Skip to content

รีวิว : Tapo C310 ภาพคม เชื่อมต่อเสถียร พร้อมคอมโบ Smart Home อัจฉริยะ

รีวิว Tapo C310 กล้องวงจรปิดอัจฉริยะหรือ IP camera จาก Tapo By TP-Link รอบนี้ดีไซน์ใหม่ เพิ่มความคมชัด และสามารถเชื่อมต่อได้อย่างเสถียร

เดี๋ยวนี้หากจะติดตั้งกล้องวงจรปิดซักตัว ก็สามารถติดตั้งเองได้อย่างง่าย ๆ และยังควบคุมการใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวได้อีก กลายเป็นกล้องวงจรปิดที่เป็นมากกว่ากล้องวงจรปิดทั่วไป รีวิวนี้มาพบกับ TP-Link Tapo C310 กล้อง IP Camera ดีไซน์ล้ำ ๆ เพิ่มเติมความคมชัดระดับ 3 ล้านพิกเซล เลือกเชื่อมต่อได้ทั้ง Wi-Fi หรือผ่านสาย LAN อีเธอร์เน็ตเพื่อความเสถียรก็ได้ นับว่ายกระดับจาก C200 หรือ C100 มาไม่น้อย (แต่หมุนแบบ C200 ไม่ได่นะ) ส่วนคุณภาพการบันทึก และฟีเจอร์ต่าง ๆ ของ Tapo C310 จะขนาดไหน ลองมาดูกันเลยครับ

ฟีเจอร์เด่น TP-Link Tapo C310

  • Ultra-High-Definition Video: ความละเอียดคมชัดถึง 3 ล้านพิกเซล
  • Wired or Wireless Networking: เชื่อมต่อกล้องของคุณผ่านเครือข่ายผ่านอีเธอร์เน็ตหรือ Wi-Fi ก็สะดวกติดตั้งง่าย
  • Advanced Night Vision: รองรับการใช้งานในที่มืดถึง 98 ฟุต (30 เมตร)
  • Motion Detection and Notifications: แจ้งเตือนเมื่อตรวจพบการเคลื่อนไหว
  • Sound and Light Alarm: Trigger light และเอฟเฟกต์เสียง เพื่อป้องกันพฤติกรรมของบุคคลน่าสงสัย
  • Two-Way Audio: สื่อสารเสียงแบบสองทิศทาง ติดตั้งไมโครโฟนและลำโพงในตัว
  • Safe Storage: บันทึกวิดีโอและภาพลง micro SD Card ได้สูงสุด 128GB ความละเอียดคมชัด 3 ล้านพิกเซล  มอบความสะดวกในการเข้าถึงทุกวิดีโอของคุณ
  • Voice Control: Free Up Your Hands with Voice Control: สามารถทำงานร่วมกันกับ  Google Assistant และ Amazon Alexa. (Google Assistant และ  Amazon Alexa ยังไม่รองรับทุกภาษา/ทุกประเทศ).
  • https://www.tp-link.com/th/home-networking/cloud-camera/tapo-c310/

แกะกล่อง Combo Set (Smart Home)


สำหรับรีวิวนี้จะพิเศษหน่อย นอกจากตัวกล้อง Tapo C310 แล้ว ยังมี Tapo L530E Multi-color หลอดไฟอัจฉริยะหลากสีสัน และ Tapo P105 Mini Smart Wi-Fi Plug ปลั๊กไฟอัจฉริยะขนาดกะทัดรัดยิ่งขึ้น ซึ่งทุกตัวสามารถควบคุมผ่านแอปฯ Tapo เพียงแอปฯ เดียว และในสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวเท่านั้น เปลี่ยนให้บ้านธรรมดา กลายเป็น Smart Home ขนาดย่อมได้อย่างง่าย ๆ ทันใด

กลับมาที่ Tapo C310 ภายในกล่องก็มีตัวกล้อง ตัวช่วยยึดผนัง และปลั๊กไฟเลี้ยง

ดีไซน์

ตัวกล้อง Tapo C310 ออกแบบได้อารมณ์ Sci-Fi  ดูล้ำยุคใช่เล่น โดยยังคงเป็นสีขาวล้านตามสไตล์ TP-Link Tapo


