่ท่านเข้าใช้บริการบนเว็บไซต์

          12.5     กรณีภาพข่าวประชาสัมพันธ์บนเว็ปไซต์ บริษัทจัดเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านไว้ 10 (สิบ) ปี นับแต่ที่ลงข่าวบนเว็บไซต์ของบริษัท

          12.6     กรณีข้อมูลบนแอปพลิเคชั่น บริษัทจะเก็บไว้จนกว่าท่านจะลบบัญชี
เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามข้อ 12.1 -12.5 บริษัทจะทำตามขั้นตอนการลบเพื่อดูแลให้มีการนำข้อมูลของท่านทั้งหมดออกจากเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทอย่างปลอดภัยหรือเก็บรักษาไว้ในรูปแบบที่ทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลได้เท่านั้น อย่างไรก็ตามบริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลบางอย่างไว้นานกว่าที่ระบุข้างต้น หากจำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจหรือโดยชอบตามกฎหมาย เช่น เพื่อความปลอดภัย เพื่อการป้องกันการละเมิดหรือการประพฤติ มิชอบ หรือเพื่อการเก็บบันทึกทางการเงิน

       13.     ช่องทางการติดต่อบริษัท

                 หากท่านเห็นว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ท่านมีสิทธิที่จะร้องเรียนไปยังเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

      • บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) เลขที่ 99/16-20 ถนน รัชดาภิเษก แขวง ดินแดง เขต ดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
      • dpooffice@arip.co.th
      • 02-642-3400 ต่อ 2105

       14.     การแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบาย

                 หากบริษัท มีการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญเกี่ยวกับแนวปฏิบัติว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะปรับปรุงและแก้ไขนโยบายฉบับนี้ และแสดงบนเว็บไซต์ของบริษัท เพื่อให้ท่านได้ทราบถึงวิธีการที่บริษัท เก็บรวบรวม ใช้ จัดการ เปิดเผย และคุ้มครองข้อมูล
วันที่มีผลใช้บังคับของนโยบาย ฉบับนี้ 19 สิงหาคม 2563