ตัวกล้องบันทึกวิดีโอ ก็มาพร้อมเลนส์ขนาด 1/2.7 นิ้ว  ความละเอียด 3 ล้านพิกเซล (บันทึกออกเป็นไฟล์ H.264 @15fps) พร้อมเซ็นเซอร์ช่วยถ่ายภาพตอนกลางคืนหรือ Night Vision ซึ่งรองรับการใช้งานในที่มืดถึง 98 ฟุต (30 เมตร) กันเลย

ทีเด็ดอย่างหนึ่งของ Tapo C310 เลยคือ เสาสัญญาณ Wi-Fi คู่ แรกคิดว่าเป็นดีไซน์เฉย ๆ แต่จริง ๆ เป็นเสา Wi-Fi เลย โดยรองรับคลื่น 2.4 GHz ความเร็วสูงสุด 150Mbps ช่วยเพิ่มความเสถียรเวลาเข้าควบคุมใช้งานและดูหรือบันทึกวิดีโอจากระยะไกลได้ดีมาก และข้อดีสำคัญคือ สามารถติดตั้งห่างจาก Router ได้นั้นเอง

แต่ถ้าอยากได้ความเสถียรมากกว่านั้นอีก ตัว Tapo C310 ก็มีช่องต่อสาย LAN สามารถใช้งานผ่าน Eternet ได้เลย (พอเป็นแบบนี้อาจต้องวางใกล้ Router มากขึ้น ถ้าสาย LAN ไม่ยาวพอ : D) ซึ่งแน่นอนว่าการเชื่อมต่อผ่านสาย LAN จะได้ความเสถียรมากกว่า Wi-Fi อย่างแน่นอน คือต้องบอกก่อนว่าตัวกล้อง Tapo รุ่นนี้ เน้นความคมชัด ดังนั้นไฟล์ภาพที่ได้อาจมีขนาดใหญ่พอประมาณ  จึงมีช่องต่อสาย LAN (พร้อมกับช่องต่อไฟเลี้ยง) มาให้นั้นเอง หากต้องใช้งานแบบไร้สายจริง ๆ ก็ยังมีเสา Wi-Fi รองรับ

ตัวสาย LAN และสายต่อไฟเลี้ยง จะถูกรวมเป็นสายเดียวกันออกทางด้านหลังกล้องตามภาพ ส่วนช่องใส่ Micro SD ก็อยู่ใต้กล้อง ซึ่งจะมีฝาปิดแบบต้องใช้ไขควงไขด้วย

แม้ตัว Tapo C310 จะเป็นกล้องรุ่น Top สุดในตระกูล Tapo แต่ก็ไม่ได้มีฟีเจอร์หมุนปรับกล้องเองได้เหมือนตัว C200 (ต้องหมุนมือเอา) แต่ได้ความคมชัดและความเสถียรมาแทน

การใช้งาน

สำหรับตัว Tapo C310 ก็ยังใช้งานร่วมกับแอปฯ Tapo ได้เช่นเคย

การตั้งค่าใช้งานครั้งแรกก็ทำได้อย่างง่าย ๆ และสามารถเลือกได้เลยว่า จะใช้งานผ่าน Wi-Fi หรือผ่านสาย LAN

ฟีเจอร์หลัก ๆ ของ Tapo C310 ก็มีคล้าย ๆ กับรุ่น C200 แทบทุกประการ คือมีทั้งบันทึกภาพนิ่งและวิดีโอ กับ Two-Way Audio พูดคุยผ่านไมค์ของตัวกล้องได้ (หากมีใครมาบ้าน ก็สามารถพูดคุยตอบโต้ผ่านกล้องได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องออกไปหาเองก็ได้) ระบบ Motion Detection ตรวจพบการเคลื่อนไหวพร้อมแจ้งเตือนได้ Sound and Light Alarm: Trigger light เอฟเฟกต์เสียง เพื่อป้องกันพฤติกรรมของบุคคลน่าสงสัย และการดูย้อนหลัง ซึ่งทุกครั้งที่เจอการเคลื่อนไหว ตัวกล้องจะบันทึกเฉพาะช่วงนั้น เพื่อไม่ให้กินพื้นที่ในเมมเกินจำเป็น

 

อย่างไรก็ตาม ทีเด็ดที่แท้จริงของ Tapo C310 คือ ความคมชัด ซึ่งตัวกล้องจะมีหน้าตั้งค่าระดับความคมชัดแยกให้ต่างหากเลย โดยเลือกได้ตั้งแต่ 3MP HD กับ HD 1080P และ 720P

ยิ่งมีความคมชัดมาก ก็ยิ่งได้ภาพที่มีความละเอียดมากตาม

สืบเนื่องจากที่บ้านมีกล้อง Tapo อีกตัว เลยทำให้มีมุมมองเพิ่มมาอีก สามารถดูพร้อมกันได้สูงสุด 4 มุมมอง

ดูตัวกล้องไปเยอะแล้ว ลองมาดูฝั่ง Tapo L530E Multi-color กับ Tapo P105 Mini Smart Wi-Fi Plug กันบ้าง สำหรับอุปกรณ์ทั้ง 2 ตัวนี้ ก็สามารถควบคุมและสั่งการได้พร้อม ๆ กันกับตัวกล้องเลย ซึ่งเปิดแอปฯ Tapo เพียงแอปฯ ก็ควบคุมได้หมดแล้ว

หน้าควบคุมตัวหลอดไฟ Tapo L530E Multi-color

ส่วน Tapo P105 Mini Smart Wi-Fi Plug หรือปลั๊กอัจฉริยะ ก็นำไปต่อกับพัดลม เพื่อให้สามารถตั้งเวลาเปิดปิดพัดลมตอนนอนได้ ลดภาระการทำงานของพัดลมไปในตัว

หากที่บ้านมีอุปกรณ์จาก Tapo เยอะ ๆ ตัวเลือกก็จะเยอะตาม

ประสิทธิภาพ

มาถึงส่วนประสิทธิภาพแล้ว รอบนี้ลองมาดูคุณภาพที่ได้จากตัวกล้อง Tapo C310 แบบเน้น ๆ ทั้งกลางวันและกลางคืน ซึ่งบันทึกในโหมดความละเอียด 3 ล้านพิกเซล

ภาพบันทึกวิดีโอตอนกลางวัน

ภาพบันทึกวิดีโอตอนกลางคืน

ไฟล์ภาพนิ่งทั้งกลางวันและกลางคืน

มาดูที่ตัวหลอดไฟ Tapo L530E Multi-color เนื่องด้วยมีหลากสียิ่งขึ้น ความสนุกก็บังเกิด…. (เปิดโหมดปาร์ตี้ในตัวหลอดไฟ)

 

ส่วนตัวชอบไฟห้องแบบดำแดง ก็จัดตามนั้น


สีอื่น ๆ จากตัว Tapo L530E Multi-color

สรุป

รีวิวนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นการโชว์คอมโบ Smart Home อย่างง่าย ๆ จากอุปกรณ์ Tapo จาก TP-Link ซึ่งหากอยู่ในตระกูลเดียวกัน ก็ใช้งานร่วมกันได้ง่าย ๆ ส่วนพระเอกของรีวิวนี้อย่าง Tapo C310 ก็ทำหน้าที่ได้ดีตามฟีเจอร์ สามารถบันทึกภาพได้ละเอียดกว่า 2 รุ่นแรกอย่าง C100 กับ C200 อย่างเห็นได้ชัด มีความ Pro ขึ้น แต่ยังใช้งานง่ายไม่ต่างจากเดิม ตัวกล้องสามารถรองรับการเชื่อมต่อผ่านสาย LAN ได้ นับว่าเหมาะสำหรับใครที่อยากทำเป็นกล้องวงจนปิดอย่างจริงจัง หรือไม่สะดวกต่อ LAN ก็ยังมีเสา Wi-Fi ให้ 2 ต้น รองรับการใช้งานแบบไร้สายได้เป็นอย่างดี

สุดท้ายนี้ราคาของ TP-Link Tapo C310 ก็อยู่ที่ 1,590 บาท เท่านั้น ส่วน Tapo L530E Multi-color อยู่ที่ 399 บาท และ TapoP105 Mini Smart Wi-Fi Plug อยู่ที่ 319 บาท รวมเป็นชุด Smart Home ง่าย ๆ ในราคาไม่ถึง 3 พันบาท